ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 602 ทางเลือก กับ ฉู่โม่วเริ่มลงมือ!
ตอนที่ 602 ทางเลือก กับ ฉู่โม่วเริ่มลงมือ!
“งั้นแกก็ลองดูสิ!”
บรรพชนหมัวตะคอกอย่างเย็นชาและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
ในขณะนี้ บรรพชนทั้งสี่กำลังปิดล้อมบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหค โดยไม่ให้โอกาสเขาเคลื่อนไหวตอบโต้แม้แต่น้อย แล้วจะมีโอกาสลากคนอื่นไปฝังกลบพร้อมเขาได้อย่างไร?
หลายคนไม่เชื่อ
แต่ก็เฝ้าระวังอยู่ทุกลมหายใจ เนื่องจากบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคอาจมีวิชาลับบางอย่างซุกซ่อนเอาไว้ ดังนั้นบรรพชนทั้งสี่จึงเพิ่มแรงกดดันให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้
บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคจึงรู้สึกกดดันอย่างมาก
เขารู้ว่าผู้เฒ่าเหล่านี้ตั้งใจจะสังหารเขาให้ได้ และไม่ยอมปล่อยให้เขากระทำสิ่งใดได้อย่างง่ายดายแน่นอน
“ในเมื่อพวกแกบีบบังคับฉันขนาดนี้ ก็อย่ามาเสียใจในภายหลังแล้วกัน!”
“ทางเลือกดี ๆ มีให้ก็ไม่เดิน แต่กลับเลือกหนทางแห่งความตาย ก็ดี…จะได้ฝังกลบเผ่าพันธุ์มนุษย์นับหมื่นล้านคนไปพร้อม ๆ กันกับฉัน!”
ในช่วงวิกฤตความเป็นความตาย บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคได้คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก พร้อมกับหัวเราะดังลั่น
วินาทีที่เสียงนั้นสิ้นสุดลง
ชายผู้นี้ก็กระตุ้นพลังปราณ เลือด และอณูแห่งชีวิตถึงขีดสุด พร้อมปะทุกลิ่นอายอันเกรี้ยวกราดกระจายไปทั่วจักรวาลทางช้างเผือกเป็นระยะทางหลายพันล้านกิโลเมตรทันที แสงเทวะอันไร้ที่สิ้นสุดสะท้อนออกมา ทำให้จักรวาลทั้งหมดสว่างไสวราวกับกลางวัน แม้จะเทียบกับแสงของดวงอาทิตย์อันยิ่งใหญ่ก็ตาม ภายใต้แสงเรืองรองดังกล่าว มันบดบังเหนือทุกสิ่ง
“นี่เขา…”
“คิดจะระเบิดตัวเองงั้นเหรอ!”
บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มรู้สึกหวั่นเกรง
ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรจุอยู่ในร่างของบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหค หากมันระเบิดขึ้นจริง ๆ เกรงว่าจักรวาลทางช้างเผือกของเราจะถูกทำลายล้างจนหลงเหลือเพียงความว่างเปล่าอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าต้องจะสูญเสียดาวเคราะห์ไปกี่ดวง ยังไม่รวมถึงผู้คนจำนวนมากที่ต้องตายอีก
“ไม่!”
“อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด!”
บรรพชนหมัวสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง จึงส่ายหัวไม่เห็นด้วย
ทันใดนั้น
ดวงตาของเขาก็เป็นประกายชัด ราวกับนึกอะไรได้และพูดว่า “แม้ฉันจะไม่รู้วิธีการระเบิดตัวเอง แต่มันก็ไม่ควรจะให้ความรู้สึกเช่นนี้…อีกอย่างฉันรู้มาว่า เขาได้แอบส่งลูกน้องเข้าไปสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นบนดาวเคราะห์วิหค เป็นไปได้ไหมว่าเขาวางแผนระเบิดดาวเคราะห์ทั้งดวง!” นั่นก็หมายความว่าบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคกำลังบีบบังคับให้พวกเราเลือก!
หากเราเลือกที่จะช่วยเหลือคนของเผ่าพันธุ์มนุษย์บนดาวเคราะห์วิหค นั่นก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาหลบหนีไปได้!
