ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 876 สู้กับอัจฉริยะอันดับที่เก้า!
บทที่ 876 สู้กับอัจฉริยะอันดับที่เก้า!
วันนี้ฉู่โม่วก็ยังคงไล่ท้าประลองกับอัจฉริยะไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งตอนที่จะกลับไปยังตระกูลหนี่เค่อ เขาก็ได้เห็นลำแสงเส้นหนึ่งมุ่งหน้ามาทางเขาจากระยะไกล
ทันใดนั้นมันก็เกิดเสียงของสายฟ้าฟาดดังกังวานมาจากที่แสนไกลด้วย
“ฉันได้ยินมาว่าครั้งนี้ตระกูลหนี่เค่อมีอัจฉริยะที่เก่งกล้าสามารถมาก ๆ เพราะงั้นฉันจึงมาที่นี่เพื่อเยี่ยมชม!”
สิ้นเสียง…
ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาจากช่องว่างของมิติ และมันเป็นร่างเดียวกับที่กำลังมุ่งหน้ามาจากที่แสนไกล
เขาเป็นผู้ปลุกพลังหนุ่ม
ด้วยใบหน้าหล่อเหลาและแต่งกายด้วยชุดสีขาว แสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายจากร่างพร้อมกลิ่นอายที่เปี่ยมด้วยโชคชะตามหาศาล ไม่ต่างอะไรกับเทพที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ คนคนนี้ดูแตกต่างจากคนอื่นอยู่มาก
พลังแห่งกฏเกณฑ์แผ่ซ่าน และภาพมายามากมายก็สั่นคลอนพร้อมกับแปรสภาพอยู่เบื้องหลังเขา สิ่งนี้มีสภาพเหมือนดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ที่ทวยเทพและปีศาจกำลังต่อสู้กันอยู่
เห็นคนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมา ฉู่โม่วก็ยังไม่ได้พูดอะไร ในขณะเดียวกัน หนี่เค่อปู้ที่อยู่ข้างเขาก็กำลังแสดงความหวาดกลัวออกมาแบบสุด ๆ
“ตงฟางเหวิน!”
“ลูกชายคนโตของหอการค้าจูหยวน หนึ่งในอัจฉริยะที่ทรงพลังมากที่สุดในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์! ไม่เพียงแค่มีพลังที่น่าเหลือเชื่อ แต่ยังมีความฉลาดที่น่าเกรงกลัวอีก เมื่อครั้งยังเยาว์วัย เขาเป็นอันดับที่เก้าในสงคราม เป็นยอดมือกระบี่ที่มากความสามารถและไม่มีใครรับมือการล่าสังหารของเขาได้ แถมเขายังเคยสังหารจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้เมื่อครั้งที่ยังเป็นจุดสูงสุดของราชันย์เทวะยุทธ์อีก!”
หนี่เค่อปู้มองไปยังตงฟางเหวินด้วยความตึงเครียด เขากลัวคนผู้นี้มาก จากนั้นก็พูดออกมา คุณฉู่ คนผู้นี้ไม่ได้ประสงค์ดีแน่ ถ้ายังไงต้องระวังตัวให้ดีนะครับ!”
ได้ยินเช่นนั้น ฉู่โม่วก็พยักหน้าเบา ๆ
เขามองไปยังตงฟางเหวิน และพบว่าลูกชายคนโตของหอการค้าจูหยวนคนนี้ค่อนข้างที่จะใจเย็นมาก ๆ เลยทีเดียว ร่างกายของเขาปลดปล่อยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขานั้นแข็งแกร่งกว่าครึ่งก้าวสู่ราชันย์เทวะยุทธ์คนอื่น ๆ อยู่มากนัก
‘วิชากระบี่ระดับศักดิ์สิทธิ์!’
