ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 953 ย่อมมีข้อบกพร่องเสมอ
บทที่ 953 ย่อมมีข้อบกพร่องเสมอ
“เจ้ายังต้องการแต่งเข้าครอบครัวเศรษฐีอีกหรือ เจ้าไม่ดูตัวเอง…” จูเหล่าโถวไม่สบอารมณ์
“ข้าผิดตรงไหนเล่า ข้าเป็นเช่นนี้แล้วมันอย่างไร” จูปาเม่ยลุกขึ้นเถียง “ท่านแม่ยังไม่ห้ามข้าเลย ทำไมท่านถึงได้กังขาในการตัดสินใจของข้า ท่านแม่เป็นคนเช่นไร ท่านมีความสามารถเทียบนางได้หรือ หากไม่ใช่เพราะนาง ท่านคิดว่าจะสามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีดั่งเช่นทุกวันนี้ได้หรือ”
“เจ้า…” เดิมทีจูเหล่าโถวต้องการต่อว่า ‘หมาป่าตาขาว’ อย่างหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ย แต่เผลอกล่าวพาดพิงจูปาเม่ยไปเสียได้ นึกไม่ถึงว่าเด็กสาวจะอารมณ์เสียและลุกมาโต้เถียงเขาฉอด ๆ เช่นนี้! ทำเอาเขาโกรธจนเงื้อมือขึ้นจะตบหน้านาง
จูปาเม่ยจะยืนรอให้ถูกตบตีได้อย่างไร นางรีบก้าวถอยแล้ววิ่งหนีไป
“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!…”
“หยุดให้โง่สิ!” นางวิ่งกลับไปหลบหลังเย่อวี๋หราน และจงใจชะโงกหัวออกมาเยาะเย้ยบิดา
เย่อวี๋หรานเพิ่งเข้ามาในบ้าน : … ข้าเพิ่งกลับจากเข้าห้องน้ำ เกิดอะไรขึ้นกัน
“เจ้า…” ทันทีที่จูเหล่าโถวเห็นเย่อวี๋หรานก็ไม่กล้าไล่ตามลูกสาว ทว่าความโกรธยังติดอยู่ในใจ เขารีบก้าวไปหาภรรยาด้วยความไม่สบอารมณ์ “ดูสิ เจ้าเลี้ยงลูกให้เป็นแบบนี้ กล้าดีอย่างไรมาพูดจากับพ่อเช่นนี้ ไม่มีมารยาทอย่างนี้จะแต่งงานออกเรือนไปได้อย่างไร”
“เกิดอะไรขึ้น สองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร” เย่อวี๋หรานขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางส่งสัญญาณให้ลูกสาวเลิกหลบด้านหลังตนเองได้แล้ว
“ยังถามอีกว่าเกิดอะไรขึ้น นางอวดดีเกินไปแล้ว ถึงขั้นต่อว่าคนเป็นพ่ออย่างข้า…” เขาไม่คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดจึงโวยวายกับเย่อวี๋หรานทันที
จูปาเม่ยไม่ยอมให้บิดาพูดจบ นางตอกกลับทันที “ท่านแม่ เรื่องนี้โทษข้าไม่ได้ หากจะโทษก็จงโทษท่านพ่อที่หาเรื่องกัน เรากำลังวาดรูปอยู่ที่นี่ดี ๆ เขาก็พรวดพราดเข้ามาต่อว่าเรา… เขากลับมาเห็นเราวาดเปลือกไข่ ใครจะคิดว่าเขาจะโมโหแล้วมาโวยวายใส่เราถึงเพียงนี้”
