ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 774 จิตรกรและจักรพรรดิแห่งสวรรค์คือคนเดียวกัน … เขาตั้งใจให้ฉันเห็นเหรอ?
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 774 จิตรกรและจักรพรรดิแห่งสวรรค์คือคนเดียวกัน … เขาตั้งใจให้ฉันเห็นเหรอ?
บทที่ 774 จิตรกรและจักรพรรดิแห่งสวรรค์คือคนเดียวกัน … เขาตั้งใจให้ฉันเห็นเหรอ?
สายตาของฉู่โม่วเผยให้เห็นว่าเขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก สมองของเขาทำงานหนักยิ่งกว่าเก่าราวกับคลื่นทะเลเดือด
ชายหนุ่มสร้างข้อสันนิษฐานมากมายขึ้นในหัว แต่ทั้งหมดก็ถูกปัดตกไป
กลุ่มผู้เป็นอมตะเหล่านั้น แม้ว่าจะไม่ได้ดูสำคัญมากนัก
แต่อย่างไรแล้ว มันก็แสดงถึงสถานะของผู้เป็นอมตะในสวรรค์อย่างไร้ซึ่งข้อโต้เถียง
แต่บนภาพวาดนี้กลับมีเปลวเพลิงและกระจกที่ไม่ควรจะปรากฏอยู่ด้วย มันแปลว่ายังไงกันแน่?
นี่คือภาพของเหล่าเทพสวรรค์ตัวจริง หรือว่าจิตรกรที่วาดภาพนี้จะตั้งใจใส่มันไว้กันนะ?
ถ้าเขาตั้งใจ แล้วทำไปทำไมล่ะ?
…
ข้อสงสัยปรากฏขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉู่โม่วตกอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่สักพัก แล้วจึงหลับตาลงในทันใด
ซ่า…
มีเสียงกระแสน้ำบางเบาดังขึ้นในห้วงอากาศ แล้วแม่น้ำสายยาวก็ปรากฏขึ้น
แม่น้ำสายนี้ทรงพลังจนไร้ที่เปรียบ ราวกับว่ามันกำลังไหลผ่านหน้าประวัติศาสตร์ผ่านแต่ละยุคสมัยและจะไหลต่อไปในอนาคตอย่างไร้ที่สิ้นสุด
มันคือภาพลวงตาของสายธารแห่งกาลเวลา
“ถ้าเดาไม่ได้ ก็ดูเลยแล้วกันว่าภาพนี้ในยุคสมัยนั้นเกิดอะไรขึ้น!”
ดวงตาของชายหนุ่มลุกเป็นประกาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
แต่เมื่อความคิดนี้เข้ามาในสมอง เขาก็รู้สึกราวกับว่ากำลังเข้าไปใกล้คำตอบมากขึ้นอยู่เสมอ
หรือ…
อาจจะได้เปิดหูเปิดตามากยิ่งขึ้น
ครืน!
ท้องฟ้าและผืนดินสั่นสะท้าน ห้วงอากาศเปิดและปิดอย่างต่อเนื่อง
ทุกสิ่งโดยรอบจางหายไปราวกับว่าหมึกบนรูปวาดซีดจางลง กาลเวลาไหลผ่านไปราวกับสายน้ำและก่อเกิดคลื่นมากมาย ท้ายที่สุด คลื่นลูกหนึ่งก็พุ่งโดดออกมา ทำให้น้ำหยดหนึ่งจากแม่น้ำพลุ่งพล่านขึ้น ภายใต้แสงอาทิตย์ ภาพจำนวนหนึ่งค่อย ๆ เผยออกมาให้เห็น
“เจอแล้ว!”
สายตาของฉู่โม่วจ้องเขม็งและกำลังจะเชื่อมต่อเข้ากับจิตใจ
ครืนนน!
หลังจากนั้น เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันตรงหน้า เมื่อมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้ชัดเจนอีกครั้ง เขาก็พบว่าโลกโดยรอบนั้นแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อมองออกไป
ตำหนักแห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างไสวไร้ที่เปรียบ มันปลดปล่อยรัศมีอันยิ่งใหญ่ออกมาราวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์สะท้านโลก
ข้างในตำหนัก ร่างหนึ่งในชุดสีขาวกำลังวาดภาพอยู่ในโดม
เพราะเขายืนหันหลังอยู่ ฉู่โม่วจึงไม่สามารถมองเห็นหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และกว้างขวางราวกับมดตัวจ้อยที่มองดูยักษ์ หรือวัชพืชที่เงยหน้าขึ้นมองฟ้า ทำให้ผู้คนต้องรู้สึกชื่นชมและกระทั่งเคารพบูชา
‘เทพสวรรค์!’
