ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 775 เปลี่ยนแปลงโลกในฝ่ามือ กับ ห้องโถงหลังขั้นบันได
บทที่ 775 เปลี่ยนแปลงโลกในฝ่ามือ กับ ห้องโถงหลังขั้นบันได
นี่เป็นแค่การคาดเดาของฉู่โม่ว แต่เขาก็รู้สึกว่ามันอาจเป็นความจริง
ไม่อย่างนั้น ก็ไม่มีอะไรสามารถอธิบายได้ว่าทำไมจิตรกรถึงวาดสองภาพนั้น และทำไมเขาถึงดูเหมือนจักรพรรดิแห่งสวรรค์ได้ขนาดนั้น
“ถ้าเขาตั้งใจให้ฉันเห็น งั้นตั้งใจจะให้ทำอะไรล่ะ?”
“แล้วถ้าจิตรกรคนนั้นคือจักรพรรดิแห่งสวรรค์ ทำไมเขาถึงบอกว่า ‘รอก่อน’ กับฉันล่ะ?”
ฉู่โม่วไม่อาจเข้าใจได้ แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมากนัก เขาจึงได้แต่หยุดคิดเรื่องนี้ไปก่อน
ในความคิดของเขา เหตุผลที่ตนยังไม่สามารถเข้าใจอะไรหลาย ๆ เรื่องได้นั้นเป็นเพราะรากฐานการฝึกฝนยังต่ำเกินไป
หากเขากลายเป็นมหาเทวะยุทธ์ละก็…
ไม่สิ… มหาเทวะยุทธ์ก็อาจจะยังไม่สามารถติดต่อกับเขาได้
อย่างน้อยก็ต้องเป็นราชันย์เทวะยุทธ์ หรือกระทั่งขั้นสุดยอดเหนือขึ้นไปกว่านั้น เขาอาจจะได้ข้อมูลมาเพิ่มเติม และความลับในอดีตก็จะค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมาเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้น
ฉู่โม่วเก็บข้อสงสัยเหล่านี้ไว้ในใจและหันไปจ้องมองภาพของกลุ่มเทพสวรรค์ เขาจดจำมันจนขึ้นใจ แล้วจึงออกไปจากห้องโถงแห่งนี้เพื่อเตรียมตัวค้นหาที่อื่น ๆ ต่อไป
แต่…
ชายหนุ่มก็ไม่ได้มีความคาดหวังอะไรมากนัก
ในความคิดของเขา แม้ว่าจะค้นหาทั่วทุกตำหนักแล้ว ข้อมูลที่ได้รับในท้ายที่สุดก็จะครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างไรแล้ว ตอนนี้ก็ไม่สามารถค้นพบตัวตนที่ทำให้เทพสวรรค์สิ้นหวังได้อย่างแน่นอน
และความลับที่ซ่อนอยู่ก็จะต้องน่าสะพรึงกลัวอย่างแน่นอน
มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าใจได้ในตอนนี้
ดังนั้น…
“กลับไปหาข้อมูลเพิ่มผ่านสายธารแห่งกาลเวลาตอนนี้คงจะไม่ดีเท่าไหร่ ช่างเรื่องนั้นไปก่อน”
“ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือตามหาโอกาสที่นี่และพัฒนาพละกำลัง!”
“ระดับขั้นกับพละกำลังเท่านั้นที่สำคัญที่สุด!”
