ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1021 ร่างที่ท่องผ่านสายธารแห่งกาลเวลามาอย่างยาวนาน
บทที่ 1021 ร่างที่ท่องผ่านสายธารแห่งกาลเวลามาอย่างยาวนาน
ท่ามกลางสายตาของฉู่โม่วที่สอดส่องออกไปแสงศักดิ์สิทธิ์ยังคงแปรสภาพอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งมันก็รวมกันเป็นภาพที่มีรายละเอียดในที่สุด มันเป็นภาพของร่างร่างหนึ่ง
ภาพหลังของคนผู้หนึ่งที่ประดับไว้ด้วยความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม มันเป็นความยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจอธิบายเป็นคำพูดได้
เสมือนจักรพรรดิของทุกยุคสมัย อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง ไม่ว่าใครที่ได้พบเจอ ต่างก็ต้องคุกเข่าลงกับพื้นและร่ำร้องสรรเสริญ
ฉู่โม่วพยายามถ่างตาของตนให้กว้างเพื่อดูภาพนี้ให้ชัดเจน
ทว่าเขาก็มองเห็นภาพนี้ไม่ได้ชัดเจนนัก อนึ่งเพราะภาพนี้เกิดจากการผสมผสานเข้ากับรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ มันจึงไม่ชัดเจนมากนัก หรือบางทีอาจเป็นเพราะบางสิ่งพยายามปกปิดมันไว้ ขนาดที่เขาพยายามมองให้ชัดแล้ว แต่ก็ยังให้ความรู้สึกเหมือนมองดอกไม้ในสายหมอก ยากเกินกว่าจะเก็บรายละเอียดได้จริง ๆ
ซู่ม!
ตอนนั้นเอง ภายในภาพ สายน้ำกาลเวลาก็ได้หลั่งไหลออกมาสู่ด้านนอก เกิดเป็นห้วงมิติที่ไร้ที่สิ้นสุด มันน่าเกรงขามและหาเขตปลายไม่ได้ อย่างกับว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้กาลเวลาและชีวิตจะผันเปลี่ยนไปก็ตาม
สายน้ำที่ทอดยาวนี้เต็มไปด้วยอายุขัยของสรรพสิ่ง มันเปรียบเสมือนประวัติศาสตร์ของกาลเวลา คลื่นน้ำที่กระเพื่อมไหวเล็กน้อย บางครั้งสามารถทำให้เห็นห้วงเวลาอดีตของสรรพสิ่งได้อย่างรางเลือนในหยดน้ำที่หลั่งลงมานี่คืออายุขัย!
สายน้ำที่อุดมไปด้วยโชคชะตาของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน หากพลังแห่งกฎเกณฑ์ไม่ถูกลบล้าง มันจะหลั่งไหลไปเรื่อย ๆ เพื่อนำพาไปสู่อนาคตที่ยังไม่ถูกกำหนด
ภายในสายน้ำแห่งกาลเวลานี้ ยากมากจะมีชีวิตใดหนีรอดไปได้
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นคนเก่ง คนสวยหรือคนที่โชคดีขนาดไหนที่เล็ดลอดออกไปได้ แต่ยามที่พวกเขาเผลอกลับมามองยังผิวน้ำของธารเวลานี้ คลื่นน้ำที่ซัดไปกับชายฝั่ง จะนำพาคนเหล่านั้นกลับมายังธารน้ำที่หลั่งไหลอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี้อีกครั้ง และจะยังมากขึ้นในการดิ้นรนสู้
นี่คือทฤษฎีที่มีมาอย่างช้านาน
แต่ตอนกลางของสายน้ำแห่งกาลเวลาที่ยิ่งใหญ่ จู่ ๆ ก็ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งที่ต้านกระแสน้ำ ซึ่งนำพาไปสู่อนาคตเบื้องหน้าเอาไว้ เท้าที่หยั่งลงไปในสายธาร ทำให้ร่างยืนตระหง่านไม่ไหวติงแม้น้ำจะไหลเชี่ยวขนาดไหนก็ตาม
เขาดูเหมือนกำลังมองหาบางสิ่งอยู่พักหนึ่ง ดวงตาของเขาก็เปล่งแสงออกมา เจ้าตัวพลันยื่นมือไปคว้าหยดน้ำที่กำลังหลั่งลงมาไว้ด้วย
ซู่!
