ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 43 - มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 43 - มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง
บทที่ 43 – มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง
หน้าปกหนังสือเล่มนั้นแดงฉานราวกับเปลวไฟ
“ลูก มาดูนี่เร็ว”
โจวอวิ๋นฟางกวักมือเรียกเซี่ยตงให้นั่งลง พลางชี้ไปที่หน้าหนังสือ
“แม่ปรึกษากับพ่อแล้ว คะแนนขนาดนี้ ม.เจ้อเจียง หรือไม่ก็ ม.ถงจี้ น่าจะติดชัวร์ๆ”
“สองที่นี้อยู่ในมณฑลเรา หรือไม่ก็อยู่เซี่ยงไฮ้ข้างๆ นี่เอง ใกล้บ้าน พ่อกับแม่ดูแลสะดวก”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วพยักหน้า สนับสนุนเต็มที่ “ใช่ แม่แกพูดถูก”
“เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองใหญ่ โอกาสเยอะ แถมธุรกิจการเงินก็รุ่งเรือง ลูกไปเรียนการเงินหรือการจัดการ จบมาอนาคตไกลแน่”
เขาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริมว่า
“อย่างแย่ที่สุด กลับมาสืบทอดกิจการที่บ้าน ก็ยังดูมีความรู้ มีวิสัยทัศน์กว่าคนรุ่นพ่อ”
ในมุมมองของพวกเขา นี่คือแผนที่ชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่จะวาดให้ลูกชายได้
มหาลัยดัง คณะยอดฮิต ใกล้บ้าน
สมบูรณ์แบบ
เซี่ยตงนั่งฟังเงียบๆ ไม่ขัดจังหวะ
เขารู้ดีว่าความคิดของพ่อแม่เต็มไปด้วยความรักและความหวังดีตามประสาคนยุคนี้
แต่เส้นทางที่เขาจะเดิน มันช่างแตกต่างจากที่พวกเขาวาดฝันไว้อย่างสิ้นเชิง
“พ่อ แม่”
รอจนพวกเขาพูดจบ เซี่ยตงถึงค่อยๆ เอ่ยปาก
“เรื่องมหาลัยกับคณะ ผมคิดไว้แล้วครับ”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วกับโจวอวิ๋นฟางหันมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ
“อ้าว? ลูกคิดไว้แล้วเหรอว่าจะเรียนที่ไหน?” โจวอวิ๋นฟางถาม
แววตาของเซี่ยตงสงบนิ่งแต่หนักแน่น
“ปักกิ่ง”
“มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง (BUPT) คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี”
“หะ?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วอึ้งไปเลย
“ปักกิ่ง… มหาลัยอะไรนะ?”
“มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง” เซี่ยตงย้ำอีกครั้ง
ชื่อนี้สำหรับเซี่ยเจี้ยนกั๋วและโจวอวิ๋นฟางแล้ว มันช่างไม่คุ้นหูเอาเสียเลย
ในความรับรู้ของพวกเขา มหาวิทยาลัยดีๆ ในปักกิ่งมีแค่ชิงหวากับปักกิ่งเท่านั้น
“เอ่อ… ไอ้ไปรษณีย์โทรคมนาคมปักกิ่งเนี่ย มันโรงเรียนอะไรกัน?” โจวอวิ๋นฟางถามอย่างระมัดระวัง “เป็น 985 หรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ 985 ครับ เป็น 211” เซี่ยตงตอบ
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเย็นเยียบลงทันตาเห็น
คิ้วของโจวอวิ๋นฟางขมวดเข้าหากันแน่น
“ลูก… ไม่ได้เข้าใจอะไรผิดใช่มั้ย?”
“คะแนน 625 ทิ้งมหาลัยระดับท็อปอย่างเจ้อเจียงไปเข้าไอ้ 211 อะไรนั่นเนี่ยนะ?”
“แถมยังอยู่ตั้งปักกิ่ง ไกลขนาดนั้น ปีหนึ่งจะได้กลับบ้านสักกี่ครั้งกันเชียว”
สีหน้าของเซี่ยเจี้ยนกั๋วก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“เหลวไหล!”
