ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 1046 พลังอณูต้นกำเนิด
บทที่ 1046 พลังอณูต้นกำเนิด
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคารู้ดีว่าตนหนีไปไม่ได้อีกแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา ด้วยความพยายามเฮือกสุดท้าย ภายใต้ความหวังว่าฉู่โม่วจะยอมปล่อยเขาไป
เขาเดิมพัน
เดิมพันกับความคิดที่ว่า ฉู่โม่ว ผู้น่าจะเป็นมหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ผู้นี้คงจะต้องมาที่นี่เพื่อสมบัติที่สำคัญบางอย่าง เพราะงั้นอีกฝ่ายจะต้องไม่ต้องการให้เรื่องนี้เปิดเผยแน่ ๆ
ทว่า…
โชคไม่อยู่ข้างเขา!
“น่ารำคาญน่า”
เห็นได้ชัดว่าฉู่โม่วจะไม่โอนอ่อน สายฟ้าผสานรวมกับปราณกระบี่ที่ปรากฏขึ้น ก่อนจะสะบั้นลงมาบนร่างของศัตรู ทำให้ผลแห่งวิถีภายในร่างเสียหายหนักอีกครั้ง รอยร้าวเพิ่มมากขึ้นจนแทบจะแตกสลายไปแล้ว
“แก… คิดดี ๆ นะ!”
“ฆ่าฉันน่ะไม่ยากหรอก แต่หลังจากนี้แกจะโดนทั้งบรรพชนของทั้งกองกำลังไล่ล่าเอานะ!”
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคาหวาดกลัวจนต้องกรีดร้องเสียงดัง
“ขอบคุณที่เตือน แต่วันหลังไม่ต้อง!”
ฉู่โม่วแสยะยิ้ม เขากระชับกระบี่นภาแดง แสงสีชาดที่เปล่งประกายแทงเข้าไปที่ร่างของเผ่าพันธุ์นาคาเบื้องหน้าผู้กำลังหวาดกลัว
แกร๊ก!
เสียงแตกร้าวดังขึ้น ผลแห่งวิถีของเขาต่างร่วงหล่น ปฐมวิญญาณกลายเป็นเถ้าถ่านกระจายตัวออกไปตามพลังปราณกระบี่
จักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคาทั้งสองตนตายตามกันไป
อันดับแรก ฉู่โม่วเก็บศพของเผ่าพันธุ์นาคาทั้งสองตนนี้ไว้ในมิติพกพาก่อน จากนั้นก็กลับไปยังสถานที่ที่พวกเขาเริ่มสู้กัน และพบเข้ากับผู้ปลุกพลังทั้งสามของพันธมิตรเทพสวรรค์ร่วงลงไปกับพื้น ลมหายใจของพวกเขาแผ่วบางเสียเหลือเกิน
“ช่วยฉันด้วย…”
เห็นชายหนุ่มกลับมา แววตาของพวกเขาดูจะมีความหวังขึ้น พร้อมทั้งพยายามขอความช่วยเหลืออย่างยากลำบาก
แต่ฉู่โม่วไม่ได้สนใจ เขาเพียงจุดไฟให้ลุกไหม้ร่างของผู้ปลุกพลังสามคนจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา สิ่งนี้เองก็ช่วยปลดปล่อยพวกเขาจากความเจ็บปวดได้เช่นกัน
“ต่อไป ได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว!”
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ริมผา เขานำซากของเผ่าพันธุ์นาคาที่อยู่ในขั้นจักรพรรดิเทวะยุทธ์ระดับกลางออกมา ร่างของมันค่อนข้างใหญ่ โดยเฉพาะตอนนี้ที่เผยร่างที่แท้จริง มันมีความยาวเกือบหมื่นกิโลเมตร ยามพาดไว้บนผา สภาพก็ดูเหมือนเสาหิน หรือไม่ก็เชือกเส้นยักษ์ที่กำลังมัดผาแห่งนี้
“กลืนกิน!”
ฉู่โม่วยื่นมือไปข้างหน้า จากนั้นมันก็เปล่งแสงออกมา
ไม่นานนัก
เขาก็หดมือกลับมาพร้อมกับลูกบอลแสงลูกหนึ่งในมือ
ฉู่โม่วกลืนกินต่อ
[กลืนกินสำเร็จ!]
[ได้รับธาตุดินระดับตะวัน!]
[กลืนกินเสร็จสิ้น!]
[ได้รับเลือดของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคา!]