ภายใต้การสอดส่องของฉู่โม่ว ข้อมูลของอีกฝ่ายก็ปรากฏ
พูดกันตามตรง…
ตงฟางเหวินผู้นี้สมควรแล้วที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอัจฉริยะที่เก่งกาจในอาณาจักรหมาป่าสวรรค์ ทักษะวิชากระบี่ของเขาสูงถึงระดับศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนี่ทำให้ฉู่โม่วประหลาดใจมากเลยทีเดียว
ตอนนี้ ทักษะวิชากระบี่ของเขานั้นยังคงอยู่แค่ระดับเทวะเท่านั้น หากสามารถกลืนกินพลังของคนผู้นี้ได้ วิชากระบี่ของเขาจะต้องไต่ระดับสูงขึ้นได้อย่างแน่นอน!
ไม่ผิดแน่…
มันสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าวิถีกระบี่ที่ออกมาจากร่างของตงฟางเหวินนั้นน่าเกรงขามมาก ๆ
‘หากคิดจะสู้กับคนคนนี้ด้วยวิชากระบี่ เห็นทีฉันคงจะเสียเปรียบไม่น้อย’
‘แต่ถ้าเป็นพรสวรรค์ด้านอื่น เจ้าตัวก็ไม่ได้ดีเด่อะไร บางทีฉันอาจจะเอาชนะได้ไม่ยาก’
ฉู่โม่วคิดกับตนเอง
ในขณะที่ตงฟางเหวิน หลังเห็นอีกฝ่ายเมินเฉยตนอย่างไม่คาดคิด เขาก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ
เขานั้นหยิ่งผยองยิ่งกว่าใครหลาย ๆ คน ด้วยวิชากระบี่ที่ถือเป็นสุดยอดของตนนั้น ทำให้เขาไม่สนใจใครหน้าไหนอื่น นับเป็นอัจฉริยะที่นิสัยทะนงคนหนึ่ง
พรสวรรค์พลังธาตุอื่น ๆ ในร่างของเขานั้นนับว่าสุดยอด ผนวกคู่กับวิถีกระบี่ที่กล้าแกร่งนี้
มันทำให้ชายผู้นี้ค่อนข้างจะน่าสนใจไม่น้อย
เพราะงั้นเขาจึงเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อพบกับฉู่โม่ว
ในฐานะที่มีพลังวิถีกระบี่ที่แข็งแกร่ง ตัวเขาเองก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิถีกระบี่ที่กล้าแกร่งในตัวของผู้ท้าชิงด้วย ดังนั้นเขาจึงคิดว่าคนคนนี้จะต้องเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งสมกับเกียรติภูมิของเขาได้อย่างแน่นอน การพบเจอคนเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ
ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าอีกฝ่ายนั้นจะไม่แม้แต่สนใจเขาด้วยซ้ำ
สิ่งนี้ทำให้ตงฟางเหวินแอบหงุดหงิดอยู่ภายในใจลึก ๆ
คิดได้เช่นนั้น ตงฟางเหวินก็พูดด้วยเสียงอันดัง “ฉู่โม่ว ฉันได้ยินมาว่าวิถีกระบี่ของนายนั้นกล้าแกร่ง และนายก็ยังไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครเลยในการประลองตลอดหลายวันมานี้ โดยเฉพาะวิถีกระบี่ของนาย ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งน่าเชยชมและยกย่อง
“ดังนั้นสิ่งนี้ทำให้ท่านอาจารย์ของฉันสนใจมากหลังจากได้รู้ข่าวคราว ฉันจึงมาที่นี่เพื่อพูดคุยกับนาย โปรดให้ฉันได้ทำในสิ่งที่ต้องการ และอย่าทำให้ฉันผิดหวัง”
เขาพูดออกมาด้วยความถ่อมตน แต่ก็แทรกไว้ด้วยความดูหมิ่นอยู่ลึก ๆ
จุดประสงค์การมาจริง ๆ ของเขา น่าจะเป็นเพราะเขาอดไม่ได้ที่เห็นฉู่โม่วเอาชนะอัจฉริยะมาได้ตลอดเก้าครั้งแล้วต่างหาก
