ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 637 ทองคำห้วงมิติ
บทที่ 637 ทองคำห้วงมิติ
“นี่คืออะไร?”
ฉู่โม่วหยิบสิ่งนั้นมาและดูให้ถี่ถ้วน มันมีลักษณะเหมือนชิ้นโลหะ แต่เป็นสีทองทั้งชิ้น ราวกับโดนนำไปชุบทองคำไว้ เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นมิติที่แปรผันจาง ๆ ออกมาจากสิ่งนี้ รอบ ๆ ตัวชิ้นวัตถุมีช่องว่างมิติเกิดขึ้นอยู่เป็นหย่อม ๆ ปลดปล่อยกลิ่นอายมิติที่น่ากลัวออกมา
กลิ่นอายนี้ค่อนข้างคล้ายกับเหล่าหินที่ฉู่โม่วเก็บได้มาจากเขตแดนอื่น แต่ต่างกันที่ชิ้นโลหะเบื้องหน้าเขานี้ มีกลิ่นอายของมิติที่บริสุทธิ์มากอยู่ นอกจากนี้มันยังมีสิ่งอื่นที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจปะปนอยู่ด้วย เป็นบรรยากาศที่ดูลึกลับ
“นี่คือทองคำห้วงมิติครับ!”
ผู้ตรวจการโจวพูด
“ทองคำห้วงมิติ?”
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉู่โม่วได้ยินชื่อนี้ ความสงสัยปรากฏขึ้นในแววตา
“ทองคำห้วงมิติเป็นโลหะพิเศษที่หาได้ยากมาก ๆ เงื่อนไขในการกำเนิดของมันค่อนข้างจะยุ่งยาก นั่นคือ มันสามารถพบได้เพียงสถานที่ซึ่งมีพลังห้วงมิติรุนแรงในอวกาศเท่านั้น อย่างเช่นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสมบัติห้วงมิติในอวกาศ และนั่นก็แค่สถานที่ที่มี ‘โอกาส’ เกิดเท่านั้นด้วยครับ!”
ผู้ตรวจการโจวพูดต่อ “ภายใต้สถานการณ์ปกติ มันเป็นอะไรที่ยากมาก ๆ ที่จะได้พบสิ่งนี้แม้เป็นเพียงชิ้นเดียวจากทั่วทั้งจักรวาล และเมื่อใดที่มันปรากฏขึ้นมา ความหายากของมันนี้ก็มากพอที่จะทำให้แม้แต่มหาเทวะยุทธ์ถึงกับตื่นเต้น ไม่เพียงเท่านั้น พลังของทองคำห้วงมิตินี้เองก็สามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธ์สามารถสร้างโลกของตนเองได้ โลกที่ว่านั้นไม่ใช่มิติที่เชื่อมต่อกับร่างกายของคนคนนั้น แต่เป็นโลกจริง ๆ ทั้งใบเลย!”
“นอกจากนี้ ทองคำห้วงมิติยังสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการขัดเกลาได้ เพียงแค่เพิ่มเศษชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของทองคำห้วงมิติลงไปในสมบัติชิ้นหนึ่งมันก็อาจจะช่วยเพิ่มพลังห้วงมิติอวกาศให้กับของชิ้นนั้นได้!”
“นั่นเป็นเพียงข้อดีทั่วไปนะ”
“ข้อดีที่สำคัญที่สุดสำหรับสิ่งนี้ นั่นคือพลังห้วงมิติที่อยู่ภายในครับ หากผู้ปลุกพลังสามารถเข้าใจมันได้ มันก็มีโอกาสที่คนคนนั้นจะเป็นปรมาจารย์แห่งพรสวรรค์ห้วงมิติได้ พูดกันง่าย ๆ นี่ถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ล้ำค่ามากที่สุดในบรรดาสมบัติด้วยกันเองเลยครับ!”
พูดเช่นนั้น ผู้ตรวจการโจวก็ดูจะตื่นเต้นเช่นกัน “ผมเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบทองคำห้วงมิติในร่างของสัตว์อสูรยักษ์แบบนี้!”
เขาทั้งประหลาดใจและตกตะลึง
อย่างไรเสีย สมบัติชิ้นนี้ก็หาเจอได้ยากมาก ๆ บางทีอาจจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากที่สุดในจักรวาลมาตลอดหลายพันปีเลยก็ได้ ผู้ฝึกยุทธ์นับไม่ถ้วนต่างพยายามอย่างมากเพื่อตามหามัน ทว่าเขากลับได้มันมาเพียงแค่สังหารสัตว์อสูรที่อยู่ในจักรวาลเช่นนี้เสียอย่างนั้น แถมยังเผอิญเจอมันก่อนที่จะได้รู้จักกับมันอีกด้วย!
