ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 4 : เป้าหมายต่อไป หมู่บ้านมือใหม่
โจวสิงเคยได้ยินตาแก่ถังเปรยๆ ว่า หอโลหิต ไม่ใช่ไก่กา
ในยุทธภพนี้ องค์กรนักฆ่ามีมากมายดั่งดอกเห็ด ที่โด่งดังที่สุดหนีไม่พ้น หอหอเขียว แต่ค่าจ้างของหอเขียวนั้นแพงระยับ ไม่ใช่ใครก็จ้างไหว ทำให้องค์กรอื่นๆ อย่าง หอโลหิต พรรคฟ้าพิการ หรือ สำนักมีดบิน ผุดขึ้นมารองรับความต้องการของตลาดล่าง
และตาแก่ถัง ก็คือหนึ่งในนักฆ่าของหอโลหิต
โจวสิงผู้ซึ่งอ่านนิยายมาเป็นตั้งๆ กลับไม่เคยได้ยินชื่อหอโลหิตมาก่อน แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะตาแก่ถังบอกเองว่านอกจาก อาหก แล้ว เขาก็ไม่เคยเจอหน้าสมาชิกคนอื่นเลย
ตาแก่ถังเล่าว่า หอโลหิตบริหารงานแบบ แฟรนไชส์ ท่านประมุขหอจะส่งคนสนิทไปตั้งสาขาตามเมืองใหญ่ แล้วส่งนักฆ่าระดับเหรียญทองไปคุม
พอสาขามีชื่อเสียง งานก็ล้นมือ นักฆ่าในสังกัดทำไม่ทัน ก็ต้องจ้าง ฟรีแลนซ์ อย่างตาแก่ถังมาช่วยเก็บกวาด
พวกฟรีแลนซ์ไม่ใช่สมาชิกถาวร แค่รับงาน รับเงิน จบ หอโลหิตกินหัวคิว ส่วนนักฆ่าก็ได้เงินไป
แต่ตาแก่ถังไม่ใช่ฟรีแลนซ์กระจอก เพราะเขามีสกิลการใช้พิษระดับเทพ ซึ่งหาได้ยากยิ่งในหมู่นักฆ่าสายบู๊
ทำผลงานดีเข้าตา ทางหอโลหิตจึงพยายามผูกมัดด้วยการสัญญาว่าจะมอบ เพลงกระบี่สังหาร ของท่านประมุขให้ หากทำยอดถึงเป้า ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความหวังของตาแก่ถัง
แม้ตาแก่ถังจะเป็นนักฆ่า แต่ก็มีจุดยืน เขาเลือกฆ่าแต่คนเลวที่สมควรตายเท่านั้น
แล้วทีนี้จะไปพึ่งใครดีล่ะ
โจวสิงมองซากศพสามร่างที่เริ่มละลายแล้วขมวดคิ้ว
เขาเดินไปค้นตัวศพ ได้ตั๋วเงินมาปึกหนึ่ง แล้วหยิบ คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร กลับมาวางบนโต๊ะ
จากนั้นจึงเท น้ำยาละลายศพ ลงไป
เสียง ซู่ซ่า ดังขึ้นพร้อมควันฉุนกึก เพียงชั่วจิบชา ร่างทั้งสามก็กลายเป็นกองเลือดเหลว เหลือทิ้งไว้เพียงเสื้อผ้า
โจวสิงใช้ปลายกระบี่เขี่ยเสื้อผ้าโยนใส่กระถางเผากระดาษหน้าป้ายวิญญาณอาจารย์ จุดไฟเผาวอดวาย แล้วสาดน้ำล้างพื้นจนสะอาดเอี่ยม
เก็บกวาดเรียบร้อย
โจวสิงคุกเข่าลงหน้าป้ายวิญญาณอีกครั้ง สีหน้าเคร่งเครียด
เขาคิดจะไปพึ่งราชสำนัก แต่ก็ติดกฎ เรื่องในยุทธภพ จบในยุทธภพ ขืนไปพึ่งทางการโดยที่ยังมีคดีกับหอโลหิต ก็เหมือนหนีเสือปะจระเข้ ทางการอาจไม่ช่วย แถมยังอาจโดนหอโลหิตตามล่าต่อ
จะไปฝากตัวกับสำนักใหญ่ๆ อย่างเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง คุนหลุน หรือพรรคกระยาจก
อายุสิบเจ็ดอย่างเขาถือว่า ไม้แก่ดัดยาก สำหรับสำนักพวกนี้ที่เน้นรับเด็กเล็กไปปั้น
ส่วนสำนักเล็กๆ ก็คงคุ้มกะลาหัวเขาจากหอโลหิตไม่ได้
จะเอา คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร ไปแลกความคุ้มครอง
