ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 50 : ไห่ถังเจ็ดใจกับข่าวลือแพร่สะพัด
รอยยิ้มบนหน้าโจวสิงค่อยๆ จางหายไปเมื่อได้ฟังคำขอของหลานเฟิ่งหวง
ถ้าไม่ติดว่านางเอาเจ้าจิ้งจอกเก้าหางมาให้ เขาคงเชิญนางออกจากร้านไปแล้ว
ยาสามซากเทพมรณะ โจวสิงรู้จักดี
มันคือยาพิษชั่วร้ายที่พรรคนิกายสุริยันจันทราใช้ควบคุมคนในสังกัดมาหลายยุคหลายสมัย
พวกเขามักจะโม้ว่ามีแต่ประมุขพรรคเท่านั้นที่รู้วิธีปรุงยาและวิธีถอนพิษ
แน่นอนว่านั่นก็แค่คำคุยโว ตระกูลถังของเขาสืบทอดวิชาพิษมายาวนานกว่าสามสี่พันปี ตั้งแต่สมัยเสินหนงลองชิมสมุนไพรจนโดนหญ้าไส้ขาดตาย บรรพบุรุษตระกูลถังก็เริ่มศึกษาเรื่องพิษมาตลอด
จะบอกว่าตระกูลถังคือต้นกำเนิดแห่งพิษทั้งปวงในใต้หล้าก็คงไม่ผิดนัก
ยาสามซากเทพมรณะก็ถูกบันทึกไว้ในตำราหมื่นพิษของตระกูลถังเช่นกัน
ยาตัวนี้ประกอบด้วยหนอนมรณะสามชนิด ตอนกินเข้าไปแรกๆ จะไม่เป็นไร แต่พอถึงเที่ยงคืนวันตวนอู่ (เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง) หนอนพวกนี้จะลอกคราบแล้วไชจากกระเพาะขึ้นไปที่สมอง
ถ้าหนอนเข้าสมองเมื่อไหร่ คนโดนพิษจะกลายเป็นบ้าคลั่งราวกับภูตผีปีศาจ เจอสิ่งมีชีวิตที่ไหนก็กัดกินไม่เลือกหน้า ไม่เว้นแม้แต่พ่อแม่ลูกเมีย
ส่วนถามว่าโจวสิงแก้ได้ไหม
อย่าล้อเล่นน่า ต่อให้แก้ได้ เขาก็ไม่แก้หรอก
โจวสิงมีกฎเหล็กในการรักษาคนไข้ ถ้าการรักษาใครจะนำภัยมาสู่ตัว เขาขอผ่าน
ก่อนหน้านี้ คนไข้ระดับบิ๊กเนมที่เขารักษาคือติงเตี่ยนจากตระกูลติง และเยี่ยนหนานเทียน ยอดวีรบุรุษอันดับหนึ่ง
กรณีติงเตี่ยน เขาแค่อาจจะทำให้หลิงถุยซือโกรธ ส่วนเยี่ยนหนานเทียน เขาก็แค่ถูกพวกสิบคนโฉดหมายหัว
ดีไม่ดี ประมุขวังบุปผา เอียวง้วย อาจจะปรบมือชอบใจด้วยซ้ำ
ทุกการตัดสินใจของโจวสิงผ่านการไตร่ตรองมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
แต่กับหลานเฟิ่งหวงนี่หนังคนละม้วน
ยาสามซากเทพมรณะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ตงฟางปุ๊ไป้ใช้คุมอำนาจในพรรค
ต่อให้มีคนไม่พอใจตงฟางปุ๊ไป้แค่ไหน พอนึกถึงความทรมานตอนยาออกฤทธิ์ ก็ต้องยอมก้มหัวให้
โจวสิงอาจจะช่วยถอนพิษให้หลานเฟิ่งหวงได้ แต่หลังจากนั้นล่ะ
คนฉลาดอย่างหลานเฟิ่งหวงคงแกล้งทำเป็นว่ายังโดนพิษอยู่เหมือนเดิม
