ระบบกลืนพรสวรรค์ฝืนชะตา - ตอนที่ 8 เข็มผ่าราก
เข็มสีขาวเงินเล่มนั้นเล็กจนแทบมองไม่เห็นท่ามกลางฝนเลือด
แต่หลี่เฉินกลับรู้สึกถึงมัน
ไม่ใช่ด้วยสายตา
เป็นความเย็นวาบที่แทงเข้ากลางอก ราวกับมีใครเอาปลายมีดมาจ่อหัวใจโดยไม่แตะผิวหนัง
[คำเตือน]
[ตรวจพบอุปกรณ์วิเคราะห์รากพรสวรรค์ระดับทองแดงขั้นกลาง]
[ความเสี่ยง: เปิดเผยความผิดปกติของตรากลืนชะตา]
[แนะนำ: หลบเลี่ยงทันที]
หลี่เฉินไม่ต้องให้ระบบเตือนซ้ำ
เขาคว้าอาซื่อด้วยมือขวา ลากร่างเพื่อนออกจากตำแหน่งเดิมทันที
ฟิ้ว!
เข็มสีขาวเงินพุ่งลงจากกำแพงอย่างเงียบงัน ไม่เกิดเสียงลม ไม่เกิดประกายแสง มันปักลงบนคราบเลือดตรงที่หลี่เฉินนั่งอยู่เมื่อครู่
เลือดบนพื้นเดือดขึ้นทันที
เส้นแสงสีขาวบาง ๆ แผ่ออกจากเข็มเหมือนรากไม้ พยายามดูดกลิ่นอายที่ตกค้างอยู่ในเลือด
ชายเสื้อคลุมขาวบนกำแพงเลิกคิ้ว
“หลบได้?”
รองแม่ทัพเซวี่ยหมิงหันขวับ “ไป๋เหวิน! เจ้าทำอะไร”
ชายเสื้อคลุมขาวนามไป๋เหวินยิ้มสุภาพ “ตรวจสอบผู้รอดชีวิตที่อาจปนเปื้อนเลือดอสูร ข้าทำตามหน้าที่แพทย์สนามเท่านั้น”
“แพทย์สนามไม่ยิงเข็มวิเคราะห์ใส่คนที่ยังหายใจอยู่โดยไม่เตือน”
“หากเตือน สิ่งปนเปื้อนก็อาจซ่อนตัว” ไป๋เหวินตอบอย่างใจเย็น “ท่านรองแม่ทัพควรสนใจสัตว์อสูรตรงหน้ามากกว่า เด็กคนนั้นให้ข้าดูแลเถอะ”
คำว่า “ดูแล” ทำให้หลี่เฉินอยากหัวเราะ
ดูแลแบบจับขึ้นเตียงเหล็กหรืออย่างไร
หมาป่าเกราะกระดูกระดับสองขั้นต้นคำรามและพุ่งเข้าใส่เซวี่ยหมิงอีกครั้ง เซวี่ยหมิงไม่มีเวลาสนใจไป๋เหวิน เขาหมุนหอกเงินระดับทองแดงในมือ รับกรงเล็บของหมาป่าไว้ตรง ๆ
เปรี้ยง!
แรงปะทะทำให้สะพานหินด้านบนแตกร้าว ฝุ่นหินร่วงลงมาเหมือนฝนสีเทา เซวี่ยหมิงถอยครึ่งก้าว เกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูงบนแขนเกิดรอยกรงเล็บสามเส้น แต่หมาป่าเกราะกระดูกก็ถูกสะท้อนแรงจนไหล่ซ้ายแตกเลือดดำ
พรสวรรค์โลหะสะท้อนแรงระดับกลางของเขาเหมาะกับการรับแล้วโต้กลับ
แต่ทุกครั้งที่สะท้อนแรง เขาเองก็ต้องรับผลสะท้อนบางส่วน
เซวี่ยหมิงกระอักเลือดเล็กน้อย แต่ยังยืนมั่น
“เด็กน้อย!” เขาตะโกนโดยไม่หันมา “ถ้าอยากรอด ลากเพื่อนเจ้าผ่านช่องน้ำตะวันตกไป! อีกครึ่งเค่อข้าจะถอยแล้วระเบิดสะพาน!”