อย่าหาทำ คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก ขืนเอาไปให้พวกจอมปลอมเข้า เขาอาจโดนฆ่าชิงคัมภีร์ฟรีๆ
โจวสิงส่ายหน้า สรุปแล้ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีที่สุด
ถ้าเขามีฝีมือเก่งกาจ จะต้องกลัวหอโลหิตไปไย
คิดได้ดังนั้น โจวสิงก็ลุกขึ้น เก็บโฉนดที่ดินและตั๋วเงินของตาแก่ถังใส่ห่อผ้า แล้วคว้าป้ายวิญญาณอาจารย์ใส่ลงไปด้วย
ตาแก่ถัง ทนลำบากหน่อยนะ เดี๋ยวพาไปเที่ยว
อยู่เมืองหลวงต่อไม่ได้แล้ว
ตลอดเดือนที่ผ่านมา เขาหมกตัวอยู่แต่ในร้านเหล้าเพื่อเตรียมยาและดูแลศพอาจารย์ แทบไม่มีใครในเมืองหลวงรู้จักหน้าค่าตาเขา แม้แต่พวกหอโลหิตก็น่าจะรู้แค่ชื่อ
ถ้าหนีไปตอนนี้ โอกาสรอดสูง
เขาต้องการฝึกยุทธ์ แต่ คัมภีร์กระบี่พิชิตมาร ฝึกไม่ได้ ก็ต้องไปหาเล่มอื่น
และเป้าหมายก็ชัดเจนอยู่แล้ว
นักพรตทุศีล หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ตาเฒ่าวาดภาพ แห่ง ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
ตอนที่ตาแก่ถังเล่าเรื่องยอดฝีมือในราชสำนักต้าหมิง เขาเอ่ยถึง กัวจวู้เสีย (จอมยุทธ์กัวผู้ยิ่งใหญ่) แห่งมือปราบหกประตู โจวสิงเลยลองถามถึงตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
ปรากฏว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่ที่เมืองกวงหยาง ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันตกเฉียงใต้สามร้อยลี้ เป็นทางผ่านเข้าเมืองหลวงพอดี
ตอนนั้นโจวสิงแค่ถามเพราะคิดถึงความทรงจำวัยเด็ก แต่ตอนนี้ มันคือทางรอด
ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์คือ หมู่บ้านมือใหม่ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลกซีรีส์จีนกำลังภายในคอมเมดี้ แม้โลกจะรวมจักรวาลกันแล้ว แต่ที่นั่นก็น่าจะปลอดภัยกว่าที่อื่น
แถมยังมี NPC ลับอย่าง ตาเฒ่าวาดภาพ ที่ชอบกินของอร่อย ถ้าเอาเหล้าดีๆ กับโรตีเนื้อตุ๋นไปล่อ อาจหลอกถามวิชาดีๆ หรืออย่างน้อยก็ใช้ระบบ คัดลอก ป้ายคำพรสวรรค์ระดับทองคำจากแกมาได้บ้าง
พอได้วิชามา เขาก็จะกิน หนอนไหมน้ำแข็งพันปี เข้าไป
ถึงจะไม่มี คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ช่วยสลายพิษ แต่ด้วยวิชาพิษที่ร่ำเรียนมาจากตาแก่ถัง บวกกับป้ายคำ [จ้าวแห่งพิษสังหาร] โจวสิงมั่นใจว่าเขาสามารถสกัดพิษร้ายออก เหลือไว้แต่พลังวัตรบริสุทธิ์มาเพิ่มพูนกำลังภายในได้สบายๆ
มีวิชาดี พลังวัตรจากหนอนไหม พรสวรรค์ระดับเทพ ยาพิษเต็มกระเป๋า
ต่อให้หอโลหิตบุกมาถึงตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ เขาก็ไม่กลัว
โจวสิงพยักหน้ากับตัวเองอย่างมุ่งมั่น
ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ ข้ามาแล้ว