แต่ของปลอมก็คือของปลอม สักวันต้องความแตก ถ้าตงฟางปุ๊ไป้รู้ว่าโจวสิงถอนพิษยาสามซากเทพมรณะได้ เขาคงติดอันดับหนึ่งในบัญชีดำที่ตงฟางปุ๊ไป้ต้องกำจัดทิ้งแน่
ต่อให้มีจิวม่อจื้อกับท่านผู้เฒ่านักวาดภาพคอยหนุนหลัง ต่อให้ติงเตี่ยนกับเยี่ยนหนานเทียนจะติดหนี้บุญคุณเขา
แต่คนพวกนี้ไม่ได้ตัวติดกับเขาทั้งวัน สักวันก็ต้องแยกย้ายกันไป ถึงตอนนั้นถ้าโจวสิงต้องเผชิญหน้ากับตงฟางปุ๊ไป้ตามลำพัง
ถึงโจวสิงจะมีพรสวรรค์เทพๆ เยอะแยะ แต่ตงฟางปุ๊ไป้ก็ไม่ใช่หมูในอวย
โจวสิงเก่งขึ้น ตงฟางปุ๊ไป้ก็ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่เหมือนกัน
ไหนจะลูกสมุนนับหมื่นในพรรคนิกายสุริยันจันทราอีก
คิดได้ดังนั้น โจวสิงก็ตัดสินใจทันที
เรื่องที่ไปสั่นคลอนรากฐานของพรรคมารระดับนี้ เขาไม่ทำ และทำไม่ได้เด็ดขาด
ข้าเคยได้ยินชื่อยาสามซากเทพมรณะ ว่ากันว่ามีแต่ประมุขพรรคนิกายสุริยันจันทราเท่านั้นที่รู้วิธีปรุงและวิธีแก้
การจะกำจัดหนอนมรณะต้องรู้ชนิดของมันให้แน่ชัด แต่หนอนพิษในโลกนี้มีมากมายมหาศาล เอาแค่สามชนิดมาผสมกัน ความเป็นไปได้ก็ปาเข้าไปเป็นหมื่นแบบแล้ว จะไปแก้ได้ยังไง
โจวสิงส่ายหน้า เขาไม่ได้บอกความจริงว่าเขารู้วิธีแยกแยะชนิดของหนอน
หลานเฟิ่งหวงได้ฟังก็ถอนหายใจ ยิ้มเศร้าๆ ถ้าอย่างนั้นคงเป็นคราวเคราะห์ของข้าเอง
นางสังเกตเห็นแววลังเลในตาโจวสิงเมื่อครู่ แม้เพียงแวบเดียว แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตานาง
เขาอาจจะมีวิธี แต่ไม่กล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเพราะเกรงกลัวอำนาจของพรรคนิกายสุริยันจันทรา
หลานเฟิ่งหวงเข้าใจดี ชื่อเสียงของพรรคนิกายสุริยันจันทราและตงฟางปุ๊ไป้นั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
นางกับโจวสิงเป็นแค่คู่ค้าทางธุรกิจ เขาไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้าอย่างนาง
แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อความสัมพันธ์ยังไม่ถึงขั้น ก็ต้องสร้างมันขึ้นมา
น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน โจวสิงชอบสมุนไพรไม่ใช่หรือ
นางจัดให้
หลานเฟิ่งหวงทุ่มสุดตัว นางเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองว่าที่โจวสิงลังเล เพราะตงฟางปุ๊ไป้ ไม่ใช่เพราะเขาทำไม่ได้