หยดน้ำที่ไหลลงมาบนมือนั้น กลายสภาพเป็นภาพชีวิตของสิ่งมีชีวิตตนหนึ่ง
ฉู่โม่วมองไปยังสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมือของชายผู้นั้น ซึ่งเป็นภาพอันเกิดจากน้ำที่หยดลงมา… มันกลับกลายเป็นว่า นั่นคืออดีตของตัวเขาเอง!
“น-นี่มัน…”
สีหน้าของฉู่โม่วพลันเปลี่ยนไป ดวงตาของเขาสั่นคลอนและเผยความหวาดกลัวราวกับเจอผี
อดีตของเขาที่หลั่งไหลอยู่ในธารแห่งกาลเวลา ถูกคนที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาขัดขวางไว้ในสายธาร!
คนคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่!?
ฉู่โม่วรู้สึกไม่ดีขึ้นมาในใจ
ถึงแม้เขาจะไม่รู้ถึงตัวตนของชายที่เข้ามายังสายธารแห่งกาลเวลาคนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนคนนี้จะอันตรายขนาดไหน การกระทำของอีกฝ่ายนั้นไม่เป็นผลดีกับเขาแน่นอน
“หรือนี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ปกติ?”
ฉู่โม่วขมวดคิ้วเบา ๆ
หากเป็นเช่นนั้น ก็น่าจะอธิบายได้แล้วว่าทำไมเขาถึงตรวจจับความผิดปกติไม่ได้เลยแม้จะใช้วิธีต่าง ๆ มากมาย
ตัวตนของชายผู้แหวกว่ายไปในธารน้ำแห่งกาลเวลานี้อยู่ในระดับที่เหนือจินตนาการ ความแข็งแกร่งเกินกว่าจะคาดคิดไหว รวมถึงวิธีการฝึกฝนให้ได้เช่นนั้นก็ยังไม่ปรากฏอีก
“อืม…น่าสนใจนี่”
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจับตามอง ร่างที่อยู่ในสายธารแห่งกาลเวลาก็ดูจะรู้สึกถึงอะไรได้บางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองมายังชายหนุ่ม
ริมฝีปากของอีกฝ่ายขยับ มันชัดเจนว่าฉู่โม่วกับเขาไม่ได้อยู่ในมิติและห้วงเวลาเดียวกันกับอีกฝ่าย ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังได้ยินเสียงของร่างนั้นได้
แกร๊ก!
ขณะที่ถ้อยคำนั้นสะท้อนดังมา ภาพอันเกิดจากรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มแตกร้าวในทันใด
และตอนนั้นเอง พร้อม ๆ กันกับที่ภาพเบื้องหน้าแตกสลายกลายเป็นความมืด ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ว่า ร่างยิ่งใหญ่ผู้หันหลังให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ก็ดูจะรับรู้ถึงสิ่งนี้ด้วย ฉู่โม่ว และอีกฝ่ายยื่นมือเข้าหากันราวกับจะไขว่คว้า ชายหนุ่มอยากจะคว้าร่างที่มากด้วยประสบการณ์ตลอดหลายปีนั้นเอาไว้
วินาทีที่น่าตกตะลึง
ฉู่โม่วมองเห็นบางอย่างที่ไม่คาดคิดในร่างของอีกฝ่าย บางสิ่งที่เหนือการคาดเดา
หัวใจของชายหนุ่มมีร่องรอยของความวิตกกังวลที่ลึกล้ำจนไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้
…
ทุกภาพเลือนหายไปจนหมด ทุกสิ่งเบื้องหน้าฉู่โม่วกลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง ทว่าอารมณ์ของเขากลับสงบลงไม่ได้เป็นเวลานาน
ผู้ข้ามเข้ามายังสายธารแห่งกาลเวลาและนำอดีตของเขาขึ้นมานั้นคือใคร?
เป้าหมายของอีกฝ่ายจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่?
และชายยิ่งใหญ่ที่หันหลังให้กับสิ่งมีชีวิตนี้ แท้จริงแล้วเป็นศัตรหรือมิตร?
