ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 3 : สังหารผลาญชีวิต กฎยุทธภพ ยุติในยุทธภพ
อา ในที่สุดก็เจอจนได้
เสียงของโจวสิงดังขึ้น ทำให้อาหกและพรรคพวกหันขวับไปมองทันที ในมือของเด็กหนุ่มถือขวดกระเบื้องเคลือบใบเล็กเอาไว้
นั่นมันอะไร อาหกเอ่ยถามออกไปโดยสัญชาตญาณ
น้ำยาละลายศพ
โจวสิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ประเดี๋ยวพอพวกแกตาย ข้าก็แค่เหยาะเจ้านี่ลงไป ร่างกายพวกแกก็จะละลายกลายเป็นกองเลือดหนอง จากนั้นเอาน้ำสาดโครมเดียว รับรองว่าไร้ร่องรอย
คำพูดของโจวสิงทำเอาอาหกขนลุกซู่ไปถึงหนังศีรษะ
เมื่อมองดูคัมภีร์ในมือลูกน้อง สลับกับมองหน้าโจวสิง เขาก็เดาได้ทันทีว่าไอ้เด็กนี่วางยาไว้ที่คัมภีร์ แต่เดี๋ยวก่อน พวกเขาไม่เห็นโจวสิงกินยาแก้พิษเลยสักนิด หรือว่ามันกินดักไว้ก่อนแล้ว เป็นไปไม่ได้ พวกเขาบุกมาแบบไม่ให้ตั้งตัว มันจะไปตรัสรู้ล่วงหน้าได้ยังไง
โจวสิงมองสีหน้าตื่นตระหนกของทั้งสามคน ก็รู้ทันทีว่าถึงเวลา โชว์ออฟ แล้ว
ทว่า อาหกไม่ใช่ตัวประกอบงี่เง่าที่จะยืนรอความตาย
ล้อเล่นน่า รู้ตัวว่าโดนพิษแล้วยังจะมายืนรอความตายรึ คนโง่เท่านั้นแหละที่ทำแบบนั้น
รุมมัน ค้นตัวหายาแก้พิษเดี๋ยวนี้
อาหกตะโกนก้องด้วยความดุดัน ฝ่ามือฟาดลงบนโต๊ะไม้สาลี่อย่างแรงจนลูกเหล็กในมือจมลึกฝังเข้าไปในเนื้อไม้ พลังข้อมือของตาเฒ่านี่ช่างน่าพรั่นพรึงนัก
ชายฉกรรจ์อีกสองคนไม่รอช้า กัดฟันแน่น ควงมีดสั้นพุ่งเข้าใส่โจวสิงด้วยแววตาอาฆาต
บ้าเอ๊ย พวกเขาประมาทเกินไปจริงๆ เห็นโจวสิงอายุยังน้อยก็นึกว่าเคี้ยวง่าย แถมยังโดน คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร บังตาจนลืมไปว่าไอ้เด็กนี่มันติดตามถังจิ่วตะลุยยุทธภพมาตั้งสามปี
มันไม่ใช่ไก่อ่อนหัดที่เพิ่งออกจากเล้าเสียหน่อย
ขณะที่คมมีดของทั้งสามกำลังพุ่งเข้ามา โจวสิงกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ริมฝีปากขยับนับเลขเบาๆ
หนึ่ง
สอง
สาม
สิ้นเสียงคำว่า สาม ร่างของอาหกและลูกน้องก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพร้อมกัน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง ราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น
จะ เจ้า ทำไมเจ้าไม่โดนพิษ
อาหกพยายามเงยหน้ามองโจวสิง เค้นเสียงถามข้อสงสัยสุดท้ายในชีวิต
โจวสิงก้มมองร่างที่นอนพะงาบๆ ของอาหกแล้วแค่นเสียงเฮอะในลำคอ