แค่ความสัมพันธ์ของเรายังไม่แน่นแฟ้นพอเท่านั้นเอง
สมุนไพรที่น้องโจวเขียนมา แม้จะหายาก แต่ในดินแดนแม้วของเราถือเป็นของธรรมดา ของแค่นี้จะคู่ควรกับน้องโจวได้อย่างไร
หลานเฟิ่งหวงฉีกยิ้ม ก้าวแรกของการกระชับความสัมพันธ์ เริ่มจากการเปลี่ยนสรรพนาม
โจวสิงมองรอยยิ้มของหลานเฟิ่งหวงแล้วรู้สึกขนลุกแปลกๆ
ไม่ใช่ขนลุกเพราะพิศวาส แต่ท่าทางนางเหมือนกำลังจะ เพิ่มค่าความสนิทสนม
เริ่มจากเปลี่ยนคำเรียก ตีซี้ แล้วต่อด้วยการเอาผลประโยชน์มาล่อใช่ไหม
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด หลานเฟิ่งหวงพูดต่อ น้องโจว เมื่อไม่นานมานี้คนของข้าไปเจอไห่ถังเจ็ดใจ เข้าพอดี พี่สาวมานั่งคิดนอนคิด มีแต่ของสิ่งนี้แหละที่คู่ควรกับน้องชาย ถ้าไม่รังเกียจ พอกลับไปพี่สาวจะรีบส่งมาให้ทันที ดีไหม
ตอนแรกโจวสิงกะว่าจะทำใจแข็ง แต่พอได้ยินคำว่า ไห่ถังเจ็ดใจ เขาก็ใจเหลวเป๋วทันที
ทุ่มทุนสร้างขนาดนี้เลยเรอะ
หมอเทวดาโจว ไห่ถังเจ็ดใจ คืออะไรหรือ
จิวม่อจื้อเจ้าหนูจำไมถามอีกแล้ว
ปกติเขาคิดว่าตัวเองรอบรู้พอตัว แต่พอยืนข้างโจวสิงทีไร รู้สึกโง่ขึ้นมาทันที
แต่ช่างเถอะ การใฝ่รู้เป็นคุณสมบัติที่ดี
เป็นพิษที่ร้ายกาจมากชนิดหนึ่ง ใบของมันมีลวดลายรูปหัวใจเจ็ดดวง เลยได้ชื่อว่าไห่ถังเจ็ดใจ ความพิเศษของมันคือ สมุนไพรอื่นใช้น้ำรด แต่เจ้านี่ต้องรดด้วยสุราแรงๆ ถึงจะโต
โจวสิงอธิบายช้าๆ นี่มันสุดยอดพิษจากซีรีส์จิ้งจอกอหังการเชียวนะ
ถามว่าร้ายแรงแค่ไหน บอกเลยว่าดอกจินปัวสวินชิดซ้าย
ดอกจินปัวสวินแม้จะมีพิษร้าย แต่ก็มีกลิ่น จะสกัดพิษมาใช้ก็ยังมีกลิ่นติดมา ทำให้พอจับสังเกตได้
แต่ไห่ถังเจ็ดใจไม่ใช่แบบนั้น ตัวมันเองมีพิษร้ายแรง และพิษที่สกัดออกมาได้ก็ไร้สี ไร้กลิ่น ร้ายแรงถึงตาย ป้องกันยาก ฆ่าคนได้โดยไม่รู้ตัว
สมุนไพรที่โจวสิงขอไปก่อนหน้านี้ เอามาปรุงยาพิษได้แค่ระดับธรรมดาๆ ในตำราหมื่นพิษแทบไม่ติดอันดับ
แต่ถ้ามีไห่ถังเจ็ดใจ มันสามารถใช้แทนวัตถุดิบหลักในการปรุงยาพิษระดับตำนานได้หลายขนาน
เอาไห่ถังเจ็ดใจเป็นตัวยืน พื้นๆ ผสมกับพิษแมลงพิษสมุนไพรอื่นๆ อีกนิดหน่อย ก็ได้ยาพิษระดับท็อปของตำราหมื่นพิษแล้ว
โจวสิงใจเต้นแรง และอาการออกทางสีหน้าชัดเจน
