ระบบกลืนพรสวรรค์ฝืนชะตา - ตอนที่ 2 ฝนเลือดเหนือฐานเฮยหลิน
[ตรากลืนชะตา… เริ่มตื่น]
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวหลี่เฉินราวกับหยดน้ำเย็นตกใส่เหล็กร้อน
มันไม่ได้ดังผ่านหู ไม่ได้เกิดจากใครพูดอยู่ข้างกาย แต่มันปรากฏตรงกลางความคิด ชัดเจน เยือกเย็น และไร้อารมณ์จนทำให้เลือดทั้งร่างของเขาแข็งค้างไปชั่วขณะ
ทว่าเขาไม่มีเวลาคิดว่ามันคืออะไร
เขี้ยวของหมาป่าเกราะดำยักษ์กดลงมาแล้ว
หลี่เฉินกลิ้งตัวออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ เขี้ยวสีดำขนาดเท่าเสาไม้ฟาดลงบนพื้นตรงจุดที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ เสียงหินแตกดังสนั่น เศษพื้นพุ่งกระแทกหลังเขาจนแผลเก่าปริออก เลือดอุ่นไหลลงมาตามเอว
จางฝูที่อยู่ใกล้กว่าไม่มีโอกาสแม้แต่จะกรีดร้อง
ครึ่งล่างของร่างมันถูกเขี้ยวบดเละเหมือนเนื้อในหลุมชำแหละ
“อ๊ากกกก! ช่วยข้า! ช่วยข้าโว้ย!”
จางฝูกรีดร้องพลางใช้แขนลากลำตัวครึ่งบนหนี เลือดกับเศษเครื่องในลากเป็นทางยาวบนพื้นหิน ตราก้ามปูบนหน้าผากมันสว่างวาบ พลังพรสวรรค์ทำให้แขนของมันโป่งขึ้น แต่มันไม่ได้ใช้สู้ มันใช้คลาน
หมาป่าเกราะดำยักษ์เหลือบตามอง แล้วเหยียบลงไป
โผละ!
เสียงนั้นสั้นกว่าชีวิตของคนอวดดีหนึ่งคน
หลี่เฉินมองภาพตรงหน้าโดยไม่กะพริบตา ไม่ใช่เพราะไม่กลัว แต่เพราะความกลัวพุ่งสูงจนเลยจุดที่ร่างกายจะแสดงออกได้แล้ว
ผู้มีตราพรสวรรค์ ต่อให้เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นอย่างจางฝู ก็แข็งแรงกว่าคนธรรมดามาก
แต่ต่อหน้าสัตว์อสูรตัวนี้ เขาไม่ต่างจากแมลงสาบ
“ปืนใหญ่กำแพงเหนือ! ยิง!”
เสียงสั่งการจากบนกำแพงดังขึ้น ตามด้วยเสียงคำรามของเครื่องยิงปราณ โลหะทรงกระบอกขนาดใหญ่หันปากกระบอกลงมา ลวดลายค่ายกลสว่างสีฟ้าเข้ม พริบตาต่อมา ลำแสงปราณหลายสิบสายพุ่งใส่หมาป่าเกราะดำยักษ์
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เปลวไฟและฝุ่นควันกลืนร่างสัตว์อสูรจนมิด พื้นดินสะเทือนเหมือนฐานทั้งฐานกำลังจะพลิกคว่ำ คนงานในลานชำแหละต่างวิ่งหนีแตกกระเจิง บางคนถูกเศษเหล็กจากประตูเสียบทะลุอก บางคนสะดุดล้มแล้วถูกฝูงหมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งที่ตามเข้ามาทีหลังฉีกกินทั้งเป็น
เสียงร้องขอชีวิตดังทุกทิศ
กลิ่นเลือดสดท่วมจมูก
ฝนเริ่มตก
ไม่ใช่น้ำฝนธรรมดา แต่เป็นฝนที่ปนผงเลือดจากซากศพบนกำแพง เม็ดฝนสีแดงจาง ๆ กระทบพื้น กระทบเกราะ กระทบใบหน้าของหลี่เฉินจนโลกทั้งใบเหมือนถูกย้อมด้วยสีเลือด
เขาฝืนลุกขึ้น ขาข้างซ้ายชาไปครึ่งหนึ่ง แต่ยังขยับได้ เขารีบคว้ามีดชำแหละกับตะขอเหล็กที่ตกอยู่ข้างกองซาก แล้ววิ่งกะเผลกไปทางโรงเก็บหนัง
ที่นั่นมีประตูหลังเชื่อมไปตรอกแคบ ถ้าไปถึง เขาอาจหนีเข้าชั้นที่อยู่อาศัยได้
“หลี่เฉิน!”
