ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1034 เส้นทางที่เลือกเดิน
บทที่ 1034 เส้นทางที่เลือกเดิน
หนิงฉาน ภายในโรงน้ำชา
ฉู่โม่วและกวนหนิงหนิงนั่งกันอยู่บนระเบียงเปิด ในระหว่างที่พนักงานกำลังเสิร์ฟน้ำชาที่มีกลิ่นหอมชวนดื่ม
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นโลกเสมือนจริง แต่มันก็ค่อนข้างน่าคิดถึงอยู่ไม่น้อย
ในขณะที่เครือข่ายโลกเสมือนจริงกำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็ถือว่าที่แห่งนี้เป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว แม้จะรู้ว่าทุกสิ่งอย่างที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา พวกเขาก็อยากที่จะอยู่ที่นี่ และดูทุกสิ่งทุกอย่างเติบโตจากความเป็นจริง เพียงเท่านี้ก็มากพอแล้วที่จะทำให้ทุกคนลุ่มหลงไปกับสิ่งนี้
เคล้าไปกับกลิ่นหอมที่หลั่งไหลออกมาจากถ้วยชา ทั้งสองเริ่มพูดคุยกันไปเรื่อย
ทว่าเพราะตอนนี้ฉู่โม่วได้กลายเป็นจักรพรรดิเทวะยุทธ์แล้ว ดังนั้นสถานะเขาจึงสูงขึ้นไปอีก กวนหนิงหนิงจะดูพยายามพูดคุยอย่างระมัดระวัง ท่าทีของเธอจึงไร้ชีวิตชีวาไม่เหมือนแต่ก่อน ทั้งยังดูแข็งทื่อ เด็กสาวจะตอบก็ต่อเมื่อฉู่โม่วถามเท่านั้น
จากการพูดคุยกับอีกฝ่าย เขาจึงได้รับรู้ถึงประสบการณ์ตลอดหลายปีมานี้ของกวนหนิงหนิง
เธอยังคงฝึกฝนอย่างหนักเหมือนเดิม
ตอนนี้เธอได้เข้าสู่ระดับเทพเจ้ามานานแล้ว หากอนาคตยังคงขยันขันแข็งละก็ เธอย่อมมีความหวังที่จะได้เป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้เธอยังเป็นความหวังของคนในเผ่าพันธุ์ด้วย ทรัพยากรทุกอย่างของตระกูลถูกทุ่มเทให้กับเธอจนหมด
หากกวนหนิงหนิงขึ้นเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ละก็ ตระกูลของเธอจะได้ผลประโยชน์อย่างมหาศาล รวมถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตระกูลใหญ่ท่ามกลางเผ่าพันธุ์มนุษย์แต่เดิม เป็นตระกูลใหญ่แห่งเมืองสายลมฤดูใบไม้ผลิด้วย
อย่างไรเสีย ทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีราชันย์เทวะยุทธ์ไม่ถึงร้อยคน
เหล่าราชันย์เทวะยุทธ์แต่ละคนจึงมีสถานะสูงส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้บุกเบิกหรือเข้าร่วมการต่อสู้ พวกเขาจะได้รับทรัพยากรมาเป็นจำนวนมาก
สิ่งนี้เพียงพอที่จะสนับสนุนการเจริญเติบโตของตระกูลแล้ว
อีกทั้งเด็กสาวยังมีความทะเยอะทะยานมาก หลังจากที่ได้กลายเป็นเทวะยุทธ์ เธอก็ได้เข้าร่วมกับหอสัจธรรมและกลายเป็นผู้ดูแลคนหนึ่ง ตอนนี้เธอได้กลายเป็นผู้นำทีมสำรวจและประสบความสำเร็จมากมาย
กวนหนิงหนิงได้รับการยกย่องจากราชันย์เทวะยุทธ์เผ่ามนุษย์ ไม่เว้นแม้แต่ราชันย์เทวะยุทธ์ฉีอวิ๋น พวกเขาต่างก็ต้องการจะเลี้ยงดูเธอให้เติบใหญ่กว่านี้
เรียกได้ว่าเธอนั้นมีอนาคตที่ไร้สิ้นสุด
ฉู่โม่วเองก็ได้พูดถึงเรื่องราวการท่องเที่ยวและเดินทางของเขาบางส่วน จากนั้นทั้งเขาและกวนหนิงหนิงก็ย้อนรอยเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้กัน สิ่งเหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสองใช้ร่วมกันมาและกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ของทั้งคู่
และเพราะแบบนี้ เรื่องของซูเจาเจาจึงหวนกลับมาด้วย ทำให้ทั้งสองคนเงียบลงด้วยความอึดอัดใจไปครู่หนึ่ง
กวนหนิงหนิงนั้นชื่นชมฉู่โม่วมาโดยตลอด
