ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 81 กำจัดนายน้อยฉีหลินแห่งตระกูลสวี่
บทที่ 81 กำจัดนายน้อยฉีหลินแห่งตระกูลสวี่
ขณะที่ชายชราพูดข่มเช่นนั้น ผู้เป็นนายน้อยก็ไม่ได้พูดอะไรเสริม เขาเพียงมองและยิ้ม
ชัดเจนว่าคนคนนี้กำลังรอคำตอบของฉู่โม่วอยู่
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาภายในใจ เขาพูดอย่างใจเย็น “แล้วการที่เป็น ‘ทายาทแห่งตระกูลสวี่ ฉีหลิน’ มันทำไม? ถ้าฉันไม่สนใจ พวกนายจะทำอะไรได้?”
พลันเมื่อถ้อยคำนี้หลุดออกมา นายน้อยแห่งตระกูลสวี่ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปในทันที
ตนเกิดมาในตระกูลสวี่ ที่ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นกองกำลังหลักของฐานจินหลิง และด้วยเบื้องหลังที่สูงส่งถึงเพียงนี้ ควบคู่กับความสามารถระดับที่หาตัวจับได้ยาก ฉีหลินจึงเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจภายในฐานจินหลิงอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วทำไมถึงยังมีคนกล้าอวดดีใส่เช่นนี้อีก?
แล้วยิ่งคนที่ดูถูกเป็นเพียงผู้ปลุกพลังไร้หัวนอนไปเท้าเช่นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับตบหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ!
“แกกล้าเรอะ!”
“คิดว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหนถึงกล้ามาดูถูกตระกูลนายน้อยแบบนี้! ให้พวกข้าดูถูกตระกูลเจ้าบ้างไหมล่ะ!”
“รนหาที่ตายชัด ๆ!”
ในตอนนี้
พ่อบ้านชราและคนรับใช้ทั้งสองเองก็มีสีหน้าและท่าทีเปลี่ยนแปลงไปแล้วเช่นกัน พวกเขาทั้งหมดตะโกนออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
และแล้ว…
หนึ่งในสองพ่อบ้านกลายเป็นเพียงภาพลวงตา ร่างของเขาหายไปจากจุดเดิมและปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับกระบี่คู่ใจที่ฟาดฟันเข้ามาตรง ๆ กลิ่นอายของคมกระบี่ที่แผ่ซ่านออกมาห่อหุ้มร่างของฉู่โม่วไว้เพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหนได้พ้น
วิชากระบี่เช่นนี้นับว่าน่ากลัวยิ่งนัก
หากเป็นจอมยุทธ์คนอื่นคงจะรู้สึกตึงมือและยากที่จะโต้กลับไปโดยง่าย
ทว่า…
ผู้ที่อยู่ต่อหน้าหาใช่จอมยุทธ์ทั่วไปอย่างที่คิด แม้ว่าพ่อบ้านจะรวดเร็วไม่น้อย แต่สำหรับฉู่โม่วแล้วนับว่าเชื่องช้า ร่างกายของชายหนุ่มหายไปภายในพริบตา และปรากฏตัวขึ้นอีกที่ซึ่งห่างจากจุดเดิมหลายสิบเมตรราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน!
กระบี่ที่โจมตีพลาดเป้านั้นปลดปล่อยคลื่นพลังออกไปจนพื้นดินเกิดรอยแตกร้าวยาวร่วมสิบเมตร โชคยังดีที่นอกจากหินและกรวดที่กระเด็นกระจุยกระจาย แต่ฉู่โม่วไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรทั้งสิ้น
“เร็วมาก!?”