แต่ถ้าเราละทิ้งผู้คนหลายหมื่นล้านชีวิตบนดาวเคราะห์วิหค ก็จะสามารถมุ่งความสนใจไปยังการสังหารบุคคลนี้ได้
นี่คือทางเลือกสำหรับพวกเราในตอนนี้!
“พวกคุณมีความคิดเช่นไร!”
บรรพชนทั้งสี่ครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด ทบทวนสิ่งต่าง ๆ เป็นพันครั้ง ทว่าในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจได้
“ฉันขอเลือกช่วยเหลือชีวิตผู้คนของเผ่าพันธุ์มนุษย์เรา!”
บรรพชนหมัวตะโกน
แม้สิ่งนี้จะทำให้ความพยายามและแผนการที่วางไว้ทั้งหมดต้องสูญเปล่า แต่จะให้พวกเขาเมินเฉยต่อชีวิตของมนุษย์นับหมื่นล้านคนได้อย่างไร
เหตุผลนั้นง่ายมาก
เพราะพวกเขายังสามารถหาโอกาสสังหารบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคได้อีกในอนาคต แต่ถ้าครั้งนี้ต้องสูญเสียสหายร่วมเผ่าพันธุ์หลายหมื่นล้านชีวิต พวกเขาจะไม่มีโอกาสแก้ตัวใด ๆ ได้อีกเลย
ที่สำคัญกว่านั้น หากเรื่องนี้แพร่ออกไปถึงมนุษย์ทุกคนบนดาวดวงอื่น บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกหลายคนจะต้องรุมประณามพวกเขา กระทั่งสร้างความขุ่นเคืองต่อทุกคนจนถูกขับไล่ก็เป็นได้?
แม้จะแก้ตัวเพียงใด ก็คงไม่มีใครสนใจ!
เหตุผลที่มนุษย์สามารถพัฒนาจากการเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอ มาสู่สถานะปัจจุบันได้ในเวลาเพียงหนึ่งล้านปี นั่นเป็นเพราะความพยายามร่วมแรงร่วมใจกันของมนุษย์ทุกคน
แม้เรื่องนี้จะดูเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่มันจะเป็นตราบาปในใจของผู้คนไปตราบนานเท่านาน
พวกเขาไม่อาจสูญเสียสหายร่วมเผ่าพันธุ์ไปได้ เพียงเพราะต้องแลกกับชีวิตบรรพชนมนุษย์วิหคแค่คนเดียว!
ด้วยเหตุผลเหล่านี้
บรรพชนทั้งสี่จึงตัดสินใจได้ในที่สุด โดยจะส่งบรรพชนสองคนออกจากสนามรบเพื่อไปช่วยเหลือผู้คนบนดาวเคราะห์
ทว่าขณะที่กำลังจะดำเนินการ ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นร่างหนึ่งอยู่ไม่ไกล กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วออกจากสนามรบก่อนพวกเขา และมุ่งหน้าไปทางดาวเคราะห์วิหค
“ฉู่โม่ว!”
“นั่นเขาจะทำอะไร!”
“ตอนนี้ดาวเคราะห์วิหคใกล้จะระเบิดแล้ว แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ก็อาจตกตายได้ แล้วนั่นเขาจะทำอะไรอีก!”
สีหน้าของบรรพชนหมัวเปลี่ยนไป
เพราะสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด ยิ่งกว่าทุกชีวิตบนดาวเคราะห์วิหคนั่นก็คือ ชีวิตของฉู่โม่ว!
สถานะในใจของบรรพชนหมัว
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์นับหมื่นล้านคนหรือบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหค ทั้งหมดล้วนสำคัญน้อยกว่าความปลอดภัยของฉู่โม่วอย่างเทียบกันไม่ได้!
หากฉู่โม่วไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาอาจตัดสินใจได้ยากว่าจะเลือกช่วยเหลือชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์นับหมื่นล้านหรือสังหารบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหค
ทว่า…
เขาไม่คาดคิดว่าช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ฉู่โม่วจะกระทำการบ้าบิ่นเช่นนี้
“อย่าคิดทำอะไรบ้า ๆ นะ!”
“รีบหยุดฉู่โม่วเร็วเข้า!”
