ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 44 : พูดง่ายๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม
โจวสิงวางของในมือลงแล้วเดินออกมายังโถงกลาง เห็นเหล่าซิงยืนยิ้มแป้นโชว์ฟันขาวอยู่ เบื้องหลังเขามีคนติดตามมาอีกสามคน
ทั้งสามไม่ได้สวมเครื่องแบบขุนนาง แต่พกพาอาวุธติดกาย ดูผิวเผินโจวสิงคงนึกว่าเป็นคนในยุทธภพ
แต่ท่าทีที่เหล่าซิงคอยนำทางอย่างพินอบพิเทา ชวนให้คิดว่าคนพวกนี้คงมาจากราชสำนักกระมัง
พอเห็นโจวสิงเดินเข้ามา เหล่าซิงก็รีบประสานมือคารวะ หมอเทวดาโจว
ข้าไปที่ลิ่วซ่านเหมิน รายงานเรื่องที่ท่านสังหารห้าคนโฉดให้กัวจูเซียทราบ ท่านกัวรายงานต่อราชสำนัก ทางเบื้องบนจึงส่งใต้เท้าทั้งสามท่านนี้มามอบเงินรางวัลให้ท่านขอรับ
พูดจบ เหล่าซิงก็รีบหลีกทาง ผายมือแนะนำทั้งสามคนด้านหลัง ใต้เท้าทั้งสาม นี่คือหมอเทวดาโจวแห่งจิ่วสิงเก๋อประจำตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ของพวกเรา หัตถ์โลหิตตู้ซากับพรรคพวกจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของท่านหมอเทวดาผู้นี้ ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยขอรับ
เหล่าซิงกำลังจะแนะนำทั้งสามให้โจวสิงรู้จัก แต่คนที่ยืนอยู่ตรงกลาง สวมชุดขาวถือพัดจีบ กลับก้าวออกมากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า หมอเทวดาโจวมีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ชื่อเสียงเริ่มขจรขจายในยุทธภพ การได้พบปะยอดคนเช่นท่าน สมควรที่พวกเราจะแนะนำตัวด้วยตนเองจึงจะดูจริงใจกว่า
เรื่องที่โจวสิงแก้พิษดอกจินปัวสวินผ่านมาพักใหญ่แล้ว ด้วยความรวดเร็วของข่าวสารในยุคนี้ ชาวยุทธ์เกินครึ่งค่อนยุทธภพย่อมรู้ดีว่ามีหมอเทวดาที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ เมืองกวงหยาง สามารถถอนพิษชนิดนี้ได้
ชื่อเสียงของโจวสิงจึงโด่งดังไม่น้อย
กอปรกับการปรากฏตัวของเยี่ยนหนานเทียน ยอดวีรบุรุษอันดับหนึ่งในใต้หล้า และข่าวการสังหารห้าคนโฉดที่กำลังแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว หากข่าวนี้กระจายไปทั่วยุทธภพ ชื่อเสียงของโจวสิงคงพุ่งทะยานขึ้นไปอีกขั้น
ข้าน้อย ซ่างกวนไห่ถัง สายลับอันดับหนึ่งแห่งหมู่ตึกพิทักษ์มังกร
คนชุดขาวเอ่ยแนะนำตัว
โจวสิงฟังแล้วสีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่ในใจรู้แจ้งเห็นจริง
ซ่างกวนไห่ถังแต่งชายมาสินะ