สายตาของนายน้อยหรี่ลง
ในตอนนี้
พ่อบ้านอีกคนหนึ่งก็เข้าร่วมปะทะกับฉู่โม่วด้วยกระบี่
นอกจากนี้ พ่อบ้านชราที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งกำลังปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงออกมาจากร่าง กลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่และอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า
“นายน้อยครับ แม้จะยังไม่รู้ว่าไอ้หนูนี่มาจากตระกูลไหน แต่ตอนนี้กลายเป็นศัตรูกับพวกเราแล้ว เพราะงั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในภายภาคหน้า มันจะดีกว่าถ้าเราฆ่าเขาซะตั้งแต่ตอนนี้เลย!”
ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็พยักหน้าเบา ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาไม่แพ้การพยักหน้า “งั้นก็แก้ปัญหานั้นซะตั้งแต่เนิ่น ๆ!”
“รับทราบแล้วครับ!”
พูดจบ
ชายสูงวัยก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้ามาร่วมกับกลุ่มของพ่อบ้านทั้งสอง ฝ่ามือของเขาประสานกันเองก่อนที่มันจะระเบิดพลังรุนแรงออกมา
ทั้งสามเข้าปะทะกับฉู่โม่วจากสามทิศทางหมายจะไม่ให้เขาหนีไปไหนได้และแน่นอน คนเหล่านี้ตั้งใจจะฆ่าฉู่โม่วจริง ๆ!
เมื่อตระหนักได้แบบนั้น ชายหนุ่มจึงไม่ลังเล เลือดลมภายในร่างกายสูบฉีดรุนแรง อณูแห่งชีวิตตามเส้นลมปราณพลุ่งพล่านราวกับลาวาที่กำลังจะปะทุออกจากปากปล่องภูเขาไฟ
หมัดเพลิงสยบภูผา!
เขายกกำปั้นขึ้นและปล่อยหมัดเข้าใส่พ่อบ้านคนหนึ่ง
ครืน!
ด้วยหมัดดังกล่าว เสียงของมันที่ปะทะเข้ากับเป้าหมายนั้นดังสนั่นราวกับระเบิดก็มิปาน
เสมือนสายฟ้าฟาดที่กระหน่ำลงมาบนพื้นดิน และสร้างคลื่นสั่นสะเทือนออกไปเป็นวงกว้าง
ภายในระยะร้อยเมตร ทุกสรรพสิ่งสามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านออกมาได้ชัดเจน
พ่อบ้านผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายของหมัดดังกล่าวยกกระบี่ขึ้นป้องกันตนเองไว้อย่างรวดเร็ว เขาแสดงสีหน้าหนักอึ้งออกมา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า นี่จะเป็นสีหน้าสุดท้ายของที่จะได้แสดงออกมาก่อนจะจากโลกนี้ไป
เสียงระเบิดรุนแรงนั้นไม่ใช่แค่การขู่ มันทำให้กระบี่ที่รับการโจมตีร้าวและแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ถึงอย่างนั้น หมัดของฉู่โม่วยังไม่ได้หยุดลงในทันที มันยังทะลวงเข้าไปต่อจนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายด้านหลังกระบี่
จังหวะต่อมา
ร่างของพ่อบ้านกระเด็นออกไปด้านหลังพร้อมกับเลือดที่ไหลกบปาก
เขาล้มลงไปบนพื้นหลังจากลอยไปไกลหลายสิบเมตรพร้อมเสียงดัง ตึง! จากนั้น ร่างบางของอีกฝ่ายก็ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวตลอดกาล
เพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น
พ่อบ้านที่อยู่ในขั้นจอมยุทธ์ระดับต้นก็ตายลงอย่างง่ายดาย!
“อะไรกัน!?”
เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของฉู่โม่ว
ทุกสายตาต่างเบิกกว้าง แม้จะเห็นด้วยสองตาของตนเอง แต่พวกเขายังไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือความจริง
ทั้งสองคนแทบจะหัวใจวายตั้งแต่ได้เห็น เพราะงั้นจึงไม่มีใครขยับตัวอะไรไปพักหนึ่ง ทว่านี่แหละคือโอกาสของฉู่โม่ว!
“พูดอย่างกับไม่เคยเห็นคนตายงั้นแหละ!”
