ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 638 สร้างชีวิตในโลกบนฝ่ามือ และ พลังแห่งห้วงมิติระดับเทวะ!
บทที่ 638 สร้างชีวิตในโลกบนฝ่ามือ และ พลังแห่งห้วงมิติระดับเทวะ!
ห้องที่เงียบสงบ…
ฉู่โม่วนั่งขัดสมาธิ จนกระทั่งเขาเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ ตอนนั้นเอง เขาพลิกฝ่ามือขึ้นแล้ววางทองคำมิติลงไปบนฝ่ามือนั้น
มันเป็นเพียงเศษหินชิ้นเล็ก ๆ ที่ขนาดเท่าฝ่ามือและหนักประมาณหนึ่งกิโลกรัมเท่านั้น
แต่อย่าได้ดูถูกเชียว
เพราะจากคำบอกเล่าของผู้ตรวจการโจว นี่ก็ถือว่าใหญ่มากแล้ว!
อย่างไรเสีย… ตั้งแต่อดีตอันยาวนาน แม้ว่าทองคำมิติจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ และแม้ว่ามันจะเป็นเพียงขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ หนักเพียงครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม แต่มันก็จะถูกโถงบรรพชนของมนุษยชาติเก็บไปเสมอ
ตลอดหลายปีมานี้ มีทองคำมิติปรากฏขึ้นบ้างอยู่ในงานประมูลระดับสูง ทว่ามันเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่หนักประมาณสิบกรัมหรือไม่ถึงสิบกรัมเท่านั้น ไม่มีใหญ่กว่านี้อีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งของประมูลที่มีมูลค่าสูง ในแต่ละครั้งมันย่อมต้องถูกขายไปในราคาที่สูงลิ่วอยู่ตลอด!
สามร้อยปีก่อน มีงานประมูลบนดาวเคราะห์สีเงิน และในงานนั้น ก็มีทองคำมิติปรากฏขึ้นด้วย ด้วยน้ำหนักสามสิบกรัม ก็สามารถล่อสายตาของเทวะยุทธ์ร่วมสิบคนให้เข้ามาร่วมประมูลด้วยกัน ในตอนท้ายก็ถูกประมูลออกไปด้วยราคาสูงถึงสองร้อยสี่สิบพันล้านเหรียญเงินคราม
แล้วถ้าเป็นชิ้นที่มีน้ำหนักมากถึงหนึ่งกิโลกรัมในมือฉู่โม่วนี้มันจะขายได้เท่าไรกัน?!
ในแง่ของมูลค่า มันน่าจะสูงถึงสิบล้านล้านเหรียญเงินครามได้เลย!
และถึงแม้ผู้ปลุกพลังทั่วไปจะมีเงินพอ เขาก็ไม่อาจจะซื้อได้ นั่นเพราะมันจะมีคนคอยต่อราคาให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีใครสู้ราคาได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือสมบัติที่ไม่อาจจะตีราคาได้!
‘ฉันหวังว่าชิ้นส่วนทองคำมิตินี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ฉันได้นะ!’
ฉู่โม่วคิดอย่างมีความหวัง
จากนั้น…
ไม่มีการลังเลใด ๆ เขาหลับตาลง กำทองคำมิติเอาไว้ แล้วค่อย ๆ จัดการพลังแห่งห้วงมิติของตนให้เข้าไปภายในหินก้อนดังกล่าว และเคลื่อนย้ายมันเข้าไปในโลกบนฝ่ามือ
ทองคำมิติเป็นของวิเศษ สมแล้วกับที่ถูกเรียกว่า ‘ทองคำสวรรค์!’
ภายในของมันอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งห้วงมิติหนาแน่น แถมยังมีโลกของตนเองอยู่ภายในด้วย
จากการคาดเดาของชายหนุ่ม
ในพริบตานั้น พลังงานแห่งมิติที่น่ากลัวและโลกต้นกำเนิดที่อยู่ภายในทองคำมิติก็โถมเข้ามาที่เขา มันซึมซับเข้าไปในโลกบนฝ่ามืออย่างรวดเร็ว ด้วยการช่วยเหลือของพลัง โลกบนฝ่ามือของฉู่โม่วเริ่มที่จะสั่นไหวอย่างรุนแรง พร้อมทั้งปะทุกลิ่นอายลึกลับออกมาตาม ๆ กัน มันกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง
ครืน!
