ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 632 เรียนรู้วิชาสวรรค์อมตะ อสนีบาตนิรันดร์!
บทที่ 632 เรียนรู้วิชาสวรรค์อมตะ อสนีบาตนิรันดร์!
ภายในห้องที่เงียบสงบ ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิ
ขณะนี้ ความลึกลับที่สอดคล้องกันของคำว่า ‘สวรรค์’ และ ‘อมตะ’ ก็หลั่งไหลเข้ามาในห้วงจิตของเขา ภายหลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะเรียนรู้วิชาสวรรค์อมตะก่อน
อย่างไรเสีย ทำอะไรง่าย ๆ ก่อน อย่างน้อยมันก็มีโอกาสสำเร็จมากกว่า
คัมภีร์ห่มสวรรค์นั้นค่อนข้างจะกำกวมเกินไป ณ ตอนนี้ เมื่อเทียบกันแล้ว วิชาสวรรค์อมตะสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า
คิดได้ดังนั้น ภายในห้วงจิตของฉู่โม่วที่แสดงข้อมูลของของ ‘สวรรค์’ และ ‘อมตะ’ ก็เหลือเพียงภาพของวิชาสวรรค์อมตะเพียงเล่มเดียว มันกลายเป็นแสงสว่างไปทั่วทั้งห้วงจิต ภายหลังจากที่ได้สติดีแล้ว เขาก็หลับตาและเตรียมพร้อมที่จะฝึกฝนมันทันที
วิชาสวรรค์อมตะถือเป็นทักษะที่สืบทอดกันมา อย่างน้อย ๆ น่าจะมีระดับสูงถึงระดับโชคลาภ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ถึงระดับที่แท้จริงของมันเช่นกัน
สิ่งเดียวที่พอจะมั่นใจได้อย่างแน่นอนนั่นก็คือ ระดับของกระบวนท่าวิชานี้ถือว่าสูงมาก
สูงจนยากที่จะประเมินค่าได้!
ตัวคัมภีร์นี้ถูกแบ่งระดับเนื้อหาภายในไว้เก้าระดับ และระดับที่เขาจะต้องเผชิญก่อนก็คือ ระดับ 1
ทุก ๆ ครั้งที่ขยับขึ้นไปได้หนึ่งระดับ ผู้ฝึกจะได้รับพลังวิชาสวรรค์อมตะ ซึ่งอาจจะเป็นพลังในการสังหารหรือป้องกันก็ได้ สิ่งที่แน่นอนนั้นมีเพียงว่า พลังดังกล่าวแข็งแกร่งมหาศาล และอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ การจะผ่านแต่ละระดับไปได้ ก็ต้องแลกมาด้วยความยากลำบากมากเช่นกัน เจตจำนงในพลังเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างหนึ่ง ทรัพยากรในการฝึกฝนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน
ทุก ๆ ระดับจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในการฝึกฝนเป็นปริมาณมาก แม้จะเป็นในสายตาฉู่โม่ว ทรัพยากรในการฝึกคัมภีร์เล่มนี้ก็ถือว่ามหาศาลอยู่
หากเป็นก่อนหน้านี้ ด้วยทรัพยากรที่มีจำกัด มันอาจจะช่วยสนับสนุนเขาให้บรรลุได้เพียงระดับ 2 เป็นอย่างมากที่สุดเท่านั้น
ข่าวดีสำหรับตอนนี้ก็คือ
เขามีทรัพยากรมากมายนับไม่ถ้วน แล้วในมิติพกพาที่ได้มาจากนายน้อยเผ่าปาเหริน ซึ่งมากพอที่จะอุดเรื่องทรัพยากรขาดไปได้อีกนาน อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนก็มากพอที่จะช่วยให้เขาก้าวไปถึงระดับ 3-4 ได้แล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลไปในตอนนี้
“งั้นก็มาเริ่มกันเลย!”