ฉู่โม่วคิดเช่นนั้น
และแล้ว ช่วงเวลาต่อมา เขาก็สัมผัสถึงอดีตและตามหาโอกาสต่าง ๆ ไปด้วย
แม้ว่าชั้นสวรรค์แห่งนี้จะผ่านมาแล้วนับปีไม่ถ้วนและสิ่งของมากมายได้สูญเสียพลังไปจนหมดแล้ว แต่ก็ยังมีสมบัติอย่างบ่อน้ำแห่งสวรรค์ที่ยังคงเหลือพลังอยู่บ้าง
ภายในเวลาเพียงห้าวัน ชายหนุ่มก็สำรวจชั้นสวรรค์แห่งนี้จนเกือบทั่วแล้ว
หากเป็นทั่วทั้งสวรรค์ มันคงไม่ได้มีขนาดเพียงเท่านี้
แต่อย่างไรแล้ว ประตูสวรรค์สีชาดก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในสามสิบสามชั้นสวรรค์ และชั้นสวรรค์ของมันก็ขึ้นอยู่กับสายตาของฉู่โม่ว ตึกรามบ้านช่องมากมายข้างในควรจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเหมือนอย่างตำหนักหลิงเซียว
มีสิ่งก่อสร้างเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ยังเหลือรอดอยู่
แต่ถึงอย่างนั้น หลังจากที่ค้นหามากว่าห้าวัน ฉู่โม่วก็ยังสำรวจมันไม่ครบ แสดงให้เห็นว่าสวรรค์ทั้งหมดนั้นกว้างใหญ่ถึงเพียงใด
ระหว่างระยะเวลาห้าวันนี้
ประโยชน์ที่ได้รับก็ถือว่าดีเยี่ยมทีเดียว
ยกตัวอย่างเช่นน้ำในบ่อน้ำแห่งสวรรค์ เขาค้นพบตำหนักที่มีบ่อน้ำอีกสองแห่ง แม้ว่าแต่ละแห่งจะแห้งเหือดจนเหลือน้ำอยู่เพียงน้อยนิด เขาก็เก็บรวบรวมมาได้กว่าสี่ถึงห้าขวด
นี่ทำให้น้ำแห่งสวรรค์ที่ฉู่โม่วเก็บมาทั้งหมดรวมกันเป็นสิบสองขวดเลยทีเดียว
หากผู้ปลุกพลังดื่มพวกมันเข้าไปจนหมด มันก็สามารถเพิ่มอายุขัยของเขาได้อย่างน้อยหลายหมื่นปีเลย
นอกจากนี้
ชายหนุ่มยังพบสมบัติแห่งสวรรค์และโลกอื่น ๆ อีกมากมาย
สมบัติแห่งสวรรค์และโลกเหล่านี้หายากและล้ำค่าอย่างถึงที่สุด พวกมันสามารถใช้สร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงได้ พวกมันเต็มไปด้วยพลังอันกว้างขวางและน่าสะพรึงกลัว รวมถึงพลังแห่งกฎเกณฑ์อันน่าตกตะลึง
ฉู่โม่วเก็บมันเข้าไปในโลกบนฝ่ามืออย่างระมัดระวัง
สมบัติแห่งสวรรค์และโลกเหล่านี้เต็มไปด้วยพลังแห่งโชคลาภและสามารถเก็บเอาไว้ในโลกบนฝ่ามือได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อโลกของเขาได้ไม่น้อยเลย
อันที่จริง…
ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โลกในฝ่ามือของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นแทบจะทุกวินาที
จนถึงตอนนี้…
รัศมีของมันยาวถึงหลายสิบล้านกิโลเมตรแล้ว และมันยังปรับรูปร่างเป็นโลกใบใหม่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น
บนพื้นดิน พืชพรรณต่าง ๆ เริ่มเติบโตและบางพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ยังมีขนาดค่อนข้างเล็กและยังไม่มีพัฒนาการมากนัก
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็พึงพอใจมากแล้ว
เขามีความคาดหวังอันยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงอนาคต
หลังจากที่เก็บสมบัติทั้งหมดลงไปในพื้นดิน
ในตอนนั้นเอง ฉู่โม่วก็สัมผัสได้ถึงรากหนาเตอะที่ยืดยาวออกมา แต่หลังจากที่นึกขึ้นได้ว่ามันไม่ใช่สายแร่จิตวิญญาณ เขาก็ต้องตกตะลึง
มันคือรากของต้นซากุระสวรรค์!
