ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1022 เผ่าพันธุ์มนุษย์ปัจจุบันนี้!
บทที่ 1022 เผ่าพันธุ์มนุษย์ปัจจุบันนี้!
ฉู่โม่วค่อย ๆ ตั้งใจใหม่อีกครั้ง
เขาไม่เคยต้องการจะเร่งรีบที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วเท่าวันนี้มาก่อน แต่การเร่งรีบเกินไปก็จะมีแต่ทำให้การฝึกนั้นไม่สำเร็จ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ฝึกฝนทันที
หนทางแห่งจิตวิญญาณที่ฝึกฝนนั้นราบรื่นในสายตาเขา หรือแม้แต่ขั้นมหาจักรพรรดิก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
เพราะงั้น เขาสามารถฝึกฝนไปทีละขั้น ๆ ได้และระหว่างนั้นก็ยังสามารถหาลู่ทางพัฒนาความแข็งแกร่งให้มากขึ้นไปได้อีก เพราะงั้นไม่ว่าอย่างไรเขาก็สามารถก้าวขึ้นเป็นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้อยู่แล้ว
‘กลับไปที่ดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ก่อนก็แล้วกัน’
‘จากนั้นก็กลับไปหาเผ่าพันธุ์มนุษย์ ไปเจอซีเวยแล้วก็เจ้าตระกูลหมัว เอาสมบัติไปให้พวกเขาแล้วก็ค่อยไปหาโอกาสดี ๆ ที่จักรวาลต่อ!’
ฉู่โม่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วจัดการตามแผน
เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นมีขนาดเล็กมาก
แม้เป็นทั่วทั้งกลุ่มดาวกันย์หรือกลุ่มดาวอสรพิษสวรรค์ก็ยังถือว่าเล็กไปเช่นกัน!
มีเพียงการท่องออกไปยังจักรวาลอันไกลโพ้น ลึกลงไปจนกระทั่งถึงจุดที่ถูกเรียกว่า ชายขอบจักรวาล มีเพียงที่นั่นเท่านั้นที่เขาจะแสดงแสนยานุภาพของพลังตนเองได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม
คิดไว้เช่นนั้น
ฉู่โม่วก็ไม่ได้หยุดพักนานนัก เขากลายสภาพเป็นลำแสงแล้วมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ตั้งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทันที
…
ทางช้างเผือก
ปัจจุบันนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถครอบครองดาราจักรได้มากถึงเจ็ดระบบแล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาใหญ่ ๆ อีกมากมายด้วย มีผู้ปลุกพลังเผ่ามนุษย์สามารถฝังร้อยเท้าไว้บนดาราจักรที่เผ่าพันธุ์อื่นทำได้ แลกเปลี่ยนค้าขายสินค้าพิเศษของเผ่าพันธุ์ให้กับเผ่าอื่น ๆ เพื่อจะได้มาซึ่งสมบัติที่แปลกแตกต่าง
สถานการณ์เช่นนี้
ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เติบโตอย่างมากเลยทีเดียว
ผู้ปลุกพลังในขอบเขตเทพเจ้าก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุก ๆ ปี เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มแบบทวีคูณทุก ๆ ปีเลยก็ว่าได้ มีผู้ปลุกพลังจำนวนมากถึงอยู่ในขั้นเทวะยุทธ์และมหาเทวะยุทธ์กันแล้ว หรือแม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ก็มีแล้วเหมือนกัน ในช่วงเวลานี้ นับได้ว่าพวกเขาเติบใหญ่กันแบบก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก
และสิ่งที่น่าจับตามองที่สุด
บรรพชนหมัวแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ได้เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผ่านทักษะวิชาจักพรรดิ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพัฒนาขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้จากที่เป็นราชันย์เทวะยุทธ์ระดับสุดยอดอยู่!
ส่วนผลแห่งวิถีที่เขาจำเป็นต้องพัฒนาให้อยู่ในระดับจักรพรรดินั้น ก็ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
สิ่งนี้พูดได้เลยว่าหายากมาก ๆ ในเขตแดนของมนุษย์ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีอยู่ด้วย
แต่หลังจากมนุษย์ได้พัฒนาจนถึงดาราจักรชูเฉิน พวกเขาก็บังเอิญได้รับชิ้นส่วนผลแห่งวิถีมาจากเขตแดนลับ และสิ่งนี้ก็ช่วยแก้ปัญหาที่บรรพชนหมัวติดขัดอยู่ได้ด้วย
ดังนั้นแล้ว เขาจึงสามารถขยับขึ้นเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้!
วันนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้มีจักรพรรดิเทวะยุทธ์ถึงสองคนแล้ว มีมากกว่าเจ้าผู้ครอบครองดาราจักรกลุ่มดาวกันย์อย่างเจ้าแห่งเผ่าพันธุ์นารีเสียอีก!