บรรพชนเผ่าพันธุ์มนุษย์ตะโกนด้วยความโกรธ
พวกเขาต้องการที่จะหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของฉู่โม่ว
แต่ในขณะนั้น จู่ ๆ บรรพชนหมัวก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน…ปกติฉู่โม่วมีบุคลิกที่เยือกเย็นและไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น หากเขาตัดสินใจเคลื่อนไหว ก็ต้องมีเหตุผลมากพอ เรามาดูกันว่าเขาต้องการจะทำอะไร!”
ขณะที่บรรพชนทั้งสี่กำลังปิดล้อมทางหนีบรรพชนเผ่ามนุษย์วิหค เพียงชั่วครู่ที่พวกเขาจับจ้องไปยังฉู่โม่ว บรรพชนเผ่ามนุษย์วิหคก็เห็นการกระทำนั้นเช่นกัน ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น
“ฮ่าฮ่า ฉันไม่คาดคิดจริง ๆ ว่ามันจะโง่เง่าถึงเพียงนั้น!”
“ฉู่โม่วผู้ที่เป็นเป้าหมายหลักการโจมตีของฉันครั้งนี้ ฉันคิดว่าแผนการซุ่มโจมตีจะล้มเหลวไปแล้วเสียอีก ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะรีบเร่งไปตาย… พร้อมกับเผ่าพันธุ์มนุษย์บนดวงดาวนั้น ทางไปสวรรค์มีให้ก็ไม่ไป กลับเลือกลงนรก!”
“ก็ดี ถ้าอย่างนั้น… ก็ไปตายด้วยกันเถอะ!”
“อัจฉริยะของพวกแกตายด้วยน้ำมือฉัน ก็ควรจะต้องดีใจนะ!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะนั้น เขาได้กระตุ้นอณูแห่งชีวิตอันยิ่งใหญ่และสายเลือดมนุษย์วิหคทั้งหมดจนระเบิดออกจากร่างอย่างรุนแรง ราวกับว่าได้รับการช่วยเหลือจากบางสิ่ง แล้วดาวเคราะห์วิหคที่ตั้งอยู่ห่างไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จู่ ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันเช่นกัน
ทันใดนั้น ได้ปรากฏคลื่นรัศมีอันลึกลับพวยพุ่งขึ้น และก่อตัวเป็นหมอกสีแดงเข้าปกคลุมดาวเคราะห์วิหคไว้ทั้งหมด
“นี่มันอะไรกัน”
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“หมอกพวกนี้มันคืออะไร?”
“ทำไมฉันถึงรู้สึกมีบางอย่างแปลก ๆ ไม่ชอบมาพากล ราวกับกำลังมีอันตรายบางอย่างคืบคลานเข้ามา!”
บนดาวเคราะห์วิหค
เมื่อคนธรรมดาและผู้ปลุกพลังทุกคนเห็นเหตุการณ์ประหลาดนี้ ทำให้สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกทันที ผู้ปลุกพลังบางคนที่มีจิตสัมผัสถึงกับหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด พวกเขารู้สึกขนลุกขนชัน ราวกับรับรู้ได้ว่ามีหายนะกำลังจะเกิดขึ้น
ครืน!
ครืน!
ครืน!
ในขณะที่พวกเขายังคงถกเถียงกัน ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นแล้วบนดาวเคราะห์วิหค มีเสียงดังสั่นสะเทือนรุนแรงจากพื้นดิน ราวกับมีบางอย่างกำลังจะระเบิดออกมา
ต้นไม้และภูเขาจำนวนนับไม่ถ้วนพังทลาย ภูเขาไฟปะทุ ฝุ่นสีดำปกคลุมท้องฟ้า ผืนแผ่นดินแยกออกจากกันจนเกิดเป็นหลุมลึก ราวกับจะสามารถขุดลงไปถึงส่วนลึกของแกนกลางดวงดาวได้
ท้องทะเลมีความปั่นป่วนไม่มีที่สิ้นสุด จนทำให้เกิดคลื่นขนาดยักษ์ไปทั่วโลก
ปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์ของสวรรค์และโลกได้ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ฉากดังกล่าวทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนแตกตื่น พร้อมกับสีหน้าซีดเผือด
แม้บางคนจะไม่เข้าใจในสถานการณ์
แต่ก็สามารถมองเห็นว่าบนดาวเคราะห์วิหคกลายเป็นพื้นที่ที่อันตรายไปแล้ว!