ต้นซากุระนี้… หลังจากที่ชายหนุ่มทำนุบำรุงมาอย่างต่อเนื่อง มันก็เติบโตขึ้นเป็นต้นไม้โบราณขนาดยักษ์ รากของมันแทบจะปกคลุมครึ่งหนึ่งของโลกในฝ่ามือ และความสูงของมันก็มากถึงหลายพันเมตร ในขณะที่ร่มเงาของมันปกคลุมพื้นที่เกือบหนึ่งล้านกิโลเมตรราวกับว่าจะปกคลุมโลกทั้งใบ
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น น้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์ในลำต้นนั้นน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด และมันยังสะสมมาได้มหาศาลแล้วด้วย
ทั้งเสี่ยวอู๋และเจ้านกซื่อบื้อกำลังฝึกฝนอยู่ที่นี่ พวกมันจะตัดกิ่งก้านของต้นไม้ออกเป็นครั้งคราวเพื่อดูดซับน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์และพัฒนาพรสวรรค์ของตัวเอง
นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับต้นซากุระสวรรค์ด้วยเช่นกัน
อย่างไรแล้ว ในลำต้นของมันก็มีน้ำเลี้ยงอยู่มากเกินไป และอาจเป็นภาระต่อต้นไม้ได้
การถูกดูดซับน้ำเลี้ยงออกไปเป็นครั้งคราวก็สามารถลดพลังงานที่ต้องใช้และทำให้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น
แน่นอนว่า แค่อสูรรับใช้สองตัวนั้นไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก
ฉู่โม่วจึงมักจะเก็บน้ำเลี้ยงจำนวนหนึ่งมาเพื่อกระจัดกระจายไปตามพืชพรรณและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ด้วยความหวังว่าพวกมันจะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ได้รับน้ำเลี้ยงต้นซากุระสวรรค์และเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้
เขาตั้งใจจะใช้มันกับตัวเองและผู้เป็นที่รักในอนาคต หรืออาจมอบมันให้กับตำหนักบรรพชนเพื่อเพิ่มความรุ่งเรืองและพละกำลังของเผ่าพันธุ์มนุษย์
…
เมื่อมาถึงยังต้นซากุระสวรรค์ เขาก็เก็บน้ำเลี้ยงของมันเหมือนเช่นเคย แล้วหลังจากที่พูดคุยกับสัตว์เลี้ยงทั้งสองเล็กน้อย ฉู่โม่วก็กลับออกมายังโลกความเป็นจริง
“ไปต่อ!”
ฉู่โม่วเตรียมพร้อมสำรวจต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มาถึงยังตำหนักแห่งหนึ่ง
ตำหนักแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ขอบชายแดนชั้นสวรรค์ มันดูสูงตระหง่านยิ่งกว่าตำหนักหลิงเซียวและมีขั้นบันไดอยู่หน้าตำหนักจำนวนไม่น้อย หากต้องการเข้าไปก็จำเป็นต้องเดินผ่านขั้นบันไดเหล่านี้เสียก่อน
เมื่อเห็นดังนั้น หัวใจของฉู่โม่วก็เต้นไม่เป็นจังหวะ
หลังจากที่คิดดูแล้ว เขาก็ก้าวขึ้นไปบนขั้นบันได
ฟู่!
เมื่อฉู่โม่วก้าวขึ้นไปบนขั้นบันได สายลมและเมฆหมอกก็ปรากฏขึ้นในทันใด
เมฆหมอกนับไม่ถ้วนพัดพาอย่างรุนแรงและพลุ่งพล่านราวกับคลื่นสมุทร
ทันใดนั้น
ฉู่โม่วก็สังเกตเห็นว่า ในห้องโถงที่อยู่บนสุดของขั้นบันได แสงสีทองอร่ามพลันระเบิดออกมา ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ทะลุผ่านหมู่เมฆ และพุ่งออกไปในห้วงจักรวาลไร้ที่สิ้นสุด
“นี่มัน…”
ชายหนุ่มตะลึงงันไปครู่หนึ่ง
ไม่ใช่แค่เพียงเพราะปาฏิหาริย์แห่งสวรรค์และโลกที่เกิดขึ้น แต่ยังเป็นเพราะเสียงหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาทของเขาในทันใด