ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 43 : ตงฉ่างต้องการบุคลากรเช่นนี้
โจวสิง อายุสิบแปดปี เพศชาย
สามปีก่อนถูกถังจิ๋ว นักฆ่านอกสังกัดของหอโลหิตเก็บมาได้จากบนเขา ตอนนั้นโจวสิงป่วยหนักจนหมดสติไปถึงสามวันสามคืน ถังจิ๋วรู้สึกถูกชะตาจึงรับโจวสิงเป็นศิษย์
ทั้งสองออกท่องเที่ยวอยู่สามปีจึงกลับเมืองหลวง หลังจากกลับมาได้ไม่นาน ถังจิ๋วก็เสียชีวิต ผู้ดูแลหอโลหิตสาขาเมืองหลวงพร้อมลูกน้องสองคนบุกไปที่โรงเตี๊ยมของถังจิ๋วกับโจวสิง แล้วก็หายสาบสูญไป สันนิษฐานว่าถูกโจวสิงสังหาร
โจวสิงหนีออกจากเมืองหลวงในคืนนั้น มุ่งหน้าสู่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ในเขตเมืองกวงหยาง ซื้อโรงเตี๊ยมเปิดเป็นโรงหมอ และตั้งรกรากอยู่ที่นั่น
เมื่อไม่นานมานี้สามารถแก้พิษดอกจินปัวสวินให้ติงเตี่ยนได้ วิชาแพทย์สูงส่งจนน่าเหลือเชื่อ
ซ่างกวนไห่ถังอ่านเนื้อความในกระดาษออกมาอย่างช้าๆ
ข้อมูลที่รวบรวมมาได้นี้ไม่ได้ระบุว่าโจวสิงมีวรยุทธ์
ท่านพ่อบุญธรรม โจวสิงผู้นี้เป็นคนต้าหมิงหรือ
ซ่างกวนไห่ถังพลิกจดหมายไปยังหน้าถัดไป ซึ่งระบุชัดเจนว่าโจวสิงเพิ่งขึ้นทะเบียนราษฎร์เมื่อสามปีก่อน หากเป็นคนต้าหมิงจริง ควรมีชื่อในทะเบียนตั้งแต่เกิด นี่มันล่าช้าเกินไป
จูอู๋ซื่อส่ายหน้าช้าๆ หน่วยข่าวกรองของหมู่ตึกพิทักษ์มังกรสืบย้อนไปได้แค่สามปี ก่อนหน้านั้นไม่มีข้อมูลเลย ราวกับโจวสิงผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ซ่างกวนไห่ถังชะงักไปเล็กน้อย ฟังจากน้ำเสียงของพ่อบุญธรรม แสดงว่าเขาตรวจสอบประวัติของโจวสิงมาก่อนหน้านี้แล้ว
ความสงสัยในแววตาของซ่างกวนไห่ถังค่อยๆ จางหายไป ผู้ดูแลหอโลหิตสาขาเมืองหลวงตายทั้งคน พ่อบุญธรรมของนางย่อมต้องตรวจสอบเป็นธรรมดา
ท่านพ่อบุญธรรม นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าราชครูแห่งถูฟาน จิวม่อจื้อ ตอนนี้พำนักอยู่ที่โรงหมอของโจวสิง ดูท่าทางความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่ธรรมดา หรือว่าโจวสิงจะมาจากถูฟาน
ต้วนเทียนหยา ชายหนุ่มผู้มีสีหน้าอมทุกข์เอ่ยขึ้น
ด้วยการอบรมสั่งสอนของจูอู๋ซื่อ ต้วนเทียนหยาและคนอื่นๆ ล้วนมีความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองอย่างยิ่ง
ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของถูฟานมาปรากฏตัวที่ต้าหมิง พวกเขาจึงอดระแวงไม่ได้ว่าจะมีแผนการร้ายใดแอบแฝง
จูอู๋ซื่อส่ายหน้าอีกครั้ง เรื่องนี้เปิ่นหวางก็ไม่รู้ พวกเจ้าสามคนลองไปสืบดูที่ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์หน่อยเถอะ
อย่างไรเสีย การที่ราชครูถูฟานมาเยือนต้าหมิง ก็ถือเป็นเรื่องผิดปกติ
แต่จำไว้ว่าตอนสืบหาข่าว ห้ามเสียมารยาทเด็ดขาด แม้ถูฟานจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกับต้าซ่ง แต่กับต้าหมิงเราถือเป็นมิตรประเทศ ราชครูถูฟานมาเยือนต้าหมิง ย่อมถือเป็นแขกบ้านแขกเมือง ต้องให้เกียรติอย่างเหมาะสม
ซ่างกวนไห่ถังและพวกรับคำสั่ง ประสานมือคารวะก่อนจะแยกย้ายกันไป
หากโจวสิงล่วงรู้บทสนทนาของพวกเขา คงหัวเราะจนฟันร่วง ใครจะไปคิดว่าราชครูผู้ยิ่งใหญ่แห่งถูฟานดั้นด้นมาถึงต้าหมิง เพียงเพื่อต้องการสร้างชื่อเสียงในยุทธภพ หรือพูดง่ายๆ ก็คือมาท้าตีชาวบ้านนั่นแหละ
แต่จิวม่อจื้ออาศัยอยู่ที่ถูฟานมาตลอด ยกเว้นเมื่อสามสิบปีก่อนที่เคยเดินทางไปต้าซ่งและพบกับมู่หรงปั๋ว การที่จูอู๋ซื่อจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเขาก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตรงข้ามกับหมู่ตึกพิทักษ์มังกร ณ มุมตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง มีกลุ่มอาคารเรียงรายเป็นระเบียบ แผ่รังสีอำมหิตน่าเกรงขาม ที่นี่คือตงฉ่าง สถานที่ที่ขุนนางและราษฎรต่างขยาดกลัว
ตงฉ่างเรา ต้องการบุคลากรเช่นนี้แหละ
ภายในห้องโถงใหญ่ของตงฉ่าง ขันทีเฒ่าสวมชุดข้าราชการ ใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเครา ผมขาวโพลน กำลังหัวเราะร่า
ดูจากลักษณะแล้วอายุอานามคงไม่ใช่น้อย แต่ใบหน้ากลับเต่งตึงไร้ริ้วรอย บ่งบอกถึงกำลังภายในล้ำลึกและวิชาคงโฉมอันยอดเยี่ยม
คนผู้นี้มิใช่ใครอื่น คือเฉาเจิ้งฉุน เจ้าสำนักตงฉ่าง
ในมือของเฉาเจิ้งฉุนถือรายงานลับฉบับหนึ่ง เนื้อหาข้างในก็คือเรื่องเดียวกับในจดหมายของเหล่าซิง
โจวสิงผู้นี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
เฉาเจิ้งฉุนถือรายงานลับ พลางเอ่ยถามลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านข้าง
สิ้นเสียงถาม กลับไม่มีใครปริปากตอบ รอยยิ้มบนหน้าเฉาเจิ้งฉุนค่อยๆ เลือนหายไป ไม่รู้ก็ไปสืบสิ เจ้าพวกสวะ
เฉาเจิ้งฉุนรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ เขาไม่ได้คาดหวังให้พวกนี้ตอบได้ทันทีหรอก แต่ไอ้ที่ไม่รู้แล้วไม่รู้จักไปสืบนี่สิ จะให้เขาต้องลงมาจัดการเองทุกเรื่องเลยหรือไง เหนื่อยนะโว้ย