โจวสิงปรายตามองอีกสองคนด้านหลังไห่ถัง คนหนึ่งสีหน้าเย็นชาถือดาบยาว น่าจะเป็นกุยไห่อี้เตา สายลับอันดับหนึ่งแห่งปฐพี
อีกคนที่มีท่าทางอมทุกข์ คงหนีไม่พ้นต้วนเทียนหยา วีรบุรุษปราบโจรสลัด เป็นแน่
อืม สองคนนี้โหดพอกัน
คนหนึ่งฝึกวิชาจนยอมตัดแขนตัวเอง อีกคนไปรักกับคุณหนูตระกูลยางิว แล้วก็ฆ่าน้องเมีย จีบน้องสาวเมีย สุดท้ายก็ฆ่าพ่อตา
อืม โหดกว่าคนโหดทั่วไปอีก
ดูเหมือนหมอเทวดาโจวจะเดาฐานะของพวกเขาออกแล้ว
ซ่างกวนไห่ถังยิ้มพลางกวาดตามองรอบๆ ก่อนหันไปพยักหน้าให้กุยไห่อี้เตา
อี้เตาปลดห่อผ้าที่สะพายหลังลง เปิดออกหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมา
เขาเดินหน้านิ่งยื่นกล่องไม้ให้โจวสิง
หมอเทวดาโจว ท่านสังหารห้าคนโฉด ขจัดภัยร้ายให้ราษฎรต้าหมิง ท่านเสินโหวทราบเรื่องจึงอนุมัติเงินจากคลังของหมู่ตึกพิทักษ์มังกร สมทบให้ครบห้าพันตำลึง และส่งพวกเรานำมามอบให้ท่าน
ซ่างกวนไห่ถังกล่าว นางมักเรียกพ่อบุญธรรมว่าเสินโหวเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น
โจวสิงเลิกคิ้วเล็กน้อย รับกล่องไม้มา เงินฟรีแบบนี้ มีหรือจะไม่เอา
มีเงินก้อนนี้ เขาจะได้ซื้อวัตถุดิบหายากได้มากขึ้น
เห็นโจวสิงรับเงินไปแล้ว ซ่างกวนไห่ถังก็ยิ้มพลางเอ่ยต่อ ได้ยินว่าราชครูถูฟาน จิวม่อจื้อ พำนักอยู่ที่นี่ ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านราชครูอยู่ที่ใด
คำถามของไห่ถังอยู่ในความคาดหมายของโจวสิงอยู่แล้ว
ถึงอย่างไรจิวม่อจื้อก็เป็นราชครูต่างแคว้น การที่จู่ๆ มาโผล่ที่ต้าหมิงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ย่อมต้องมีคนสงสัยในเจตนา
สิ้นเสียงไห่ถัง จิวม่อจื้อก็เดินออกมาจากเรือนหลังพอดี
เขาเพิ่งจดบันทึกเส้นชีพจรและจุดลมปราณเสร็จเมื่อสองวันก่อน ตอนนี้กำลังขลุกอยู่ในหอคัมภีร์ ศึกษาความขัดแย้งของพลังต่างๆ เพื่อหาแนวทางรักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่สองในแผนการรักษาของโจวสิง
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เขาก็ได้ยินเสียงเอะอะจากโถงกลาง และมีคนเอ่ยถึงชื่อเขา ด้วยความสงสัยจึงเดินออกมาดู
การปรากฏตัวกะทันหันของจิวม่อจื้อ ทำให้ซ่างกวนไห่ถังและพวกชะงักไปเล็กน้อย แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อตั้งสติได้ ทั้งสามก็รีบประสานมือคารวะด้วยความเคารพ
ผู้น้อย ซ่างกวนไห่ถัง สายลับอันดับหนึ่งแห่งหมู่ตึกพิทักษ์มังกร
