ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 850 เผ่าพันธุ์เมดูซ่า เคราะห์ร้ายบินมาถึงที่!
บทที่ 850 เผ่าพันธุ์เมดูซ่า เคราะห์ร้ายบินมาถึงที่!
หลังจากนั้น ฉู่โม่วก็แวะร้านขายของที่อื่นอีกและซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอีกหลายร้าน
แต่จากประสบการณ์ล่าสุด มันทำให้เขาระมัดระวังการใช้เงินในครั้งนี้ด้วย
ในแต่ละร้านที่แวะเข้าไป เขาใช้เงินเพียงหลักร้อยล้านหรือไม่ก็แค่สิบล้านหินหยกเท่านั้น ซึ่งไม่มากเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สภาพการเงินของเขาดูใกล้เคียงกับมหาเทวะยุทธ์ทั่ว ๆ ไป จะได้ไม่เป็นที่จับตามอง
นอกจากนี้ ในทุก ๆ ครั้งที่เข้าร้านค้าใหม่ เขาจะพยายามเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตนเอง
ภายในสถานการณ์เช่นนี้ ก็จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่หันมาสนใจเขา
แต่…
ขณะที่ชายหนุ่มออกมาจากร้านค้าและเตรียมจะเดินดูของร้านอื่นต่อ เขาก็เห็นลำแสงมากมายพุ่งตรงมาจากไม่ไกลนัก แต่มีเป้าหมายเป็นตัวเขา
ลำแสงเหล่านั้นดูอุกอาจและดุดัน ผู้ปลุกพลังที่เดินผ่านต่างก็พากันถอยหนี เห็นได้ชัดว่าตลอดทางที่ลำแสงเหล่านี้พุ่งผ่านมา มันก็ได้ทิ้งกลิ่นอายที่ยิ่งใหญ่เอาไว้ด้วย เสมือนไล่ให้ผู้ปลุกพลังคนอื่นออกไป
ถึงอย่างนั้นการเคลื่อนที่เช่นนี้ก็ทำให้หลาย ๆ คนหันมาจับตามองเช่นกัน
ขนาดที่ว่าผู้ตรวจตราเมืองบางคนที่รับรู้ถึงพลังนี้ได้ พวกเขาก็เพียงแค่เหลือบมองมาเท่านั้น ทุกคนกลับเลือกที่จะถอยออกไปและไม่ยุ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้
เห็นเช่นนั้น ฉู่โม่วก็เข้าใจได้ไม่ยาก
พวกผู้ปลุกพลังที่มากับลำแสงนี้ เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างแน่นอน
ใช่แล้ว…
เขาเองก็ไม่ได้เข้าไปใกล้เช่นกัน แถมยังถอยห่างด้วยเพื่อไม่ให้ตนเองไปพัวพันกับปัญหา
ทว่าบางครั้ง ถึงแม้ว่าคุณไม่อยากจะมีปัญหา ปัญหาก็จะมาหาตัวคุณเองในท้ายที่สุด
ในขณะที่ฉู่โม่วกำลังถอยออกไป ลำแสงนั้นก็ดิ่งลงมาบนพื้นก่อนจะกลายสภาพเป็นสตรีผู้หนึ่ง
เธอดูไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปจากการที่มีหัวจนถึงลำตัวเป็นมนุษย์และมีขาเป็นงู ปกคลุมด้วยเครื่องประดับมากมายแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ด้วยท่าทีที่หยิ่งผยอง
ตอนนั้นหญิงสาวหันมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ที่ฉู่โม่ว แววตาของเธอดูเปล่งประกายก่อนจะเลื้อยเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ฉันคือเผ่าพันธุ์เมดูซ่า ฉันต้องการให้นายรับคำสั่งจากฉันสักพักหนึ่ง นายเข้าใจหรือเปล่า?”
หญิงสาวดูกระวนกระวาย ทว่าคำพูดที่ใช้กับชายหนุ่มนั้น มันก็ยังคงเปี่ยมไปด้วยความเจ้ายศเจ้าอย่าง
เห็นแบบนั้น คนฟังก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
เขาพอจะเคยได้ยินเรื่องของเผ่าพันธุ์เมดูซ่ามาบ้าง
ในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ เผ่านี้ถือเป็นกองกำลังระดับเจ้าผู้ปกครอง ขนาดที่ว่าอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เองยังไม่สามารถเทียบเท่าได้
แต่…
ฐานที่ตั้งของเผ่าพันธุ์เมดูซ่านั้นตั้งอยู่ที่กลางดาราจักรอสรพิษสวรรค์ ที่ซึ่งไกลจากอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ชนิดที่ไม่อาจจะเคาะตัวเลขได้เลย แล้วทำไมหญิงสาวจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่าผู้นี้จึงมาอยู่ที่นี่กัน?
