ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 63 - บุญคุณช่วยชีวิต
บทที่ 63 – บุญคุณช่วยชีวิต
เซี่ยตงลากเธอ ว่ายเข้าหาฝั่งสุดชีวิต
ระยะทางแค่สิบกว่าเมตร
รู้สึกเหนื่อยกว่าวิ่งพันเมตรซะอีก
ในที่สุด
เท้าเซี่ยตงก็เหยียบโดนโคลนก้นทะเลสาบ
เขาทั้งลากทั้งอุ้ม พาเธอขึ้นมาบนฝั่ง
ทั้งคู่หมดสภาพ ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนพื้นหญ้า
“แค่ก… แค่กๆๆ…”
ผู้หญิงคนนั้นนอนคว่ำหน้า สำลักน้ำออกมาหลายอึก ไอจนตัวโยน
เซี่ยตงนอนหงาย หน้าอกกระเพื่อมอย่างรุนแรง
ให้ตายสิ
เกือบได้ตายรอบสองตั้งแต่ยังหนุ่มแล้วไหมล่ะ
“คุณ… แค่กๆ… ไม่เป็นไรนะ?” เซี่ยตงถามปนหอบ
เธอไออยู่นานกว่าจะตั้งสติได้
เธอยันตัวลุกขึ้นนั่ง
แล้วเงยหน้าขึ้น
เซี่ยตงก็ลุกขึ้นนั่งเหมือนกัน
พอเห็นหน้าเธอชัดๆ เขาถึงกับอึ้ง
สวย
สวยชิบหาย
ใบหน้ารูปไข่ได้รูป ดวงตาอัลมอนด์กลมโตที่ตอนนี้ฉ่ำน้ำเพราะความกลัวและการสำลัก ดูน่าสงสารจับใจ
ขนตายาวงอนมีหยดน้ำเกาะพราว
อายุไม่มาก น่าจะยี่สิบต้นๆ
ผมยาวเปียกลู่แนบแก้มและไหล่ ไม่ได้ดูโทรม แต่กลับเพิ่มความเซ็กซี่เย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก
สายตาเซี่ยตงเลื่อนต่ำลงโดยอัตโนมัติ
เธอใส่เสื้อเชิ้ตชีฟองสีขาว
ตอนนี้เสื้อเปียกชุ่มแนบไปกับตัว
ผ้าบางๆ รัดรึงเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน
เผยให้เห็นสัดส่วนที่น่าตื่นตะลึง
โดยเฉพาะช่วงอก
เสื้อเชิ้ตโดนน้ำจนเกือบจะโปร่งใส
เสื้อในลูกไม้สีดำข้างใน…
เห็นชัดเป็นโครงร่าง
เห็นแม้กระทั่งลายลูกไม้
ความอวบอิ่มนั้นกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามจังหวะการหายใจหอบ และการไอ
เซี่ยตงรู้สึกคอแห้งผากทันที
ความร้อนวูบวาบแล่นจากท้องน้อยขึ้นมา
เขารีบเบือนหน้าหนี
อามิตตาพุทธ ไม่มองๆ
“ขอบคุณ… ขอบคุณค่ะ… แค่กๆ…” เธอพูด เสียงยังสั่นเครือ ปนเสียงสะอื้น
“มะ… ไม่เป็นไร” เซี่ยตงฝืนมองตาเธอ
“เป็นไงบ้าง? ลุกไหวไหม?”
“ฉ… ฉันนึกว่าจะตายซะแล้ว… ฉันว่ายน้ำไม่เป็น…”
“ตกลงไปได้ไงครับเนี่ย?”
