ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที - บทที่ 64 - ผู้มีพระคุณเป็นแค่เด็ก ม.ปลาย
- Home
- ย้อนเวลาพร้อมมือถือเทพ สู่บัลลังก์เจ้าพ่อไอที
- บทที่ 64 - ผู้มีพระคุณเป็นแค่เด็ก ม.ปลาย
บทที่ 64 – ผู้มีพระคุณเป็นแค่เด็ก ม.ปลาย
เซี่ยตงกดรับ
“ฮัลโหล สวัสดีครับ”
“ฮัลโหล! นั่น… นั่นเซี่ยตงหรือเปล่า?”
เสียงผู้หญิง ใสแจ๋ว แฝงความลังเลนิดๆ
“ผมเอง”
“ว้าว! เป็นคุณจริงๆ ด้วย! ฉันซูหว่านฉิงนะ!”
เสียงปลายสายตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“อ๋อ คุณเองเหรอ” เซี่ยตงยิ้ม “ถึงบ้านแล้วเหรอครับ?”
“ถึงตั้งนานแล้ว! เอ่อ… เซี่ยตง คุณหาที่พักได้ยัง?”
“ได้แล้วครับ เข้าพักแล้ว”
“ค่อยยังชั่ว! ค่อยยังชั่ว!” ซูหว่านฉิงถอนหายใจโล่งอก
“คุณ… คุณว่างไหมตอนนี้? ฉันจะเลี้ยงข้าวคุณ! ต้องเลี้ยงให้ได้!”
เซี่ยตงดูนาฬิกา
เกือบหนึ่งทุ่ม
หิวพอดี
“ก็ได้ครับ”
“เย้! คุณพักโรงแรมไหน? เดี๋ยวฉันรีบไปหา!”
เซี่ยตงบอกชื่อโรงแรม
“เว่ยจิงอินเตอร์ฯ? ว้าว บังเอิญจัง ฉันก็พักอยู่แถวนี้! รอแป๊บนะ สิบนาทีถึง!”
วางสาย “ปุ๊บ”
เซี่ยตงถือมือถือ ขำไม่ออก
แม่สาวคนนี้ ใจร้อนชะมัด
เพิ่งรอดตายจากประตูนรกมา ยังคึกได้ขนาดนี้
เขาลุกจากเตียง ส่องกระจกจัดทรงผมหน่อย
เด็กหนุ่มในกระจก หน้าตาเกลี้ยงเกลา
แค่เสื้อผ้ายับไปหน่อย
ช่างเถอะ ฮีโร่ช่วยคน ไม่ต้องห่วงหล่อมากก็ได้
เซี่ยตงลงมานั่งรอที่โซฟาล็อบบี้ได้ไม่นาน
แท็กซี่คันหนึ่งก็มาจอดหน้าโรงแรม
ประตูเปิด
เรียวขาขาวสว่างก้าวลงมาก่อน
ตามด้วยซูหว่านฉิง
ตาเซี่ยตงเป็นประกาย เธอเปลี่ยนชุดแล้ว
ไม่ใช่ชุดทำงานที่ดูทุลักทุเลเมื่อตอนบ่าย
แต่เป็นเดรสสีเหลืองอ่อน
คอวี เผยให้เห็นไหปลาร้าสวยกำลังดี
ชายกระโปรงอยู่เหนือเข่า
ดูออกเลยว่าตั้งใจแต่งตัวมา
แต่งหน้าบางๆ
ผมเป่าแห้งแล้ว ปล่อยสยายเคลียไหล่
ความตกใจเมื่อตอนบ่ายหายไปหมดสิ้น
แทนที่ด้วยความสดใสเจิดจ้า
“เซี่ยตง!”
เธอวิ่งเหยาะๆ เข้ามา ยิ้มกว้าง
“รอนานไหม?”
“ไม่ครับ เพิ่งลงมา”
“ไปกันเถอะ! อยากกินอะไร? แถวนี้ถิ่นฉัน!” ซูหว่านฉิงตบไหล่เซี่ยตงอย่างเป็นกันเอง
“แล้วแต่เจ้าภาพเลยครับ”
“งั้น… ไปกิน ‘จือเว่ยกวน’ (Zhiweiguan) ไหม? อาหารหางโจวแท้ๆ!”
