ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 874 หมัดเดียวชี้ชะตา
บทที่ 874 หมัดเดียวชี้ชะตา
“คุณฉู่งั้นเหรอ?”
เถี่ยสือปาหลี่หันมองไปยังฉู่โม่วด้วยความสงสัย “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตระกูลหนี่เค่อของพวกนายมีแขกพิเศษนามฉู่ผู้นี้… ยังไงก็เถอะ ไม่ว่าจะเป็นใคร ในเมื่ออยากมาท้าประลองกับฉัน ฉันก็จะเป็นคู่ต่อสู้ให้ เชิญทำตามที่นายต้องการได้เลย!”
ชายผู้นี้ดูจะไม่ได้อยากคิดอะไรมากอยู่แล้ว เพราะงั้นหลังรู้เช่นนั้น เจ้าตัวจึงตะโกนตอบรับคำท้าอย่างง่ายดาย
“มันเป็นการดีแก่คุณที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ ไม่งั้นผมเกรงว่าคุณจะไม่มีโอกาสได้ออกท่าอะไรเลย!”
ฉู่โม่วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ถึงแม้ว่าเถี่ยสือปาหลี่จะมีฝีมือ แต่ในสายตาของฉู่โม่ว เขาก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย หากเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีทางที่จะต้านได้แน่นอน
ครั้งนี้เขามาเพื่อที่จะท้าประลองกับเหล่าอัจฉริยะจากทั่วทุกกองกำลัง ใจหนึ่งก็เพื่อแย่งชิงพรสวรรค์ อีกใจหนึ่งก็เพื่อสอดส่องดูว่าอัจฉริยะแต่ละคนมีวิธีฝึกฝนแบบไหนกัน และนี่ถือเป็นการเพิ่มความรู้ให้กับเขาด้วย
แต่ทันทีที่ฉู่โม่วพูดออกมาแบบนั้น เถี่ยสือปาหลี่ก็ฉุนเฉียวขึ้นมา
เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้ที่ถูกเรียกว่าแขกผู้มีเกียรติของตระกูลหนี่เค่อนั้นจะพูดออกมาเช่นนี้ และไม่เกรงกลัวในคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
“อวดดี!”
ชายหนุ่มคำรามก้อง แววตาของเขาเปล่งแสงเยือกเย็นออกมา
วินาทีถัดมา
แสงศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกมาจากร่างของเถี่ยสือปาหลี่ พร้อมกับพลังอณูแห่งชีวิตและเส้นลมปราณที่กล้าแกร่ง พลังเหล่านั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าในพริบตา
พร้อมกันนั้น ภูติอสูรกายก็ปรากฏเบื้องหลังเขา ร่างนั้นกำยำมาก พร้อมทั้งมีภาพลวงตาปรากฏขึ้นมากมายชวนให้รู้สึกพิศวงและเกรงกลัว
นี่ถือเป็นวิชาลับประจำตระกูลเถี่ยสือ ยามที่เรียกใช้งานแล้ว มันจะทำการอัญเชิญร่างมายาของสิ่งมีชีวิตในตำนานลงมาเพื่อช่วยต่อสู้ ทำให้อณูแห่งชีวิตและพลังในการต่อสู้เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
และเพราะวิธีนี้…
มันเลยทำให้ตระกูลเถี่ยสือสามารถยืนหยัดมาได้ตั้งแต่อดีตกาล หลังจากที่ติดตามบรรพชนแห่งอาณาจักรหมาป่าสวรรค์เพื่อตั้งถิ่นฐาน นี่ก็ยังผ่านมาไม่ถึงล้านปี และพวกเขายังคงรักษาสถานะเอาไว้ได้
ท่ามกลางการปรากฏของร่างมายา เสียงแตกร้าวก็ดังไปทั่วร่างของเถี่ยสือปาหลี่เสมือนมีสายฟ้ากำลังแล่นผ่าน
จากนั้น ขวานศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขาก็ระเบิดพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมา บรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดครอบคลุมทุกหนแห่ง
“สะบั้น!”
