ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 27 : ขุมทรัพย์วรยุทธ์ที่แท้จริง
โจวสิงถอนหายใจ แล้วเล่าเรื่องราวของจิวม่อจื้อให้ตาเฒ่าวาดภาพฟังอย่างหมดเปลือก
ตาเฒ่าฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะเบิกตาขึ้นเล็กน้อย เจ้านั่นมีวิชาเส้าหลินกว่าสามสิบวิชาอยู่ในมือรึ พูดจบเขาก็หัวเราะชอบใจ น่าสนใจๆ
โจวสิงเสริม ไม่ใช่แค่นั้น นอกจากวิชาเส้าหลิน เขายังฝึกวิชาลมปราณสายเต๋าอีกวิชาหนึ่งด้วย
หือ ตาเฒ่าหันมามอง
พลังไร้ลักษณ์น้อย
คราวนี้ตาเฒ่าวาดภาพชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นป่าไผ่ ฮ่าๆๆ พลังไร้ลักษณ์น้อย ของ เสียวเหยาจื่อ (นักพรตสราญรมย์)
เจ้าโล้นน้อยนั่น ซวยบัดซบจริงๆ ลำพังแค่วิชาเส้าหลินเจ็ดสิบสองยอดวิชา แต่ละวิชาก็มีธาตุต่างกันอยู่แล้ว ฝึกปนกันก็แย่พอแรง นี่ดันเอาวิชาสายเต๋าอย่างพลังไร้ลักษณ์น้อยไปฝึกผสมอีก พุทธกับเต๋าธาตุพลังมันขัดแย้งกัน ยิ่งฝึกก็ยิ่งเจ็บตัว
ตาเฒ่าวาดภาพหัวเราะอย่างมีความสุข ดูเหมือนแกจะไม่ค่อยถูกชะตากับพวกหลวงจีนเท่าไหร่
โจวสิงปาดเหงื่อ รีบเสริมต่อ แถมพลังไร้ลักษณ์น้อยที่เขาได้มา ยังขาดเล่ม เกิง (เล่ม ๗) ที่ว่าด้วยการทะลวงชีพจรจงไปด้วย
ยิ่งฟัง ตาเฒ่ายิ่งขำหนักกว่าเดิม ถ้ามันฉลาดหน่อย ฝึกพลังไร้ลักษณ์น้อยให้สมบูรณ์ก่อน แล้วค่อยใช้วิชานั้นไปขับเคลื่อนกระบวนท่าเส้าหลิน ก็อาจจะรอดตัวไปได้ แต่นี่ดันฝึกสลับมั่วซั่ว แถมวิชาหลักยังไม่สมบูรณ์อีก เจ้าโล้นนั่นอายุสั้นแน่
หัวเราะพอหอมปากหอมคอ ตาเฒ่าก็ถาม แล้วเจ้ามีวิธีรักษาหมอนั่นรึ
โจวสิงยิ้มเจ้าเล่ห์ ในตำราอาจารย์ข้ามีวิธีรักษาบันทึกไว้อยู่
ตาเฒ่าเม้มปาก ชิ หมดสนุกเลย สมเป็นตระกูลถัง มียาแก้ทุกโรคจริงๆ
ตาเฒ่า ที่ข้ามาวันนี้ นอกจากมาฝึกวิชาแล้ว ข้ายังมีเรื่องอยากให้ท่านช่วย โจวสิงเดินอ้อมไปด้านหลังตาเฒ่า แล้วลงมือบีบนวดไหล่ให้อย่างรู้งาน
ตาเฒ่าหลับตาพริ้ม ครางฮือในลำคออย่างสบายอารมณ์ เจ้าเด็กแสบ อยากเปลี่ยนไปฝึกพลังไร้ลักษณ์น้อยสินะ
โจวสิงยอมรับตามตรง ตาเฒ่า เคล็ดทานตะวัน ก็ดีอยู่หรอก แต่ความลึกล้ำพิสดารของ พลังไร้ลักษณ์น้อย มันเหนือกว่าชัดเจน แต่ข้าไม่อยากฝึกวิชาที่ไม่สมบูรณ์ ถ้าท่านมีวิชาลมปราณระดับเทพที่เจ๋งกว่าพลังไร้ลักษณ์น้อยสอนข้า ข้าก็ไม่สนไอ้วิชาพิการนั่นหรอก