หลานเฟิ่งหวงเห็นดังนั้นก็ยิ้มมุมปาก นางกลัวที่สุดคือโจวสิงไม่สนใจ พี่สาวจะเพิ่มไห่ถังเจ็ดใจลงในรายการของให้ พอกลับถึงพรรคจะรีบจัดส่งมาให้น้องชายทันที
เจอไม้นี้เข้าไป โจวสิงก็ได้แต่ตอบว่า ถ้าอย่างนั้น ก็รบกวนประมุขหลานด้วย
หลานเฟิ่งหวงยิ้มหวาน เดินออกจากร้าน กระโดดขึ้นม้าอย่างคล่องแคล่ว นางหันมาโบกมือให้โจวสิง แล้วควบม้าหายไปในพริบตา
หมอเทวดาโจว ท่านแก้พิษยาสามซากเทพมรณะได้ใช่ไหม
จิวม่อจื้อโพล่งขึ้นมา
ขนาดหลานเฟิ่งหวงยังดูออก จิวม่อจื้อก็ดูออกเหมือนกัน
โจวสิงมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคน ก็พยักหน้ายอมรับ
ยาสามซากเทพมรณะเป็นอาวุธลับที่ตงฟางปุ๊ไป้ใช้คุมลูกน้อง ถ้าข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ชีวิตนี้คงหาความสงบสุขไม่ได้
จิวม่อจื้อพยักหน้าเข้าใจ ที่แท้ก็กลัวตงฟางปุ๊ไป้นี่เอง
ไม่เป็นไร รอให้เขาฟื้นฟูวรยุทธ์เต็มที่ นอกจากจะไปท้าดวลไอ้หนูเฉาเจิ้งฉุนกับท่านผู้เฒ่านักวาดภาพแล้ว เขาจะไปลองของกับตงฟางปุ๊ไป้ดูสักตั้ง
ถ้าเขาเอาชนะตงฟางปุ๊ไป้ได้ แล้วประกาศก้องว่าหมอเทวดาโจวเป็นเด็กในสังกัดเขา ตงฟางปุ๊ไป้ก็คงไม่กล้าหือ แล้วตอนนั้นค่อยให้โจวสิงรักษาหลานเฟิ่งหวงก็น่าจะได้
จิวม่อจื้อพยักหน้ากับตัวเอง แผนนี้เวิร์ก
เขาอยากจะเห็นนักเชียว ตงฟางปุ๊ไป้ จะแน่สักแค่ไหน
ถ้าใครๆ ก็เรียกตัวเองว่าผู้ไร้พ่ายได้ งั้นต่อไปเรียกเขาว่า จิวไม่แพ้ บ้างก็แล้วกัน
โจวสิงดึงสติกลับมา เห็นไม่มีคนไข้ ก็มุดกลับเข้าห้องปรุงยา
จิวม่อจื้อคงอยากรีบรักษาให้หายเร็วๆ แล้วจะได้จากไปกระมัง
โจวสิงไม่อยากดึงเรื่องไว้นาน พอดีได้จิ้งจอกเก้าหางมา ก็เอาเลือดมันมาผสมสมุนไพรปรุงยาช่วยรักษาอาการบาดเจ็บเสียเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บของจิวม่อจื้อเรื้อรังมาหลายสิบปี มีเลือดจิ้งจอกช่วยแบบนี้ ไม่เกินเดือนเดียวก็หาย แต่นี่คงต้องใช้เวลาเดือนครึ่ง ก็ถือว่ารับได้
พอโจวสิงบอกกำหนดการใหม่ จิวม่อจื้อดีใจจนเนื้อเต้น รีบตามเข้าห้องปรุงยาไปช่วยเป็นลูกมือ
ทั้งสองขลุกอยู่ในห้องปรุงยา ช่วยกันหลอมยา
เวลาผ่านไปอีกสามวัน
ยารักษาอาการบาดเจ็บปรุงเสร็จเรียบร้อย และชื่อเสียงของโจวสิงก็ดังกระฉ่อนอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
โจวสิง ได้ยินข่าวลือในยุทธภพช่วงนี้บ้างไหม