คิดหรือว่าการติดตามปรมาจารย์ตระกูลถังมาสามปี เขาจะไม่ได้วิชาดีติดตัวมาบ้าง
โจวสิงค่อยๆ ดึงมือขวาที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา
วินาทีนั้น อาหกถึงกับตาค้าง
บนฝ่ามือของโจวสิง มีคางคกตัวน้อยเกาะอยู่อย่างสงบนิ่ง ผิวกายของมันขาวผ่องดุจหิมะ แต่ดวงตากลับแดงฉานราวกับโลหิต ดูน่ารักน่าเอ็นดูผิดวิสัยคางคกทั่วไป
คางคก ตาแดง คางคกหิมะเนตรชาด
อาหกเบิกตากว้าง สีหน้ายิ่งดำคล้ำลงไปอีกด้วยความสิ้นหวัง
กระจ่างแล้ว มิน่าเล่า พอมันส่งคัมภีร์ให้ลูกน้องข้า มันก็รีบซ่อนมือไว้ในแขนเสื้อทันที ที่แท้มันใช้ คางคกหิมะเนตรชาด ดูดพิษออกจากร่างตลอดเวลานี่เอง
ตาถึงนี่
โจวสิงหัวเราะหึๆ เดินไปที่ไหสุราข้างโต๊ะ เปิดฝาออกแล้วเทสุราลงในจอก จากนั้นหย่อนเจ้าคางคกน้อยลงไป ทันทีที่สัมผัสสุรา เมือกสีดำสนิทก็ไหลซึมออกมาจากตัวคางคก ย้อมสุราจนกลายเป็นสีหมึก ในขณะที่ตัวของมันค่อยๆ กลับมาขาวผ่องดังเดิม
นี่คือของขวัญล้ำค่าที่ตาแก่ถังมอบให้เขา
ตอนไปเขาคุนหลุน พวกเขาพลิกแผ่นดินหา พลังเก้าเอี้ยง ไม่เจอ โจวสิงจิตตกจนตาแก่ถังต้องชวนเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการล่าของวิเศษแทน
คำกล่าวที่ว่า เมื่อสวรรค์ปิดประตู ย่อมเปิดหน้าต่างให้เสมอ นั้นเป็นความจริง
แม้จะแห้วจากคัมภีร์ยุทธ์ แต่วิชาลับของตระกูลถังก็ช่วยให้พวกเขาล่อสัตว์พิษและของวิเศษออกมาได้เพียบ
และสุดยอดสมบัติที่ได้มาก็คือ คางคกหิมะเนตรชาด และ หนอนไหมน้ำแข็งพันปี
คางคกหิมะเนตรชาดมีถิ่นกำเนิดในเทือกเขาหิมะแดนตะวันตก การจะเจอที่คุนหลุนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนหนอนไหมน้ำแข็งพันปี เดิมทีหลวงจีนฮุ่ยจิ้งแห่งเส้าหลินก็เจอที่คุนหลุนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่โจวสิงกับถังจิ่วจะไปเจอมันบ้างก็สมเหตุสมผล
ของวิเศษสองสิ่งนี้ คือสมบัติระดับตำนานอย่างแท้จริง
หนอนไหมน้ำแข็งพันปี คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ ขนาดตัวประกอบอย่าง โหยวตั้นจือ แห่งแปดเทพอสูรมังกรฟ้า แค่กลืนมันลงไปแล้วใช้วิชาเปลี่ยนเส้นเอ็นผสานพิษเย็นเข้าสู่ร่างกาย ก็กลายเป็นยอดฝีมือได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี มีกำลังภายในลึกล้ำชนิดที่เฉียวฟงและเจ้าอาวาสเส้าหลินยังต้องเกรงใจ
หากโจวสิงคิดจะฝึกกำลังภายใน แค่กลืนเจ้านี่ลงไปแล้วหาวิธีสลายพิษ ความก้าวหน้าย่อมรวดเร็วปานติดปีก