มือก็นวดไป ปากก็พูดไป สายตาจับจ้องปฏิกิริยาของตาเฒ่าอย่างคาดหวัง เขาอยากได้ยินประโยคเท่ๆ อย่าง พลังไร้ลักษณ์น้อยกระจอกงอกง่อย เอานี่ไปฝึกดีกว่า แล้วโยนคัมภีร์ระดับพระเจ้ามาให้
แต่อนิจจา โลกความจริงไม่สวยหรูขนาดนั้น
ตาเฒ่านิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วพูดเนิบๆ พลังไร้ลักษณ์น้อย ก็ถือว่าใช้ได้ ฝึกๆ ไปเถอะ
โจวสิงหน้ามุ่ย มือที่นวดก็ลงน้ำหนักแรงขึ้นประชด ตาเฒ่า ข้าบอกแล้วไงว่ามันขาดเล่ม ๗ ขาดวิธีเดินลมปราณชีพจรจง
ตาเฒ่าไม่สนใจเสียงบ่น หลับตาลงอีกครั้งแล้วเริ่มพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
เดือนอ้าย วันที่หนึ่ง รับเงินเก้าเฉียนแปดเฟิน เดือนอ้าย วันที่สอง รับเงินแปดเฉียนเก้าเฟิน ซื้อปอดหมูหนึ่งพวง ไส้หมูสองพวง หัวใจหมูหนึ่งดวง
โจวสิงชะงักกึก ตอนแรกเขานึกว่าตาเฒ่าละเมอเรื่องบัญชีจ่ายตลาด แต่พอฟังดีๆ
เดี๋ยวนะ นี่มันรหัสลับ
โจวสิงเพิ่งอ่านคัมภีร์ พลังไร้ลักษณ์น้อย มาหมาดๆ เขารู้ดีว่าวิชานี้ถูกซ่อนไว้ในรูปแบบของ สมุดบัญชี เพื่อตบตาคนนอก ตัวเลขและรายการสินค้าแต่ละอย่างมีความหมายแฝง เช่น รับเงินเก้าเฉียนแปดเฟิน หมายถึง การสูดลมหายใจเข้าเบาๆ ๙ ครั้ง และกลั้นหายใจ ๘ ครั้ง ส่วน ปอดหมู ไส้หมู หัวใจหมู หมายถึงการโคจรลมปราณผ่านเส้นชีพจรปอด ลำไส้ และหัวใจ ตามจำนวนรอบที่ระบุ
โจวสิงตั้งสมาธิฟังอย่างใจจดใจจ่อ ไม่กล้าพลาดแม้แต่คำเดียว ด้วยพรสวรรค์ [สดับหนึ่งรู้แจ้งพัน] สมองของเขาบันทึกข้อมูลทุกคำพูดลงไปในความทรงจำทันที
เพียงครู่เดียว ตาเฒ่าก็ท่องจบ
ตาเฒ่า โจวสิงถามเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น เมื่อกี้คือ เนื้อหาในเล่มที่ ๗ ใช่ไหม
ตาเฒ่ายิ้มมุมปาก แทนคำตอบ
โจวสิงดีใจจนเนื้อเต้น แต่ความสงสัยก็ผุดขึ้นมา ตาเฒ่า ท่านรู้วิชานี้ได้ยังไง นี่มันวิชาลับเฉพาะของสำนักสราญรมย์นะ
ตอนแรกเขานึกว่าจิวม่อจื้อคือขุมทรัพย์เคลื่อนที่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนตาเฒ่าวาดภาพจะเป็น คลังสมบัติแห่งจักรวาล ของจริง รู้ทั้ง เก้ากระบี่เดียวดาย ของตู๋กูชิวไป้ และ พลังไร้ลักษณ์น้อย ของเสียวเหยาจื่อ