ไห่ถังแนะนำตัวเองและสหายทั้งสองอีกครั้ง พร้อมแจ้งจุดประสงค์การมาเยือนด้วยท่าทีนอบน้อม ซึ่งทำให้จิวม่อจื้อพอใจเป็นอย่างมาก
อาตมาได้ยินกิตติศัพท์ของสามยอดสายลับ ฟ้า ปฐพี และเสวียน แห่งหมู่ตึกพิทักษ์มังกรมานาน ว่าเป็นยอดคนรุ่นใหม่ของต้าหมิง วันนี้ได้มาพบตัวจริง สมคำร่ำลือจริงๆ
จิวม่อจื้อยิ้มร่า เริ่มเปิดฉากเยินยอกันไปมา
ท่านราชครูชมเกินไปแล้ว ท่านเสินโหวทราบว่าท่านราชครูมาเยือนตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ เกรงว่าขุนนางท้องถิ่นจะต้อนรับไม่สมเกียรติ ประจวบเหมาะกับทางราชสำนักจะส่งคนมามอบเงินรางวัลให้หมอเทวดาโจว ท่านเสินโหวจึงส่งพวกเรามาเพื่อคารวะท่านราชครู และถือโอกาสนำเงินรางวัลมาส่งให้หมอเทวดาโจวด้วย
ได้ฟังวาจาของไห่ถัง จิวม่อจื้อก็ยิ้มจนตาหยี หันไปมองโจวสิงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ
เห็นไหมล่ะ ว่าบารมีข้าคับฟ้าขนาดไหน
คนของราชสำนักต้าหมิงรู้ข่าวข้าปุ๊บ ก็รีบแจ้นมาคารวะปั๊บ
นี่แหละเขาเรียกว่าคนมีระดับ
โจวสิงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาอวดเบ่งของจิวม่อจื้อ
ราชครูผู้นี้สมองคงมีปัญหาจริงๆ
ราชครูต่างแคว้นแอบเข้าเมืองมา เป็นใครก็ต้องระแวงว่ามีแผนร้ายอะไรหรือเปล่า
พูดง่ายๆ ก็คือ ซ่างกวนไห่ถังพูดจาหวานหู แต่จุดประสงค์จริงๆ คือมาสืบหาความจริงต่างหาก
ราชครูนี่ช่างใสซื่อ มองโลกในแง่ดีเกินไปแล้ว
แต่ก็เข้าใจได้ สำหรับจิวม่อจื้อ ใครเยินยอเขา คนนั้นคือพี่น้องร่วมสาบาน
ถูฟานกับต้าหมิงเป็นมิตรประเทศ ท่านราชครูมาเยือนทั้งที เหตุใดไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า พวกเราจะได้ต้อนรับขับสู้ในฐานะเจ้าบ้าน
ซ่างกวนไห่ถังยิ้มกล่าว หลังจากเยินยอกันพอหอมปากหอมคอ ก็เริ่มเข้าเรื่อง
เป้าหมายของพวกเขาคือการสืบหาจุดประสงค์ที่แท้จริงของจิวม่อจื้อ
รอยยิ้มบนใบหน้าจิวม่อจื้อเลือนหายไปทันที เป็นถึงราชครูย่อมไม่ใช่คนโง่ เพียงแค่เมื่อครู่เคลิ้มไปกับคำหวานของไห่ถังเท่านั้น
พอตั้งสติได้ เขาก็เดาเจตนาของอีกฝ่ายออกทะลุปรุโปร่ง
จุดประสงค์ที่มาต้าหมิงไม่ได้มีความลับอะไร แต่เหตุผลที่มาขลุกอยู่กับโจวสิงนี่สิ ต้องหาข้ออ้างดีๆ มาบังหน้า
ทำไมน่ะหรือ
เขาเป็นใคร
ราชครูแห่งถูฟานเชียวนะ ขืนข่าวเรื่องเขาบาดเจ็บภายในแพร่งพรายออกไป หากมียอดฝีมือคิดปองร้ายถูฟาน จะทำอย่างไร
ตราบใดที่เขายังแข็งแรงดี ต่อให้ตัวไม่อยู่ที่ถูฟาน ใครจะคิดทำอะไรก็ต้องเกรงใจกันบ้าง