เดิมทีเขาตกลงกับตาแก่ถังไว้ดิบดีว่าจะแบ่งกันกิน แต่ใครจะไปนึกว่า หาคัมภีร์ไม่เจอสักเล่ม พอเจอ คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร ก็ดันฝึกไม่ได้อีก
แผนการจึงเปลี่ยนไป พวกเขาตั้งใจจะเอาหนอนไหมมาปรุงยาแบ่งกันกินเพื่อเพิ่มกำลังภายใน ให้พอมีแรงป้องกันตัวแล้วค่อยไปหาคัมภีร์เล่มอื่นต่อ
น่าเสียดาย ตาแก่ถังยังไม่ทันได้ลิ้มรส ก็ด่วนจากไปเสียก่อน
ส่วนคางคกหิมะเนตรชาดนั้น ยิ่งล้ำค่ากว่าหนอนไหมเสียอีก
หนอนไหมช่วยแค่เรื่องฝึกวิชา แต่คางคกตัวนี้เปรียบเสมือน ยันต์กันตาย
ไม่ว่าจะบาดเจ็บภายในสาหัสแค่ไหน ขอแค่ยังไม่ขาดใจตาย หากได้กินคางคกนี้เข้าไป อาการจะทุเลาลงทันตาเห็น และหากถูกพิษร้ายแรง เจ้าคางคกตัวนี้ก็สามารถดูดพิษได้ทุกชนิด
เมื่อมันดูดพิษจนตัวดำ ก็แค่เอาไปแช่เหล้าให้คายพิษออกมา มันก็จะกลับมาขาวผ่องพร้อมใช้งานใหม่อีกครั้ง นี่มันเครื่องฟอกพิษแบบไร้ขีดจำกัดชัดๆ
โจวสิงนึกเสียดายจับใจ รู้อย่างนี้เขาน่าจะยัดเยียดเจ้าคางคกให้ตาแก่ถังพกติดตัวไว้ ถ้าอาจารย์มีมันอยู่ ตอนที่ถูกลอบทำร้ายอาจจะรอดชีวิตมาได้
แต่โลกนี้ไม่มีคำว่า รู้อย่างนี้ ร่างของตาแก่ถังนอนเย็นชืดอยู่หน้าร้านเหล้า เป็นความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้
แววตาของโจวสิงเปลี่ยนเป็นอำมหิต เขาเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์ ก้มลงหยิบกระบี่เหล็กกล้าที่ซ่อนไว้ออกมา
แม้ คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร จะฝึกกำลังภายในไม่ได้ถ้าไม่ตอน แต่กระบวนท่ากระบี่นั้นฝึกได้
ถึงจะไร้พลังลมปราณหนุนส่งจนอานุภาพลดฮวบ แต่มันก็ยังดีกว่ากระบี่พื้นฐานทั่วไป โจวสิงไม่เลือกงานแล้วตอนนี้ ตาแก่ถังเองก็เคยถอนหายใจและบอกให้เขาฝึกท่ากระบี่ไปพลางๆ ก่อน แล้วสัญญาว่าจะหาลมปราณดีๆ มาให้ทีหลัง
กระบี่เหล็กกล้าราคาห้าตำลึงเงินถูกชักออกจากฝัก เสียงโลหะเสียดสีบาดหู
โจวสิงเดินถือกระบี่ตรงดิ่งเข้าไปหาอาหก แล้วจ่อปลายคมมีดที่ลำคอเหี่ยวย่น
อยากอยู่ หรืออยากตาย น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
อาหกผู้เคยหยิ่งผยอง บัดนี้สิ้นลายเสือ สั่นเทาไปทั้งร่าง รีบพยักหน้ารัวๆ จนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง อยู่ ข้าอยากอยู่ หลาน เอ้ย ท่านโจว ข้ากับถังจิ่วรักกันเหมือนพี่น้อง เห็นแก่หน้าอาจารย์เจ้า ไว้ชีวิตข้าเถอะ