ปราศจากการลังเลใจ ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิอีกครั้งบนแท่นประทับรู้แจ้ง พร้อมกับมีศิลารู้แจ้งวางอยู่ข้าง ๆ กายด้วย ระหว่างนั้นก็กระตุ้นพลังแห่งกาลเวลาเพื่อเร่งเวลารอบตัวให้เร็วขึ้นอีก 30 เท่า จากนั้นจึงหลับตาลงและเริ่มทำการเรียนรู้คัมภีร์
ตลอดช่วงเวลาที่กำลังทำการเรียนรู้ ชายหนุ่มได้เข้าไปสู่โลกที่แปลกประหลาด ซึ่งมันมีกลิ่นอายวรยุทธ์กระจัดกระจายไปทั่วทุกแห่งหน และในทุกตารางเมตรที่เขากวาดตามอง ที่นั่นมีกลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งอยู่จนเห็นได้อย่างชัดเจน
โลกอันแปลกประหลาดนี้ คือโลกที่อยู่ในวิชาสวรรค์อมตะ!
ที่นี่… เจตจำนงบริสุทธิ์จะทำให้ชายหนุ่มสามารถเรียนรู้ความลับที่อยู่ภายในโลกแห่งนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น!
แต่ถึงอย่างนั้น หากจะเรียนรู้ให้ถ่องแท้ เขาจำเป็นต้องเรียนรู้เข้าไปให้ลึกซึ้งที่สุด หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่ว ๆ ไปที่เข้ามาในโลกแห่งนี้ การจะเรียนรู้เจตจำนงที่หลบซ่อนอยู่ในโลกที่น่าพิศวง บางทีพวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ ร้อยปีเลยในการทำความเข้าใจพวกมัน
ทว่านี่คือฉู่โม่ว ทุกอย่างมันย่อมง่ายกว่าอยู่แล้ว!
ภายใต้ความช่วยเหลือของแท่นประทับรู้แจ้งและศิลารู้แจ้ง ทักษะการเรียนรู้ของชายหนุ่มถูกเพิ่มพลังไปอีกไม่น้อย ขุมพลังของเจตจำนงลึกลับภายในที่แห่งนี้ แม้ว่ามันจะดูกำกวมและซับซ้อนจนยากที่จะทำความเข้าใจ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ด้วยพลังแห่งกฎเกณฑ์ มันก็ค่อย ๆ จัดเรียงตัวเองใหม่ให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นอย่างมาก เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นเพียงเส้นตรงที่จับทางได้ไม่ยากแล้ว
เวลาค่อย ๆ หมุนผ่านไปอย่างช้า ๆ รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปแล้วห้าวันในชั่วพริบตา
ในวันนี้ กลิ่นอายพลังที่แข็งแกร่งกำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของฉู่โม่วแล้ว มันยิ่งใหญ่และมอบความรู้สึกเสมือนว่าเป็นผู้อยู่เหนือสรรพสิ่งแทรกซ้อนอยู่ภายในด้วย
ถัดจากนั้น
เขาลืมตาขึ้นทันควัน พร้อมกันนั้นก็เปิดมิติพกพาออก ปล่อยให้สมบัติมากมายหลายชิ้นลอยขึ้นและสลายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงของเหลวซึ่งเป็นยาที่บริสุทธิ์ที่สุดให้ลอยเข้ามาในร่างของชายหนุ่ม
ครืน!
พลังงานที่แปรปรวนห่อหุ้มร่างของฉู่โม่วเอาไว้
จังหวะเดียวกัน เขาก็เริ่มกลืนกินวิชาสวรรค์อมตะไปด้วย!
ระหว่างระยะเวลานี้ ชายหนุ่มรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงทวาราแห่งกระบี่บนร่างของตนที่ถูกเปิดออกทุกแห่ง เซลล์และหน่วยพันธุกรรมจากทั่วทั้งร่างเริ่มทำงานกันอย่างหนักหน่วง มันกลืนกินพลังที่หล่อหลอมรวมกับของเหลวที่เป็นยาก่อนจะเกิดกระบวนการคลาย หลอมรวม เปลี่ยนแปลง และระเหิดตามลำดับ
สิ่งนี้ทำให้พลังจากร่างของเขาเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมเสียอีก
เมื่อมันไต่เต้าไปถึงขั้นสูงสุด ฉู่โม่วก็ได้ยินเสียงคำรามคล้ายมังกรและพยัคฆ์ สะท้อนไปมาอยู่บนฟากฟ้า ก้องกังวานเป็นวงคลื่นราวกับเป็นผืนน้ำใหญ่
ตึง!