ความลับนี้จะรั่วไหลไม่ได้ เพราะทั้งถูฟาน คนที่พอจะมีฝีมือก็มีแค่เขาและบรรพชนโลหิตกับอีกไม่กี่คนเท่านั้น
พูดแล้วก็เจ็บใจ หากสำนักวัชรยานของเขาไม่ไปเข้ากับพวกมองโกลป่านนี้ราชครูจักรทองก็คงเป็นยอดฝีมือของถูฟานไปแล้ว
ไม่ได้การ วันหน้าต้องหาโอกาสไปท้าดวลกับราชครูจักรทองสักยก
จิวม่อจื้อระบายลมหายใจ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยว่า อาตมาปลีกตัวมาครั้งนี้ เพียงเพื่อต้องการประจักษ์ในฝีมือของยอดยุทธ์ชาวต้าหมิง
ก่อนหน้านี้ตอนหมอเทวดาโจวออกท่องยุทธภพ อาตมากับเขาได้รู้จักและคบหากันฉันมิตร ดังนั้นเมื่อมาถึงต้าหมิง อาตมาจึงแวะมาเยี่ยมเยียนเขาที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
เดิมทีอาตมาตั้งใจจะเดินทางต่อ แต่หมอเทวดาโจวบอกว่าเขาดันไปล่วงเกินหอโลหิตเข้า
พวกท่านคงทราบดี อาตมาเป็นผู้ทรงศีล ไม่นิยมการต่อสู้ แต่ชอบไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง อาตมาเป็นห่วงความปลอดภัยของหมอเทวดาโจว จึงตัดสินใจอยู่ต่อเพื่อคุ้มครองเขาสักระยะ
พูดจบ จิวม่อจื้อก็หมุนลูกประคำในมืออีกรอบ พระพุทธองค์เจ้าขา ยกโทษให้อาตมาอีกสักครั้งเถิด
จิวม่อจื้อท่องประโยคนี้ในใจสองสามรอบ แล้วก็โยนความรู้สึกผิดเรื่องโกหกทิ้งไป
พระพุทธองค์ผู้เปี่ยมเมตตา คงไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยแค่นี้หรอก
แต่อย่างน้อยก็มีความจริงอยู่บ้าง เรื่องที่เขาบอกว่ามาปกป้องโจวสิงน่ะเรื่องจริง
อ้อ แล้วไอ้ที่บอกว่าไม่ชอบต่อสู้ ชอบแต่ไกล่เกลี่ย นั่นก็คติประจำใจเขาจริงๆ นะ
โจวสิงเห็นจิวม่อจื้อแถได้เนียน จึงช่วยเสริมไปอีกสองสามประโยค
ความจริงผสมคำลวง ซ่างกวนไห่ถังแยกแยะไม่ออก จึงได้แต่กล่าวว่า ท่านราชครูมีฐานะสูงส่ง หากพวกเราไม่ทราบก็แล้วไป แต่ในเมื่อทราบแล้ว จะปล่อยให้ท่านพำนักอยู่ในตำบลเล็กๆ เช่นนี้ หากใครรู้เข้าจะหาว่าราชสำนักต้าหมิงไร้มารยาท มิสู้ท่านราชครูกับหมอเทวดาโจวเดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมกับพวกเรา ที่นั่นจะมีคนคอยดูแลอำนวยความสะดวก รับรองตามแบบแผนแขกบ้านแขกเมือง ส่วนเรื่องความบาดหมางระหว่างหมอเทวดาโจวกับหอโลหิต หมู่ตึกพิทักษ์มังกรของเรารับหน้าจัดการให้เอง ท่านราชครูจะได้ไม่ต้องกังวล
ข้อสามนี่ก็คือ จะให้หมอเทวดาโจวเข้าสังกัดหมู่ตึกพิทักษ์มังกรแบบงงๆ แล้วพวกเจ้าก็ได้หมอเทวดาไปใช้งานฟรีๆ สินะ ไห่ถังเอ๋ยไห่ถัง เจ้ามาหลอกลวงหลานชายข้าแบบนี้ มันไม่เหมาะสมกระมัง