“ได้ครับ”
ทั้งคู่เดินออกจากโรงแรมพร้อมกัน
ร้าน “จือเว่ยกวน” คนแน่นเอี๊ยด
ซูหว่านฉิงน่าจะเป็นลูกค้าประจำ หาโต๊ะริมหน้าต่างได้ไวมาก
“ปลาซีหูเปรี้ยวหวาน (West Lake Vinegar Fish), กุ้งหลงจิ่ง (Longjing Shrimp), หมูตงโพ (Dongpo Pork), ซุปปลาซ่งเซ่า… แล้วก็ฟองเต้าหู้ทอด (Xiangling)”
ซูหว่านฉิงสั่งรวดเดียวเป็นชุด
“ขอเหล้าเหลือง (Huangjiu) ขวดนึงด้วยค่ะ”
เซี่ยตงวัยสิบแปด ตั้งแต่เกิดใหม่มา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้กินข้าวสองต่อสองกับสาวสวยขนาดนี้ หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงขึ้นมานิดหน่อย
โดยเฉพาะใบหน้านั้น ภายใต้แสงไฟอบอุ่นของร้านอาหาร ผิวขาวจนแทบจะโปร่งแสง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำคู่นั้นมองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้ม
“ต้องขอบคุณคุณจริงๆ นะ เซี่ยตง” ซูหว่านฉิงยกถ้วยชาขึ้น “ขอใช้ชาแทนเหล้า ดื่มให้ผู้มีพระคุณ”
เสียงเธอเพราะมาก สำเนียงอู๋นุ่มนวล เหมือนอมลูกกวาดไว้ในปาก
เซี่ยตงรีบยกถ้วยชาตัวเองขึ้นชน
“เกรงใจไปแล้วครับ”
“สมควรแล้วค่ะ”
“คุณเป็นผู้หญิง ไปเดินสำรวจพื้นที่ริมซีหูคนเดียว ไม่ระวังเลยนะ” เซี่ยตงจิบชา เป็นชาหลงจิ่ง แต่น่าจะเป็นเกรดธรรมดา รสฝาดนิดๆ
“เฮ้อ อย่าพูดถึงเลย” ซูหว่านฉิงแลบลิ้น ท่าทางน่ารักน่าชัง
“ทางสถานีจะมีการถ่ายทอดสดงานดอกไม้ไฟ ฉันเป็นเด็กฝึกงาน อยากหาจุดตั้งกล้องดีๆ เลยกะว่าจะไปดูลาดเลาก่อน”
“ใครจะไปรู้ว่ารั้วกั้นตรงนั้น… มันหลวม!”
“พอพิงปุ๊บ หงายหลังร่วงเลย”
เธอตบหน้าอกตัวเองเบาๆ คอเสื้อเผยอขึ้นนิดหนึ่ง เซี่ยตงเห็นขอบลูกไม้สีอ่อนแวบๆ
เขารีบเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง
“อันตรายจริงๆ”
“ใช่ไหมล่ะ!” ซูหว่านฉิงยังสยองไม่หาย “ตอนตกลงไป หัวสมองขาวโพลนไปหมด นึกว่าจะต้องมาจมน้ำตายในซีหูซะแล้ว”
“น้ำซีหูไม่ลึกหรอกครับ” เซี่ยตงปลอบ
“แต่ฉันว่ายน้ำไม่เป็นนี่นา!”
“……”
เซี่ยตงเถียงไม่ออก นี่มันจุดตายจริงๆ
“โชคดีที่คุณโผล่มา” ซูหว่านฉิงมองเขาตาแป๋ว “คุณว่ายน้ำเก่งมาก แล้วก็… สุขุมสุดๆ”
“ตอนนั้นฉันตกใจจนตะเกียกตะกายมั่วซั่ว เกือบจะลากคุณจมไปด้วยแล้ว”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” เซี่ยตงยิ้มถ่อมตัว
ชาติที่แล้วอยู่ไซต์งาน หน้าร้อนทางโครงการพาไปว่ายน้ำที่เขื่อนบ่อยๆ ฝีมือว่ายน้ำเขาใช้ได้เลย
“จริงสิ” จู่ๆ ซูหว่านฉิงก็โน้มตัวเข้ามา กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก
“เซี่ยตง”
“ครับ?”
“คุณ… อายุเท่าไหร่?”