ทั่วทั้งห้องเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นโดยพลัน พร้อมกันนั้นก็เกิดคลื่นอากาศกระจายตัวออกไปด้วย มันกวาดทุกสรรพสิ่งออกไปราวกับเป็นคลื่นยักษ์สึนามิ
ไม่ต้องสงสัย
หากกลิ่นอายนี้แพร่กระจายออกไปละก็ บางทีทั่วทั้งสุดยอดฐานจงไห่ เผลอ ๆ ทั่วทั้งแดนดินภายในรัศมีล้านกิโลเมตร จะต้องพินาศราบเป็นหน้ากลองในทันทีแน่ ๆ ทุกสิ่งอย่างจะกลายเป็นเพียงฝุ่นควัน
โชคยังดี
ในตอนที่กลิ่นอายกำลังจะกระจายออกไป เขตมนตราที่กักกันห้องนี้ไว้ก็ปิดกั้นการไปต่อของพวกมันไว้เสียก่อน ความรุนแรงนี้ทำให้ข่ายมนตราถึงกับสั่นสะเทือนรุนแรง เกิดแสงสว่างเป็นรอยร้าวราวกับว่ามันพร้อมจะแตกออกในทุกขณะ
แต่ท้ายสุดแล้ว เขตมนตราก็สามารถทนอยู่ได้จนกระทั่งกลิ่นอายหยุดคลุ้มคลั่ง!
มีเพียงแค่ความกดดันของพลังเท่านั้นที่แพร่กระจายออกไปสู่ภายนอกได้
…
สุดยอดฐานจงไห่
ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนต่างรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัว กลิ่นอายของพลังที่ยิ่งใหญ่ราวกับฟ้าจะถล่มเมื่อครู่นี้ มันก้องกังวานสะท้อนไปด้วยเสียงคำรามของพยัคฆ์และมังกร ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์หรือคนธรรมดา ไม่เว้นแม้แต่เฉินต้าวซวีและผู้ติดตาม ทุกคนต่างหน้าถอดสีกันหมด
ทุก ๆ ครั้งที่เสียงคำรามก้องกังวาน ใจของทุกคนก็จะสั่นระรัวตามไปด้วย
ครู่ใหญ่ ๆ ทุก ๆ คนก็เริ่มที่จะหันมองไปยังทิศทางเดียวกัน ทิศทางอันเป็นต้นกำเนิดของความกดดันที่น่ากลัว ที่นั่นคือ คฤหาสน์ที่ฉู่โม่วอยู่ ณ ตอนนี้ พวกเขาทั้งหมดแสดงสีหน้าตกตะลึง สงสัย และหวาดกลัวออกมาในขณะเดียวกัน
นี่มันวิชาอะไรกัน? ทำไมถึงสามารถปลดปล่อยแรงกดดันออกมาได้มหาศาลถึงเพียงนี้?
แล้วตอนนี้ความแข็งแกร่งของราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์ไปถึงระดับไหนแล้ว?
ไม่มีใครทราบได้
มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกเขารู้ คือฉู่โม่ว ณ ตอนนี้นั้นแข็งแกร่งมาก ๆ เขาอยู่สูงเสียจนคนอื่น ๆ ไม่อาจจะก้าวตามได้อีกต่อไป!
“การที่มนุษยชาติอย่างพวกเรามีราชันย์เทพยุทธ์กลืนกินสวรรค์เนี่ย ช่างเป็นโชคที่ดีอะไรขนาดนี้นะ!”
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนคิดแบบเดียวกัน
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้พลังนั้นจะน่ากลัวหรือจะมีเสียงของมังกรและพยัคฆ์ลอยตามมาให้รู้สึกหวาดผวา แต่พวกเขากลับไม่ได้หวาดกลัวแต่อย่างใด กลับกันทุกคนกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากด้วย
นั่นเพราะพวกเขารู้แล้ว
ว่าแรงกดดันนี้มาจากฉู่โม่ว!
และอีกฝ่ายจะไม่มีทางทำร้ายพวกเขาแน่ ๆ
ดังนั้นสิ่งนี้คือหลักฐาน ถึงความแข็งแกร่งของผู้ดูแลหอสัจธรรมชั้นใน ยิ่งเขาแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ ทุกคนก็ยิ่งสบายใจมากขึ้นเท่านั้น!
…
ภายในห้องที่เงียบสงบ ฉู่โม่วยังคงทุ่มเททั้งใจให้กับการฝึกฝน
ครืน! ครืน! ครืน!