หลี่เฉินหันมองไปทางตะวันตก เห็นช่องระบายน้ำเก่าที่มีเหล็กกั้นครึ่งหนึ่ง ข้างในมืดสนิท แต่พอให้คนคลานผ่านได้
นั่นคือทางรอด
แต่ไป๋เหวินบนกำแพงไม่ปล่อยเขาง่าย ๆ
เข็มผ่ารากเล่มที่สองปรากฏระหว่างนิ้วของชายเสื้อขาว
“หลบครั้งแรกได้เพราะสัญชาตญาณหรือเพราะบางสิ่งเตือนกันแน่”
น้ำเสียงนั้นเบา แต่หลี่เฉินเหมือนได้ยินชัดในหัว
ไป๋เหวินเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง แต่สิ่งที่อันตรายคือพรสวรรค์ผ่ารากวิญญาณระดับกลางของเขา เขาไม่จำเป็นต้องชนะหลี่เฉินด้วยกำลัง ขอเพียงแตะเลือด กระดูก หรือเส้นผม ก็อาจวิเคราะห์ความผิดปกติได้
หลี่เฉินตัดสินใจทันที
เขาต้องทำให้ทุกอย่างดูเหมือนผลจากเลือดอสูร
ไม่ใช่ระบบ
เขาหยิบผลึกเลือดอสูรเล็ก ๆ ที่เก็บจากตอนแรกออกจากแขนเสื้อ มันเป็นผลึกเลือดอสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง ขนาดเท่าเล็บมือ มีพลังดิบเหลืออยู่ไม่มาก แต่ยังพอระเบิดกลิ่นอายได้
อาซื่อเห็นแล้วเบิกตา “นั่นมันของที่จางฝูแย่งไป…”
“ตอนนี้เป็นของข้า”
“เจ้าจะทำอะไร”
“สร้างหลักฐานปลอม”
หลี่เฉินบดผลึกนั้นด้วยฟัน
กร๊อบ!
เศษผลึกร้อนจัดแตกในปาก เลือดอสูรเข้มข้นไหลลงลำคอเหมือนไฟ เขาแทบสำลักตาย ความร้อนพุ่งลงกระเพาะแล้วกระจายไปทั่วร่าง บาดแผลทุกจุดแสบราวกับถูกเกลือเผา
[ตรวจพบพลังเลือดอสูรระดับหนึ่งขั้นกลางเข้าสู่ร่าง]
[พลังปนเปื้อนต่ำ ไม่สามารถเพิ่มพรสวรรค์]
[ผลข้างเคียง: กระตุ้นบาดแผลและกลิ่นอายอสูร]
ดี
นี่แหละที่เขาต้องการ
หลี่เฉินจงใจปล่อยให้เลือดอสูรในปากไหลออกมาตามคาง เขาทุบอกตัวเองหนึ่งครั้ง กระอักเลือดผสมเศษผลึกลงพื้น กลิ่นอายอสูรระดับหนึ่งขั้นกลางระเบิดออกมาเล็กน้อย
เข็มผ่ารากเล่มที่สองพุ่งลงมา
หลี่เฉินไม่หลบทั้งหมด เขาเอียงตัวให้เข็มเฉี่ยวผ่านแผลไหล่ขวา เลือดสดกระเด็นติดปลายเข็มเล็กน้อย ก่อนเข็มปักลงพื้นข้างตัว
เส้นแสงสีขาวแผ่ออกมา
ไป๋เหวินหลับตาเหมือนกำลังรับข้อมูล
วินาทีหนึ่ง
สองวินาที
รอยยิ้มของเขาจางลงเล็กน้อย
“เลือดอสูรระดับหนึ่งขั้นกลาง… กระตุ้นร่างกายอย่างหยาบ ๆ? ไม่ใช่การปลุกพรสวรรค์สมบูรณ์ แต่คล้ายการกลายพันธุ์ชั่วคราว”
เขาลืมตา มองหลี่เฉินด้วยความสนใจมากกว่าเดิม แต่ยังไม่ใช่ความมั่นใจ
หลี่เฉินก้มหน้าหอบหายใจ ทำตัวเหมือนเด็กที่ไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรลงไป
ข้างในใจเขากลับเย็นเฉียบ
รอดไปหนึ่งชั้น
แต่ยังไม่ปลอดภัย
ไป๋เหวินพึมพำ “ถึงจะไม่ใช่สิ่งนั้น แต่ร่างทดลองแบบนี้ก็หายาก...”