ระหว่างกระบวนการนี้ ขนาดของโลกบนฝ่ามือก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในตอนแรกจะเป็นโลกใบเล็กและดูจะไม่เป็นโลกเสียทีเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงกว้างก็ทำให้ท้ายที่สุด มันกลายเป็นเสมือนขุนเขาส่งเสียงคำราม และผืนบาดาลถล่มผืนพิภพ โลกเกิดการสั่นสะเทือนอย่างแรงที่สุดเท่าที่มันจะรับไหว
ไม่เพียงแต่ผืนโลก แต่ผืนฟ้าเองก็สั่นสะเทือนจนเสมือนว่าจุดจบของโลกกำลังใกล้เข้ามา
‘เกิดอะไรขึ้นน่ะ?’
‘ทำไมที่นี่ถึงสั่นสะเทือนขนาดนี้กันนายท่าน? มันเกิดขึ้นได้ยังไงน่ะ!?’
ภายในโลกบนฝ่ามือ
อาไต๋ที่กำลังบินเล่นไปเรื่อย ตระหนักได้ถึงการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดในโลกใบนี้ เธอตื่นกลัวแล้วกระพือปีกพลางร้องโวยวายไปด้วย
ในส่วนของเสี่ยวอู๋และเสี่ยวจิน ทั้งสองกำลังฝึกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของสายเลือดเองก็ตื่นจากการฝึกฝนนั้น และกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ดี
“ไม่ต้องตกใจไป ฉันกำลังปรับปรุงโลกนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
ตอนนั้นเอง เสียงฉู่โม่วก็ดังขึ้นมา
รับรู้ได้ว่าเจ้าของเสียงเป็นนายท่านของพวกตนจริง ๆ ผ่านกลิ่นอายและน้ำเสียงที่อ่อนโยน สัตว์อสูรทั้งสามจึงยอมสงบลง
ครืน! ครืน! ครืน!
การสั่นสะเทือนยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถึงจุดสูงสุดที่มันจะรับไหวแล้ว บริเวณขอบปลายของโลกที่แต่เดิมถูกปกคลุมไปด้วยหมอกแห่งความวุ่นวายก็ได้บังเกิดแผ่นดินใหม่ขึ้นมา ไม่เพียงเท่านั้นแต่ยังมีหนองน้ำ สายลม และเปลวเพลิงก่อเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับแผ่นดินดังกล่าวด้วย
ภูเขา ทะเลสาบ ทุ่งกว้าง และบึง
ภูมิประเทศของโลกถูกเพิ่มเติมในเวลาอันสั้น
ยามที่มองภาพรวม พวกเขารู้สึกได้ว่าโลกใบนี้กำลังขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ห้าพันกิโลเมตร!
หกพันกิโลเมตร!
เจ็ดพันกิโลเมตร!
…
หนึ่งหมื่นหกพันกิโลเมตร!
ในที่สุด
เมื่อมันขยายจนได้รัศมีเพิ่มขึ้นเป็นสองหมื่นกิโลเมตร มันก็ค่อย ๆ หยุดลง
แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ เพราะแม้มันจะขยายใหญ่ขึ้นมาได้ขนาดนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงก็เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น
พรึ่บ!
พืชผักมากมายเติบโตขึ้นในทุ่งกว้าง มันกลายเป็นป่าใหญ่ มีนก มีแมลงเริ่มก่อเกิดชีวิตขึ้นมา รวมถึงในหนองน้ำก็มีปลาด้วย
โลกใบนี้ มีสิ่งมีชีวิตจริง ๆ ปรากฏขึ้นมาแล้ว!
ในตอนที่สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกได้ปรากฏขึ้น ฉู่โม่วก็รับรู้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างโลกจริง ๆ และโลกในฝ่ามือได้ทันที นั่นคือ พลังแห่งกฎเกณฑ์แรกเริ่ม!