สิ้นเสียงไห่ถัง เสียงแหลมสูงสายหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้าประตู
ไห่ถัง ต้วนเทียนหยา และอี้เตา ขมวดคิ้วพร้อมกันทันที
ส่วนโจวสิงกับจิวม่อจื้อต่างทำหน้าสงสัย
หลานชาย
โจวสิงกับจิวม่อจื้อหันไปมองที่ประตู เห็นชายวัยประมาณหกสิบ สวมชุดหรูหรา ผมขาวโพลน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา เดินนวยนาดเข้ามา
ด้านหลังเขามีผู้ติดตามสองคน คนหนึ่งหน้าขาวไร้หนวดเคราดูท่าทางตุ้งติ้ง อีกคนแต่งตัวประหลาด สวมกรงเล็บเหล็กที่มือ ราวกับวูล์ฟเวอรีนหลงยุค
ท่านคือ
โจวสิงเอ่ยถาม
ซ่างกวนไห่ถังเลิกคิ้วเล็กน้อย นางจำเสียงขันทีเฒ่าแซ่เฉาได้ตั้งแต่แรก
พอได้ยินเฉาเจิ้งฉุนเรียกโจวสิงว่าหลานชาย นางก็นึกว่าทั้งสองรู้จักกัน แต่พอเห็นปฏิกิริยาของโจวสิง นางก็โล่งใจ
ไห่ถังจึงกล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม คนผู้นี้คือคนที่ราษฎรเกลียดชังที่สุดในตงฉ่าง
เจ้าสำนักตงฉ่าง เฉาเจิ้งฉุน
จิวม่อจื้อโพล่งขึ้นมาก่อน
ซ่างกวนไห่ถังยิ้มมุมปาก
นางสืบประวัติโจวสิงมาแล้ว ทราบว่าเขามีวิชาแพทย์เป็นเลิศ แต่กลับคิดค่ารักษาถูกแสนถูก ค่ายาก็คิดแค่ราคาทุน
เช่นเดียวกับจิวม่อจื้อ ไห่ถังเชื่อว่าโจวสิงเป็นคนดีมีเมตตา ห่วงใยราษฎร
คนแบบนี้ ย่อมต้องรังเกียจคนอย่างเฉาเจิ้งฉุน นางจึงจงใจแนะนำเฉาเจิ้งฉุนว่าเป็นคนที่ราษฎรเกลียดชังที่สุด
โจวสิงมองออกถึงเจตนาแอบแฝงของไห่ถัง
ฉลาดน่ะใช่ แต่โจวสิงไม่ชอบ
พูดง่ายๆ ไม่ต้องอ้อมค้อมจะได้ไหม
จริงใจหน่อยไม่ได้หรือไง
อย่าว่าแต่โจวสิงไม่คิดจะเข้าสังกัดใครเลย ต่อให้ต้องเลือกจริงๆ เขาก็คงตัดหมู่ตึกพิทักษ์มังกรทิ้งเป็นอันดับแรกเพราะความเจ้าเล่ห์ของไห่ถังนี่แหละ
คิดว่าเขาเป็นคนดีศรีสังคม เลยเอาเรื่องชาวบ้านมาเสี้ยมให้เขาเกลียดเฉาเจิ้งฉุนงั้นรึ
ไห่ถังเข้าใจผิดถนัด ที่โจวสิงคิดค่ายาถูก ก็เพราะหวังจะให้หมอเทวดาแซ่เซวียช่วยติดต่อกับนิกายเบญจพิษต่างหาก
อีกอย่าง เขาไม่ได้หวังรวยจากชาวบ้านตาดำๆ อยู่แล้ว จะขาดทุนกำไรบ้างก็ช่างปะไร
มุมมองของชาวบ้านที่มีต่อเฉาเจิ้งฉุน ไม่มีผลอะไรกับโจวสิงหรอก
โจวสิงมองดูเฉาเจิ้งฉุนที่หน้าตาเหมือนในละครเปี๊ยบ บอกตามตรง ความประทับใจแรกที่มีต่อขันทีเฒ่าผู้นี้ ดันออกมาดีเกินคาดแฮะ
อีกอย่าง โจวสิงอยากรู้ว่า ไอ้คำว่า หลานชาย ที่เฉาเจิ้งฉุนเรียกเมื่อกี้นี้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่