หลี่เฉินได้ยินคำว่า ร่างทดลอง ชัดเจน
เขาจดชื่อไป๋เหวินไว้ในใจทันที
หนี้ใหม่
ถ้ามีโอกาส เขาจะเอาคืน
แต่ตอนนี้ต้องรอดก่อน
เซวี่ยหมิงกำลังปะทะกับหมาป่าเกราะกระดูกอย่างดุเดือด เขาเริ่มเสียเปรียบ เพราะต้องป้องกันไม่ให้มันข้ามไปถึงหลี่เฉินและอาซื่อ ขณะเดียวกันหมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งที่เหลือก็พยายามล้อมเข้ามา
หลี่เฉินแบกอาซื่อขึ้นอีกครั้ง
ร่างของเขาสั่นหนักจนแทบยืนไม่อยู่ พรสวรรค์กล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราวใกล้หมดเวลา ระบบแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่ขึ้น
[เวลาเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อเหล็กระดับกลางชั่วคราว: น้อยกว่าครึ่งเค่อ]
[หลังเสื่อมสภาพ ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะฉีกขาดย้อนกลับ]
ครึ่งเค่อ
พอหรือไม่
ไม่พอก็ต้องพอ
หลี่เฉินลากอาซื่อมุ่งหน้าไปช่องน้ำตะวันตก แต่หมาป่าเกราะดำระดับหนึ่งสองตัวกระโจนขวางทาง ทันทีที่พวกมันเคลื่อน เซวี่ยหมิงก็ตะโกน
“หมอบ!”
หลี่เฉินกดอาซื่อลงพื้นทันที
หอกเงินของเซวี่ยหมิงหมุนกลับมาเหมือนสายฟ้า สีเงินแหวกฝนเลือด กระแทกหมาป่าสองตัวกลางลำตัว แรงสะท้อนโลหะทำให้กระดูกของพวกมันแตกพร้อมกัน แต่เซวี่ยหมิงเองก็ถูกหมาป่าเกราะกระดูกตะปบเข้าที่หลัง
เกราะเงินระดับทองแดงขั้นสูงระเบิดประกายไฟ
รอยกรงเล็บสามเส้นฝังลงบนแผ่นหลัง
เซวี่ยหมิงทรุดเข่าหนึ่งข้าง แต่ยังแทงหอกย้อนเข้าคางหมาป่าเกราะกระดูก ทำให้มันถอยออกไป
หลี่เฉินชะงัก
รองแม่ทัพคนนี้ไม่ได้ทิ้งพวกเขา
ทั้งที่เขาไม่มีเหตุผลต้องช่วยเด็กชั้นนอกสองคน
“มองอะไร!” เซวี่ยหมิงคำราม “หนี!”