แน่นอน ประมุขแห่งเผ่าพันธุ์นารีผู้เป็นแม่บุญธรรมให้กับพวกเธอทุกคนนั้น ก้าวข้ามไปสู่เป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว
ท่ามกลางจักรพรรดิเทวะยุทธ์ทั้งสองคนจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ หนึ่งในพวกเขาพัฒนาตนเองขึ้นมาจากผลแห่งวิถี และถือเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับล่าง ส่วนเจ้าตระกูลหมัวที่เพิ่งทลายขีดจำกัดได้ ปัจจุบันนี้ขั้นของเขายังไม่นิ่งสมบูรณ์นัก
นอกจากนี้ เวลาในการเติบโตของเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นค่อนข้างสั้น และรากฐานของพวกเขาก็ไม่ใช่เทวะยุทธ์ดั่งเผ่าพันธุ์นารีด้วย
เพราะงั้นหากมีปัญหากันขึ้นมาจริง ๆ ยังไงเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ไม่อาจเป็นศัตรูได้อยู่ดี
แต่เผ่าพันธุ์จำนวนมากทั่วทั้งดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ ต่างก็เข้าใจถึงบทบาทของเผ่าพันธุ์มนุษย์กันได้เป็นอย่างดี พวกเขาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บางทีการที่พวกเขาไม่เข้ามาก้าวก่ายการพัฒนาของมนุษย์ในตอนนี้ และปล่อยให้มนุษย์เติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง จะทำให้เผ่าพันธุ์นารีมีโอกาสได้เป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในภายภาคหน้าสูงกว่า เป็นเจ้าของกองกำลังที่แข็งแกร่ง
ในขณะที่สถานการณ์ตอนนี้ มีอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่คิดแตกต่างกันออกไป
บ้างก็ยินดีเป็นอย่างมากที่ได้เป็นพันธมิตรกับมนุษย์ อย่างไรเสียยิ่งมนุษย์แข็งแกร่งได้มากขึ้นเท่าไหร่ พันธมิตรเช่นพวกเขาก็จะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ก็ยังมีบางเผ่าพันธุ์ที่ไม่อยากให้มนุษย์เติบใหญ่ไปมากกว่านี้ด้วย ในเมื่อทั่วทั้งสุดยอดดาราจักรมีทรัพยากรอยู่จำกัด การที่มนุษย์กำลังเจริญเติบโต นั่นหมายถึงพวกเขาจะโดนแบ่งทรัพยากรไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต
สิ่งนี้ทำให้หลาย ๆ เผ่าเริ่มเกิดการคิดเล็กคิดน้อย พวกเขาหวังให้เผ่าพันธุ์มนุษย์และนารีมีปัญหากัน จนกระทั่งลุกลามเป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์
แต่นี่ก็ต้องผิดหวังไป
เพราะความสัมพันธุ์ระหว่างเผ่ามนุษย์และเผ่าพันธุ์นารีนั้นค่อนข้างแน่นแฟ้นกันมาก จนเผ่าภายนอกไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากลืมความคิดเหล่านี้ไป กลับกันเขาก็พยายามร่วมมือกับเผ่าที่เห็นพ้องต้องการเพื่อก่อปัญหาในแบบอื่นแทนด้วย
หลังจากที่ได้เอาชนะสองเผ่าพันธุ์ในระดับกลางไปแล้ว หลายเผ่าพันธุ์ในดาราจักรกลุ่มดาวกันย์ก็ได้เข้าใจ
ว่ามนุษย์ชาติไม่มีทางหยุดยั้งได้อีกต่อไป!
ทั่วทั้งดาราจักรจะตกอยู่ในการดูแลของมนุษย์และเผ่าพันธุ์นารีในอนาคต!
การพัฒนาอย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งของมนุษย์ ทำให้พวกเขากลายเป็นศัตรูที่ต่อกรยากขึ้นเรื่อย ๆ ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์อื่น ถึงแม้พวกเขาจะกวาดล้อมไม่ได้ แต่พวกเขาก็จะยืนหยัดอย่างภาคภูมิใจ และไม่เคยเกรงกลัวแม้ว่าอีกฝ่ายจะกล้าแกร่งกว่า!
และยิ่งไปกว่านั้น
เผ่าพันธุ์มนุษย์มีตัวตนที่น่ายกย่องอย่างฉู่โม่วอยู่!
หลายปีมานี้ ภายใต้การบอกเล่ากันของชนชั้นสูงในเผ่ามนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลุกพลังรุ่นใหม่หรือคนเฒ่าคนแก่ พวกเขาต่างก็แสดงความเคารพในชายหนุ่มกันถ้วนหน้า ทุกคนเข้าใจดีว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถือเป็นวีรกรรมยิ่งใหญ่ที่ทำให้มนุษย์ชาติเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้!