‘เขาน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเทพสวรรค์ที่ฉันเคยเห็นมาอีก!’
ทันใดนั้น ความคิดนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉู่โม่ว
เมื่อมาถึงที่นี่ เขาก็มองเห็นร่างลวงตาของเทพสวรรค์มามากมาย และเขายังสัมผัสได้ว่ารัศมีของเทพสวรรค์เหล่านั้นทรงพลังถึงเพียงใด
แต่ก็ไม่มีใครเทียบได้กับเทพสวรรค์ในชุดสีขาวตรงหน้าเขาคนนี้
“นี่คือจิตรกรที่วาดภาพของเหล่าเทพสวรรค์เหรอ?”
ความคิดนี้พลันปรากฏขึ้น
ในขณะเดียวกัน
เทพสวรรค์ในชุดสีขาวก็เริ่มลงสีภาพวาด ด้วยพู่กันในมือและการวาดลวดลายเพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็ร่างภาพขึ้นมาบนยอดโดมเสร็จแล้ว และร่างของเทพสวรรค์คนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
ในไม่ช้า ภาพของเหล่าเทพสวรรค์ก็ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่าง
ในตอนนั้นเอง เทพสวรรค์ในชุดสีขาวพลันหยุดนิ่งและครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะยกพู่กันขึ้นอีกครั้งและร่างภาพที่ดูเหมือนกับเปลวเพลิงข้างหลังเหล่าเทพสวรรค์ แล้วจึงเพิ่มจุดสีขาวลงไปด้านข้าง
เมื่อรอดูจนจบ…
แม้ว่าฉู่โม่วจะไม่ได้เห็นใบหน้าของเทพสวรรค์ในชุดสีขาว เขาก็ยังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายพึงพอใจเป็นอย่างมาก
‘ใช่จริงด้วย’
‘เขาตั้งใจวาดมันลงไป’
ฉู่โม่วเข้าใจในทันที
แต่ในตอนนั้นเอง
เทพสวรรค์ในชุดสีขาวก็กลับหลังหันและเคลื่อนสายตามา ดวงนั้นดูราวกับว่าสามารถมีชีวิตอยู่ได้ตลอดกาล และมันมาหยุดลงที่ทิศทางของชายหนุ่ม
ตอนนี้ แม้ว่าบุตรแห่งโชคชะตาจะไม่ได้อยู่ที่นี่จริง ๆ เพียงแค่เข้ามาตามสายธารแห่งกาลเวลา เขาก็ยังต้องรู้สึกชาและหนาวเหน็บไปจนถึงหัวใจ
ยิ่งไปกว่านั้น
เขายังรู้สึกว่าเลือดและพลังปราณหยุดนิ่ง ทำให้ไม่สามารถต้านทานอะไรได้แม้แต่น้อย
‘เขา… เขาเห็นฉันเหรอ?!’
ฉู่โม่วตะลึงงันไปครู่หนึ่ง แล้วความคิดบ้า ๆ นี้ก็ปรากฏขึ้น
พูดตามหลักการแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้!
แต่ในตอนนั้นเอง สายตาของเทพสวรรค์ชุดขาวที่มองดูอยู่ก็เผยรอยยิ้มจาง ๆ ออกมา เห็นได้ชัดว่าเข้าค้นพบบางอย่าง
“น่าสนใจดีนี่”
เทพสวรรค์ในชุดสีขาวหัวเราะเบา ๆ และพูดกับตัวเอง “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเติบโตมาถึงขั้นนี้ได้”
“แต่ด้วยพละกำลังของเจ้าในตอนนี้ เรื่องนี้ยังเหนือกว่าที่เจ้าจะสืบค้นได้”
เมื่อพูดจบ…
เขาก็โบกมือเบา ๆ แล้วภาพทั้งหมดก็แตกสลายลง ฉู่โม่วรู้สึกราวกับว่าถูกอะไรบางอย่างผลักและถูกบังคับให้ออกมาจากสายธารแห่งกาลเวลาทันที
ตูม!
สายธารแห่งกาลเวลานั้นซ่อนอยู่ในห้วงอากาศ
ฉู่โม่วนั่งลงในห้องโถงด้วยสีหน้าซีดเผือดหัวใจพลุ่งพล่าน
เขาไม่คาดคิดเลยว่า
เทพสวรรค์ที่ห่างไกลไปจากที่นี่ถึงนับปีไม่ถ้วนจะสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีของเขา และบังคับให้เขากลับออกมาจากสายธารแห่งกาลเวลาได้
นี่มันวิธีการแบบไหนกัน?