เสียงคำรามของมังกรและพยัคฆ์ยังคงดังกังวานอย่างต่อเนื่อง มันเริ่มกระจายไปทั่วทั้งโลก
วิชาสวรรค์อมตะเล่มนี้ ถือเป็นสิ่งสืบทอดระดับสุดยอด มีระดับสูงยิ่งกว่าระดับโชคลาภ และมันสามารถทำให้เลือดตาแทบกระเด็นได้เลยหากสามารถฝึกฝนได้สำเร็จและเกิดความเข้าใจ
แต่สำหรับชายหนุ่ม นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้ว
ด้วยทรัพยากรการฝึกที่มีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือจากศิลารู้แจ้งหรือแท่นประทับรู้แจ้ง เขาสามารถเข้าใจความลับของคัมภีร์เล่มนี้ได้ไม่ยากนัก และมันทำให้ความสำเร็จของเขาเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว!
ณ ตอนนี้ เขามาไกลกว่าจุดเริ่มต้นมากแล้ว!
ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาตระหนักได้ว่าตนนั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาสวรรค์อมตะเล่มนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก!
เวลาหมุนผ่านไป
รู้ตัวอีกที สิบวันก็ผ่านไปแล้ว!
ตู้ม!
มันเกิดการระเบิดขึ้น เสียงของทองคำและชิ้นเหล็กปะทะกันดังก้องออกมาจากร่างของฉู่โม่ว เมื่อมองไปยังร่างของตนเอง ณ ตอนนี้ เขาเห็นแสงสีทองสว่างเรืองรองราวกับตนนั้นถูกเทไปด้วยทองที่เหลวเป็นน้ำจากความร้อน มันดูสว่างไสวและระยิบระยับน่าหลงใหล
พร้อมกันนั้นเอง ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้น
จังหวะเดียวกับที่ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาของเขาก็เห็นแสงสว่างออกมาครู่หนึ่ง จากนั้นมันก็มาบรรจบกัน
“ในที่สุด!”
“ความพยายามกว่าสิบวันนี้ก็เห็นผล ฉันสามารถฝึกฝนวิชาสวรรค์อมตะจนถึงระดับแรกสุดได้แล้ว!”
ฉู่โม่วถอนหายใจอย่างโล่งอก เขามองไปยังแสงสีทองเป็นประกายที่เปล่งมาจากทั่วร่างของตน มันเป็นความรู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
ภายหลังจากเข้าสู่วิชาสวรรค์อมตะระดับที่ 1 พลังเหนือธรรมชาติที่สอดคล้องกับกายของเขาก็ได้ตื่นขึ้นมาด้วย!
และพลังเหนือธรรมชาติที่ชายหนุ่มได้รับมาก็คือ อสนีบาตนิรันดร์!
คาดเดาว่า
มันน่าจะหมายถึง การที่ทั่วทั้งร่างของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งกับสายฟ้า เฉกเช่นกับการที่ร่างโดนเทโถมด้วยทองคำศักดิ์สิทธิ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีด้วยมีดหรือขวาน มันก็ไม่มีสิ่งใดสามารถทะลวงผ่านเข้ามาได้
นอกจากนี้…
เมื่อฉู่โม่วเริ่มฝึกฝนวรยุทธ์ เขาย่อมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนท่าคิงคองไร้เทียมทานมาด้วย ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้การโจมตีของเขารุนแรงและไร้เทียมทาน สามารถโต้ตอบทุกอุปสรรคที่ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าได้
“ถึงแม้จะเพิ่มมาเพียงหนึ่งระดับของวิชาสวรรค์อมตะ ซึ่งมันไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่ก็ทำให้พลังป้องกันกายภาพของฉันเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย ๆ 30% นี่ก็นับว่าไม่เลวร้าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี!”
“ภายหลังจากที่ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 2 ได้ บางทีฉันอาจจะเพิ่มพลังป้องกันได้มากถึงสองเลย!”
“แล้วถ้าฉันสามารถฝึกฝนจนไปถึงระดับที่ 3 นั่นน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนั้น บางทีต่อให้เป็นเทวะยุทธ์ก็คงไม่อาจจะทลายพลังป้องกันของฉันได้!”
“นี่เป็นแค่ส่วนเสริมเท่านั้น!”