“ฉันเป็นนักข่าวฝึกงานของ… สถานีโทรทัศน์เจ้อเจียง” เธอสูดจมูก “อีกสองวันจะมีงานแสดงพลุที่ซีหู ฉันเลยมาดูสถานที่ล่วงหน้า จะหาจุดตั้งกล้องดีๆ… แต่ขาพลิก…”
เธอพูดไป ลมเย็นยามพลบค่ำพัดมา เธอก็ตัวสั่นงันงก
เซี่ยตงนึกถึงเป้ของตัวเองขึ้นมาได้
เขาเดินไปหยิบเป้
โชคดีที่แถวนี้คนน้อย ไม่มีใครฉกของเขาไป
เขาโล่งอก ถ้าสูตรโกง (มือถือ) โดนขโมยไป คงขำไม่ออก
เขารูดซิปเป้ ค้นเอาเสื้อยืดสะอาดตัวหนึ่งออกมา
“คุณ… เปลี่ยนใส่นี่ก่อนเถอะ” เขายื่นเสื้อยืดให้ “ใส่เสื้อเปียกแบบนั้นดูไม่ค่อยดี แล้วเดี๋ยวจะเป็นหวัดด้วย”
“คะ?” เธอชะงัก
“ขอบคุณค่ะ…” เธอรับไป แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ
เธอมองซ้ายมองขวา แล้วชวนเซี่ยตงไปหลบมุมกำแพงที่ไม่มีคน
ฟ้ามืดแล้ว แต่บนทางเดินเล็กๆ ก็ยังมีคนเดินผ่านไปมาบ้าง
“ผม… ผมหันหลังให้” เซี่ยตงรู้งาน หันหลังกลับ
“ขอบคุณค่ะ”
ข้างหลังมีเสียงถอดเสื้อผ้าดังสวบสาบ
เสียงผ้าเสียดสีกับผิวหนัง
ในหัวเซี่ยตง อดไม่ได้ที่จะจินตนาการถึงลูกไม้สีดำเมื่อกี้
และผิวขาวผ่องนั่น
เขารีบสะบัดหัวไล่ความคิด
“เซี่ยตง แกคิดบ้าอะไรอยู่วะ”
“เสร็จแล้วค่ะ”
เซี่ยตงหันกลับไป
เธอสวมเสื้อยืดของเขาแล้ว
เสื้อยืดเขาเป็นทรงหลวม พอไปอยู่บนตัวผู้หญิงตัวเล็กๆ เลยโคร่งเหมือนชุดคลุม
ชายเสื้อยาวลงมาถึงกลางต้นขา
กระโปรงทำงานทรงสอบตัวสั้นของเธอก็เปียกแนบเนื้อ
แต่พอมีเสื้อยืดคลุมทับ
กลับกลายเป็นแฟชั่น “กางเกงหาย” (ใส่เสื้อตัวยาวคลุมกางเกงขาสั้น) ที่ดูยั่วยวนชะมัด
ขาคู่นั้น ขาวสว่างท่ามกลางความมืด
เรียวยาว ตรงเป๊ะ
“ผมชื่อเซี่ยตง” เซี่ยตงแนะนำตัวทำลายความเงียบ
“ฉ… ฉันชื่อซูหว่านฉิง” เธอตอบเสียงเบา ไม่กล้าสบตา
“เซี่ยที่เป็นฤดูร้อน ตงที่เป็นฤดูหนาว”
“หว่านที่แปลว่ากลางคืน ฉิงที่แปลว่าท้องฟ้าแจ่มใส”
“เอ่อ… เซี่ยตง” ซูหว่านฉิงเงยหน้า ดวงตาเป็นประกายจ้องมองเขา “วันนี้ ขอบคุณจริงๆ นะคะ!”
“ถ้าไม่ได้คุณ ฉัน… ฉันไม่รู้จะเป็นยังไง”
“เรื่องเล็กน้อยครับ” เซี่ยตงโบกมือ เตรียมหยิบเป้จะไป
ตัวเขาเองก็เปียกโชก ต้องรีบหาโรงแรมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
ในเป้เหลือเสื้อยืดตัวเดียว ให้เธอไปแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีเปลี่ยน ถ้าใส่ตอนนี้เดี๋ยวก็เปียกอีก พรุ่งนี้ไม่มีใส่พอดี
“เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป!” ซูหว่านฉิงรีบเรียก
“ดูคุณสิ เปียกหมดเลยเหมือนกัน”
“เสื้อคุณ… เดี๋ยวฉันซักคืนให้นะ”
“แล้วก็! คุณช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันต้องเลี้ยงข้าวคุณนะ!” น้ำเสียงเธอหนักแน่น
“ข้าวไม่ต้องหรอกครับ”
“ไม่ได้! ต้องเลี้ยง!”