ดังที่เคยพูดไว้แล้ว
โลกในฝ่ามือของฉู่โม่ว สาเหตุที่ทำให้มันยังไม่สมบูรณ์เพราะขาดกลิ่นอายของชีวิต เขาไม่มีแม้กระทั่งพลังแห่งกฎเกณฑ์ใด ๆ ถือกำเนิดขึ้นมา และในตอนที่สิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกก่อเกิดขึ้นมา มันก็ทำให้กฎเกณฑ์แรกเริ่มถือกำเนิดขึ้นมาด้วย!
การที่มีหรือไม่มีกฎเกณฑ์นี้ ทำให้โลกมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก!
ปราศจากกฎเกณฑ์ ไม่ว่าโลกจะใหญ่ขนาดไหน ก็เป็นได้แค่มิติทั่วไปเท่านั้น!
และการที่มันให้กำเนิดกฎเกณฑ์ขึ้นมาได้ นั่นหมายถึง โลกใบนี้ได้กลายเป็นโลกที่แท้จริงแล้ว เหลือเพียงพัฒนาให้โลกใบนี้มีมูลค่า และเติบใหญ่ขึ้นไปได้อีกอย่างต่อเนื่อง!
พูดง่าย ๆ
ตั้งแต่ที่กฎเกณฑ์ได้กำเนิดขึ้นมา
โลกที่ฉู่โม่วสร้างขึ้นมาก็มีทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนโลกจริง ๆ ไปแล้ว ในอนาคต เมื่อไหร่ที่สิ่งมีชีวิตทรงปัญญาได้ถือกำเนิดขึ้นมา มันก็มีโอกาสที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ และในอนาคตอีกเช่นกัน เมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้น โลกใบนี้ก็อาจจะสร้างผู้ที่แข็งแกร่งเช่นเขาขึ้นมา จักรวาลที่มีเขาเป็นเจ้าของก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก!
และด้วยความที่เขาเป็นผู้สร้าง นั่นหมายถึง เขาคือเทพเจ้า ในโลกใบนี้ เขาคือกฎ คือพลังแห่งกฎเกณฑ์รวมไปถึงเทพเจ้าผู้สร้างที่แท้จริง!
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังเหลือหนทางอีกยาวไกลกว่าความแข็งแกร่งระดับนั้นจะมาถึง
แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้ อนาคตก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว!
คิดได้ดังนั้น
แม้แต่ฉู่โม่วก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความตื่นเต้น
การเปลี่ยนแปลงของโลกในฝ่ามือมาถึงระดับนี้ มันก้าวมาถึงจุดที่มีคุณค่าพอที่จะใส่ใจแล้ว เขาจำเป็นต้องดูแลมันให้มากขึ้น และเสริมสร้างมันช้า ๆ
แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจขนาดนั้น
อย่างไรเสียการขยายพื้นที่ขนาดกว้างขวางในคราเดียวและให้กำเนิดกฎเกณฑ์แห่งโลก มันก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญอยู่แล้ว ไว้รอให้อะไรลงตัวกว่านี้อีกนิดหน่อย ค่อยมาคิดต่อว่าจะต้องทำอย่างไรต่อดี
ดังนั้นแล้วฉู่โม่วจึงตัดการเชื่อมต่อกับพลังแห่งมิติไป
เมื่อสติของเขากลับมายังโลกหลักอีกครั้ง ชายหนุ่มก็พบว่า พลังงานแห่งมิติภายในทองคำมิติยังคงหลงเหลืออยู่ถึงหนึ่งในสี่ส่วน
“จะให้เสียเปล่าไม่ได้!”
“กลืนกินมันเข้าไป แล้วเพิ่มพลังให้กับตนเอง เพิ่มพลังแห่งกฎเกณฑ์!”
ฉู่โม่วตัดสินใจ
คิดได้ดังนั้น เขาก็หลับตาลงอีกครั้งทันที กระตุ้นพลังแห่งห้วงมิติ และนำทางพลังแห่งห้วงมิติในทองคำมิติให้แผ่ซ่านออกมา ก่อนที่ตนจะกลืนกินพลังเหล่านั้นกลับเข้าไป
เวลาผ่านไป…
ชายหนุ่มได้พลังมากขึ้น ๆ ทำให้พรสวรรค์พลังแห่งห้วงมิติของเขาเติบโตขึ้นตามไปด้วย
การดื่มด่ำพลังแห่งห้วงมิตินี้ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ๆ ซึ่งตลอดเวลาฉู่โม่วก็อดที่จะตื่นเต้นไปกับตนเองไม่ได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน
มิติรอบ ๆ ตัวเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนเบา ๆ ราวกับว่ามันกำลังจะยุบหายไปได้ตลอดเวลา เทียบกับมิติในที่อื่นแล้ว มิติรอบตัวฉู่โม่วนี้ดูจะเหมือนมิติที่กำลังพังทลายเสียมากกว่า
มันดูแปลกมาก
สามวันให้หลัง
แกร๊ก!