เสียงอาซื่อดังจากกองเกวียนที่พลิกคว่ำ
หลี่เฉินหันกลับไป เห็นอาซื่อติดอยู่ใต้แผ่นไม้ขนาดใหญ่ ขาข้างหนึ่งถูกทับ ใบหน้าซีดเผือด หมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งขั้นสูงสองตัวกำลังดมกลิ่นเลือดเดินเข้าไปหาเขา
หลี่เฉินหยุดเท้า
ตรอกหลังโรงเก็บหนังอยู่ห่างไปไม่ถึงยี่สิบก้าว
ถ้าวิ่งตอนนี้ เขามีโอกาสรอด
ถ้าย้อนกลับไป เขาอาจตาย
อาซื่อเห็นเขาหยุดก็ตะโกนเสียงสั่น “ไป! เจ้าไปเถอะ! ข้ามันขาหักแล้ว อย่ามาตายกับข้า!”
หมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งขั้นสูงตัวหนึ่งหันขวับมาทางหลี่เฉิน มันสูงเท่าเอวคน ฟันเรียงซ้อนสองชั้น น้ำลายสีดำหยดลงพื้นแล้วกัดกร่อนหินเป็นรูเล็ก ๆ
หลี่เฉินสูดหายใจลึก
“ถ้าเจ้ารอด อย่าลืมจ่ายค่าช่วยชีวิต”
อาซื่ออ้าปากค้าง “ไอ้บ้าเอ๊ย!”
หลี่เฉินพุ่งกลับไป
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ ไม่มีพลังปราณ ไม่มีตราพรสวรรค์ ไม่มีแม้แต่เกราะหนังดี ๆ หนึ่งชุด สิ่งที่เขามีคือสามปีในลานซาก ความรู้ว่ากระดูกสัตว์อสูรตรงไหนเปราะ และความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกจนร้อนเหมือนไฟ
หมาป่าเกราะดำตัวแรกกระโจนเข้ามา หลี่เฉินไม่ถอยตรง ๆ แต่ทิ้งตัวลงต่ำ ใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวเส้นเอ็นขาหลังของมันขณะมันพุ่งผ่าน
ฉึก!
ปลายตะขอเจาะเข้าใต้เกราะข้อต่อพอดี
หมาป่าร้องคำราม เสียหลักล้มไถลไปกับพื้น หลี่เฉินถูกแรงกระชากดึงจนไหล่แทบหลุด แต่เขากัดฟันดึงตะขอต่อสุดแรง แล้วใช้มีดชำแหละแทงเข้าใต้คางของมัน
ใบมีดสนิมไม่ลึกพอ
เกราะใต้คางแข็งกว่าที่คิด
หมาป่าตัวนั้นสะบัดหัวกลับมา กรงเล็บตะปบเฉี่ยวอกหลี่เฉิน เสื้อขาดเป็นทาง เลือดสาดออกมา เขากระเด็นไปชนลังไม้ เจ็บจนสายตาพร่ามัว
หมาป่าอีกตัวไม่รอ มันพุ่งเข้าหาอาซื่อที่ติดอยู่
“เวรเอ๊ย!”
หลี่เฉินคว้าเศษผลึกเลือดอสูรในแขนเสื้อออกมาแล้วปาใส่หน้ามัน
ผลึกกระแทกดวงตาหมาป่าพอดี แสงแดงระเบิดวาบเล็ก ๆ มันร้องลั่น หันกลับมาหาหลี่เฉินด้วยความโกรธ
หลี่เฉินหัวเราะเสียงแหบ “ใช่ มาทางนี้ ไอ้หมาขี้เรื้อน”
สัตว์อสูรทั้งสองตัวหันมาหาเขาพร้อมกัน
ชั่วขณะนั้น หลี่เฉินรู้ว่าตัวเองทำเรื่องโง่ที่สุดในชีวิต
แต่บางครั้ง การมีชีวิตอยู่แบบหมาใต้เท้าคนอื่นมานานเกินไป ทำให้คนเรายอมตายแบบยืนตรงมากกว่าหนีแบบคลาน
เขาคว้าตะขอเหล็กแน่น แล้วถอยทีละก้าวไปทางหลุมชำแหละ
หมาป่าตัวแรกขาหลังบาดเจ็บจึงเคลื่อนช้าลง ส่วนตัวที่สองตาบอดข้างหนึ่งและบ้าคลั่งกว่าเดิม มันพุ่งเข้ามาเร็วมากจนหลี่เฉินแทบมองไม่ทัน
เขาเอียงตัวหลบ กรงเล็บเฉือนผ่านไหล่ซ้าย เนื้อเปิดจนเห็นกระดูก เสียงเจ็บแล่นเข้าหัวเหมือนฟ้าผ่า แต่เขายังไม่ล้ม
ตะขอในมือเขาฟาดเข้ากับโซ่แขวนซากเหนือหลุมชำแหละ
โซ่เส้นใหญ่หลุดลงมา พร้อมซากสัตว์อสูรครึ่งตัวที่แขวนอยู่ด้านบน
โครม!