ซูหว่านฉิงล้วงมือถือออกมาจากกระเป๋าสะพายใบเล็กที่เปียกชุ่มเหมือนกัน
มือถือสีชมพู
เธอกดปุ่มเปิดเครื่อง
เงียบกริบ
“…มือถือพังแล้ว” เธอหน้ามุ่ย
“ขอเบอร์คุณหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวฉันโทรหา!”
เซี่ยตงบอกเบอร์ไป
ซูหว่านฉิงท่องทวนสองรอบ
“จำได้แล้ว!”
“โอเค งั้นผมไปละ” เซี่ยตงสะพายเป้
“เดี๋ยว!” ซูหว่านฉิงเรียกอีก
“มีอะไรอีกครับ?”
“คุณ… คุณพักที่ไหน? ฉันจะได้เอาเสื้อไปคืนถูก”
“ผมมาหางโจวทำงาน ยังหาโรงแรมไม่ได้เลย”
“อ้าว?” ซูหว่านฉิงร้อนใจ “งั้นถ้าได้โรงแรมแล้ว ต้องบอกฉันนะ!”
“ได้ครับ” เซี่ยตงพยักหน้า แล้วเดินจากไป
ซูหว่านฉิงยืนมองแผ่นหลังของเซี่ยตงที่เดินห่างออกไป
เสื้อผ้าเปียกแนบเนื้อ เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและรูปร่างสมส่วนของเด็กหนุ่ม
เธอก้มมองเสื้อยืดตัวโคร่งบนตัว
ยังมีกลิ่นสบู่จางๆ ติดอยู่
หอมดี
หน้าของซูหว่านฉิง แดงขึ้นมาดื้อๆ
เซี่ยตงยืนตัวเปียกโชก เรียกแท็กซี่ริมถนน
คนขับมองกระจกหลัง
“พ่อหนุ่ม ลงไปเล่นน้ำในซีหูมาเหรอ?”
“…ประมาณนั้นครับ” เซี่ยตงตอบเลี่ยงๆ
“น้ำซีหูไม่สะอาดนะ ระวังหน่อย”
เซี่ยตงยิ้ม ไม่ตอบ
“พี่ครับ ไปข้างหน้านั่น… โรงแรมเว่ยจิงอินเตอร์เนชั่นแนล (Weijing International / Grand Metropark)”
เขาชี้ตึกสูงไม่ไกลนัก
ตอนนี้เขาไม่ขาดเงิน
พักโรงแรมสี่ดาว สบายมาก
เขาเข็ดกับ “การถ่ายทอดสด” ของโรงแรมรูหนูเมื่อวานแล้ว
ถึงโรงแรม
เซี่ยตงเดินตัวเปียกหยดติ๋งๆ เข้าไปในล็อบบี้อันหรูหรา
รอยยิ้มพนักงานต้อนรับแข็งไปนิดหนึ่ง แต่ยังรักษาความเป็นมืออาชีพ
“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า จองไว้หรือเปล่าคะ?”
“เปล่าครับ เปิดห้องหนึ่งห้อง”
“ได้ค่ะ รบกวนขอปัตรประชาชนด้วยค่ะ”
เปิดห้อง จ่ายเงิน รวดเร็ว
เขาถือคีย์การ์ด เดินเข้าลิฟต์ไปโดยไม่หันกลับมามอง
ทิ้งแผ่นหลังเปียกๆ ให้ผู้จัดการล็อบบี้มองตาม
ห้องใหญ่มาก
พรมหนานุ่ม
เตียง… แค่ดูก็รู้ว่านุ่ม
เซี่ยตงเดินไปเคาะผนัง
แน่นปึ้ก
เขาพยักหน้าพอใจ
คืนนี้ได้นอนหลับสบายแล้ว
เขาพุ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอุ่นอย่างสบายใจ
เปลี่ยนใส่เสื้อยืดสะอาดตัวสุดท้ายจากในเป้
ตากเสื้อผ้าเปียกไว้ในห้องน้ำ
เขาทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์ทั้งที่ขากางเกงยังไม่ได้ใส่
“สบาย…” เดินเที่ยวหางโจวมาทั้งวัน บวกกับเมื่อคืนไม่ได้นอน เซี่ยตงเผลอหลับไปไม่รู้ตัว…
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน โนเกียของเขาก็ดังขึ้น
เบอร์แปลกจากหางโจว