พลังแห่งห้วงมิติถูกกระตุ้น ร่างของฉู่โม่วหายไปอีกครั้งและปรากฏตัวออกมาในอีกหลายสิบเมตรจากจุดเดิม เขาทำให้อีกฝ่ายโจมตีไม่ถูก
หมัดที่รุนแรงเสมือนมังกรพุ่งทะยานออกมาอีกครั้ง
ด้วยธาตุไฟที่ปะทุออกมาจากร่างกาย หลอมรวมเข้ากับกำปั้นที่อัดแน่นไปด้วยอณูแห่งชีวิต มันทำให้หมัดเพลิงสยบภูผาที่ปล่อยออกไปทวีความรุนแรงขึ้น มันทลายกำแพงเสียงราวกับไฟที่ปะทุออกมากำลังเผาผลาญอากาศโดยรอบให้ลุกไหม้ตามไปด้วย
ซู่!
ในสายตาของทุกคน
พวกเขาเห็นได้ชัดเจนว่าเป้าหมายของฉู่โม่วในครั้งนี้คือนายน้อยของตน
“แย่แล้ว!”
พ่อบ้านสูงวัยหน้าถอดสี เขารับรู้แล้วว่าพลังของฉู่โม่วเกินกว่าที่คาดคิดไว้มาก และถ้าหากเป็นไปได้ก็อยากหลีกเลี่ยงไม่ให้โดยโจมตีใส่ ทว่าในตอนนี้เขาจำเป็นต้องเร่งพลังอณูแห่งชีวิตจากทั่วทั้งร่างกายเพื่อนำมาสร้างเกราะป้องกัน เขารีบพุ่งเข้าไปหมายจะพาตัวนายน้อยออกจากจุดปะทะให้เร็วที่สุด
ความเร็วของชายชราผู้นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ราวกับเขาสามารถเทเลพอร์ตได้เพียงชั่วพริบตา เขาขยับออกจากจุดเดิมร่วมสิบสองเมตรแล้ว!!
ทว่าความเร็วของฉู่โม่วนั้น… มันเกินระดับที่พวกเขาจะเข้าใจ!
ร่างของฉู่โม่วหายไปอีกครั้ง
เป้าหมายของหมัดเพลิงสยบภูผาถูกเปลี่ยนอย่างที่ชายชราหวัง กลายเป็นชายชราเองที่ต้องเผชิญหน้ากับเพลงหมัดที่น่ากลัวนี้
ตู้ม!
โล่อณูแห่งชีวิตของพ่อบ้านสูงวัยแตกเป็นเสี่ยง ๆ อย่างง่ายดาย เหลือเพียงร่างของเขาที่ต้องรับแรงปะทะนั้น
ชายสูงวัยกระเด็นลอยถอยออกไปไกลและตกลงสู่พื้นในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก
ที่กลางอกของเขายุบลงไปเป็นหลุม เลือดสีแดงฉานไหลซึมออกมาจากมุมปาก มองเพียงผ่าน ๆ ยังรู้ได้ว่าเขาบาดเจ็บหนักขนาดไหน
“ความเร็วนี่… มันเกินไปแล้ว!? หรือว่าจะเป็นขั้นจอมยุทธ์เลยงั้นเหรอ!? ไม่สิ ไหนจะพลังนั่นอีก!”
ชายหนุ่มหวาดหวั่นขึ้นมาแล้วจริง ๆ หลังจากที่ได้เห็นความแข็งแกร่งของฉู่โม่ว เขาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“นายน้อยสวี่ ถึงตาแกแล้วนะ!”
ฉู่โม่วหันมองไปยังฉีหลิน ผู้เป็นทายาทของตระกูลสวี่อีกครั้งและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไอ้เวรเอ๊ย!”
“หมอนี่มันแข็งแกร่งเกินไป! ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ ว่ามันจะแข็งแกร่งขนาดนี้! น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว! ถ้าฉันรู้ตั้งแต่แรก ฉันคงไม่มองมันเป็นศัตรูแน่!”