[กลืนกินเสร็จสิ้น!]
[ได้รับอณูต้นกำเนิด!]
…
“สำเร็จ!”
หลังจากพยายามกลืนกินอยู่หลายครั้ง ในที่สุดฉู่โม่วก็ได้ลูกแก้วที่มีหมอกลอยอวลอยู่ภายใน มันเหมือนลมหายใจที่ทำให้เขายิ้มออกมาได้
พลังอณูต้นกำเนิด!
ถือเป็นหัวใจหลักของพลังพิเศษในเผ่าพันธุ์นาคา!
มันมีค่ามาก ๆ เพราะด้วยพลังของพลังอณูต้นกำเนิดนี้ จะช่วยทำให้เผ่าพันธุ์นาคามีสถานะเหนือเผ่าพันธุ์อื่นในทั่วทั้งจักรวาล ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องเผ่าพันธุ์นี้
อันที่จริงก็มีบางเผ่าพันธุ์ระดับสูงที่อยากจะจับเผ่าพันธุ์นาคาเหล่านี้อยู่เหมือนกัน พวกเขาต้องการจะศึกษาว่าทำไมเผ่าพันธุ์นาคาพวกนี้ถึงได้ครอบครองอณูต้นกำเนิดได้
แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน พลังที่อยู่ภายในร่างของเผ่าพันธุ์นาคานี้ก็ไม่อาจนำมาใช้ต่อได้
ไม่ได้แม้แต่ด้วยวิธีการดื่มเลือด!
และด้วยวิธีนี้เอง หากใครก็ตามที่ดื่มเลือดของเผ่าพันธุ์นาคาจะทำให้เกิดผลข้างเคียง ทำให้ไม่มีใครคิดจะทำมัน ผู้ปลุกพลังทั่วทั้งจักรวาลจึงล้มเลิกความตั้งใจ
แต่ตอนนี้ พลังมากมายที่ผู้คนทั่วทั้งจักรวาลพยายามที่จะครอบครองแต่ไม่สำเร็จ ได้ตกมาอยู่ในมือของชายหนุ่มที่กลายเป็นผู้ครอบครองพลังอณูต้นกำเนิดคนใหม่แล้ว!
“หลอมรวม!”
ฉู่โม่วกลืนกินลูกแก้วอณูต้นกำเนิดลงไป
สิ่งนี้ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นรากฐานร่างกายที่เป็นรูปแบบจำเพาะของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคา สิ่งนี้จะรวบรวมแม้กระทั่งพลังในร่างมาด้วย และกำลังหลั่งไหลเข้าไปในร่างของชายหนุ่ม
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีอาการบาดเจ็บระหว่างการหลอมรวม กลับทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่น ราวกับว่าเป็นแสงจากดวงตะวันที่ส่องลงมาในฤดูหนาว เป็นความสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
ครู่หนึ่ง ความสบายตัวก็ค่อย ๆ หายไป และฉู่โม่วก็รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่างที่เกิดขึ้นกับตนเอง
เขาไม่รอช้าที่จะตรวจสอบข้อมูลในร่างกาย
[เป้าหมาย: ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย: อสนีบาตคงกระพันระดับศักดิ์สิทธิ์, กายาทวิเนตระดับเทวะ, กายาวิญญาณห้าธาตุระดับตะวัน, กายากระบี่เทวะระดับตะวัน, พลังอณูต้นกำเนิด (ตื่น)]
[พรสวรรค์: ห้วงเวลาระดับศักดิ์สิทธิ์, เพลงหมัดระดับศักดิ์สิทธิ์, แรงโน้มถ่วงระดับศักดิ์สิทธิ์ ห้วงมิติระดับเทวะ, วิชากระบี่ระดับเทวะ, เล่นแร่แปรธาตุระดับเทวะ, ห้วงวิญญาณระดับเทวะ, ธาตุแสงระดับเทวะ, ธาตุมืดระดับตะวัน, พลังฝ่ามือระดับตะวัน, ธาตุลมระดับตะวัน , พลังเนตรระดับตะวัน, ห้วงวิญญาณระดับตะวัน, ห้วงกำเนิดใหม่ระดับตะวัน, ควบคุมสัตว์อสูรระดับตะวัน…]
…
มองไปยังพลังอณูต้นกำเนิดที่เพิ่งปรากฏขึ้นมา รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนมุมปากของฉู่โม่ว
หลังจากผสานรวมพลัง ข้อมูลบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา
อันดับแรกคือ พลังอณูต้นกำเนิดนี้เป็นต้นกำเนิดพลังพิเศษของเผ่าพันธุ์นาคาจริง ๆ และมีเพียงพลังอณูต้นกำเนิดเท่านั้นที่จะทำให้เป็นผู้ครอบครองพลังต้นกำเนิดได้
ไม่เช่นนั้นแล้ว หากเป็นผู้ปลุกพลังคนอื่นไปสัมผัสมัน จะถูกกำจัดและทำให้ย้อนกลับไปยังจุดกำเนิดทันทีหากไม่สามารถต้านทานได้
มันคุ้มค่าที่จะพูดถึง แม้ว่าชายหนุ่มจะได้ครอบครองพลังดังกล่าวแล้ว แต่มันเป็นเพียงระดับเริ่มตื่นขึ้นเท่านั้นและยังไม่สามารถใช้ได้ เขาจำเป็นต้องทำให้พลังนี้แข็งแกร่งขึ้นเสียก่อน
อย่างไรเสีย พลังอณูต้นกำเนิดนี้ก็ไม่ใช่ของชายหนุ่มโดยกำเนิด เขาเพียงย้ายมันเข้ามา
ไม่พูดถึง…
ต่อให้เป็นท่ามกลางเผ่าพันธุ์นาคา พลังอณูต้นกำเนิดในทารกแรกเกิดเองก็เบาบางมากเช่นกัน และพวกเขาส่วนมากก็ควบคุมมันไม่ได้ มีเพียงผู้มีพรสวรรค์เท่านั้นที่จะไปยังแท่นบูชาอณูต้นกำเนิดและรับพลังจากหินอณูต้นกำเนิดได้ ด้วยวิธีนี้เท่านั้นพวกเขาถึงจะถือว่าเป็นผู้ครอบครองพลังโดยสมบูรณ์
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังต้องฝึกฝนเพื่อพัฒนาให้พลังนี้แข็งแกร่งและบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น
พูดกันตรง ๆ สำหรับฉู่โม่วนั้นก็ถือว่าดีอยู่แล้ว
เขาได้สิ่งนี้มาจากผู้ปลุกพลังขั้นจักรพรรดิเทยุทธ์ของเผ่าพันธุ์นาคา หลังจากที่เจ้าของเก่าได้เติบโตตามธรรมชาติ พลังนี้ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าประชากรเผ่าตนอื่น ๆ อย่างแน่นอน
“พลัง… ยังไม่พอหรอกนะ”
“หากว่ามีจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคากรูกันเข้ามา ฉันอาจจะไล่สังหารพวกนั้นแล้วชิงเอาพลังอณูต้นกำเนิดออกจากร่างพวกมันได้”
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นแท่นบูชาอณูต้นกำเนิดต้นกำเนิด”
“หากฉันมีโอกาสเข้าไปได้ละก็ พลังอณูต้นกำเนิดของฉันจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน!”
ฉู่โม่วครุ่นคิดในใจ
พื้นที่ซึ่งเข้าใจการทำงานของแท่นบูชาต้นกำเนิดนั้นมีขนาดเล็กมาก ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเขาที่จะเข้าไปหากไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ
เพราะงั้นแล้วสำหรับชายหนุ่ม
โอกาสเดียวที่เขาจะพัฒนาและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังอณูต้นกำเนิดได้นั่นก็คือการปล้นจากพวกจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคา!
“ในเมื่อเป็นแบบนั้น ฉันก็จะไม่เสียเวลา!”
เมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้ว
ฉู่โม่วก็ผสานธาตุดินระดับตะวันเข้ามา จากนั้นก็เริ่มทำการกลืนกินจนกระทั่งทุกสิ่งที่สามารถกลืนกินได้ของจักรพรรดิเทวะยุทธ์เผ่าพันธุ์นาคาถูกกลืนกินจนหมด เขาไม่สนใจเลือดอสูรใด ๆ และกลืนกินเพียงสิ่งที่เป็นพรสวรรค์เท่านั้น
ถึงแม้ทั้งสองตนนี้จะมีทั้งพรสวรรค์ระดับแสงตะวันและราชันย์ อย่างไรเสียต่อให้เป็นยุงตัวเล็ก ๆ เนื้อก็ยังเป็นเนื้อ ไม่ควรจะปล่อยให้เน่าเสีย
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ
ฉู่โม่วก็ทำตามแผนของตนเองต่อ!