“ข้ากลับมาเห็นพวกนางเล่นไม่รู้ความ เป็นผู้หญิงประสาอะไร ทำสิ่งใดไม่ทำไปเล่นไข่ ไข่มีเอาไว้เล่นหรือ มันเป็นอาหารเอาไว้กิน…” เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนหัวโบราณมาก เมื่อลูกหลานเอาไข่มา ‘เล่น’ ก็เห็นการเอาอาหารมาเล่นเป็นเรื่องร้ายแรง
พ่อลูกทั้งสอง คนหนึ่งกล่าวประโยคหนึ่ง คนหนึ่งเถียงประโยคหนึ่ง ไม่ทำความเข้าใจกันเสียที
เย่อวี๋หรานเข้าใจดี ว่ากันง่าย ๆ คือนี่เป็น ‘ช่องว่างระหว่างวัย’ ของคนสองรุ่น
จูปาเม่ยคิดว่าการวาดรูปบนไข่ไม่เสียหาย หลังวาดเสร็จแล้วก็ยังกินเนื้อด้านในได้ นางได้กินและเล่นในเวลาเดียวกัน ปาหินก้อนเดียวได้นกสองตัว ทว่าจูเหล่าโถวคิดต่างกัน เขาคิดว่ามันเป็นการ ‘เสียของ’ และพวกนาง ‘ทำเป็นเล่น’
หากแต่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เย่อวี๋หรานยังต้องถามความจากหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ย
จูเหล่าโถวกลัวว่าสองพี่น้องจะพูดปดจึงจ้องเขม็ง แต่เมื่อตรองดูแล้วก็นึกได้ว่าพวกนางคงไม่กล้าโกหกต่อหน้าเย่อวี๋หราน
“พวกนางพูดถูกไหม” นางหันไปถามจูเหล่าโถว
เขาพยักหน้ารับ “ใช่ ข้าบอกแล้วว่าข้าพูดถูก พวกนางทำเสียของ ไม่รู้จักคิด…”
เกิดการโต้เถียงกันอีกครั้ง
“เจ้าคิดว่าพวกนางเล่นอาหารจนเสียของ แล้วอะไรที่เสียหายเล่า” เย่อวี๋หรานถาม
“ก็ไข่ไงเล่า”
“แต่หลังจากไข่นี้ถูกวาดเปลือกก็ยังกินได้ไม่ใช่หรือ” นางหยิบไข่ใบหนึ่งมาปอกเปลือก เผยให้เห็นเนื้อขาวด้านใน ก่อนกัดกินแล้วกล่าวว่า “อืม รสชาติไม่ได้เปลี่ยนไป ยังเป็นรสไข่เหมือนเดิม… แล้วที่เจ้าบอกว่าเสียของหมายความว่าอย่างไรเล่า”
จูเหล่าโถวอึ้งไป “ตะ… แต่พวกนางวาดรูปบนเปลือกไข่แล้ว…”
การวาดรูปนี้ทำให้สิ้นเปลืองอาหารหรืออย่างไร
“วาดแล้วไม่ได้ทำให้ไข่กินไม่ได้นี่” นางกล่าวด้วยความไม่พอใจ “เจ้าไม่ได้ไหว้เช็งเม้งปีแรก มีปีไหนไม่ย้อมไข่ต้มบ้าง เพียงปีนี้พิเศษขึ้น ปาเม่ยกับหลาน ๆ ไม่เพียงแต่ย้อมไข่แต่ยังวาดรูปลงไปด้วย”
“แต่ว่า…” ตอนนั้นเองที่จูเหล่าโถวเถียงไม่ออก เขากวาดสายตามองน้ำบนพื้นและเสื้อผ้าที่ถูกย้อมแล้วรีบบอก “ดูพื้นสิ เสื้อผ้าที่พวกนางสวมด้วย เป็นอย่างนี้ได้…”
เย่อวี๋หรานฟังคำเขาแล้วขมวดคิ้ว “ทำไมถึงได้เละเทะแบบนี้”
ประโยคต่อมาคือ “ใครจะเป็นคนทำความสะอาด”
หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยรีบบอก “เราจะทำความสะอาดเองเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง เราจะทำความสะอาดทีหลังแน่นอน”
นางหันไปมองจูเหล่าโถว “ได้ยินไหม พวกนางบอกว่าจะทำแล้ว หมดปัญหาแล้วหรือไม่”
“แต่ว่า.. แต่ว่าทำแบบนี้ ทำแบบนี้ไม่ถูก เจ้าจะให้ท้ายพวกนางไม่ได้” เขารีบท้วง เหตุใดเขาถึงได้รู้สึกว่าภรรยาเข้าข้างพวกนาง
“นอกจากพื้นและเสื้อผ้าที่สกปรก ไข่ที่ถูกวาดเปลือก ข้าก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรเสียหาย” เย่อวี๋หรานหยิบใข่ใบที่จูปาเม่ยวาดเสร็จแล้วมาดู “ดูสิ ภาพนี้สวยดี เพียงแค่มีจุดบกพร่องเล็กน้อย”
เสียงท้วงของจูปาเม่ยดังมาจากด้านข้าง “เดิมทีมันไม่ได้มีจุดบกพร่อง แต่อยู่ ๆ ท่านพ่อก็ขึ้นเสียงใส่จนข้าตกใจ ก็เลยหลุดมือไป”
“ไม่เป็นไร ครั้งหน้าเพียงตั้งใจทำ ครั้งแรกย่อมมีข้อบกพร่องเสมอ” เย่อวี๋หรานบอก “เทียบกับคนในครอบครัวเศรษฐีแล้วเจ้ายังต้องฝึกฝีมืออีก ภายหลังเมื่อมีโอกาสได้เห็นไข่ที่พวกเขาวาดกัน เจ้าจึงจะได้รู้จักผลงานศิลปะชิ้นเอก…”
“ข้าเพียงวาดรูปเอาสนุก จะเทียบกับผลงานเหล่านั้นได้อย่างไร” จูปาเม่ยไม่เคยคิดเทียบผลงานตนเองกับผลงานเหล่านั้น เพียงรู้สึกว่าในบรรดาคนรู้จัก นางนับว่าวาดรูปได้สวยและน่าพึงพอใจมากแล้ว
“เพราะการวาดรูปยังไม่ดีพอ เจ้าถึงได้ต้องพยายามมากกว่านี้” เย่อวี๋หรานกล่าวเปลี่ยนเรื่อง
“นอกจากวาดไข่แล้ว คนในครอบครัวเศรษฐียังแกะสลักเปลือกไข่ด้วย ทำให้เปลือกไข่กลายเป็นของสารพัดอย่างได้ดั่งใจ ก่อนจุดไฟไว้ด้านใน มีลวดลายทั้งเป็นภูเขา แม่น้ำ สะพาน มังกร เฟิ่งหวง และสรรพสิ่งในโลก ขอเพียงเจ้าจินตนาการออกก็ไม่มีสิ่งใดทำไม่ได้”
จูปาเม่ยไม่อยากจะเชื่อ “ท่านแม่โกหกแล้ว ไข่ใบเล็กเท่านี้จะแกะสลักเป็นรูปร่างง่าย ๆ อย่างดอกไม้และต้นหญ้าข้ายังพอเชื่อ แต่มังกร เฟิ่งหวง สะพาน และแม่น้ำ …ท่านหลอกข้าแล้วใช่ไหม”
“ข้าจะหลอกเจ้าทำไม ข้าพูดจริง” นางเล่นไข่ในมือพลางกล่าวว่า “ไข่ใบเล็กเท่านี้สามารถซ่อนลวดลายลงไปได้ มันถึงนับว่าเป็นของล้ำค่า นกตัวเล็กกว่าเม็ดข้าวอยู่บนเปลือกไข่ที่ไม่น่าแต่งเติมสิ่งใดลงไปได้ ยอดเขาลดหลั่นกัน เมฆขาวล่องลอย ห่านโบยบินกลับ… ลองคิดดูสิว่ามันงดงามเพียงไหน”
ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>