ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 96 เมาจริงหรือเมาปลอม
บทที่ 96 เมาจริงหรือเมาปลอม
จูเหล่าโถวยังดิ้นรนอยู่ตรงนั้น ร่ำร้องว่า “ข้าไม่ได้เมา ข้าไม่เมา”
“พวกเจ้าให้ข้าพูด ให้ข้าพูด หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นไม่ใช่คนดีงามอะไร”
“นางคิดว่าข้าไม่รู้งั้นหรือ นางนอกใจข้าแล้วแน่ ๆ ถึงได้รังเกียจว่าข้าแก่แล้ว ทำงานไม่ไหวแล้ว ตอนนี้แม้แต่นอนก็ยังไม่ยอมนอนกับข้า…”
พ่อเฒ่าจู แม่เฒ่าจู จูเหล่าซาน และจูเหล่าซื่อได้ยินเต็มรูหูต่างพากันนิ่งงัน
ไม่ พวกข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!
จูอู่มองความเคลื่อนไหวของพี่ใหญ่กับพี่รองของเขา ดวงตาแทบจะถลนออกมาแล้ว แต่ว่าบิดาของเขายิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่ เขาคร้านจะสนใจแล้ว ขายหน้าก็ขายหน้าไปเถอะ รีบหามกลับเรือนไปให้มารดาเขาจัดการต่อ
เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงว่าทางนั้นแค่กินข้าวมื้อเดียวก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว
ทางฝั่งของนางราบรื่นดังเช่นที่ผ่านมา หลังทำมื้อเย็นเสร็จก็เรียกทุกคนมากินข้าว แต่ละคนได้นกกระจอกครึ่งตัว
ถึงจูอู่จะพูดไว้ว่าส่วนของเขาให้นางกิน แต่เย่อวี๋หรานไม่นึกอยากกิน จึงเก็บส่วนของสามพี่น้องเอาไว้
“ท่านย่า อร่อยขอรับ!”
“อื้ม ๆ อร่อย ๆ!”
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าแทะเนื้อนกที่ต้มจนอ่อนนุ่มอย่างหน้าชื่นตาบาน
กระดูกนกไม่แข็งเหมือนกระดูกไก่ แม้แต่พวกเขายังกัดกระดูกนกแตกได้ กินได้ถึงอกถึงใจกว่าเนื้อไก่เสียอีก
เมื่อพบว่าเคี้ยวได้ พวกเขาก็ตัดใจคายทิ้งไม่ลง เอาเข้าปากเคี้ยวแล้วเคี้ยวอีก เคี้ยวจนแหลกเละจึงยอมหยุด
“ถ้าชอบคราวหน้าก็ให้อาสามกับอาสี่ของเจ้าจับมาอีกสักหลายตัว แล้วค่อยกินกันอีก” เย่อวี๋หรานไม่ถือสาสักนิดที่พวกเขาพึ่งพาตัวเองได้
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามองจูซานกับจูซื่อตาแป๋ว “อาสาม อาสี่…”
“แค่ก ๆ จะพยายาม จะพยายามนะ” จูซานไม่กล้ารับประกันว่าพวกเขาจะสามารถจับกลับมาได้ทุกครั้ง จึงรีบเบนหัวข้อสนทนา พูดว่าอีกประเดี๋ยวจะเอาแหไปดักปลาที่แม่น้ำไหนดี
เย่อวี๋หรานย่อมสำรวจมาแล้ว จึงบอกว่ามีแม่น้ำใดอยู่ตรงไหนบ้าง แหจับปลาของนางก็อาศัยลักษณะแม่น้ำเหล่านั้นทำออกมา
พวกเขาไม่อาจเอาอย่างชาวประมงที่แจวเรือลำน้อยออกไปหว่านแหจับปลา ดังนั้นจึงได้แต่หาบริเวณเหมาะ ๆ เอาแหไปดักทิ้งไว้ ข้ามคืนค่อยไปเก็บกลับมา