“ไม่รู้ว่าจะทำให้ผิดหวังหรือเปล่า แต่ถ้านายไม่สู้ สิ่งนี้ก็จะเป็นปริศนาต่อไป”
ฉู่โม่วพูดตอบด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นเขาก็พูดต่อ “ในเมื่อนายมาหาฉันถึงที่แล้วเพื่อท้าประลอง เช่นนั้นก็อย่าพูดให้มากความแล้วเริ่มการประลองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้กันเถอะ”
พูดไปเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ยืนเอามือไพล่หลังไว้และแสดงสีหน้าสนใจออกมา เขาอยากจะเห็นว่าวิถีกระบี่ของตงฟางเหวินมีความประณีตขนาดไหน
อันที่จริง แม้ว่าความแข็งแกร่งของตงฟางเหวินนั้นจะไม่ใช่น้อย ๆ แต่ในสายตาของฉู่โม่ว มันก็ยังมีความห่างชั้นกันมากอยู่ระหว่างเขาและตงฟางเหวิน อย่างไรก็ตาม ทักษะวิชากระบี่ของเขามันเข้าตาชายหนุ่มจริง ๆ เขาอยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้
แต่แล้ว ในสายตาของตงฟางเหวิน ท่าทีของฉู่โม่วนั้นดูหยิ่งผยอง
ทันใดนั้น ความโกรธภายในใจของเขาก็ถูกจุดไฟขึ้นมา
“อวดดีจริง ๆ!”
แววตาของตงฟางเหวินเยือกเย็นอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่เคยคิดเลยว่าแขกผู้มีเกียรติของตระกูลหนี่เค่อนั้นจะหยิ่งได้ถึงเพียงนี้ ฉู่โม่วหยิ่งผยองเสียยิ่งกว่าเขาที่เป็นลูกชายคนโตของหอการค้าจูหยวน ผู้ที่เป็นอันดับเก้าของโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ
“ในเมื่อนายอยากจะเห็น งั้นก็ถ่างตามองไว้ให้ดี ๆ!”
ตงฟางเหวินแสยะยิ้มแล้วเริ่มโจมตีในพริบตา
ครืน!
พลังอณูแห่งชีวิตและเส้นลมปราณที่ถูกกระตุ้น นำพาแสงศักดิ์สิทธิ์ให้ส่องประกาย มันทะยานขึ้นสู่ฟ้า นำพากระบี่ศักดิ์สิทธิ์ลงมาจากเบื้องบนและเข้าไปอยู่ในมือของตงฟางเหวิน
คมกระบี่เล่มนี้มีสีแดงประดุจเลือด พลังศักดิ์สิทธิ์พันเกี่ยวเกิดเป็นกลิ่นอายจิตสังหารคลุ้งกระจายไปทั่ว ราวกับสิ่งที่เพิ่งถูกสังหารไปนั้นคือฟากฟ้าที่มันพุ่งลงมา
“สังหาร!”
เขากล่าวออกมาพร้อมกับฟาดฟันกระบี่วิเศษในมือ คมกระบี่พุ่งแหวกสายลมราวกับตัดผ่านแม่น้ำ มันปลดปล่อยคลื่นลำแสงออกมาพุ่งใส่ฉู่โม่ว
ซู่ม!
ด้วยกระบี่ที่ถูกฟันออกมา แสงศักดิ์สิทธิ์มากมายส่องประกาย เจตจำนงแห่งกระบี่ระเบิดออกปกคลุมทั่วฟ้าในพริบตา สิ่งนี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั่วทั้งโลกต้องสั่นสะเทือนภายใต้การฟาดฟันของกระบี่เล่มนี้ แม้แต่ช่องว่างของมิติยังต้องแตกร้าวจนส่งเสียงเปรี๊ยะ ๆ
ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่น่าเกรงขามนี้
มันทำให้หนี่เค่อปู้ที่อยู่ข้างฉู่โม่วหน้าซีดไปเลย
เขารู้สึกเหมือนร่างของเขาโดนตัดผ่าไปแล้วด้วยคมกระบี่ เจ้าตัวเผลอถอยออกไปโดยไม่รู้ตัว และในแววตาก็แสดงความหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ
‘น่าเกรงขามจริง ๆ!’
‘ทำไมตงฟางเหวินถึงทรงพลังได้ขนาดนี้นะ!’
‘ดูเหมือนว่าข่าวลือที่เขาสามารถสังหาจักรพรรดิเทวะยุทธ์ได้เมื่อหลายปีก่อนนั้นจะเป็นเรื่องจริงสินะ ตอนแรกคิดว่าเรื่องเล่าเสียอีก ดูจากพลังที่เขาปลดปล่อยออกมา… คุณฉู่จะรับมือไหวหรือเปล่า?’
ขณะที่ก้าวถอยหลัง เขาก็คิดอย่างยำเกรงไปด้วย
ฉู่โม่วไม่รู้เลยว่าหนี่เค่อปู้คิดอะไรอยู่
เขามองการเคลื่อนไหวของคมกระบี่ที่น่าทึ่งนี้ และอดไม่ได้ที่จะแสดงแววตาชื่นชมออกมา
สมแล้วที่เป็นทักษะวิชากระบี่ระดับศักดิ์สิทธิ์!
วิถีกระบี่ของเขาบรรลุในระดับสุดยอดจริง ๆ!
ด้วยคมกระบี่นี้เอง ฉู่โม่วก็สามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าวิถีกระบี่ของอีกฝ่ายถึงระดับที่น่ากลัวมาก ๆ แล้ว หากเขาใช้วิถีกระบี่ของเขารับมือการโจมตีนี้ละก็ บางทีเขาอาจจะพ่ายแพ้ในการโจมตีครั้งเดียวก็ได้
‘แต่…’
‘นายไม่ใช่คนเดียวที่สามารถใช้วิถีกระบี่ได้สักหน่อย!’
คิดได้เช่นนั้น
วินาทีที่ปราณกระบี่ของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา ฉู่โม่วก็ไม่ได้เลือกที่จะถอย กลับกันเขาพุ่งตรงไปด้านหน้าพร้อมทั้งกระตุ้นอณูแห่งชีวิตและเลือดในร่างกาย เปลี่ยนสภาพกลายเป็นพลังงานและพุ่งขึ้นไปบนฟ้าด้วย ภายใต้การกระตุ้นของอณูแห่งชีวิตและเลือดลมจนสูบฉีดรุนแรง พลังงานเหล่านี้ไหลเวียนราวกับธารน้ำใหญ่ ปลดปล่อยเจตจำนงแห่งกระบี่ให้กระจายออกจากร่างของเขาปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าประกายดาว
ขณะเดียวกันนั้น…
นอกจากเจตจำนงแห่งเพลงหมัดก็ได้ผสานรวมเข้ากับคมกระบี่และเจตจำนงแห่งกระบี่ที่รุนแรงนี้ จนกระทั่งมันกลายเป็นพลังที่พร้อมจะสังหารทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา พลังที่ยิ่งใหญ่และหนักแน่นแต่ก็แหลมคมมาก ๆ
ครู่หนึ่ง…
ทั่วทั้งจักรวาลปั่นป่วน มิติรอยแยกมากมายระเบิดออกตาม ๆ กัน
กลิ่นอายน่ากลัวซึ่งไม่อาจจะอธิบายได้หลั่งไหลเข้าไปในอวกาศนี้ จากนั้นภายใต้การระเบิดของกำปั้น แรงระเบิดก็ปะทะเข้ากับคมปราณกระบี่ของตงฟางเหวิน