ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 97 ดำน้ำหลายครั้ง
บทที่ 97 ดำน้ำหลายครั้ง
จูเหล่าโถวแกล้งเมาหรือไม่ เย่อวี๋หรานไม่สนใจสักนิด
ช่วงเย็นนางไม่เข้าไปในห้องนั้นเลยด้วยซ้ำ สั่งให้เจ้าใหญ่และเจ้ารองผลัดกันเอาน้ำไปส่งแล้วดูบิดาของพวกเขาด้วย อย่าปล่อยให้คนตกเตียง
ส่วนตนเองไปวางแหกับพวกจูซาน จูซื่อ และจูอู่
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าอยากไปร่วมชมความครึกครื้น นางจึงพาพวกเขาไปด้วย
เพื่อหลีกเลี่ยงคนในหมู่บ้าน บรรดาพี่น้องทั้งสามจึงหามแหตกปลามุ่งหน้าไปทางแม่น้ำสายเล็ก
“ท่านแม่ แม่น้ำนี้เล็กเกินไปแล้ว” เมื่อไปถึงสถานที่จริง จูซานก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ เขาคิดว่าน่าจะไปวางแหตกปลาไว้ในแม่น้ำที่ใหญ่กว่านี้สักหน่อย จะได้มีโอกาสจับได้มากขึ้น
เย่อวี๋หรานพูด “ข้าก็ไม่เคยใช้แหจับปลามาก่อนเหมือนกัน แต่ข้าคิดว่าตรงนี้กำลังดี พวกเรากางแหไปได้เต็มพื้นที่พอดี น่าจะได้ผลลัพธ์ไม่เลว อย่างไรเสียพวกเราก็ทดลองครั้งแรก เอาที่นี่เถอะ คราวหลังพอมีประสบการณ์แล้วก็คงจะรู้เองว่าต้องเอาไปวางดักปลาไว้ตรงไหน”
“ก็ได้ขอรับ วันนี้วางไว้ตรงนี้ก็แล้วกัน คราวหน้าค่อยเปลี่ยนไปที่ใหม่”
“ได้”
……
จูซาน จูซื่อ และจูอู่ลงไปกางแหโดยยึดส่วนบนของแหไว้บนสองฝั่งของแม่น้ำ
ว่ากันตามตรง ตอนอยู่บนบกรู้สึกว่าแหตกปลาเบามาก แต่ครั้นลงน้ำค่อยพบว่ามันหนักทีเดียว
คนเดียวทำน่าจะไม่ไหว
ยามนั้นเย่อวี๋หรานนึกยินดียิ่งนัก โชคดีที่เชือกข้างบนเหลือไว้ยาวพอให้เอาไปผูกไว้สองฝั่งของแม่น้ำได้ มิเช่นนั้นถ้ายาวถึงแค่กลางแม่น้ำ แม้แต่ที่จะให้ยึดยังไม่มี เช่นนั้นก็ยุ่งยากแล้ว
“ระวังหน่อย ก้นแม่น้ำอาจมีก้อนหิน พวกเจ้าระวังให้ดี อย่าให้ลื่น”
“เจ้าห้า เจ้าอย่าดำน้ำลงไปนานขนาดนั้น วางก้อนหินทับหนึ่งก้อนก็กลับขึ้นมา ยอมดำน้ำหลายทีดีกว่าแอบอู้”
งานนี้ดูแล้วไม่ลำบากอะไร แต่มีเพียงคนที่ลงน้ำไปจึงทราบว่าถ้าไม่มีเรี่ยวแรงมากพอก็ทำได้ไม่ง่ายเลยจริง ๆ
สามพี่น้องสาละวนกันครู่ใหญ่กว่าจะเสร็จ
เย่อวี๋หรานเห็นพวกเขาตัวเปียกปอนก็บอกให้พวกเขารีบกลับเรือนไปเปลี่ยนชุด
“ท่านแม่ ไม่เป็นไรขอรับ อากาศร้อน แบบนี้ค่อยเย็นขึ้นหน่อย”
“เหลวไหล เดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อนทำให้ไม่สบายได้ง่าย” เย่อวี๋หรานยังไม่รู้ว่านี่เป็นฤดูกาลแบบไหนอีกหรือ?
ถ้าอยู่ในช่วงฤดูหนาว นางคงไม่ให้พวกเขาลงน้ำแล้ว เพื่อปลาไม่กี่ตัวกลับทำเสียสุขภาพ ไม่คุ้มค่าเลย
คืนนั้น จูซาน จูซื่อ และจูอู่ สามพี่น้องนอนหลับอย่างกระวนกระวาย พวกเขาคิดว่าแหใหญ่ปานนั้น อย่างไรก็คงมีปลามาติดสักหน่อยกระมัง
แต่ถ้าไม่มีสักตัวเลยล่ะ?
เย่อวี๋หรานคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ข้าเบิกอิทธิฤทธิ์นิ้วทองคำมาเชียวนะ ทำสิ่งใดล้วนราบรื่น!