“แหจับปลาทำมาจากเชือกป่าน จะต้องไม่จมลงแม่น้ำไปแน่นอน ตอนที่พวกเจ้าเอาไปดักปลาในแม่น้ำ อย่าลืมหาก้อนหินมาทับปลายข้างล่างไว้ด้วย ต้องทับไว้ไม่ให้เคลื่อนได้ ขึงไว้แบบนี้…” เย่อวี๋หรานสาธิตให้ดู “ขึงให้กางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ยิ่งครอบคลุมพื้นที่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสที่ปลาจะเข้ามาติดแหมากเท่านั้น พวกเราก็มีโอกาสจับปลาได้มากขึ้น”
“ส่วนบนของแหก็ต้องหาอะไรมายึดไว้ อย่างเช่นท่อนไม้ ยึดไว้บนฝั่ง เพื่อรับประกันว่าต่อให้มีปลาใหญ่มาติดแหก็จะไม่ลากแหติดไปด้วย
“มิเช่นนั้นวันรุ่งขึ้นถึงเวลาไปลากแหขึ้นมา กลับพบว่าแหจับปลาหายไปเสียแล้ว”
……
จูซานกับจูซื่อฟังคำชี้แนะของเย่อวี๋หรานพลางพยักหน้าหงึกหงัก แล้วสอบถามจุดที่ต้องระวังเพิ่มเติม
ความจริงแล้ว เย่อวี๋หรานก็รู้อะไรไม่มาก นางไม่รู้ว่าบริเวณไหนจึงจะจับปลาได้ง่าย ปลาจะหนีไปได้อย่างไร สิ่งเดียวที่นางพอจะแนะนำได้ก็คือแหต้องกว้างพอและครอบคลุมพื้นที่กว้างได้มากพอ
ขณะพูดอยู่ก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวมาจากข้างนอก
“พี่สาม พี่สี่…”
ทั้งยังได้ยินเสียงจูอู่ร้องเรียกมาจากข้างนอก
จูซานกับจูซื่อรีบรุดออกไปก็เห็นว่าพี่ใหญ่ พี่รอง และน้องห้าหามบิดากลับมา
“เกิดอะไรขึ้น?” จูซานเห็นจูอู่เอามือปิดปากบิดาเอาไว้ก็พลันงงงัน
“ท่านพ่อดื่มมากเกินไป พูดแต่อะไรเพ้อเจ้อ ถามท่านแม่ว่าให้หามเข้าห้องไหน” ตอนแรกจูอู่ตั้งใจว่าจะหามไปส่งที่ห้องเดิมของบิดามารดา แต่พอไปถึงประตูแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เสี่ยวเม่ยนอนกับท่านแม่ เช่นนั้นท่านพ่อจะทำอย่างไร?
เย่อวี๋หรานได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ออกมา แล้วกล่าวขึ้นว่า “หามไปห้องเดิมของเจ้าเจ็ด สิ่งของของพ่อเจ้าล้วนอยู่ที่นั่น”
“แต่ท่านพ่อเมาแล้ว…” จูอู่พูด
“ไม่เป็นไร ก่อนนอนตักน้ำมาให้พ่อเจ้ามากหน่อยก็พอแล้ว” เย่อวี๋หรานจะยอมไปดูแลคนที่ดื่มเหล้าจนเมามายได้อย่างไร ถ้าจูเหล่าโถวอาศัยฤทธิ์สุราทำมิดีมิร้ายจะเกิดอะไรขึ้น?
ในเวลาเช่นนี้ นางอยากอยู่ให้ห่างจากตาเฒ่าผู้นี้ใจจะขาด
จูอู่จนปัญญา ได้แต่หามจูเหล่าโถวไปยังห้องเล็ก ๆ นั้นกับพี่ชายคนอื่น ๆ
เมื่อเขาปล่อยมือจากปากของจูเหล่าโถว สิ่งที่ตามมาก็คือคำผรุสวาทเป็นชุดของอีกฝ่าย ด่าได้ไม่น่าฟังยิ่งนัก
เย่อวี๋หรานได้ยินเสียงเขาด่าเกินไปอยู่บ้าง แทบจะด่าจูอู่ว่าเขาเป็นลูกที่เย่อวี๋หรานไปแอบมีสัมพันธ์กับคนนอกอยู่แล้ว นางฉวยท่อนไม้ขึ้นมาฟาดไปบนผนังเรือน “โหวกเหวกโวยวายอะไร? น่ารำคาญจะตายชัก ดื่มน้ำเมานิดหน่อยก็เป็นบ้าเสียสติ เจ้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วใช่หรือไม่? ถ้าไม่อยากก็ไสหัวกลับไปหาพ่อแม่ของเจ้าโน่น”
ห้องพลันเงียบสนิทลงทันใด
จูต้ากับจูเอ้อร์ “…”
ท่านแม่ ท่านโหดจริง ๆ!