ความลึกลับมากมายปกคลุมความคิดเข้าไว้ ทำให้ฉู่โม่วคิดสิ่งอื่นไม่ออกอยู่ชั่วขณะ รวมถึงควบคุมร่างกายตนเองด้วย
ตลอดมา เขาเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์มากมายนับไม่ถ้วน
มีหลายครั้งที่เฉียดตาย และก็มีหลายครั้งที่ตกที่นั่งลำบาก
ทว่าฉู่โม่วก็ไม่เคยวิตกกังวล ชายหนุ่มใจเย็นและหาทางรอดจากสถานการณ์เลวร้ายพวกนั้นได้เสมอ นั่นเพราะเขารู้ถึงวิธีการขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าได้ทันที
ทว่าตอนนี้ เขากลับต้องงุนงงเล็กน้อย
เพราะศัตรูที่เผชิญหน้าในครั้งนี้ ชายหนุ่มไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเจอเข้ากับอะไร
สิ่งเดียวที่รู้คือ อีกฝ่ายสามารถข้ามธารน้ำแห่งกาลเวลาและหยิบเอาโชคชะตาในอดีตของสิ่งมีชีวิตขึ้นมาจากสายธารได้
ด้วยสิ่งนี้ ทำให้ฉู่โม่วตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายว่าน่าเกรงขามขนาดไหน มันอยู่เหนือศัตรูทุกคนที่เขาเคยเจอมาตั้งแต่อดีต
‘ใจเย็นเข้าไว้!’
‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องมีสติ!’
ฉู่โม่วบังคับให้ตัวเองใจเย็นลง เพื่อจะทำให้หัวใจเขาสงบลงด้วย
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ความรู้สึกก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย รวมถึงความคิดที่ยังไม่แตกฉานทั้งหลายก็ค่อย ๆ ถูกขจัดไปด้วย
“ความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นอยู่เหนือการคาดเดาของฉันมาก ไม่มีอะไรที่ฉันพอจะสู้เขาได้เลยในตอนนี้”
“หากอีกฝ่ายเป็นภัยคุกคามของฉันจริง ๆ ฉันคงจะตายไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ฉันยังคงอยู่และมีลางสังหรณ์ด้วย นั่นหมายถึง อีกฝ่ายไม่ได้มีหลักการใดเป็นพิเศษ …อย่างน้อยที่สุด เขาก็เก็บช่วงเวลาในอดีตของฉันจากสายธารแห่งกาลเวลาได้ ยังไงธารน้ำนี้ก็ไม่มีที่สิ้นสุดอยู่แล้ว”
ฉู่โม่ววิเคราะห์อยู่เงียบ ๆ
ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ว่าศัตรูเป็นใคร ไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายอยู่ระดับขั้นไหน แต่เขาก็พอจะเดาได้ถึงเบาะแสจากสถานการณ์ปัจจุบันนี้
แน่นอน
นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะนิ่งนอนใจได้
สิ่งนี้กลับทำให้ฉู่โม่วต้องเร่งมือให้มากกว่าเดิม เขารู้สึกกระวนกระวาย
ตัวตนที่สามารถก้าวเข้าไปในธารแห่งเวลาได้ ทำได้แม้กระทั่งคว้าอดีตขึ้นมา สิ่งนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ศัตรูธรรมดาทำได้แน่ ๆ หากอีกฝ่ายคิดจะมาเผชิญหน้าเขาจริง ๆ ไม่สิ อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องมาด้วยซ้ำ เขาเพียงลบตัวตนของชายหนุ่มออกจากสายธารแห่งกาลเวลา ในที่สุดเขาก็จะหายไปเอง
และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า
นั่นคือเหล่าเครือญาติและพวกพ้องที่ได้พบเจอ จะไม่มีใครจดจำเขาได้อีก สิ่งนี้ไม่ต่างอะไรกับการที่เขาไม่เคยมีตัวตนมาก่อน
ภายใต้ความคิดแบบนี้ จะไม่ให้ฉู่โม่วกระวนกระวายได้อย่างไร?
ฝึกฝน!
จักรพรรดิเทวะยุทธ์ยังคงไม่เพียงพอ! ต่อให้เป็นมหาจักรพรรดิก็ยังไม่เพียงพอ
ฉันจะต้องฝึกฝนเพื่อก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นกว่านี้ สยบทุกความลึกลับและศัตรูทุกคน จากนั้นก็จะได้รู้ถึงความจริงที่อยู่เบื้องหลังพวกนั้น!