ด้วยเสียงเอ่ยเบา ๆ ทันใดนั้นขวานในมือก็หลุดลอยออกมา พลังที่ระเบิดออกมานั้นมากพอจะทำให้ช่องว่างมิติสั่นคลอนได้ ราวกับมันจะผ่าทั้งฟ้าและผืนโลกไปพร้อม ๆ กัน ไม่เว้นแม้แต่หมู่ดาวที่อยู่ไกลออกไป ด้วยจิตสังหารอันเปี่ยมล้น สิ่งนี้พุ่งเข้าหาฉู่โม่วราวกับอสูรคลั่ง
สวบ!
คมขวานที่ฟันฟาดลงมา ร่างของภูติปีศาจเบื้องหลังเถี่ยสือปาหลี่ก็พุ่งออกมาด้วย
พริบตานั้น เขาเห็นพลังศักดิ์สิทธิ์ทอแสงสว่างไสว นั่นเพราะขวานเล่มนี้ปลดปล่อยพลังออกมาอีกครั้ง ก่อเกิดลำแสงมากมายสะท้านช่องว่างมิตินับไม่ถ้วน
“พลังขนาดนี้…”
“ไม่ผิดแน่ ปาหลี่แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้นแล้ว!”
“เผลอ ๆ ตอนนี้เขาอาจจะสังหารครึ่งก้าวสู่ขันราชันย์เทวะยุทธ์ได้แล้วก็ได้!”
หนี่เค่อปู้มองไปยังสิ่งที่เกิดขึ้น ดวงตาของเขาจดจำทุกอย่างเอาไว้
ทั้งตระกูลหนี่เค่อและตระกูลเถี่ยสือล้วนแต่เป็นกองกำลังขนาดใหญ่ในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์กันทั้งคู่
และทั้งเขาและเถี่ยสือปาหลี่ต่างก็เป็นเด็กรุ่นใหม่ของตระกูลที่แข็งแกร่งเกินกว่าคนอื่น ๆ เหมือน ๆ กัน เพราะงั้นหนี่เค่อปู้และเถี่ยสือปาหลี่จึงเคยเล่นด้วยกันมาก่อนหน้า แต่พูดกันตามตรง เขาน่ะแพ้ให้อีกฝ่ายมากกว่าชนะหลายครั้งอยู่
โดยเฉพาะภายหลังจากที่เถี่ยสือปาหลี่กลับมาจากการฝึกฝนร่วมสิบปี เขาก็ไม่เคยชนะอีกเลยหลังจากนั้นมา
เห็นเถี่ยสือปาหลี่ใช้กระบวนท่าที่เปี่ยมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ ตัวเขาเองก็เริ่มหวั่นใจ
“ได้ยินมาจากท่านลุงหนี่เค่อลู่ว่าคุณฉู่สามารถสังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้ เรื่องนั้นจะเป็นจริงหรือเปล่านะ?”