แต่เพราะชายหนุ่มปฏิเสธซูเจาเจาแล้วรีบจากที่นี่ไปทันที ความรักของเธอจึงถูกเก็บซ่อนไว้ในใจ รวมถึงภายหลังจากการตายของซูเจาเจา ทั้งสถานะและพลังของฉู่โม่วก็ทะยานสูงขึ้น ๆ อย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ ความรักของเธอนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปกับกาลเวลาแล้ว
เช่นเดียวกัน ความรู้สึกผูกพันธ์ในอดีตก็ถูกสายธารแห่งกาลเวลาซัดหายไปจนหมดเช่นกัน
ถึงแม้เธอจะยังใจสั่นที่ได้เห็นฉู่โม่วในวันนี้ แต่นั่นก็เป็นเพราะสถานะอันยิ่งใหญ่ของเขาต่างหาก เด็กสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยายามระงับความคิดของตนเองเอาไว้ ฝังเรื่องราวในอดีตให้ลึกลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ เหลือไว้เพียงความชื่นชมยินดีเท่านั้น
บนระเบียง ทั้งสองมองหน้ากันอย่างเงียบงัน
ขณะที่ถนนด้านนอกมีเสียงพูดคุยครึกครื้น
ประชากรมากมายรวมถึงผู้ปลุกพลังเดินกันพลุกพล่านบนถนนนั้น บ้างก็กำลังเดินเล่น บ้างก็กำลังชวนเพื่อนไปยังสักที่แห่งหนหนึ่ง บ้างก็กำลังไปยังสังเวียนด้วยเสื้อตัวเก่งและอื่น ๆ อีกมากมาย
โลกกำลังเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
ทั้งสองนั่งชมภาพนี้ราวกับเป็นทิวทัศน์ที่สงบสุข
หลังจากที่ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว กวนหนิงหนิงก็พูดขึ้น “ท่านฉู่ มีข้อความจากตำหนักจ้าวเจิน ฉันคงต้องขอตัวลาก่อน”
“ภาระหน้าที่นั้นเป็นสิ่งสำคัญ”
ฉู่โม่วพยักหน้า พร้อมทั้งพูดว่า “ไว้ถ้ามีเวลาว่างในอนาคต พวกเราค่อยมาเจอกันใหม่ก็ได้”
“แน่นอน”
กวนหนิงหนิงพยักหน้า จากนั้นร่างของเธอก็หายไปจากจุดนั้น พร้อมกันนั้นภาพของเธอในหมวดหมู่เพื่อนก็หายไปด้วย เป็นสัญญาณว่าเธอออฟไลน์ไปแล้ว
มองอีกฝ่ายจากไป ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีอดีตมากมายถูกกลบฝังไว้ภายใต้สายธารแห่งกาลเวลา และสิ่งเหล่านี้ยากจะหวนคืน ทำได้เพียงสลักไว้ในก้นบึ้งแห่งความทรงจำเท่านั้น
สิ่งนี้ถือเป็นสัจธรรมที่ไม่อาจแปรเปลี่ยนได้
แม้แต่จักรพรรดิเทวะยุทธ์ หรือมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หากคิดจะซื้อกลิ่นหอม ๆ ของดอกหอมหมื่นลี้และพกสุราไว้กับตัว เมื่อดอมดมครั้งต่อไป มันก็จะไม่หอมหวานดุจเดิมอีกแล้ว หนุ่มน้อยผู้แหวกว่ายในสายธารกาลเวลา’
จู่ ๆ ฉู่โม่วก็นึกถึงมันขึ้นมาได้ จนต้องส่ายหน้าอีกครั้ง
สิ่งที่อยู่ในอดีตก็ควรให้มันอยู่ในอดีต
ต่อให้มันจะถูกฝังกลบไปตามกาลเวลา แต่ภายในก้นบึ้งของจิตใจในที่สุดแล้ว สิ่งนี้ก็จะยังคงงดงามเสมอ
เพราะผู้คน… ไม่สามารถอยู่กับอดีตได้ตลอดไป
เขายังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำ นั่นคือการก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อไต่เต้าไปยังจุดสูงสุดของวรยุทธ์! แม้ว่าหนทางนี้ จะทำให้ตัวเขาและเหล่าเพื่อนที่เคียงบ่าเคียงไหล่จะค่อย ๆ ทยอยห่างหายกันไปและถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือไว้เพียงความเศร้าที่ยังคงตราตรึงในใจ แต่ที่สุดแล้วความเศร้าจะอยู่กับเขาไม่นาน และชายหนุ่มต้องจำใจที่จะต้องเดินออกมาอย่างไม่เต็มใจ
เฮ้อ…
หนทางที่ไม่สามารถหยุดเดินได้ ไม่แม้กระทั่งหยุดความคิดที่จะกล้าได้กล้าเสีย
…
พักใหญ่ ๆ ฉู่โม่วก็เริ่มออกเดินทางตามหาเพื่อนเก่าทั้งหลาย รวมไปถึงเดินทางไปพบกับเพื่อนพ้องเก่า ๆ ของเขาที่่ดาวเคราะห์สีน้ำเงินด้วย
เขาไม่ได้กลับมาที่นี่ตั้งหลายปี