ความหยั่งรู้ของฉู่โม่วได้บอกเขาไว้ว่า หากยุ่งกับยัยคนนี้ เขาจะต้องเจอปัญหาใหญ่ตามมาแน่ ๆ
เพราะงั้นแล้ว เขาจึงทำเมินไม่สนใจเธอแล้วหันหน้าเตรียมจะเดินจากไป
“เฮ้ หยุดนะ!”
“ฉันพูดกับนายอยู่นะ สนใจกันหน่อยสิ!”
เมื่อเห็นฉู่โม่วเมินเฉย หญิงสาวก็รู้สึกหงุดหงิดมาก ๆ และเริ่มตะโกนโหวกเหวกเสียงดัง
“ฉันไม่รู้จักเธอ แล้วทำไมฉันต้องฟังคำสั่งเธอด้วย?” ฉู่โม่วขมวดคิ้ว
“เพียงแค่ฉันเป็นเผ่าพันธุ์เมดูซ่า นายก็ควรจะเชื่อฟังแล้ว!”
พูดแบบนั้นแล้วมนุษย์ครึ่งงูก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
แววตาที่เธอมองมายังฉู่โม่วนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและถ้อยคำที่เปล่งออกมาก็เต็มไปด้วยความด้อยค่าไม่หยุด “หากไม่ใช่เพราะฉันไม่สามารถกลับไปยังเผ่าของฉันได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง เผ่าพันธุ์ต้อยต่ำเช่นนายคงไม่มีทางได้เข้าใกล้ฉันแน่ ๆ ดังนั้นแล้ว นี่ถือเป็นโชคของนายแล้วที่ได้ฟังคำสั่งของฉัน จงสรรเสริญและยินดีซะ”
“เช่นนั้น เลิกพูดไร้สาระแล้วฟังคำสั่งฉันเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวแสดงความใจร้อน
“ขอปฏิเสธ”
ยังคงยืนยันคำเดิมว่าฉู่โม่วไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับสตรีผู้นี้
ต่อให้ไม่ได้เห็นท่าทีของอีกฝ่ายก่อนหน้า เขาก็พอจะรู้ได้แล้วว่านี่แหละตัวปัญหา ชายหนุ่มมาที่นี่เพื่อฝึก ดังนั้นเขาจะไม่เอาตัวเองไปพันเกี่ยวกับปัญหาใด ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะท่าทีเมื่อครู่นี้ ท่าทีที่หยิ่งผยองของเธอทำให้เขารู้สึกรำคาญ
เช่นนั้น ท่าทีของชายหนุ่มจึงค่อนข้างเย็นชากับเธอไม่น้อยเลย
“ปฏิเสธเหรอ…”
“นายกล้าดียังไงมาปฏิเสธฉันน่ะ รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร!?”
ฟังถ้อยวาจาของฉู่โม่วแล้ว หญิงสาวก็ตกตะลึง ราวกับไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบออกมาเช่นนี้
“ช่างหัวเธอสิ ไม่ใช่เรื่องของฉัน”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาบ่นอีกฝ่ายพึมพำเบา ๆ คนเดียวก่อนจะเบนหน้าหนี
และในตอนนั้นเอง
ได้เห็นท่าทีของชายตรงหน้า มนุษย์งูสาวพยายามฟังที่เขาพูดเบา ๆ นั้น และแม้จะไม่ได้ยินว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ก็พอเข้าใจได้ว่ามันย่อมต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงบันดาลโทสะขึ้นมา
ตัวเธอเกิดในเผ่าพันธุ์เมดูซ่า และมีศักดิ์เป็นผู้สืบทอด ตั้งแต่เด็กแล้วเธอก็เป็นที่รักใคร่ของคนอื่น ๆ มาตลอด ชื่อเสียงของเธอแพร่กระจายไปทั่วดาราจักรอสรพิษสวรรค์ในเวลาไม่นาน ไม่มีที่แห่งใดที่กล้าปฏิบัติกับเธออย่างไร้ความเคารพเช่นนี้มาก่อน!