เย่อวี๋หรานโยนท่อนไม้ทิ้งแล้วปัดฝุ่นบนมือ ท่าทางเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น “เอาล่ะ เข้าห้องไปกินข้าวได้แล้ว พ่อของพวกเจ้าดื่มเยอะเพียงนี้ ทั้งยังเมาอาละวาดอีก คิดว่าพวกเจ้าคงไม่ได้กินข้าวกันดี ๆ บนเตายังเก็บนกครึ่งตัวส่วนของพวกเจ้าไว้ให้อยู่ เดี๋ยวข้าจะยกออกมาให้”
จากนั้นก็เข้าไปในห้องครัว ตักนกครึ่งตัวส่วนของจูต้า จูเอ้อร์ และจูซานใส่ถ้วยแล้วยกออกมาวางบนโต๊ะกินข้าว
“หอมยิ่งนัก” ราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น จูอู่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นดมกลิ่นหอมจากในถ้วยก็อิ่มเอมใจแล้ว “ข้าวเย็นของบ้านตัวเองจึงจะอร่อยที่สุดจริง ๆ”
แม้จูต้ากับจูเอ้อร์จะไม่ได้พูดอะไร แต่จากความเร็วในการยกถ้วยขึ้นซดก็รู้ได้ว่าพออกพอใจอย่างยิ่ง
“ท่านแม่ วันนี้ข้ากับท่านพ่อไปกินข้าวทางนั้นถึงรู้ว่าอาหารของพวกเขาจืดชืดกว่าพวกเราเสียอีก” จูอู่ซดน้ำแกงอย่างเคลิบเคลิ้ม ไม่รีบร้อนกินเนื้อ “เวลาสำคัญอย่างช่วงเก็บเกี่ยว พวกเขายังไม่มีแม้แต่เศษน้ำมันให้กิน ผักป่าที่เอาขึ้นโต๊ะมาก็ต้มทั้งหมด มีแต่โจ๊กให้กิน…”
หลินซื่อกล่าวว่า “คงไม่ได้เห็นว่าพวกเจ้าอยู่ด้วยจึงจงใจทำเช่นนั้นกระมัง? ก่อนหน้านี้ท่านแม่ให้เสี่ยวเม่ยส่งน้ำพริกไปให้ พวกเขากินหมดเร็วขนาดนั้นเชียว?”
“ไม่เห็นนะ คงกินหมดแล้วกระมัง” จูอู่กล่าว “ตอนพวกเราไป ข้าวเที่ยงก็เป็นโจ๊กแกล้มผัก ยังนึกว่าตอนเย็นจะดีกว่านี้หน่อย ปรากฏว่าก็ยังเหมือนเดิม มีแค่เหล้าเพิ่มขึ้นมา…แต่ข้าคิดว่านั่นคงเป็นเหล้าที่เมียซานจ้วงเอากลับมาฝาก พวกเจ้าอาจยังไม่รู้ว่าที่หมู่บ้านของเมียซานจ้วงมีคนบ่มเหล้าเป็นด้วย”
“พ่อเจ้าดื่มไปเท่าไหร่?” เย่อวี๋หรานถาม
“ไม่มาก ราวครึ่งชามเล็ก ข้าเห็นอาสามเทให้แค่ครึ่งชาม ยังดื่มไม่หมดเลยขอรับ…”
เย่อวี๋หรานนิ่วหน้า “พ่อเจ้าแค่แกล้งเมา ใช้เหล้าเป็นข้ออ้างในการอาละวาด?”
“น่าจะ…ไม่ใช่กระมัง?” จูอู่ไม่กล้ายอมรับเด็ดขาด เขาคิดว่าตนเองตอบรับวาจานี้ไม่ไหวแล้ว
ครั้นหันไปมองพี่ใหญ่กับพี่รอง ปรากฏว่าสองคนนั้นแค่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ไม่สนใจสายตาขอความช่วยเหลือของเขาสักนิด
จูอู่ลอบโมโห เขารู้อยู่แล้วว่าสองคนนี้ไม่มีทางพึ่งพาได้เลย!
“แค่ก ท่านแม่ สักครู่ให้เจ้าห้าไปวางแหดักปลากับพวกข้าเถอะ เขาลงน้ำมาตั้งแต่เด็ก ว่ายน้ำได้เก่งมาก มีเขาช่วย พวกข้าก็ทำงานได้เร็วขึ้น” จูซานช่วยเบี่ยงประเด็น
จูอู่มองไปทางพี่สามของเขาเป็นเชิงขอบคุณ “ไป ๆๆ ข้าไปแน่นอน แหปลาอะไร ทำไมต้องลงน้ำ? แต่พวกท่านวางใจได้ เรื่องว่ายน้ำข้าถนัดอยู่แล้ว”
ยังคงเป็นพี่สามที่พึ่งพาได้!
“ก็คือแหที่อยู่ข้างนอกอย่างไรเล่า ตอนที่เจ้ากลับมาก็ถามไปแล้วนี่นา?” จูซานเอ่ยเตือนเขา
“อ้อ อันนั้นหรอกหรือ ข้าลืมไปแล้ว นั่นคือแหจับปลาสินะ ได้ ข้าไปช่วยด้วย”
“ต้องช่วยสิ ถ้าเอาแหไปดักปลาดี ๆ พรุ่งนี้อาจได้กินปลากันก็ได้” จูซื่อบอกเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
แค่ได้ยินว่ามีของกิน จูอู่ก็ระริกระรี้ขึ้นมาแล้ว “จริงหรือ งั้นก็เยี่ยมไปเลย”
แม้ว่าเกี่ยวข้าวมาทั้งวันจะเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก แต่เมื่อได้ยินว่าพรุ่งนี้จะได้กินปลา เขาก็พลันมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเต็มเปี่ยม