หากข่าวนี้แพร่ออกไป จะต้องทำให้ผู้ฝึกยุทธ์อีกนับไม่ถ้วนอิจฉาเขาแน่ ๆ!
และในเวลานี้
จากคำแนะนำของผู้ตรวจการโจว ฉู่โม่วก็ตกตะลึงและยืนนิ่งไป ณ ตรงนั้น
พักใหญ่ ๆ เขาถึงจะได้สติกลับมาพร้อมกับสีหน้ายิ้มระรื่นมีความสุขบนใบหน้า
หากสิ่งที่ผู้ตรวจการโจวพูดนั้นเป็นเรื่องจริง นั่นหมายถึงทองคำห้วงมิติก้อนนี้ จะมีผลกับตัวเขาเป็นอย่างมาก
เขาไม่ได้ต้องการที่จะนำทองคำห้วงมิติไปบ่มเพาะสมบัติชิ้นใด ไม่แม้แต่จะเปิดโลกของตนเองเท่านั้น นั่นเพราะเขามีโลกในฝ่ามืออยู่แล้ว แถมยังสามารถรวมเอาสิ่งนี้เข้าไปในโลกใบเล็กของตนเพื่อให้มันขยายขนาดได้อีกด้วย!
ในวันนี้…
ถึงแม้ว่าโลกในฝ่ามือของฉู่โม่วจะมีขนาดราว ๆ หลักพันกิโลเมตรอ้างอิงจากความแข็งแกร่งของเขา แต่มันก็ยังถือเป็นโลกที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นเท่านั้นเมื่อเทียบกับโลกจริง ๆ!
หากเขาสามารถขยายขนาดของโลกในฝ่ามือนี้ได้ด้วยพลังของทองคำห้วงมิติ ความแข็งแกร่งของเขาก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วยตามขนาดของโลก!
อย่างไรเสีย…
พลังของสวรรค์กระบวนท่าลับเบิกนภาที่เขาฝึกฝนไว้ ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของโลกในฝ่ามือด้วย!
ยิ่งโลกในฝ่ามือมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ กระบวนท่าลับเบิกนภาก็จะยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น
ไม่เพียงเท่านั้น
หากเขาใช้ทองคำห้วงมิติเพิ่มพลังให้กับโลกในฝ่ามือ เขาน่าจะสามารถให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตในโลกใบน้อยนี้ได้เลย นี่จะกลายเป็นโลกเหนือธรรมชาติของเขา และในโลกใบนี้ เขาคือเทพเจ้าที่แท้จริง ภายหลังจากให้กำเนิดชีวิตภายในนี้แล้ว ผลประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว!
นอกจากนี้ ฉู่โม่วยังสามารถกลืนกินกฎเกณฑ์แห่งมิติและบรรยากาศลึกลับที่ออกมาจากทองคำห้วงมิติชิ้นนี้ได้ด้วย บางทีเขาอาจจะมีโอกาสเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังแห่งห้วงมิติให้เข้าถึงระดับกฎเกณฑ์มายาได้ด้วย!
‘ของดีนี่!’
คิดได้ดังนั้น แววตาของฉู่โม่วก็เกิดไฟลุกพรึ่บ
แต่…
ไม่นานนักหลังจากที่เขาสงบสติตนเองลงได้ เขาก็ส่งชิ้นส่วนทองคำห้วงมิตินั้นให้กับผู้ตรวจการโจว ถึงแม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ แต่มันก็ถือเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การมอบเป็นรางวัลให้กับผู้อาวุโสคนนี้เช่นกัน
ทว่าสิ่งที่ฉู่โม่วไม่คาดคิดก็คือ ผู้ตรวจการโจวนั้นกลับไม่ได้รับหินดังกล่าวไป เขาส่ายหน้าแล้วพูด “ท่านผู้ดูแล รับทองคำห้วงมิตินี้ไปเถอะ”
“แน่ใจเหรอครับ?”
ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น ฉู่โม่วถึงกับประหลาดใจขึ้นมาอีก
ผู้ตรวจการโจวยกยิ้มแล้วพูด “ถึงแม้ว่าทองคำห้วงมิตินี้จะล้ำค่าขนาดไหน แต่มันก็ไม่ได้มีความหมายกับผม ชีวิตของผมนี้มีเพียงใฝ่หาหนทางเพื่อจะขึ้นไปสู่การเป็นมหาเทวะยุทธ์เท่านั้น ถึงแม้ว่าทองคำห้วงมิติจะช่วยให้ผมเข้าใจในพลังแห่งห้วงมิติได้ก็จริง แต่สำหรับผม มันไม่ต่างอะไรกับการใช้ของที่ไม่คุ้มค่าหรอก!”