มีราชันย์เทพยุทธ์หลายคนบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้จากไปแล้ว ในขณะที่อีกหลายคนก็ได้กลายเป็นเทวะยุทธ์ ตอนนี้พวกเขาได้กระจัดกระจายไปทั่วทั้งดาราจักรของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้นเหลือเพื่อนเก่าของเขาอยู่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินอีกไม่มากนักหรอก
และเพื่อนเก่าที่ว่านั้นก็คือ ราชันย์เทพยุทธ์ชิงหง
การมาถึงของฉู่โม่วทำให้พวกเขามีความสุขกันอย่างมาก
หลังจากจบงานเลี้ยงต้อนรับเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว พวกเขาก็ไม่ได้อยู่พูดถึงอดีตกัน
กลับกันสิ่งต่อจากนี้ ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้
ฉู่โม่วได้เดินทางไปยังฐานลู่หยาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาเติบโตมา ปัจจุบันนี้ฐานลู่หยางได้กลายเป็นฐานขนาดใหญ่ไปแล้ว รวมถึงเจริญรุ่งเรืองมาก มันอยู่เหนือฐานขนาดใหญ่อื่นทั้งปวง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นสุดยอดฐาน
ประชากรภายในนี้มีมากกว่ายี่สิบล้านคน นอกจากผู้ปลุกพลังแล้ว ก็ยังมีคนธรรมดาจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาทำงานได้อย่างสงบสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องมาลำบากเหมือนอย่างที่ยุคก่อนฉู่โม่วต้องเผชิญ ยิ่งไปกว่านั้น เพราะการเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลกเสมือนจริง คนธรรมดาในยุคนี้จึงสามารถติดต่อกับจักรวาลอันกว้างใหญ่ได้
พวกเขามีความมั่นใจและกระตือรือร้นกันมากขึ้น
หนุ่มสาวหลายคนยึดถือฉู่โม่วเป็นต้นแบบ หวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์และนำพาชัยชนะมาให้ดาวบ้านเกิดสืบไป
สิ่งที่พัฒนาขึ้นมานี้ ฉู่โม่วภูมิใจมากทีเดียว
นอกจากนั้น เขาได้ถามคนละแวกนั้นถึงซูเสี่ยวเสี่ยวอีกครั้ง ไข่อีกาสามขาทองคำนี้ เขาได้มาจากเธอตั้งแต่เมื่ออยู่ในฐานลู่หยาง ในฐานะที่สิ่งนี้เป็นไข่ของสิ่งมีชีวิตลึกลับแห่งโลกโบราณ การที่เด็กตัวเล็ก ๆ คนนั้นสามารถเป็นเจ้าของไข่อีกาทองคำได้ มันค่อนข้างแปลกมาก ๆ
โดยเฉพาะการที่เขาได้ผจญภัยไปทั่วทั้งจักรวาล ไม่เพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์จะไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่ทุกเผ่าพันธุ์ก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน ไม่มีใครเลยที่รู้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของอีกาสามขาทองคำตนนี้คืออะไร
นั่นหมายความว่า สายตระกูลของอีกาสามขาทองคำนี้ถูกกลบไว้ใต้ฝุ่นของประวัติศาสตร์จนกลายเป็นเรื่องเล่าในตำนานที่เต็มไปด้วยความลึกลับเสียแล้ว
ในสถานการณ์เช่นนี้
การปรากฏตัวของไข่อีกาสามขาทองคำย่อมไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน
แต่น่าเสียดาย ฉู่โม่วยังคงตามหาตัวซูเสี่ยวเสี่ยวไม่เจอ แม้ตัวเขาจะมีสัมผัสจิตวิญญาณที่กว้างมาก ๆ แล้ว ภายใต้การปกคลุมของสัมผัสนี้ ทั่วทั้งดาวเคราะห์สีน้ำเงินไม่มีสิ่งใดหลบซ่อนจากเขาได้ แต่เขากลับไม่พบร่องรอยของซูเสี่ยวเสี่ยวเลย
ขนาดที่ว่า ตอนที่เขาออกจากดาวเคราะห์สีน้ำเงินแรก ๆ เขายังสั่งการให้เหล่าผู้ปลุกพลังทั้งหลายเฝ้าจับตามองและหาข้อมูลของซูเสี่ยวเสี่ยวเพื่อนำมาส่งให้เขาตลอด แต่นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เขากลับยังไม่มีข้อมูลหรือข่าวคราวของเธอเลย
ราวกับว่า เพื่อนสาวในความทรงจำของเขาคนนี้ระเหยไปกับอากาศก็มิปาน