ตาเฒ่าเหลือบตามอง ขยับตัวหามุมสบาย ข้าไม่เคยบอกรึ ข้ารู้ เก้ากระบี่ ได้ยังไง ข้าก็รู้ พลังไร้ลักษณ์น้อย ได้อย่างนั้นแหละ
โจวสิงนึกย้อนกลับไป ตาเฒ่าเคยเล่าว่าเขาชอบไปนั่ง เสวนาธรรม กับยอดฝีมือระดับเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้หาทางบรรลุสู่ขั้น แตกสลายความว่างเปล่า
กับตู๋กูชิวไป้ เขาแลกเปลี่ยนวิชากระบี่ กับเสียวเหยาจื่อ ก็คงแลกเปลี่ยนวิชาลมปราณสินะ
ข้ากับไอ้เฒ่าบ้าตู๋กู แลกเปลี่ยนวิชากันจนแทบจะแก้ผ้าดูก้น ส่วนคนอื่น ข้าก็รู้แค่วิชาบางส่วนของพวกเขา ตาเฒ่ากล่าวลอยๆ กับเสียวเหยาจื่อ ข้ารู้แค่วิชาพลังไร้ลักษณ์น้อยของมันนี่แหละ
โจวสิงกลืนน้ำลาย แค่นี้ก็เกินพอแล้ว
ตาเฒ่า น้ำหนักมือประมาณนี้โอเคไหมขอรับ โจวสิงกลับมานวดต่ออย่างขะมักเขม้น บริการระดับ VVIP เพื่อตอบแทนบุญคุณ
หลังจากคุยสัพเพเหระอีกพักใหญ่ โจวสิงก็ขอตัวกลับ เขาไม่ได้เซ้าซี้ถามว่าทำไมตาเฒ่าไม่สอนวิชาของตัวเองให้ แค่ได้ พลังไร้ลักษณ์น้อย ฉบับสมบูรณ์ ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแล้ว
เมื่อโจวสิงจากไป
ตาเฒ่าวาดภาพลืมตาขึ้น แววตาที่เคยขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำดุจห้วงอวกาศ เขามองไปยังทิศทางที่โจวสิงเดินจากไป พึมพำกับตัวเองเบาๆ
หากมีใครสักคน ที่มี ปัญญาญาณ ระดับจางซานเฟิง มี พรสวรรค์ร่างกาย ระดับข้า มี วิชากระบี่ ของตู๋กูชิวไป้ มี ลมปราณ ของเสียวเหยาจื่อ และมีความเร็วของ บรรพชนทานตะวัน
ปีศาจตนนั้น จะไปได้ไกลแค่ไหนกันนะ
ตาเฒ่าจินตนาการภาพนั้นแล้วส่ายหน้าหัวเราะ เพ้อเจ้อจริงๆ ในโลกนี้จะมีคนแบบนั้นได้ยังไง
อีกอย่าง ลมปราณของเสียวเหยาจื่อถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน พลังไร้ลักษณ์น้อยเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ต่อให้เจ้าเด็กนั่นมีพรสวรรค์แค่ไหน จะไปหาอีกสองส่วนที่เหลือเจอได้ยังไง เจ้าเสียวเหยาจื่อหายหัวไปสี่สิบกว่าปีแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาก็ไม่โผล่หัว
ช่างเถอะ แค่พลังไร้ลักษณ์น้อย ก็ดีถมเถแล้ว ไว้ติดคอขวดเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน
ตาเฒ่าถอนหายใจยาว แล้วหลับตาลงอีกครั้ง คนแก่แล้ว นอนเยอะหน่อยก็ไม่แปลกหรอก