เหล่าไป๋เป็นคนคาบข่าวมาบอก เช้าตรู่วันหนึ่ง พอโจวสิงเปิดประตูห้อง เหล่าไป๋ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามา ทำเอาเขางงเป็นไก่ตาแตก
ตอนนี้มีข่าวลือหนาหูว่า ใครที่ให้เจ้ารักษาต้องเอาคัมภีร์ยุทธ์มาแลก คนเขาเลยลือกันว่าตอนที่เจ้ารักษาติงเตี่ยนกับเยี่ยนหนานเทียน เจ้าคงยึดคัมภีร์ยุทธ์ของพวกเขามาด้วยแน่ๆ
เหล่าไป๋เห็นโจวสิงยังทำหน้างง ก็ยิ่งร้อนรน พวกสำนักต่างๆ แถวเมืองกวงหยางคุยกันให้แซ่ด ยิ่งลือก็ยิ่งไปกันใหญ่ บอกว่าทั้งคัมภีร์เทพส่องหล้าของติงเตี่ยน แล้วก็พลังวัตรวิวาห์ของเยี่ยนหนานเทียน อยู่ที่มือเจ้า
เหล่าไป๋เห็นโจวสิงเงียบไป ก็เริ่มหน้าซีด อย่าบอกนะว่าเป็นเรื่องจริง
โจวสิงเม้มปาก อยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ใช่แค่คัมภีร์เทพส่องหล้ากับพลังวัตรวิวาห์นะ หมัดเทพหนานเทียนกับเคล็ดกระบี่เทพก็อยู่ที่ข้านี่แหละ
เพียงแต่เขายังฝึกวิชาที่มีอยู่ไม่สำเร็จ เลยยังไม่ได้แตะต้องวิชาพวกนั้น
โจวสิงกะคร่าวๆ ว่ากว่าจะดูดซับฤทธิ์ของหนอนไหมน้ำแข็งหมด ก็คงพอดีกับที่ฝึกยอดวิชาเหล่านั้นจนบรรลุขั้นสุดยอด
วิชาไร้รอยเท้าหิมะกับหัตถ์พันทลายดอกทานตะวันน่ะไม่เท่าไหร่ ที่ยากสุดคือเก้ากระบี่เดียวดาย
เฮ้อ พอลองคำนวณดู กว่าจะฝึกสามวิชานี้จนแตกฉาน ต้องใช้เวลาตั้งสี่ห้าเดือน
ถ้าใครได้ยินความคิดนี้ของโจวสิง คงอยากจะตบกบาลแยก
หัตถ์พันทลายดอกทานตะวันเป็นวิชาชั้นสูงระดับเดียวกับดัชนีสุริยันหรือดัชนีอรหันต์ โจวสิงใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนฝึกจนบรรลุขั้นสูง แล้วพวกยอดฝีมือที่ฝึกกันมาเป็นสิบๆ ปีจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เก้ากระบี่เดียวดายยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เฉลี่ยแล้ว โจวสิงใช้วิชาละเดือนนิดๆ แถมฝึกแค่วันละไม่กี่ชั่วยาม นี่มันความเร็วระดับปีศาจชัดๆ
เหล่าไป๋: ตอนนี้ใช่เวลามาคุยเรื่องวรยุทธ์เรอะ
เห็นโจวสิงเหม่อลอย เหล่าไป๋เสียงหลง ลูกพี่ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะโว้ย
จิวม่อจื้อเดินนวยนาดเข้ามา กำลังจะแค่นเสียงฮึมฮัม แต่เสียงหนึ่งที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิตก็ดังมาจากหน้าประตู
ใครบังอาจจะเอาชีวิตโจว หมอเทวดาโจว ข้าจะถลกหนังหัวมัน