เซี่ยตงกำลังคีบหมูตงโพ ชะงักกึก
น้ำมันจากชิ้นหมูหยดติ๋ง
เขารู้ว่าคำถามนี้ต้องมา
ไม่ว่าจะเป็นความเยือกเย็นตอนช่วยคน หรือการพูดจาที่ดูนิ่งเกินวัย มันไม่เหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป
“ลองทายดูสิครับ?” เซี่ยตงส่งหมูเข้าปาก
“อืม…” ซูหว่านฉิงเท้าคาง เอียงคอพิจารณาเขา
คอระหง ขาวผ่อง
“ดูหน้าเด็กมาก ผิวดีจัง เหมือนพิธีกรหญิงที่สถานีเลย”
เซี่ยตงเกือบสำลักหมู
“แค่กๆ… ผมผู้ชายนะครับ”
“รู้แล้วน่า” ซูหว่านฉิงหัวเราะ เห็นเขี้ยวเล็กๆ สองข้าง “แต่ดูที่คุณมาหางโจวคนเดียว พักโรงแรมหรู การพูดการจาก็ไม่เหมือนนักเรียน”
“ฉันทายว่า… ยี่สิบสี่? หรือยี่สิบห้า?”
“เพิ่งจบใหม่ทำงานได้ปีสองปี มาหางโจวดูงาน?”
เซี่ยตงกลืนหมูลงคอ เช็ดปาก
เขาถอนหายใจ
“ผมบอกไป คุณอย่าตกใจนะ”
“จะเวอร์ขนาดนั้นเลย?” ซูหว่านฉิงไม่เชื่อ
“ผมเพิ่งสอบเอ็นฯ เสร็จ”
“……”
รอยยิ้มบนหน้าซูหว่านฉิงแข็งค้าง
ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ปากเล็กๆ เผยอค้าง ยัดกุ้งหลงจิ่งเข้าไปได้ทั้งตัว
ผ่านไปประมาณห้าวินาที
“พรู๊ด——”
ชาหลงจิ่งที่เพิ่งจิบเข้าไป เกือบจะพ่นใส่หน้าเซี่ยตง
“แค่ก… แค่กๆ… คุณ… คุณว่าไงนะ?”
“เพิ่งสอบเอ็นฯ เสร็จครับ” เซี่ยตงย้ำอย่างจนใจ “อายุสิบแปด ตามบัตรประชาชน”
“มะ… ไม่จริง…” ซูหว่านฉิงลูบอกตัวเอง มองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“สิบแปด?”
“คุณ… เด็กจบ ม.ปลาย อายุสิบแปด?”
“วิ่งมาหางโจวคนเดียว?”
“แล้วโดโดน้ำลงไปช่วยฉันเนี่ยนะ?”
“แถม…” เธอชะงัก “ตอนช่วยคนเสร็จ ปฏิกิริยาคุณมันนิ่งเกินไปไหม!”
เธอนึกถึงตอนเซี่ยตงลากเธอขึ้นฝั่ง เขาแค่หอบนิดหน่อย แล้วสั่งให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างมีสติ แถมยังถอดเสื้อตัวเองให้เธออีก
ความนิ่งระดับนั้น เธอคิดว่าอย่างน้อยต้องเป็นผู้ชายวัยสามสิบอัพ
“คุณเด็กกว่าฉันอีกเหรอเนี่ย!” ซูหว่านฉิงหวีดร้อง
“พี่หว่านฉิงอายุเท่าไหร่ครับ?” เซี่ยตงแกล้งถาม
“ฉันยี่สิบสอง เพิ่งจบ เพิ่งมาทำงานที่สถานีได้ไม่นาน” ซูหว่านฉิงทำหน้ามุ่ย “ฉันโดนน้องชายที่เด็กกว่าช่วยชีวิตไว้เหรอเนี่ย”
เซี่ยตงยิ้ม “ช่วยคนไม่เกี่ยวกัยอายุหรอกครับ”
“ก็ไม่ใช่อยู่ดี!” จุดโฟกัสของซูหว่านฉิงเริ่มเป๋ “คุณเพิ่งสอบเสร็จ ไม่อยู่บ้าน มาทำอะไรที่หางโจว?”
“มาดูงานคนเดียว?”
“ที่บ้านใจกล้าไปไหม”
เซี่ยตงคิดในใจ อายุสมองผมแก่กว่าคุณเป็นสิบปีเถอะ
“ไม่ได้มาเที่ยวครับ” เซี่ยตงอธิบาย
“ที่บ้านผมเปิดโรงงาน ทำของเล่น”