นางค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างเยือกเย็น เพิ่งจะล้างหน้าก็เห็นหลี่ซื่อวิ่งเข้ามาจากข้างนอกด้วยท่าทางดีอกดีใจ “ท่านแม่ ปลา มีปลาเต็มไปหมด…”
ด้านหลังคือหลินซื่อที่วิ่งตามกลับมาด้วย “ท่านแม่ รีบหาถังไม้มาเร็วเจ้าค่ะ มีปลามากมายจริง ๆ”
“ทำไมพวกเจ้าตื่นเช้ากันถึงเพียงนี้?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ
“ฮิๆๆๆ…เหล่าซื่อ (เจ้าสี่) อยากไปดูปลา ข้าเองก็นอนไม่หลับจึงตามไปดูด้วยเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อพูด
เย่อวี๋หรานมองสีท้องฟ้าที่ยังไม่เห็นแม้เงาของดวงอาทิตย์แล้วก็นับถือจริง ๆ พอมีของกินแล้วก็ต่างออกไปจริง ๆ สินะ
ดูสิ ไม่จำเป็นต้องให้นางไปเรียกด้วยซ้ำ แต่ละคนไปทำงานกันอย่างรู้หน้าที่
ในช่วงเวลาสั้น ๆ หลิ่วซื่อและหลิวซื่อที่ได้ยินข่าวก็วิ่งออกมาอย่างรีบร้อน เรียกหลินซานยา หลินซื่อยาและจูปาเม่ยมาด้วย แต่ละคนหอบหิ้วสิ่งของกันคนละไม้คนละมือ มุ่งหน้าไปทางแม่น้ำเล็ก ๆ สายนั้น
จากคำบอกกล่าวของหลี่ซื่อและหลินซื่อ แหนี้ดักปลาได้จำนวนมาก ต้องเอาถังไม้ไปขนกลับมา
แม้เย่อวี๋หรานจะตระหนักดีว่าคราวนี้ตนเองใช้อานุภาพของนิ้วทองคำคงจะต้องมีปลาไม่น้อย แต่ก็ยังไม่เห็นภาพว่าจะมีมากมายเท่าไหร่
จนกระทั่งนางตามทุกคนไปจนถึงริมแม่น้ำก็เห็นจูซาน จูซื่อ และจูอู่ลากแหขึ้นฝั่งมาแล้ว และกำลังไล่จับปลาที่ดีดดิ้นไปมาอยู่บนบก
“อ๊ะ หนีไปแล้ว ๆ พี่สาม หลุดไปแล้ว”
“ไอ้หยา น่าเสียดายเกินไปแล้ว ปลาตัวโตเลยนะนั่น!”
“ใช่น่ะสิ หนีไปได้เสียแล้ว”
……
ในมือคนทั้งหลายล้วนถือตะกร้าหรือถังไม้ ก่อนจะรีบเอาถังไปตักน้ำ แล้วกระวีกระวาดไปจับปลาที่กำลังจะหลุดจากแหมาใส่เอาไว้ในถังไม้
เรียกได้ว่ามีผลลัพธ์คับคั่งทีเดียว ผ่านไปครู่หนึ่ง ถังไม้ที่ใช้ตักน้ำในยามปกติก็มีปลาอยู่ครึ่งค่อนถัง
จูซาน จูซื่อ และจูอู่ยังกล่าวกับเย่อวี๋หรานว่า ตอนที่พวกเขาดึงแหขึ้นฝั่งเกือบจะลากขึ้นไม่ไหวกันเสียแล้วเพราะว่าหนักเกินไป
น่าเสียดายยิ่งนัก มีปลาตัวใหญ่เบิ้มตัวหนึ่งทำแหขาดหนีไปได้ ทั้งยังทำให้ปลาตัวอื่น ๆ หนีไปได้อีกหลายตัว
เย่อวี๋หรานมองรอยฉีกขาดนั้นก็พบว่าค่อนข้างใหญ่ทีเดียว
“อย่าโลภไปหน่อยเลย ปลาสามถังนี้พอให้พวกเราทั้งบ้านกินกันได้หลายวันแล้ว”
แต่ละคนยิ้มกว้างอย่างปีติยิ่งนัก สีหน้าสดใสกันถ้วนหน้า รู้สึกเหมือนได้กินลงท้องไปแล้วกระนั้น
เย่อวี๋หรานตัดสินใจบอกให้ลูกสะใภ้ทุกคนหยิบปลาคนละสองตัวเอาไปส่งบ้านมารดา แล้วให้จูปาเม่ยหยิบขึ้นมาสองตัวใส่ตะกร้าเอาไปส่งที่เรือนพ่อเฒ่าหลินและแม่เฒ่าหลิน
ปลาส่วนที่เหลือ มีบางส่วนที่ได้รับบาดเจ็บหรือตายไปแล้ว ต้องรีบนำไปทำอาหาร ส่วนตัวอื่นๆ ยังไม่ต้องรีบร้อนจัดการ สามารถเปลี่ยนน้ำเลี้ยงเอาไว้ก่อนได้
“ท่านย่า ข้าอยากกินลูกชิ้นปลาขอรับ”
“ท่านย่า ข้าก็อยากกิน”
“ท่านแม่ ตอนเย็นพวกเรากินลูกชิ้นปลากันเถอะ”
……
เย่อวี๋หรานมองไปยังปลามากมายเหล่านั้น เหตุใดจะไม่ตกลง?