“ยังไงก็เถอะ ถึงมันจะเป็นเรื่องที่โอ้อวดเกินไป เพราะเขาเป็นแค่มหาเทวะยุทธ์ แต่ฉันก็คิดว่าอย่างน้อย ๆ เขาน่าจะสู้กับครึ่งก้าวสู่ขั้นราชันย์เทวะยุทธ์ได้ เพราะงั้นมันคงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้งหากจะต่อสู้กับปาหลี่แบบนี้…”
หนี่เค่อปู้คิดกับตนเอง
ฉู่โม่วไม่รู้ว่าหนี่เค่อปู้คิดอะไรอยู่
ณ ตอนนั้น เขากำลังมองขวานศึกที่ร่วงหล่นลงมาด้วยแววตาชื่นชม
เถี่ยสือปาหลี่ผู้นี้คงจะได้ทำการขัดเกลาร่างกายด้วยวิธีพิเศษไปแล้วเพื่อเสริมกำลังกาย มันเลยทำให้พลังกายของคนคนนี้กล้าแกร่งเอาเสียมาก ๆ ไหนจะยังการที่เขาได้รับการเสริมพลังจากร่างมายาของเทพบรรพกาลนั่นอีก พลังศักดิ์สิทธิ์ที่อาบร่างของเขาเลยทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าผู้ปลุกพลังคนอื่น ๆ ในขั้นเดียวกันอยู่มาก
ด้วยศักยภาพระดับนี้ มันช่วยทำให้ฉู่โม่วพึงพอใจได้ไม่น้อยเลย และมันคุ้มค่าแก่การที่เขาจะเรียนรู้อีกฝ่ายต่ออีกสักหน่อย
‘จริงสิ’
‘ถ้ายังไงลองสู้กลับด้วยพลังกายดูแล้วกัน!’
คิดได้ดังนั้น วินาทีถัดมา พลังปราณอันมหาศาลกับเลือดลมต่างก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาจากร่างของฉู่โม่ว
แสงศักดิ์สิทธิ์ส่องประกายจากทั่วร่าง และกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง พลังแห่งกฎเกณฑ์ผกผันกับพลังศักดิ์สิทธิ์ กำปั้นขนาดใหญ่ได้ถูกปลดปล่อยออกไป มันประกอบขึ้นด้วยจิตสังหารอันหนักแน่นราวกับจะระเบิดนภาลัยได้ง่าย ๆ
ตึง!
ด้วยกำปั้นดังกล่าว เสียงสั่นสะเทือนก้องกังวาน จักรวาลรอบข้างต้องสั่นสะท้านในพริบตา มิติมากมายแตกร้าว จากนั้นแสงศักดิ์สิทธิ์บนขวานศึกของปาหลี่ก็พลันสลายไป
ร่างของเขาสั่นระงมก่อนจะกระเด็นถอยออกมาอย่างรวดเร็วเสียยิ่งกว่าตอนที่พุ่งเข้ามาเสียอีก ขณะเดียวกันก็กระอักเลือดออกมาด้วย
ชายหนุ่มพยามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ด้วยร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือด เขาอยากจะกระตุ้นเลือดลมอีกครั้งแต่มันก็ล้มเหลว
“นายแข็งแกร่งจริง ๆ!”
“ฉันแพ้แล้ว!”
ปาหลี่มองไปยังฉู่โม่ว เขาพูดถ้อยคำนั้นออกมาอย่างยากลำบาก ด้วยร่างกายที่สั่นเทา เขาล้มลงไปอีกครั้งแล้วหมดสติไป
เกิดอะไรขึ้นน่ะ!?
มองไปยังภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า หนี่เค่อปู้ที่ดูการประลองอยู่ไม่ไกลถึงกับผงะ
ตอนแรกเขาคิดว่านี่จะต้องเป็นการต่อสู้ระหว่างพยัคฆ์และมังกรแน่ ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าเพียงแค่การประลองเริ่มต้นขึ้น มันก็จบลงในอีกพริบตาเดียวเสียแล้ว
“ทั้ง ๆ ที่ปาหลี่เองก็แข็งแกร่งมากแท้ ๆ แต่เขากลับไม่อาจจะหยุดยั้งการโจมตีเพียงครั้งเดียวของคุณฉู่ได้งั้นเหรอ!?”
หนี่เค่อปู้ยังยากที่จะเชื่อสายตาตนเอง
ตอนนี้…
คำพูดของผู้เป็นลุงของเขาก็ได้หวนกลับมาในหัวอีกครั้ง
คุณฉู่ที่อยู่เบื้องหน้าเขานี้ แข็งแกร่งพอที่จะสังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์จริง ๆ!