เขาตบหนังสือคู่มือลงบนโต๊ะกาแฟเสียงดังปัง
“พ่อรู้นะว่าช่วงนี้แกทำร้านเถาเป่าหาเงินได้นิดหน่อย เลยเห่อคอมพิวเตอร์”
“แต่ความชอบก็ส่วนความชอบ อนาคตทั้งชีวิตก็คืออนาคต!”
“คอมพิวเตอร์ก็แค่นั่งเคาะโค้ดหน้าจอทั้งวันไม่ใช่เรอะ? จะไปมีความก้าวหน้าอะไร? อายุยังน้อยสายตาจะเสียหมด!”
“เชื่อพ่อ เรียนการเงิน หรือสถาปัตย์ อย่างแย่ก็วิศวะเครื่องกล นั่นแหละชามข้าวเหล็กของจริง!”
ปฏิกิริยาของพ่อแม่เป็นไปตามที่เซี่ยตงคาดไว้เป๊ะ
ในปี 2008 กระแสอินเทอร์เน็ตยังไม่ได้กลืนกินทุกสรรพสิ่ง คณะคอมพิวเตอร์ในสายตาผู้ใหญ่หลายคนก็คือ “ช่างซ่อมคอม” คืออาชีพที่ “หากินได้แค่ตอนหนุ่มสาว”
แถมชื่อ “มหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง” ฟังดูยังไงก็ไม่ขลังเท่า “มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง” หรือ “มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น”
เขาไม่รีบร้อนโต้แย้ง แต่ยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
จากนั้นก็เงยหน้า กวาดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและสับสนของพ่อแม่
“พ่อ แม่ ใจเย็นๆ ก่อน ฟังผมอธิบายช้าๆ นะ”
น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความสุขุมเกินวัย มีพลังบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องสงบลงและตั้งใจฟัง
เซี่ยเจี้ยนกั๋วกับโจวอวิ๋นฟางสบตากัน แม้จะยังไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมระงับอารมณ์ลงชั่วคราว
“ได้ แกพูดมา พ่อจะรอดูซิว่าแกมีความคิดดีๆ อะไร” เซี่ยเจี้ยนกั๋วกอดอก เอนหลังพิงโซฟา
เซี่ยตงเรียบเรียงคำพูด
“อย่างแรก ทำไมเราถึงเปิดร้านเถาเป่า?”
เขาโยนคำถามเปิดประเด็น
“ก็ไม่ใช่… เพื่อระบายของเล่นที่ค้างสต็อกในโรงงานเหรอ?” โจวอวิ๋นฟางตอบตามสัญชาตญาณ
“ใช่ เพื่อขายของ”
เซี่ยตงพยักหน้า
“แต่เราขายออกไปได้ด้วยวิธีไหน?”
“ด้วยคอมพิวเตอร์ ด้วยอินเทอร์เน็ต ถูกมั้ย?”
“เราไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจริงๆ ด้วยซ้ำ ก็ขายของเล่นไปได้ทั่วประเทศ แม้แต่รับเงินก็ยังทำผ่านออนไลน์”
“นี่แหละคือพลังของอินเทอร์เน็ต”
เขามองดูสีหน้าครุ่นคิดของพ่อแม่ แล้วพูดต่อ
“พ่อ แม่ เงินที่เราหาได้จากร้านเถาเป่าช่วงนี้ มากกว่ากำไรโรงงานครึ่งปีที่ผ่านมาซะอีก”
“เคยคิดมั้ยครับว่ามันหมายความว่ายังไง?”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วและโจวอวิ๋นฟางเงียบไป
นั่นสิ ประสบการณ์ในช่วงครึ่งเดือนมานี้มันกระแทกใจพวกเขาอย่างจัง
พวกเขาเห็นกับตาว่าสายแลนเส้นเดียวกับคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว สร้างความมั่งคั่งได้มากกว่าที่พวกเขาตรากตรำทำงานมาค่อนชีวิตเสียอีก
“มันหมายความว่า ยุคสมัยใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว”
น้ำเสียงของเซี่ยตงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ยุคนี้เรียกว่า ยุคอินเทอร์เน็ต”