หลี่เฉินกัดฟัน แบกอาซื่อวิ่งต่อ
แต่ยังไม่ถึงช่องน้ำตะวันตก พื้นใต้เท้าก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
กลางฐาน หมาป่าเกราะดำยักษ์ระดับสามขั้นสูงฉีกโซ่ค่ายกลทองแดงเส้นหนึ่งขาดแล้ว
เจ้าเมืองโม่เทียนฉือบนหอค่ายกลกระอักเลือดอีกครั้ง คราวนี้เลือดเป็นสีดำ
“ค่ายกลแกนกลางเสียหายสามส่วน!” เสียงผู้ช่วยบนหอดังลั่น “ถ้ารั้งต่อ หอค่ายกลอาจพัง!”
โม่เทียนฉือกัดฟัน “รั้งต่อ!”
“แต่ท่านเจ้าเมือง…”
“ถ้ามันแตะหอค่ายกล ฐานเฮยหลินจะหายไปทั้งฐาน!”
หมาป่ายักษ์คำรามอีกครั้ง ดวงตาที่สามดูดเลือดจากศพหมาป่าและศพมนุษย์รอบตัว หมอกเลือดรวมเป็นเกราะใหม่บนหัวและอกของมัน
แล้วมันก้มลง
มองไปทางคูน้ำ
มองหลี่เฉิน
คราวนี้ไม่ใช่แค่หมาป่าระดับหนึ่งที่หันมา
หมาป่าเกราะกระดูกระดับสองขั้นต้นที่สู้กับเซวี่ยหมิงพลันละทิ้งคู่ต่อสู้ มันยอมรับหอกแทงเข้าข้างลำตัว เพื่อพุ่งตรงมาทางหลี่เฉิน
เซวี่ยหมิงหน้าเปลี่ยนสี
“ทำไมมันถึงจ้องเด็กนั่น!”
ไป๋เหวินบนกำแพงยิ้มอีกครั้ง
“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน”
หลี่เฉินได้ยินเสียงพื้นแตกด้านหลัง
เขาหันกลับไป เห็นหมาป่าเกราะกระดูกระดับสองขั้นต้นพุ่งมาเร็วเหมือนเงาขาวดำ ปากของมันอ้าออกกว้างพอจะงับเขากับอาซื่อพร้อมกัน
หนีไม่ทัน
กลืนไม่ได้
ใช้ระบบไม่ได้
แต่เขายังมีอย่างหนึ่ง
ความบ้า
หลี่เฉินโยนอาซื่อเข้าไปในช่องน้ำตะวันตกก่อนเต็มแรง
“เข้าไป!”
อาซื่อกลิ้งหายเข้าไปในช่องแคบ ร้องด้วยความเจ็บ
หลี่เฉินหันกลับมา ยกหอกเหล็กดำที่งอแล้วขึ้นขวาง
หมาป่าเกราะกระดูกพุ่งถึงตัว
ในวินาทีที่เขี้ยวกำลังจะปิดลง เสียงโลหะระเบิดดังจากด้านข้าง
เซวี่ยหมิงปรากฏตัวเหมือนเงาเงิน เขาใช้ร่างตัวเองกระแทกหมาป่าระดับสองออกไป แต่แรงปะทะทำให้หอกเงินในมือเขาหักครึ่ง
อาวุธระดับทองแดงแตกแล้ว
เลือดพุ่งจากปากรองแม่ทัพ
หลี่เฉินสบตาเขา
เซวี่ยหมิงพูดเสียงแหบ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคืออะไร เด็กน้อย…”
เขาหันไปมองหมาป่าเกราะกระดูกที่กำลังลุกขึ้น
“แต่ตอนนี้ ถ้าเจ้าอยากรอด ก็ช่วยข้าฆ่ามันด้วยวิธีสกปรกที่สุดที่เจ้าคิดออก”
หลี่เฉินนิ่งไปครึ่งลมหายใจ
แล้วหัวเราะ
“ได้”
เขากำตะขอเหล็กระดับหยาบในมือ
“วิธีสกปรก ข้าถนัด”