เพราะงั้นแล้ว ในทุกดวงดาวของกาแล็กซีต่าง ๆ ที่มีเผ่าพันธุ์มนุษย์ตั้งถิ่นฐานอยู่ พวกเขาจะจัดเทศกาลเพื่อรำลึกถึงฉู่โม่วอยู่เรื่อย ๆ
ระหว่างช่วงเวลานั้น
โดยเฉพาะในเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่บนทางช้างเผือกหรือดาราจักรกลืนกินสวรรค์จะร่าเริงกันเป็นพิเศษ
ทางช้างเผือกนี้เป็นบ้านเกิดของฉู่โม่ว และมีเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายที่มีความผูกพันธุ์และเกี่ยวข้องกับเขา เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้ปลุกพลังจากทางช้างเผือกพูดถึงบ้านเกิดของตนให้กับคนนอกฟัง ผู้ได้ยินวีรกรรมเหล่านั้นจะต้องยืนขึ้นแล้วพูดขึ้นด้วยความตกตะลึง
‘ที่แท้นายก็เป็นผู้ปลุกพลังจากสถานที่ที่ยอดฝีมือฉู่โม่วเติบโตมานี่เอง เขาช่างเป็นคนที่น่าเหลือเชื่อมาก ๆ’ เมื่อได้ยินแบบนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังที่เล่าเรื่องก็จะรู้สึกพึงพอใจ และพวกเขาจะสรรเสริญความยิ่งใหญ่นี้ของฉู่โม่วต่อไป
ส่วนดาราจักรกลืนกินสวรรค์ มันเป็นเพราะที่นี่เป็นดาราจักรที่ฉู่โม่วพิชิตได้
มนุษย์ทุกคนซึ่งอยู่ที่นี่ รวมไปถึงผู้ปลุกพลังที่มาค้นหาทรัพยากรที่นี่เองต่างก็ให้ความเคารพเขาเป็นอย่างมากเช่นกัน
พูดได้เลยว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เทศกาลได้เริ่มต้นขึ้น แม้ผู้นำระดับสูงในเผ่ามนุษย์จะไม่ได้จัดงานเฉลิมฉลิงอย่างยิ่งใหญ่ แต่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่ในดาราจักรหลัก ๆ ก็จะจัดงานกันอย่างแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็นดวงดาว กาแล็กซี หรือเมือง
บนทางช้างเผือกตอนนี้ ดาวเคราะห์สีเงินก็กำลังจัดงานเฉลิมฉลิงพอดี ทั่วทั้งดาวดวงนี้เต็มไปด้วยความสุข ในฐานะที่เป็นดาวหลักดวงแรกที่ฉู่โม่วได้เดินทางมาหลังออกมาจากโลก ดาวเคราะห์สีเงินจึงถือว่าฉู่โม่วเป็นผู้ปกครองที่นี่อย่างแท้จริงมาโดยตลอด
เพราะอย่างนั้นผู้ปลุกพลังหลาย ๆ คนจึงเดินทางมาที่นี่ทุก ๆ ปี ตลอดหลายปีมานี้ เลยทำให้ดาวเคราะห์สีเงินได้กลายเป็นดวงดาวที่สำคัญที่สุดดวงหนึ่งบนทางช้างเผือกไปโดยปริยาย
ไม่ว่าจะด้วยจำนวนของผู้ปลุกพลังหรือระดับความเจริญรุ่งเรือง พวกเขานำร่องดวงดาวหลักดวงอื่น ๆ ไปไกลมากแล้ว
ภายในเมืองวสันตฤดู
ปุงปัง! ปุงปัง! ปุงปัง!
เสียงพลุไฟนับไม่ถ้วนดังขึ้น และผู้ปลุกพลังมากมายก็เดินไปเดินมาบนถนนด้วยรอยยิ้มกว้าง
งานเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองให้ฉู่โม่วเท่านั้น แต่นี่ยังถือเป็นวันที่หายากสำหรับเหล่าผู้ปลุกพลังและคนทั่วไปในเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะได้มาผ่อนคลายด้วย
อย่างไรเสีย พวกเขาต่างก็จมอยู่กับการฝึกฝนและก้มหน้าก้มตากับการหาทรัพยากรอยู่ตลอด เลยทำให้พวกเขาไม่มีเวลาท่องเที่ยวหรือพักผ่อนกันเลย จนกระทั่งงานเทศกาลนี้มาถึง ดังนั้นทุกคนจึงถือเอาโอกาสนี้มาผ่อนคลายและเยี่ยมเยือนกัน ระหว่างนั้นก็รับชมพลุที่สวยงามตระการตาเหล่านี้ด้วย
หากผู้แข็งแกร่งในขั้นของพระเจ้าปลดปล่อยจิตสัมผัสมา ณ ขณะนี้ละก็ เขาจะต้องเห็นแน่ ๆ ว่าทั่วทั้งเมืองวสันตฤดูนั้น ไม่สิ ทั่วทั้งดาวเคราะห์สีเงิน ต่างก็กำลังเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาสุด ๆ
ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนมารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นบนถนนหรือหุบเขาต่าง ๆ เรียกพวกพ้องมาร่วมเฉลิมฉลองไปด้วยกัน