พลังแบบไหนกันที่ส่งผลต่อกาลเวลาได้ขนาดนี้?
แม้แต่ฉู่โม่วก็ไม่อาจทำใจเชื่อได้อยู่ครู่หนึ่ง ความคิดของเขาว่างเปล่าจนไม่สามารถคิดอะไรได้
หลังจากที่ผ่านไปเป็นเวลานาน เขาก็ได้สติกลับมา
ทันใดนั้น…
เขาก็นึกถึงสิ่งที่เทพสวรรค์ชุดขาวพูดเอาไว้
‘ตอนที่เขาพูดเหมือนว่าเขาจะเห็นตัวฉันหรือรู้ระดับพลังของฉัน ไม่งั้นเขาคงไม่พูดว่าฉันโตมาถึงขั้นนี้แล้ว’
‘แต่ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดล่ะ?’
‘เขา… เป็นใครที่ไหนกัน?’
ฉู่โม่วครุ่นคิดอย่างหนัก
ทันใดนั้นเอง
แสงจิตวิญญาณก็ปรากฏขึ้น แล้วร่างร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความคิดของชายหนุ่ม
บนดาวเคราะห์ร้างทิศบูรพาที่ฉู่โม่วเข้าไปในห้วงมิติระหว่างโลกปัจจุบันและจักรวาลมืด ตอนที่เขาขโมยประตูสวรรค์แห่งการพิพากษามา เขาเคยได้รับแสงศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในร่างกาย ทำให้ดึงดูดร่างลวงตาของจักรพรรดิแห่งสวรรค์มายังโลกใบนี้
ในตอนนั้น จักรพรรดิแห่งสวรรค์หันหลังให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด เขาปกคลุมไปด้วยทะเลอันกว้างใหญ่และคลื่นทุกลูกโดยรอบที่พลุ่งพล่านก็คือจักรวาล
หลังจากนั้น ร่างลวงตาของจักรพรรดิแห่งสวรรค์ก็หันไปด้านข้าง พูดอะไรบางอย่างกับเขา แล้วจึงหายตัวไป
แม้ว่าเขาจะจำได้เพียงแค่นั้น ภาพก็ฝังอยู่ในจิตใจของฉู่โม่ว
ตอนนี้เมื่อนึกย้อนกลับไป เขาก็ต้องตกตะลึง
รูปร่างของเทพสวรรค์ชุดขาวผู้วาดภาพเหล่าเทพสวรรค์นั้นคล้ายคลึงกับร่างลวงตาของจักรพรรดิแห่งสวรรค์ทีเดียว
“หรือว่า…”
“นั่นคือคนเดียวกัน?!”
ฉู่โม่วพลันคิดเช่นนั้นขึ้นได้
ความคิดนี้อาจดูบ้าบอเกินไป แต่เขาก็รู้สึกว่า… มันเป็นไปได้สูงทีเดียว!
ไม่เช่นนั้น
ทำไมเทพสวรรค์ในชุดสีขาวถึงพูดแบบนั้นล่ะ?
นอกจากว่า…
เขามองเห็นฉู่โม่ว!
เฮือก!
เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ แม้แต่ฉู่โม่วก็ต้องรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวและหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ถ้าสองร่างนั้นคือคนเดียวกัน!”
“งั้นเขาเป็นใครล่ะ?”
ตามคำบอกเล่าและตำนานเล่าขาน ในหมู่เทพสวรรค์ผู้แข็งแกร่ง คนคนนี้ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ ไม่เช่นนั้น ไม่มีทางที่จะไม่มีใครพูดถึงเขาอย่างแน่นอน
แต่…
นอกจากเขาจะมีตัวตนอยู่จริงแล้ว เขายังปรากฏตัวอยู่ในภาพของเหล่าเทพสวรรค์อีกด้วย
มันทำให้ฉู่โม่วสงสัยถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาคนนี้
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
คนคนนี้ยังวาดเปลวเพลิงและกระจกลงไปในภาพของเหล่าเทพสวรรค์ด้วย
มันคือการบ่งบอกว่าเขาต้องการให้ใครบางคนเห็น!
ขณะที่คิดอยู่นั้น
ความคิดอันแสนบ้าคลั่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของฉู่โม่วในทันใด
“ข้อความพวกนี้…”
“หรือว่าจักรพรรดิแห่งสวรรค์ปริศนาคนนั้นจะตั้งใจให้ฉันเห็น?!”