อาหกงัดไม้ตาย บทโศกพี่น้อง ออกมาใช้ แต่โจวสิงคว้าการ์ดใบนั้นมาฉีกทิ้งไม่มีชิ้นดี
รักกันเหมือนพี่น้องกับผีน่ะสิ บอกมา อาจารย์ข้าตายยังไง
ฉึก
ปลายกระบี่แทงลึกลงไปเล็กน้อย เลือดสีสดไหลซึมออกมา ความเจ็บปวดทำให้อาหกตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม
ข้าไม่เกี่ยว การตายของถังจิ่วไม่เกี่ยวกับพวกข้าจริงๆ อาหกร้องเสียงหลง เรื่องของเรื่องคือ สวีหยวน หัตถ์โลหิต มันไปฆ่าชาวบ้านจนทางการหมายหัว เมื่อไม่กี่วันก่อนทางการส่งคนมาที่สาขาเมืองหลวงเพื่อจับกุมมัน ข้าแค่สงสัยว่าถังจิ่วเป็นคนนำทางพวกมือปราบมา แต่ข้าไม่รู้แน่ชัด หัวหน้าสาขาอยากได้ตัวสวีหยวนมาใช้งาน แต่พอโดนจับไป องค์กรก็เสียหน้า ข้าเลยต้องหาแพะรับบาป ข้าเลยมาลงที่เจ้าไงเล่า
อาหกร่ายยาวเหยียด เล่าความจริงออกมาจนหมดเปลือกเพื่อรักษาชีวิต
โจวสิงพยักหน้าช้าๆ เขาเชื่อคำพูดนี้อยู่หลายส่วน
นิสัยของตาแก่ถัง ถ้าจะไปหาอาหกจริงๆ ต้องบอกเขาก่อนแน่ แต่นี่ดูท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนหนีอะไรมา
ในเมื่อได้ความจริงแล้ว คนพวกนี้ก็หมดประโยชน์
โจวสิงจ้องมองอาหกด้วยสายตาว่างเปล่า
อาหกเห็นแววตานั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบ มันเหมือนสายตาของท่านประมุขหอโลหิตตอนกำลังจะลงมือฆ่าคนไม่มีผิด
เหงื่อเย็นไหลอาบหน้าผากสีม่วงคล้ำของอาหก ดะ เดี๋ยว คนที่สาขาเมืองหลวงรู้ว่าข้ามาหาเจ้า ถ้าข้าไม่กลับไป เจ้าเดือดร้อนแน่
ไม้ตายก้นหีบถูกงัดออกมาขู่
ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าสาบานว่าจะไม่เอาเรื่อง
วิทยายุทธ์ไง ถังจิ่วอยากได้วิทยายุทธ์ไม่ใช่รึ ที่สาขาเมืองหลวงมีคัมภีร์ที่พวกเรารวบรวมมาเพียบ ข้ายกให้เจ้าหมดเลย
โจวสิงฟังคำร้องขอชีวิตด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะถอนหายใจยาว
คนพวกนี้ตั้งใจมาโยนความผิดให้เขาแต่แรก ถ้าขืนตามพวกมันไป ก็มีแต่ตายกับตาย สำหรับคนที่คิดจะเอาชีวิตเขา โจวสิงมีคำตอบเดียวให้เสมอ
ส่งพวกมันไปลงนรกซะ
ยิ่งเห็นตัวเลข [100] สีแดงเถือกบนหัวพวกมัน ยิ่งไม่ต้องลังเล
ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้พวกแกพ้นทุกข์เอง
ฉัวะ
สิ้นเสียงพูด ประกายกระบี่วาดผ่านอากาศ เส้นเลือดสีแดงปรากฏขึ้นที่ลำคอของอาหก ก่อนที่เลือดสดๆ จะพุ่งกระฉูดออกมา
โจวสิงลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงชั่วพริบตา ทั้งสามร่างก็กลายเป็นศพไร้วิญญาณ
ไม่มีความรู้สึกคลื่นไส้หรือหวาดกลัว ตั้งแต่สองปีครึ่งก่อน ตอนที่ตาแก่ถังสอนให้เขาเชือดโจรภูเขาแล้วผ่าท้องศึกษาฤทธิ์ยาพิษ ความรู้สึกเหล่านั้นก็ได้ตายจากใจโจวสิงไปนานแล้ว
แต่การฆ่าคนสามคนกลางเมืองหลวง ก็ถือเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร
ไม่ใช่ยุ่งยากเพราะทางการ แต่ยุ่งยากเพราะ ยุทธภพ ต่างหาก
ในราชวงศ์หมิง โลกของราชสำนักและยุทธภพถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ต่างจากแผ่นดินอื่นที่ราชสำนักมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ที่ต้าหมิง ปฐมฮ่องเต้จูหยวนจางเป็นคนหัวแข็ง ทนเห็นใครกระด้างกระเดื่องไม่ได้ จึงเคยสั่งกวาดล้างชาวยุทธ์ครั้งใหญ่
ช่วงแรกก็ได้ผลดี แต่พอดาบของฮ่องเต้ฟันไม่หยุด ชาวยุทธ์ก็ทนไม่ไหว ภายใต้การนำของเส้าหลิน ทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมผนึกกำลังกันต่อต้าน
แม้ชาวยุทธ์จะรบแบบกองทัพไม่เก่ง แต่เรื่องลอบสังหารและวิชาตัวเบา ทหารหลวงเทียบไม่ติด
ลูกหลานขุนนางถูกลอบฆ่าไม่เว้นวัน วังหลวงมีนักฆ่าบุกเข้าออกเหมือนเดินตลาด ทั้งสองฝ่ายล้มตายกันเป็นเบือ ซ้ำร้ายประเทศรอบข้างยังจ้องจะซ้ำเติม
สุดท้าย ปฐมฮ่องเต้จำต้องยอมเจรจา สงบศึกกับพันธมิตรยุทธภพด้วยสนธิสัญญา ต่างคนต่างอยู่
เรื่องราวในยุทธภพ ให้จบในยุทธภพ ทางการจะไม่ยุ่งเกี่ยว ตราบใดที่ชาวยุทธ์ไม่เข่นฆ่าชาวบ้านตาดำๆ
นี่คือเหตุผลที่ สวีหยวน ถูกจับ เพราะมันดันไปฆ่าชาวบ้าน
โจวสิงเพิ่งฆ่านักฆ่าไปสามศพ ทางการคงไม่สนใจ ดีไม่ดีถ้าเอาศพไปขึ้นเงินรางวัลที่กรมอาญา อาจจะได้เงินค่าหัวแถมมาด้วยซ้ำ เพราะพวกนี้คงมีคดีติดตัวเพียบ
แต่สิ่งที่โจวสิงกังวลไม่ใช่ทางการ แต่คือพรรคพวกของไอ้สามตัวนี้ต่างหาก
หอโลหิต สาขาเมืองหลวง
สามปีมานี้ โจวสิงเอาแต่วิ่งหาคัมภีร์ ไม่ได้ฝึกยุทธ์จริงจังเลยสักนิด ยาพิษที่มีก็ใช้ได้ผลดีแต่กับพวกประมาท ถ้าเจอยอดฝีมือตัวจริงที่ใช้ลมปราณต้านพิษได้ หรือมีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ เขาคงเสร็จแน่
เข็มพายุพิรุณกับอาวุธลับที่ตาแก่ถังทิ้งไว้ให้ อาจพอเอาตัวรอดได้สักครั้งสองครั้ง แต่ถ้าโดนรุมเป็นร้อย ก็คงไม่รอด
เขาต้องหา ที่พึ่ง ต้องหาใครสักคนมาคุ้มกะลาหัว ไม่อย่างนั้นหอโลหิตตามมาเช็คบิลแน่