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเพลี่ยงพล้ำให้จูอู๋ซื่ออยู่เรื่อย มีลูกน้องแบบนี้ จะเอาอะไรไปสู้เขา
ท่านตู่จู นี่คือประวัติของโจวสิง ผู้น้อยเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ
ทันทีที่เฉาเจิ้งฉุนบ่นจบ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา สวมชุดรัดรูปคลุมศีรษะมิดชิด สวมกรงเล็บเหล็กแหลมคมที่มือทั้งสองข้าง การแต่งกายดูแปลกแยกไม่เหมือนใคร
คนผู้นี้คือเฟยอิง มือขวาคนสนิทของเฉาเจิ้งฉุน
ได้ยินเสียงเฟยอิง อารมณ์เดือดดาลบนใบหน้าเฉาเจิ้งฉุนก็คลายลง
มีแต่เจ้าเฟยอิงนี่แหละที่รู้ใจข้า ถ้าไม่มีเจ้า ข้าคงอกแตกตายเพราะไอ้พวกสวะนี่ไปนานแล้ว
เฉาเจิ้งฉุนเอ่ยชมด้วยความพึงพอใจ
เพราะมีเฟยอิงอยู่ เฉาเจิ้งฉุนถึงยังมั่นใจว่าตงฉ่างพอจะฟัดเหวี่ยงกับหมู่ตึกพิทักษ์มังกรได้
หมู่ตึกพิทักษ์มังกรมีสามยอดองครักษ์ ตงฉ่างเขาก็มีผีเซี่ยวเทียนและเฟยอิง รวมไปถึงยอดฝีมืออีกมากมาย
บวกกับกองธนูเกาทัณฑ์ดำ อืม ความได้เปรียบอยู่ที่ข้า
เฉาเจิ้งฉุนแค่นเสียงฮึมฮัม รับม้วนกระดาษจากเฟยอิงมาเปิดอ่านอย่างละเอียด หือ ถังจิ๋ว
รอยยิ้มบนใบหน้าเฉาเจิ้งฉุนกว้างขึ้นกว่าเดิม ที่แท้ ก็คนกันเองนี่หว่า
คำพูดของเฉาเจิ้งฉุนทำเอาคนทั้งห้องโถงงุนงง สุดท้ายเฟยอิงจึงต้องเป็นฝ่ายถาม ท่านตู่จูหมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ
เฉาเจิ้งฉุนหัวเราะชอบใจ ถังจิ๋วกับข้าเป็นเพื่อนเก่าแก่กัน นับตามศักดิ์แล้ว โจวสิงยังต้องเรียกข้าว่าท่านอาเฉาเสียด้วยซ้ำ
ท่านตู่จูต้องการดึงตัวคนผู้นี้มาร่วมงานหรือขอรับ
เฟยอิงทำทีเป็นไม่แปลกใจกับความสัมพันธ์ระหว่างถังจิ๋วและเฉาเจิ้งฉุน แล้ววกกลับมาเรื่องโจวสิง
เฉาเจิ้งฉุนพยักหน้าอย่างหนักแน่น สามสายลับของหมู่ตึกพิทักษ์มังกรล้วนเป็นยอดคน ไหนจะยังมีหมู่บ้านอันดับหนึ่งในใต้หล้าคอยหนุนหลัง พวกคนเก่งๆ ไปกองรวมกันอยู่ที่นั่นหมด
เฉาเจิ้งฉุนกล่าวจบ เฟยอิงก็รีบสอพลอทันควัน ท่านตู่จูปรีชาสามารถ ยอดคนใต้สังกัดก็มีไม่น้อยหน้าหมู่ตึกพิทักษ์มังกรเลยขอรับ อย่างห้าพิษซานซี สองสามีภรรยาลั่วจวี๋เซิง ก็ล้วนเลื่อมใสในบารมีของท่านตู่จูจนยอมสวามิภักดิ์ อีกทั้งตงฉ่างนอกจากท่านตู่จูแล้ว ยังมีรองเจ้าสำนักหลิวสี่ กงกงหลิวเองก็มียอดฝีมือในสังกัดมากมาย หากท่านตู่จูร่วมมือกับกงกงหลิว จูอู๋ซื่อก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป
วาจาของเฟยอิงทำเอาเฉาเจิ้งฉุนยิ้มจนแก้มปริ ยิ่งมองเฟยอิงก็ยิ่งถูกชะตา เหล็กจะตีให้แกร่งต้องเริ่มจากเนื้อเหล็กที่ดี ข้ากับหลิวสี่ร่วมมือกัน จูอู๋ซื่อไม่อยากเห็น และฝ่าบาทเองก็คงไม่ทรงโปรดเช่นกัน
เฉาเจิ้งฉุนไม่ได้โง่ ตงฉ่างเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่ใช้คานอำนาจกับหมู่ตึกพิทักษ์มังกรและลิ่วซ่านเหมิน
แต่การที่อำนาจเบ็ดเสร็จตกอยู่ในมือเฉาเจิ้งฉุนเพียงผู้เดียว เป็นสิ่งที่ฮ่องเต้ไม่ต้องการเห็น จึงมีการแต่งตั้งหลิวสี่ขึ้นมาเป็นรองเจ้าสำนักเพื่อแบ่งอำนาจ
ซีฉ่างเองก็เช่นกัน อวี้ฮว่าเถียนและวางจื๋อ ต่างก็คุมซีฉ่างร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป
เฉาเจิ้งฉุนถอนหายใจ แล้วกล่าวต่อ ช่วงนี้หลิวสี่ต้องคอยอารักขาฝ่าบาทในวัง ข้าเองก็ว่างอยู่พอดี งั้นข้าจะไปตำบลเจ็ดจอมยุทธ์สักหน่อย
หลานชายข้าผู้นี้วิชาแพทย์ล้ำเลิศ แถมยังมีฐานะเป็นศิษย์ของถังจิ๋ว วิชาพิษคงไม่ด้อยไปกว่าใคร ห้าพิษซานซีก็เก่งแต่ใช้พิษ หากตงฉ่างได้หมอเทวดามาเสริมทัพ ย่อมดึงดูดยอดฝีมือให้เข้ามาร่วมงานได้อีกมาก
จูอู๋ซื่อไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์ อาศัยชื่อเสียงศิษย์พี่ศิษย์น้องไซ่เปี่ยนเชวี่ยดึงตัวคนเก่งไปไม่รู้เท่าไหร่ ฮึ คอยดูเถอะ ถ้าข้าดึงตัวหลานชายมาร่วมงานได้เมื่อไหร่ จะต้องเอาไปเทียบกับจูอู๋ซื่อให้เห็นดำเห็นแดงกันไปเลย ว่าระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้องไซ่เปี่ยนเชวี่ย กับหลานชายข้า ใครจะแน่กว่ากัน
ฟังคำของเฉาเจิ้งฉุน เฟยอิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม ท่านตู่จู หากโจวสิงปฏิเสธคำเชิญล่ะขอรับ
เฉาเจิ้งฉุนเบิกตาโพลง ข้ากับถังจิ๋วรักกันเหมือนพี่น้อง ยี่สิบปีก่อนตอนข้ายังฝึกวิชาไม่สำเร็จ ออกไปปฏิบัติภารกิจแล้วบังเอิญเจอถังจิ๋ว เป้าหมายของเราเป็นคนเดียวกัน เลยร่วมมือกันสังหารมันซะ จากนั้นก็หนีหัวซุกหัวซุนมาด้วยกัน นั่นมันความสัมพันธ์ระดับตายแทนกันได้เชียวนะ
ต่อให้ไม่เห็นแก่หน้าพระ ก็ต้องเห็นแก่หน้าเจ้าอาวาสบ้างแหละ มีอาจารย์เขาเป็นคนกลางขนาดนี้ เขาไม่สนิทกับข้าแล้วจะไปสนิทกับใคร
เฉาเจิ้งฉุนลุกพรวด เดินอาดๆ ออกไปทันที
ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้จะไปตำบลเจ็ดจอมยุทธ์