“สิ่งที่สำคัญที่สุด…เลือดของฉัน ได้เข้าสู่ขั้นแรกพร้อมกับวิชาสวรรค์อมตะนี้ แล้วมันก็เริ่มได้รับผลกระทบและเปลี่ยนแปลงตนเองไปด้วย!”
ฉู่โม่วพึมพำกับตนเอง
มองเข้าไปภายในร่างกายตนเอง ชายหนุ่มเห็นได้ชัดว่าเม็ดเลือดภายในนั้นมีขนาดหนายิ่งขึ้น ราวกับว่ามันมีความเข้มข้นเสมือนทองคำ เป็นทองคำศักดิ์สิทธิ์ ไม่เพียงแค่หนาแน่นเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่และพลังงานพิเศษอื่น ๆ ปะปนอยู่ด้วย!
เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์มาจากวิชาสวรรค์อมตะ!
ตอนนี้ระดับ 1 กำลังแสดงปฏิกิริยา แม้ว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่เมื่อไหร่ที่เข้าสู่ระดับ 3 การเปลี่ยนแปลงจะชัดเจนขึ้น และเขาจะได้มาซึ่งพลังที่แท้จริงบางส่วนของวิชาสวรรค์อมตะ
ในตอนนั้น… มีเพียงเวลานั้นเท่านั้นที่พลังของวิชาสวรรค์อมตะจะแสดงศักยภาพที่แท้จริงของมันออกมา!
คิดได้ดังนั้น ฉู่โม่วก็แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะฝึกฝนจนไปถึงระดับ 3 ให้เร็วที่สุด
ทว่าตอนนี้…
ฉู่โม่วจำเป็นต้องหยุดการฝึกฝนนี้ไว้ก่อนเพื่อหันไปฝึกฝนกระบวนท่าอื่นต่อ!
คัมภีร์ห่มสวรรค์!
ชายหนุ่มอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะได้ครอบครองวิชาลับที่สามารถสอดส่องอนาคตอันเกิดจากผลลัพธ์ของการกระทำได้!
เขารีบกลับไปนั่งขัดสมาธิอีกครั้ง พร้อมกับเรียกเอาคัมภีร์ห่มสวรรค์กลับเข้ามาในห้วงจิต ภายหลังจากที่เนื้อหาทุกอย่างถูกเรียกออกมาแล้ว ชายหนุ่มก็หลับตาลงทันทีและเริ่มทำความเข้าใจความลับที่ตำราเล่มนี้ซ่อนไว้อย่างขมักเขม้น
อย่างที่คิด คัมภีร์ห่มสวรรค์นี้มีความซับซ้อนมากกว่าจริง ๆ ด้วย!
ถึงแม้ฉู่โม่วจะมีศิลารู้แจ้งและนั่งอยู่บนแท่นประทับรู้แจ้งแล้วก็จริง ไหนจะด้วยทักษะการเรียนรู้ที่สูงจนน่ากลัว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าการเรียนรู้เจตจำนงในตำรานี้ยากมาก ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะมันเกี่ยวของกับกฎเกณฑ์และอนาคต โลกที่เก็บงำองค์ความรู้นี้ไว้จึงเต็มไปด้วยความพิศวงและภาพลวงตา ก่อเกิดเป็นเจตจำนงแห่งความจริงที่ยากเกินกว่าจะเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ความยากระดับนี้ บางทีต่อให้เป็นมหาเทวะยุทธ์แล้วก็อาจจะยังรู้สึกว่ามันยากเกินไปอยู่ก็ได้
ตอนนี้ชายหนุ่มเป็นเพียงขั้นเทียมเทพ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะรู้สึกว่ามันยาก
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ถอดใจแต่อย่างใด
เขากำลังเผชิญหน้ากับเจตจำนงที่ยิ่งใหญ่ หากว่าวิธีการเข้าใจมันง่าย นั่นคงเป็นเรื่องประหลาดแน่แท้!
ฉู่โม่วจมลงไปในเจตจำนงที่ก่อตัวขึ้นและทิ้งตนให้พลังแห่งกฎเกณฑ์ช่วยนำพาเหมือนแต่ก่อน ทุ่มเทแรงกายและแรงใจทั้งหมด เลิกสนใจเวลา ณ โลกภายนอก
และด้วยเหตุนี้เอง
เวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนาน มันจึงเหมือนผ่านไปเพียงชั่วพริบตา
…ครึ่งเดือนผ่านไป