“ในอีกสิบปี หรือยี่สิบปีข้างหน้า อินเทอร์เน็ตจะเป็นเหมือนน้ำและไฟฟ้า แทรกซึมไปอยู่ในทุกอณูชีวิตของพวกเรา”
“การช้อปปิ้ง, เข้าสังคม, ความบันเทิง, การเรียนรู้… ทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนโฉมด้วยอินเทอร์เน็ต”
“และคนที่กุมเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไว้ได้ ก็คือคนที่จะกุมอนาคต”
คำพูดของเขาเหมือนโยนหินก้อนยักษ์ลงไปในทะเลสาบที่สงบนิ่ง ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ถาโถมในใจของเซี่ยเจี้ยนกั๋วและโจวอวิ๋นฟาง
พวกเขาไม่เคยได้ยินคำพูดที่… “ล้ำสมัย” ขนาดนี้มาก่อน
แต่คำพูดเหล่านี้ดันไปสอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเจอมากับตัว ทำให้เถียงไม่ออก
“คณะคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ช่างซ่อมคอม และไม่ใช่กรรมกรเคาะโค้ด”
น้ำเสียงของเซี่ยตงเริ่มจริงจัง
“มันคือรากฐานของโมเดลธุรกิจทั้งหมดในอนาคต คือเครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง”
“เลือกคอมพิวเตอร์ ก็คือเลือกอนาคต”
เซี่ยเจี้ยนกั๋วสูดหายใจลึก เขาถูกคำพูดของลูกชายสะกดจนอยู่หมัด
เขารู้สึกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เด็กหนุ่มที่เพิ่งอายุสิบแปด แต่เป็นเจ้าสัวธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังชี้แนะทิศทางตลาด
“แล้ว… แล้วทำไมต้องไปปักกิ่ง? ทำไมต้องเป็นไอ้มหาลัย… ไปรษณีย์อะไรนั่นด้วย?”
โจวอวิ๋นฟางยังลังเล เรื่องระยะทางยังเป็นปมในใจเธอ
“คำถามนี้ถามได้ดีครับ”
เซี่ยตงยิ้ม
“แม่ครับ รู้มั้ยว่าเมืองหลวงของประเทศเราคือที่ไหน?”
“ปักกิ่งไง ใครจะไม่รู้”
“ใช่ ปักกิ่ง”
“ปักกิ่งไม่ได้เป็นแค่ศูนย์กลางการเมืองและวัฒนธรรม แต่ในอีกสิบปีข้างหน้า มันจะเป็นศูนย์กลางที่แท้จริงของอินเทอร์เน็ตจีน เป็นหัวใจของวงการไอที”
“เงินทุนมหาศาลที่สุด หัวกะทิระดับท็อป โอกาสในการเริ่มธุรกิจที่ดีที่สุด จะไปกองรวมกันอยู่ที่นั่น”
“เหมือนเราทำของเล่น ก็ต้องไปอี้อู ไปเฉิงไห่ เพราะที่นั่นคือศูนย์กลางอุตสาหกรรม”
“ผมจะกระโจนเข้าสู่วงการอินเทอร์เน็ต ผมก็ต้องไปอยู่ที่หัวใจของมัน”
แววตาของเซี่ยตงลุกโชน
“ส่วนทำไมต้องเป็นมหาวิทยาลัยไปรษณีย์และโทรคมนาคมปักกิ่ง…”
เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วงัดเอาคำเปรียบเทียบที่เตรียมไว้ออกมาใช้
“ถ้าบอกว่าชิงหวาหรือปักกิ่งคือจอมทัพในสายมหาลัยทั่วไป งั้น BUPT ก็คือแม่ทัพเอกในสายสื่อสารและคอมพิวเตอร์”
“ที่นี่มีฉายาว่า ‘โรงเรียนนายร้อยหวงผู่แห่งวงการไอทีจีน'”
“คนที่จบจากที่นี่ กระจายตัวอยู่ตามบริษัทอินเทอร์เน็ตและบริษัทสื่อสารชื่อดังทั่วประเทศ ก่อตัวเป็นเครือข่ายศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งและแน่นแฟ้นสุดๆ”
“นี่คือคอนเนกชัน คือทรัพยากรที่มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้”
“พ่อ พ่อทำธุรกิจ พ่อน่าจะเข้าใจคำว่า ‘วงการ’ กับ ‘คอนเนกชัน’ ดีกว่าผมนะ”