แต่เดิมเขาคิดว่าท่านลุงหนี่เค่อลู่ของเขาจะพูดเกินจริงไป นั่นเพราะความต่างชั้นในด้านพลังของมหาเทวะยุทธ์และราชันย์เทวะยุทธ์นั้นค่อนข้างที่จะมีมากอยู่ มันเป็นสิ่งที่ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้เลย ทว่าสิ่งที่เขาเห็นตอนนี้ มันกำลังสั่นคลอนความเชื่อของเขา
“นายน้อย!”
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านกัน นายน้อย!”
ตอนนั้น เหล่าผู้ปลุกพลังจากตระกูลเถี่ยสือก็ได้สติกลับมา เขารีบมุ่งหน้ามาตรวจสอบอาการของเถี่ยสือปาหลี่ที่บาดเจ็บหนักหลังจากตกตะลึงอยู่นาน
เมื่อได้ตรวจสอบแล้วพบว่านายน้อยของพวกเขานั้นบาดเจ็บเพียงกายนอกเท่านั้น ไม่มีอาการบาดเจ็บหลงเหลือไปถึงจิตวิญญาณ มันก็ทำให้พวกเขาโล่งใจไปด้วย
จากนั้น…
ผู้อาวุโสแห่งตระกูลเถี่ยสือก็เปล่งเสียงออกมากึกก้อง “คุณฉู่ การที่นายน้อยของพวกเราพ่ายแพ้คุณในวันนี้…ต้องขอบคุณคุณจริง ๆ แขกผู้มีเกียรติฉู่ คุณช่างมีเมตตา ยามใดที่นายน้อยฟื้นขึ้นมาแล้ว ฉันจะให้เขานำของกำนัลไปมอบให้ทันทีเพื่อเป็นการเยี่ยมเยียนตระกูลหนี่เค่อไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นคำขอบคุณจากพวกเรา”
ยามที่เหล่าอัจฉริยะประมือกันนั้น ไม่มีฝ่ายใดที่คิดจะยั้งมือกันจนเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นหลังจากการต่อสู้ ย่อมต้องมีผู้ที่บาดเจ็บหนักเป็นเรื่องธรรมดา
หากรากฐานถูกทำให้เสียหาย มันจะเป็นเรื่องยากในการรักษาให้หายดี จะมีก็แต่เหล่ากองกำลังระดับสูงที่สู้ด้วยเท่านั้นที่อยากให้อีกฝ่ายเสียกำลังไป
ตอนนี้ ฉู่โม่วเพียงแค่ทำให้ร่างกายของปาหลี่บาดเจ็บ แต่ไม่ได้ทำให้รากฐานเสียหาย นี่แสดงให้เห็นว่าเขายังมีความเมตตาอยู่ เพราะงั้นย่อมเป็นเรื่องปกติที่ตระกูลเถี่ยสือจะยอมรับความเมตตานี้เอาไว้
“ผู้อาวุโส จะสุภาพเกินไปแล้วครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ
ทันใดนั้น
เขาก็หันมองหนี่เค่อปู้ที่ยังคงตกตะลึงอยู่ พร้อมกับพูด “ไปกันเถอะ!”
“โอ๊ะ!”
หนี่เค่อปู้รีบเรียกสติกลับมาแล้วจากไปพร้อมกับฉู่โม่ว
ทว่าไม่นานนัก เขาก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่ใช้กลับไปยังบ้านตระกูล ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถาม “พวกเราจะไปที่ไหนกันเหรอครับ?”
ตอนนั้น ฉู่โม่วกำลังตรวจดูพรสวรรค์ของตนเองอยู่
หลังจากที่เอาชนะเถี่ยสือปาหลี่ได้ พรสวรรค์ของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เขามีความสุขสุด ๆ
ได้ยินหนี่เค่อปู้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เขาก็ตอบอย่างไม่ลังเล “ไปหาอัจฉริยะคนอื่น ๆ ต่อแล้วเอาชนะพวกเขา!”