แม้แต่เจ้าเมืองต่าง ๆ ยังต้องก้มหัวลงให้ยามที่อยู่เบื้องหน้าเธอ ไม่มีใครกล้าตั้งตนเป็นปฏิปักษ์
ยังไม่ต้องพูดถึงเหล่าวีรบุรุษอีกมากมายที่อยากจะคอยติดตามเธอ
ไม่ว่าเธอต้องการอะไร เหล่าผู้ปลุกพลังจากเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยกว่าก็จะพยายามหามาให้เธอทุกสรรพสิ่ง
ทว่าตอนนี้…
เธอเพียงแค่ต้องการให้ผู้ปลุกพลังต่างแดนที่ต่ำต้อยผู้นี้ ผู้ที่ไม่รู้จักมักจี่ว่าเธอมาจากไหนให้ทำตามคำขอ มันเป็นเพียงความต้องการง่าย ๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับเมินเฉยเธอได้ถึงเพียงนี้!?
การกระทำของฉู่โม่วทำให้เธอเหลืออดมาก ๆ ความโกรธมากมายผุดขึ้นในใจ
ตอนนั้นเอง…
หญิงสาวเผ่าเมดูซ่าอยากจะระเบิดอารมณ์ ณ วินาทีดังกล่าว
แต่จังหวะนั้นก็มีลำแสงอีกหลายดวงพุ่งตรงลงมา
หลังลำแสงเหล่านั้น ร่างอีกหลายร่างก็ปรากฏตัวขึ้น
คนแรกเป็นผู้ปลุกพลังหนุ่มสวมชุดเสื้อผ้าจีนที่ดูสง่างามไม่น้อย
ความแข็งแกร่งของเขานับว่าดีมากอยู่ แข็งแกร่งในระดับสุดยอดของมหาเทวะยุทธ์
ขณะนั้น…
ผู้ปลุกพลังหนุ่มก็ยิ้มและพูดอย่างอ่อนโยน “ท่านหญิงตูเจ๋อเอ้อร์ นี่คือผู้ช่วยที่ท่านหาพบหรือครับ?”
“ใช่แล้ว!”
หญิงสาวผู้นี้คือ ตูเจ๋อเอ้อร์ ที่ดูจะประหม่าขึ้นมา ความโกรธสลายกลายเป็นความใจเย็นไปอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้นแสดงความหยิ่งผยองแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะพูดมานานแล้ว ชายลึกลับ”
พูดจบ
เธอก็หันมามองฉู่โม่วอีกครั้งและขยิบตาแล้วเอ่ย
พร้อมกันนั้น เสียงที่ชายหนุ่มพยายามสื่อสารก็เข้าหูฉู่โม่วไปด้วย “ร่วมมือกับฉันตอนนี้ก่อน แล้วฉันจะให้ของตอบแทน… มันต้องเป็นสมบัติล้ำค่าที่นายไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตแน่ ๆ!”
“แต่ถ้านายไม่ร่วมมือกับฉัน ฉันสัญญาเลยว่าฉันจะต้อนรับนายด้วยการแก้แค้นของเผ่าพันธุ์เมดูซ่า!”
แม้จะเป็นกระแสจิตก็ยังข่มขู่
เผ่าพันธุ์เมดูซ่า
สำหรับเผ่าอื่น ๆ ในกลุ่มดาราจักรอสรพิษสวรรค์แล้ว ไม่มีใครกล้าที่จะแข็งข้อด้วย
เพราะครั้งหนึ่งที่เผลอมีเรื่องกับเผ่าพันธุ์นี้ นั่นหมายถึงพวกเขาจะไม่สามารถเอาตัวรอดในดาราจักรอสรพิษสวรรค์ได้อีกต่อไป
พอคิดได้เช่นนี้ เธอมั่นใจมากว่าจะไม่มีเผ่าพันธุ์ที่ด้อยกว่าเธอเผ่าพันธุ์ไหนในจักรวาลที่จะกล้าปฏิเสธ
อย่างไรก็ตาม…
“ฉันไม่รู้จักยัยคนที่ชื่อตูเจ๋อเอ้อร์อะไรนี่ทั้งนั้น แล้วก็ไม่ใช่คนช่วยเหลืออะไรด้วย”
ฉู่โม่วส่ายหน้าให้ผู้ปลุกพลังหนุ่มฝั่งตรงข้ามพร้อมพูด
ทันใดนั้น…
เขาก็หันหน้าออกโดยไม่หันกลับมามองตูเจ๋อเอ้อร์เลย
“น… นายมันขี้ขลาด”
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ มันเหนือความคาดหมายของเธอมาก ทั้งที่เธอเสนอข้อแลกเปลี่ยนแล้วแท้ ๆ แต่ฉู่โม่วก็ยังคงปฏิเสธและเดินจากไปอีก
เขาไม่กลัวว่าจะโดนล้างแค้นจากเผ่าพันธุ์เมดูซ่าเลยหรือไง?
กล้าดียังไงกัน!?