เฟยอิงอยากจะบอกเหลือเกินว่านั่นมันเรื่องเมื่อยี่สิบปีก่อนแล้ว ยี่สิบปีมานี้เฉาเจิ้งฉุนกับถังจิ๋วไม่เคยเจอกันเลยสักครั้ง โจวสิงจะยอมทำงานให้เฉาเจิ้งฉุนเพราะความสัมพันธ์เมื่อชาติปางก่อนเชียวหรือ เฟยอิงคิดว่าไม่น่าใช่
แต่ก็ได้แค่คิดในใจ หากโจวสิงปฏิเสธเงินทองและอำนาจของตงฉ่างจริงๆ ด้วยนิสัยของเฉาเจิ้งฉุน ของที่ไม่ได้มาก็ต้องทำลายทิ้ง ถึงตอนนั้นโจวสิงกับเฉาเจิ้งฉุนคงต้องแตกหักกัน
ลำพังโจวสิงที่มีแค่วิชาแพทย์กับวิชาพิษอาจไม่น่ากลัว แต่ข้างกายเขามีจิวม่อจื้ออยู่นี่สิ นั่นมันคนละเรื่องเลย
เฟยอิงถอนหายใจ เฉาเจิ้งฉุนดีกับข้าจริงๆ แต่ขอโทษนะ ข้าเป็นสายลับของหมู่ตึกพิทักษ์มังกรว่ะ
เวลาผ่านไปอีกสองวัน
โครงการสร้างห้องกลไกอันยิ่งใหญ่ของโจวสิงก็คืบหน้ามาถึงจุดสำคัญ
ด้วยการออกแบบและเร่งมือทำของโจวสิง ในที่สุดห้องเรือนหลังก็เต็มไปด้วยกับดักกลไก
ตามแผนที่วางไว้ ในห้องควรจะมีเข็มพายุพิรุณดอกสาลี่ติดตั้งอยู่หกชุด เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งห้อง แต่ตอนนี้โจวสิงมีอยู่ในมือแค่ชุดเดียว ที่เหลือคงต้องรอว่างๆ ค่อยทยอยทำ ช่วงนี้เขาวุ่นอยู่กับการติดตั้งกลไกอื่นๆ
นอกจากกับดักแล้ว โจวสิงยังเตรียมแผ่นเหล็กหนาหนึ่งศอกติดตั้งไว้รอบห้อง หากใครไปสะกิดโดนกลไกเข้า แผ่นเหล็กจะร่วงลงมาปิดตายประตูหน้าต่างทันที
จากนั้นเข็มพิษ ควันพิษ แมลงพิษ ก็จะถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน ภาพเหตุการณ์ตอนนั้น คงจะอลังการน่าดู
หลังจากพาจิวม่อจื้อไปทำความรู้จักกับกลไกในห้องอย่างคร่าวๆ แล้ว โจวสิงก็กำชับนักกำชับหนาให้จำให้แม่น เพราะนี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย จำผิดขึ้นมาได้ตายจริงๆ แน่
นอกจากนี้ โจวสิงยังเลือกห้องว่างที่เหลืออีกสามห้องในเรือนหลัง มาปรับปรุงใหม่หนึ่งห้อง ติดตั้งเตาหลอมเหล็กสำหรับตีดาบ แถมยังตั้งชื่อให้อย่างเก๋ไก๋ว่า ห้องหลอมศาสตรา
อุปกรณ์ตีเหล็กครบครัน รอแค่หาเวลาว่างมาเริ่มลงมือสร้างเข็มพายุพิรุณดอกสาลี่ อย่างน้อยต้องทำให้ได้เจ็ดชุด ห้าชุดเอาไปติดตั้งในหอคัมภีร์ อีกสองชุดเก็บไว้ใช้เอง
คราวหน้าถ้าต้องลงมืออีก จะได้ลองยิงเข็มพายุพิรุณดอกสาลี่ใส่ศัตรูดูสักสองดอก วัดความลึกตื้นหนาบางกันไปเลย
หมอเทวดาโจวอยู่ไหม
ขณะที่โจวสิงกำลังเตรียมวัสดุอยู่ในห้องหลอมศาสตรา เสียงของเหล่าซิงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
อืม เงินรางวัลมาแล้ว