“ผมนั้นแก่มากแล้ว และผมเองก็คิดว่าตนคงไม่เหลือเวลามากพอจะมาทำความเข้าใจกฎเกณฑ์ใด ๆ เพิ่มด้วย ไม่ต้องพูดถึงการเป็นเจ้าแห่งกฎเกณฑ์พลังห้วงมิติเลย!”
“ดังนั้นแล้ว แทนที่จะให้มันมาเสียเปล่ากับผม สู้ส่งมอบมันให้กับผู้ที่ต้องการมากกว่าจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ท่านผู้ดูแล คุณมีพลังแห่งห้วงมิติ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณอย่างแน่นอน!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พูดตอบ “ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ต้องการมัน แต่คุณนำทองคำห้วงมิติชิ้นนี้ไปมอบให้กับผู้ที่อยู่ในตำหนักบรรพชนได้นะ ผมคิดว่าทางตำหนักบรรพชนจะต้องตกรางวัลให้อย่างมากแน่ ๆ!”
“ท่านผู้ดูแล คุณไม่รู้อะไรเสียแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นผู้คุ้มกันของคุณ ผมผู้ชราภาพนี้ได้รับรางวัลจากตำหนักบรรพชนเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมได้รับเกียรติให้มาปกป้องคุณตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ สิ่งนี้ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องมอบทองคำห้วงมิติชิ้นนี้ให้ผมแต่อย่างใด!”
ผู้ตรวจการโจวอธิบาย
“เข้าใจแล้วครับ”
ฉู่โม่วเข้าใจได้และพยักหน้า แต่ในขณะที่เขาจะพูดอะไรเพิ่มเติมสักหน่อย ก็เห็นผู้ตรวจการโจวโบกมือให้เสียก่อน “หากคุณรู้สึกผิดละก็ คุณเพียงแค่ตอบรับคำขอของผมผู้นี้ก็พอครับ”
“ผู้ตรวจการโจว บอกผมมาได้เลย”
เขาพูดเสริม “ทองคำห้วงมิตินี้สำคัญกับผมมาก ๆ เพราะงั้นไม่ว่าจะเป็นคำขอใด ๆ ตราบใดที่ผมทำได้ สัญญาว่าจะทำให้อย่างแน่นอนครับ!”
“ผมแก่แล้ว เพราะงั้นหลังจากผ่านช่วงนี้ไป ผมตั้งใจจะขอรับรางวัลล่วงหน้าจากตำหนักบรรพชนเพื่อขอปลีกตัวไปฝึกฝนเพื่อหาทางพัฒนาขั้นตนเอง หากสำเร็จ ทุกคนคงจะร่วมยินดีกับข้า แต่ถ้าไม่สำเร็จ ผมอาจจะตายได้ หลังจากมีชีวิตอยู่มาหลายปี ผมไม่มีสิ่งใดให้หวงแหนนัก มีเพียงสายเลือดที่อยู่เบื้องหลัง ในตอนนี้ที่พวกเขาได้พัฒนาจนเป็นตระกูลใหญ่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังน่าเสียดายที่ไม่มีใครเลยที่มีผลงานเป็นที่โดดเด่นมาหลายปีแล้ว!”
“เช่นนั้น… ท่านผู้ดูแล หากผมล้มเหลว ได้โปรด ช่วยเลือกลูกหลานของผมสักคนหนึ่งเพื่อไปเป็นผู้ติดตามของคุณด้วยเถิด!”
ผู้ตรวจการโจวพูดอย่างจริงใจ
“ไม่มีปัญหาครับ!”
ฉู่โม่วยินยอมโดยไม่ลังเล
เห็นเช่นนั้น ผู้ตรวจการโจวก็รู้สึกได้ถึงความเบาสบาย ราวกับภาระที่เหลือของเขาได้จบลงแล้ว เขาปล่อยลมหายใจยาวและแสดงท่าทีผ่อนคลาย
นี่เป็นเรื่องสุดท้ายที่เขายังห่วงอยู่ ในตอนนี้เขาได้จัดการแก้ปัญหามันได้แล้ว ดังนั้นเขาจะสามารถทุ่มเทเวลาที่เหลือให้กับการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งได้ ความพยายามหนักครั้งสุดท้ายนี้ ต่อให้ล้มเหลวก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก!
ในส่วนของฉู่โม่ว เขาเก็บทองคำห้วงมิติกลับคืนมาและใส่ไปในมิติพกพา
จากนั้น…
ทั้งสองก็กลับไปยังราชรถ มังกรทั้งห้าร้องคำรามอย่างพร้อมเพรียงอีกครั้งก่อนจะมุ่งหน้าเดินทางต่อ เพื่อไปยังดวงเคราะห์สีเงินอันเป็นปลายทาง