นายน้อยแห่งตระกูลสวี่รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากกับต้นเหตุของเหตุการณ์ในปัจจุบันนี้
ความแข็งแกร่งของฉู่โม่วที่แสดงออกมาทำให้รู้สึกหวาดกลัว เขาจึงพูดออกมาทันที “ค… คุณครับ ฉันมาจากตระกูลสวี่อันสูงส่งเลยนะ ไม่กลัวว่าถ้าลงไม้ลงมือกับฉันไปแล้วมันจะทำให้ตัวนายเองต้องตกระกำลำบากหรือยังไง?”
“พ่อบ้านของฉันต่างบาดเจ็บหนักกันหมดแล้ว ทำไมพวกเราไม่หันมายุติเรื่องนี้กันล่ะ? นายคิดว่าไง? เป็นเรื่องที่ดีไหม? ไม่ต้องกังวล ฉันไม่แว้งกัดทีหลังแน่ ๆ!”
ฉู่โม่วไม่ได้ตอบอะไร ร่างกายของเขาปรากฏตัวเสมือนภาพฉายและเดินตรงไปยังนายน้อยฉีหลิน
ภายในหัวของเขายังคงไม่ปล่อยวางเรื่องเด็ดหัวนายน้อยหนุ่มคนนี้ขณะเดินตรงไปเช่นนั้น
ในเมื่ออีกฝ่ายบอกเองว่าเสียหน้า ยังไงพวกนี้ก็ไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่ถ้ายังไม่ตาย!
ส่วนเรื่องที่ฉีหลินพูดนั้น เด็กแรกเกิดยังรู้ว่าโกหก!
หากฉู่โม่วปล่อยให้คนนี้มีชีวิตรอดต่อไปอย่างที่ว่า เขาจะต้องกลับไปแล้วส่งนักฆ่าระดับพระกาฬจากในตระกูลมาตามล่าและพยายามฆ่าฉู่โม่วเรื่อย ๆ แน่!
“ถ้างั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ… ไปตายซะ!”
เมื่อเห็นว่าฉู่โม่วอยากจะฆ่าตนให้ได้จริง ๆ นายน้อยหนุ่มก็เปลี่ยนสีหน้ากลับไปเป็นร้ายกาจ และหยิบเอากระบี่ออกมาจากถุงเก็บของเพื่อหมายจะฆ่าฉู่โม่วให้ได้ก่อน
จังหวะที่กระบี่ถูกชักออกมานั้นเอง กลิ่นอายแห่งคมกระบี่ก็พวยพุ่งออกมาห่อหุ้มร่างของเขาไว้ด้วย พลังที่เอ่อล้นของอัจฉริยะแห่งฐานจินหลิงพวยพุ่งไปในอากาศเสมือนเงา น้อยคนนักที่จะหาทางรับมือมันได้
“เหอะ ขอดูหน่อยซิ ว่านายน้อยตระกูลหนอนแมลงสามารถทำอะไรฉันได้บ้าง!” ฉู่โม่วเยาะเย้ย
เมื่อได้ยินถ้อยคำของฉู่โม่ว นายน้อยหนุ่มก็ยิ้มเหยียดกลับ “เพลงกระบี่นี่…ไม่มีใครสามารถหลบมันได้… เพราะงั้น แกจงตายเพื่อสังเวยให้เพลงกระบี่นี้ซะ”
แต่ก่อนที่จะได้พูดจบ เขาก็ต้องหยุดพูดไปกลางคันเสียก่อน
นั่นเพราะเหลือบไปเห็นกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวฉู่โม่ว ที่ซึ่งในตอนนี้มันกำลังถูกชักออกช้า ๆ ให้เห็นเพียงครึ่งนิ้ว
แต่เพราะแบบนั้น พลังกระบี่จึงพุ่งออกมาจากฝัก ขุมพลังเหล่านั้นตัดทุกสิ่งอย่างที่อยู่ขวางหน้า แม้จะไม่เห็นรูปร่างที่ชัดเจน แต่จากเสียงที่เหมือนกับมันเป็นของมีคมที่ลอยอยู่ในอากาศนั้น รวมเข้ากับการที่เสื้อผ้าบนร่างเขาถูกตัดขาดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วย
เพียงชั่วพริบตา เลือดก็ไหลออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขา
“นี่มัน… อัตลักษณ์แห่งกระบี่!? แกบรรลุขั้นอัตลักษณ์แห่งกระบี่ได้!? เป็นไปไม่ได้!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงขณะที่ร้องออกมาเสียงดัง
ขณะที่พูดเช่นนั้น ตัวเขาก็รีบถอยออกจากจุดเดิมที่ยืนอยู่และพยายามอยู่ให้ห่างฉู่โม่วไปด้วย!