ซากหนักหลายร้อยชั่งตกทับหมาป่าตาบอดเต็ม ๆ มันไม่ได้ตาย แต่ถูกกดจนขยับลำบาก หลี่เฉินไม่รอ เขาพุ่งขึ้นไปบนซาก ใช้มีดแทงซ้ำเข้าไปในตาข้างที่เหลือ
หมาป่ากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ร่างมันดิ้นจนซากด้านบนสั่นสะเทือน หลี่เฉินถูกสะบัดตกลงมา กลิ้งไปกับพื้นเลือด
หมาป่าตัวแรกกระโจนมาถึง
อาซื่อที่อยู่ใต้แผ่นไม้ตะโกน “ข้างหลัง!”
หลี่เฉินหันไม่ทัน
กรงเล็บฟาดเข้ากลางหลัง
เลือดสาด
ร่างเขากระเด็นตกลงไปในหลุมชำแหละที่เต็มไปด้วยเลือดสัตว์อสูรและเศษกระดูกแหลมคม
ความเจ็บปวดทำให้เขาแทบหมดสติ
ด้านบน หมาป่าขาหลังบาดเจ็บค่อย ๆ เดินมาที่ปากหลุม มันก้มหน้าลงมา ดวงตาสีแดงสะท้อนร่างเด็กหนุ่มที่นอนจมเลือดอยู่ด้านล่าง
หลี่เฉินพยายามขยับนิ้ว
มีดหลุดจากมือไปแล้ว
ตะขอเหล็กก็ไม่อยู่
ลมหายใจติดขัด เลือดไหลเข้าปากจนกลืนแทบไม่ทัน
เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้ง
[ตรวจพบซากสัตว์อสูรที่มีเจตจำนงตกค้าง]
[ตรวจพบเลือดผู้ถือครองผสานกับแก่นซาก]
[เงื่อนไขการตื่นขั้นต้นครบถ้วน]
หลี่เฉินเบิกตา
รอบตัวเขา ซากสัตว์อสูรนับสิบในหลุมชำแหละเริ่มสั่นเบา ๆ เลือดสีดำแดงไหลย้อนเข้ามาหาเขาราวกับมีชีวิต เส้นเลือดบนแขนเขาปูดขึ้นทีละเส้น ความร้อนแล่นจากหัวใจไปทั่วร่าง
หมาป่าบนปากหลุมเหมือนสัมผัสอันตราย มันอ้าปากเตรียมกัดลงมา
หลี่เฉินยกมือเปื้อนเลือดขึ้นอย่างยากลำบาก นิ้วของเขาแตะเข้ากับซากหมาป่าเกราะดำตัวที่ถูกซากทับจนใกล้ตาย ซึ่งเลือดไหลลงมาตามร่องหลุมพอดี
หน้าต่างแสงสีดำปรากฏขึ้นในสายตา
[เป้าหมาย: หมาป่าเกราะดำ ระดับหนึ่งขั้นสูง]
[พรสวรรค์ที่ตรวจพบ: กล้ามเนื้อเหล็กระดับต่ำ]
[ผู้ถือครองมีส่วนสังหาร เป้าหมายยังไม่ตายสนิท ความเสี่ยงต่อต้านสูง]
[ต้องการกลืนกินหรือไม่]
หลี่เฉินมองข้อความตรงหน้า ริมฝีปากแตกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น
เขาไม่รู้ว่านี่คืออะไร
ไม่รู้ว่ามันจะฆ่าเขาหรือช่วยเขา
แต่ถ้าไม่ทำ เขาตายแน่
หมาป่าบนปากหลุมพุ่งลงมาแล้ว
หลี่เฉินใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดฝ่ามือลงบนซากที่ยังดิ้นอยู่ แล้วคำรามจากลำคอที่เต็มไปด้วยเลือด
“กลืนมัน”
[เริ่มกลืนพรสวรรค์]
[คำเตือน: ร่างผู้ถือครองอ่อนแอเกินไป]
[คำเตือน: กระบวนการจะก่อให้เกิดความเจ็บปวดรุนแรง]
หลี่เฉินหัวเราะทั้งเลือด
“เจ็บก็เจ็บสิวะ… ข้าเจ็บมาทั้งชีวิตแล้ว”
วินาทีถัดมา ความมืดสีดำแดงระเบิดออกจากใต้ฝ่ามือของเขา