จูซาน จูซื่อ และจูอู่ยังตั้งใจว่าจะซ่อมแหให้เสร็จก่อนเวลาฟ้ามืดวันนี้ พรุ่งนี้จะได้ไปจับปลาอีก
ถ้าทุกวันล้วนจับได้เยอะเช่นนี้จะดีงามเพียงไหน?
เย่อวี๋หรานได้ยินก็หัวเราะ “อย่าคิดเลย นี่เป็นครั้งแรก พวกปลาไม่เคยเผชิญเรื่องแบบนี้มาก่อนจึงค่อนข้างโง่งม แห่เข้ามาชนแหกันหมด แต่ถ้าทำหลายครั้งเข้า พวกเจ้าคอยดูแล้วกัน พวกมันจะเริ่มเรียนรู้ขึ้นมาแล้ว ไม่โง่เหมือนเดิมแน่นอน นอกจากนี้ พวกเจ้าจะจับมันก็ต้องให้พวกมันโตกันเสียก่อน ถึงจะได้โตจนสามารถเข้ามาติดแหได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เวลา”
“ถึงไม่เยอะเหมือนวันนี้ แต่จับกลับมาได้สักหลายตัวก็ได้นี่ขอรับ” จูซานไม่เกี่ยงงอนแม้แต่น้อย กล่าวว่า “จับได้แค่วันละสองสามตัวก็สบายแล้ว ถือว่าได้กินเนื้อทุกวันเหมือนกัน”
“ฮ่า ๆๆๆๆ…เจ้าเพิ่งจะกินลูกชิ้นปลาจึงคิดว่ามันอร่อย แต่ถ้าได้กินทุกวันก็เหมือนกับน้ำพริกใส่เนื้อนั่นแหละ ถึงตอนนั้นก็คงไม่อยากกินแล้ว” เย่อวี๋หรานพูด “แต่เนื้อปลาก็เอามาทำน้ำพริกได้เหมือนกัน เดี๋ยวพวกเราค่อยเอามาทำน้ำพริกขาย”
นอกจากลูกชิ้นปลาและน้ำพริกปลา ในสมองของนางยังปรากฏวิธีทำอาหารจากปลาอีกสารพัดรูปแบบ แทบอยากเปิดร้านอาหารเสียเดี๋ยวนั้น
แต่นางก็ทราบดีว่าหากขาดแคลนวัตถุดิบที่จำเป็น แม่ครัวหัวป่าก์ยังยากจะปรุงอาหารเลิศรสออกมาได้ นางเองก็ทำไม่ได้เช่นกัน
แม้พวกเขาจะหลีกเลี่ยงคนในหมู่บ้านแล้ว แต่ว่าครอบครัวสกุลจูเดี๋ยวส่งปลาไปเรือนนั้น เดี๋ยวส่งปลาไปเรือนนี้ คนในหมู่บ้านจะไม่มีใครได้ยินได้อย่างไร?
ผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อทยอยเข้ามาถามไถ่ “นี่ บ้านพี่ใหญ่เจ้าส่งปลามาให้พวกเจ้าหรือ?”
“บ้านพี่ใหญ่เจ้าร่ำรวยแล้วใช่หรือไม่ เหตุใดจึงเอาของมาส่งให้พวกเจ้าได้ทุกวัน?”
“ไม่เลวนี่นา รู้จักประจบพี่ชายแล้ว ข้าบอกแล้วว่าความเป็นอยู่ของพี่ชายเจ้าต้องไม่แย่แน่นอน เจ้าควรไปประจบตั้งนานแล้ว จะได้มีเนื้อกินไว ๆ จะรอถึงวันนี้ทำไม?”
“นี่ เจ้าช่วยข้าถามบ้านพี่ใหญ่เจ้าให้หน่อยสิ พวกเขามีปลาส่วนเกินบ้างหรือไม่? พวกข้าจะได้เอาข้าวสารไปแลก ข้าวสารของปีนี้ ใหม่ ๆ เลยนะ”
……
จูเหล่าซานกับจูเหล่าซื่อจะตัดสินใจแทนครอบครัวพี่ใหญ่ของพวกเขาได้อย่างไร แต่ละคนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดอะไรได้ไม่มาก บอกให้พวกเขาไปถามพี่สะใภ้ใหญ่ของตนเอง
ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้อยากมาสืบข่าวอะไรหรอก ก็แค่อิจฉาที่ผู้อื่นได้ปลามาเปล่า ๆ อยากจะหาเรื่องสักหน่อยเท่านั้น จึงจงใจพูดเช่นนั้นออกมา