จิตวิญญาณแห่งกระบี่เหล่านี้อัดแน่นไปด้วยความหมายของคมกระบี่ จิตวิญญาณกระบี่นี้แทรกซึมอยู่ทุกอณูของการโจมตี
แม้ว่าตัวฉีหลินจะเก่งกาจขนาดปลดปล่อยรัศมีกระบี่ออกมาได้ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจิตวิญญาณแห่งกระบี่ รัศมีกระบี่ที่เขาภาคภูมิใจนั้นก็ต้านทานอะไรไว้ไม่ได้เลย!
ก่อนที่กระบี่จะได้โผล่ออกมาพ้นฝัก จิตวิญญาณแห่งกระบี่ก็ชิงพุ่งเข้าโจมตีไปก่อนแล้ว!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หากมันหลุดออกมาจากฝักกระบี่ ความรุนแรงของมันจะมากถึงเพียงไหน!
ในตอนนั้น ฉีหลินตกอยู่ในความกลัวแบบสุด ๆ ทั้งเกียรติและศักดิ์ศรีล้วนเตลิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว เขาเลือกที่จะหนี ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหนีรอดจากการโจมตีครั้งนี้
“อยากจะไปแล้วเหรอ? คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยให้ไปง่าย ๆ!”
แววตาของฉู่โม่วเป็นประกาย มือขวาของเขาชักกระบี่ออกมาจนหมด และ…
ชิ้ง!
เสียงของคมเหล็กกล้าพลิ้วลมดังขึ้นให้ได้ยิน มันสยบทุกเสียงอื่นในบริเวณใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน กระบี่ของเขาที่สั่งสมพลังมาพักใหญ่แล้วคำรามไร้เสียงออกมา จนเกิดคลื่นอัดกระแทกแผ่เป็นวงฟาดฟันพุ่งตรงไปด้านหน้า
จิตวิญญาณแห่งกระบี่มากมายพวยพุ่งประดุจหินภูเขาไฟที่ถูกขับออก พวกมันทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างไม่พลาดเป้าหมาย
แม้คนคนนี้จะรวดเร็วขนาดไหน แต่พลังไม่อาจจะช่วยเขาให้หลบการโจมตีที่ยืดหยุ่นราวกับมีชีวิตนี้ได้อยู่ดี
ร่างของเขาแข็งทื่อพร้อมกับความสิ้นหวังที่ปรากฏให้เห็น
วินาทีต่อมา
ฉัวะ!
จิตวิญญาณแห่งกระบี่มากมายที่หายเข้าไปในร่างของฉีหลินก็พุ่งตัดเส้นอณูแห่งชีวิตภายในร่างทุกเส้น ก่อนจะพุ่งออกมาราวกับพลังที่ระเบิดออก
บุรุษหนุ่มผู้สูงส่งแห่งฐานจินหลิง ทายาทตระกูลสวี่ที่ยิ่งใหญ่ ฉีหลินได้ตายจากไปในถิ่นทุรกันดานแห่งนี้!