ทองคำมิติเกิดรอยร้าวและแตกออกเป็นผงละอองสีทอง ก่อนจะมลายหายไป มิติรอบ ๆ ตัวฉู่โม่วไม่เกิดความผิดปกติอีกต่อไปแล้ว มันกลับไปอยู่ในสภาพที่มั่นคงดังเดิมขณะที่ฉู่โม่วกำลังตื่นขึ้นมา
ในตอนแรก เขามึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็สามารถเรียกสติกลับมาได้อย่ารวดเร็ว
ปราศจากการลังเลใด ๆ เขารีบเปิดดูข้อมูลของตนเองทันที
[เป้าหมาย : ฉู่โม่ว]
[ระดับร่างกาย : อสนีบาตคงกระพันระดับเทวะ (กฎเกณฑ์มายา), กายาทวิเนตรระดับเทวะ, กายาวิญญาณห้าธาตุระดับตะวัน, กายากระบี่เทวะระดับราชันย์]
[พรสวรรค์ : วิชากระบี่ระดับเทวะ, พลังแห่งห้วงมิติระดับเทวะ (43% กฎเกณฑ์มายา), เพลงหมัดระดับตะวัน, ธาตุแสงระดับตะวัน, ธาตุความมืดระดับตะวัน, พลังฝ่ามือระดับตะวัน, ธาตุลมระดับตะวัน, ห้วงเวลาระดับราชันย์, แรงโน้มถ่วงระดับราชันย์, วิชาเนตรระดับดารารุ่งอรุณ, พลังแห่งห้วงวิญญาณระดับสูง, พลังแห่งนิพพานระดับสูง, พลังควบคุมอสูรระดับสูง]
…
“เรียบร้อย!”
“พลังแห่งห้วงมิติของฉันกำลังเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ด้วย และตอนนี้มันก็พัฒนาจากระดับตะวันเป็นระดับเทวะแล้ว!”
“ขนาดกฎเกณฑ์แห่งห้วงมิติเองก็ยังเพิ่มจาก 15% เป็น 43% ด้วย!”
ได้เห็นการพัฒนาขึ้นของพลังแห่งห้วงมิติของตน ใบหน้าของฉู่โม่วก็แสดงความโล่งใจออกมาพร้อมกับความตื่นเต้น
เรื่องนี้มันสุดยอดจริง ๆ!
เพียงแค่เศษเสี้ยวของทองคำมิติยังช่วยเขาได้มากขนาดนี้
ไหนจะช่วยเพิ่มกำลังและขยายขนาดโลกในฝ่ามือ รวมถึงเพิ่มพลังให้พลังแห่งห้วงมิติจนถึงระดับเทวะได้ แล้วยังสามารถช่วยเพิ่มกฎเกณฑ์พลังแห่งห้วงมิติให้เพิ่มขึ้นอีกเป็นอย่างมากด้วย
การพัฒนาเช่นนี้ หากเขาจะลงมือฝึกฝนด้วยตนเองละก็ มันน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยสิบปีเลย!
สิบปีนี้สำหรับเขาคนเดียวด้วย
หากปราศจากพลังของศิลารู้แจ้ง แท่นประทับรู้แจ้งและพลังในการเร่งกาลเวลา
พูดง่าย ๆ คือหากเป็นผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ พวกเขาอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๆ พันปีหรือหมื่นปีกว่าจะมาได้ถึงระดับนี้!
“ไหน ขอทดสอบพลังแห่งห้วงมิติที่พัฒนาขึ้นมาหน่อยซิ!”
ฉู่โม่วอดไม่ได้ที่จะทดลอง