ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 53 : ปะมือกับตู๋กู ความทะเยอทะยานของจิวม่อจื้อ
กำลังภายในของมันเป็นอย่างไรบ้าง
ตู๋กูคิวไป้เอ่ยถามขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพได้สติ เจ้าอยากลองของดูหรือ
ท่านผู้เฒ่าหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นเล็งไปที่ก้อนหินข้างทาง ประมาณ นี้แหละ
สิ้นเสียงท่านผู้เฒ่าก็เกร็งกำลังภายในส่งออกไป ก้อนหินก้อนนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทันที
ตู๋กูคิวไป้ปรายตามองก็เข้าใจ ข้าจะออมแรงไว้ แค่อยากดูเพลงกระบี่ของมัน
ตู๋กูคิวไป้บอกจุดประสงค์คร่าวๆ เขาจะกดพลังตัวเองให้เหลือเท่ากับระดับของโจวสิง เพื่อวัดกันที่กระบวนท่าล้วนๆ
งั้นเจ้าต้องระวังตัวหน่อยแล้ว เจ้าเด็กนั่นมีวาสนาได้กินไหมน้ำแข็งพันปี กำลังภายในเลยแฝงไอเย็นเยือกแข็ง ถ้าวัดกันที่ปริมาณเท่ากัน เจ้าเด็กนั่นเหนือกว่าอยู่นิดหน่อย
ท่านผู้เฒ่าเตือนด้วยความหวังดีปนสนุก
ขั้นไร้กระบี่ของเจ้ามันลึกซึ้งเกินไป คราวนี้ถือว่ามาทดสอบและชี้แนะ ไหนๆ จะชี้แนะ ก็ใช้วิธีที่มันพอจะเข้าใจได้จะดีกว่า
ท่านผู้เฒ่าเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของโจวสิง แต่ขั้นไร้กระบี่ของตู๋กูคิวไป้คือผลึกแห่งชีวิตของยอดมือกระบี่ มันสูงส่งเกินไปสำหรับมือใหม่
โจวสิงเพิ่งจับกระบี่ได้ไม่นาน เปรียบเหมือนเด็กประถมเก่งเลข จะให้ไปอ่านแคลคูลัสระดับมหาวิทยาลัยรู้เรื่องได้ยังไง
ระดับกระบี่ของโจวสิงกับตู๋กูคิวไป้ต่างกันราวฟ้ากับเหว หรือจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนเอานักเรียนมัธยมไปแก้โจทย์แฟร์มาต์นั่นแหละ
ตู๋กูคิวไป้พยักหน้า มองซ้ายมองขวา แล้วยื่นมือออกไป กิ่งไผ่เรียวยาวกิ่งหนึ่งพุ่งเข้ามาอยู่ในมือ
ตำบลเจ็ดจอมยุทธ์ จิ่วสิงเก๋อ โจวสิง
ท่านผู้เฒ่าบอกพิกัดเสร็จสรรพ ตู๋กูคิวไป้ก็กระโดดขึ้นหลังอินทรี อินทรียักษ์กระพือปีกบินมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกทันที
ณ โรงหมอ โจวสิงและจิวม่อจื้อยืนส่งแขก เฉาเจิ้งฉุนกระโดดขึ้นม้า ประสานมือลา หมอเทวดาโจวไม่ต้องส่ง ข้าขอตัวกลับก่อน ไว้รวบรวมของครบเมื่อไหร่ ข้าจะรีบเอามาให้
รอหยวนตงหยวนพาลูกชายมา ข้าจะติดสอยห้อยตามมาด้วย ถึงตอนนั้นค่อยเจอกันใหม่
พูดจบ เฉาเจิ้งฉุนก็แค่นเสียงฮึ หันไปมองจิวม่อจื้อด้วยสายตาอาฆาต ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้โล้น
จิวม่อจื้อจ้องตอบตาไม่กระพริบ ถ้าสายตาฆ่าคนได้ เฉาเจิ้งฉุนคงพรุนไปแล้ว
จนกระทั่งโจวสิงทักขึ้น จิวม่อจื้อถึงได้สติ
เสียงอะไรน่ะ
ทั้งสองกำลังจะกลับเข้าข้างใน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงลมพัดแรงเหนือหัว เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นนกยักษ์บินโฉบลงมา ปีกขนาดมหึมาโบกสะบัดสร้างลมพายุย่อมๆ
โจวสิงกับจิวม่อจื้อถอยกรูด จังหวะนั้นเอง เงาร่างสายหนึ่งก็กระโดดลงมาจากหลังนก
ร่างนั้นลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล ในมือถือไม้ไผ่ เอามือไพล่หลัง กวาดตามองป้ายชื่อร้าน แล้วหันมามองทั้งสองคน ใครคือโจวสิง
ผู้มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น คือตู๋กูคิวไป้ที่เพิ่งบินตรงมาจากป่าไผ่
โจวสิงมองชายชราตรงหน้า สลับกับอินทรียักษ์ที่บินวนเวียนอยู่บนฟ้า สมองเริ่มประมวลผล แต่ยังไม่ทันได้ข้อสรุป จิวม่อจื้อผู้รอบรู้ ก็กระซิบ หมอเทวดาโจว เจ้านี่ต้องมาแย่งคัมภีร์ยุทธ์แน่ๆ
พูดยังไม่ทันขาดคำ จิวม่อจื้อก็เตะก้อนหินพุ่งไปที่เคาน์เตอร์ กลไกทำงานทันที ลิ้นชักลับเปิดออก เผยให้เห็นกระบี่เล่มงาม
คราวก่อนตอนห้าคนโฉดบุกมา โจวสิงต้องวิ่งขึ้นไปเอากระบี่ข้างบน ทำให้เสียเวลา เขาเลยตัดสินใจดัดแปลงเคาน์เตอร์ให้เป็นที่ซ่อนกระบี่สุ่ยหาน
จิวม่อจื้อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ย่อมรู้วิธีเปิดกลไก
จิวม่อจื้อใช้วิชาจับมังกร ดูดกระบี่ออกจากฝัก สะบัดมือส่งกระบี่พุ่งเข้ามือโจวสิงอย่างแม่นยำ
เขาใกล้จะหายดีแล้ว เลี่ยงการใช้กำลังได้ก็ควรเลี่ยง
ปิดประตู ปล่อยโจวสิง
หมอเทวดาโจว อดทนอีกเดือนครึ่ง ถึงตอนนั้นอาตมาจะจัดการเอง
จิวม่อจื้อมองโจวสิงด้วยแววตาเชื่อมั่น
โจวสิงถือกระบี่สุ่ยหาน กำลังจะอ้าปากถามไถ่ที่มาที่ไป
จิวม่อจื้อแม้จะช่วยสู้ไม่ได้ แต่ฝีปากยังทำงานดีเยี่ยม เขาตะโกนก้อง อามิตตพุทธ หมอเทวดาโจวมีจิตเมตตาไม่ชอบฆ่าแกง ประสกจงรีบถอยไป อย่าหาเรื่องใส่ตัว
โจวสิงอ้าปากค้าง หันขวับไปมองจิวม่อจื้อ ท่านราชครู ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง
ฮะๆ อย่าหาเรื่องใส่ตัวงั้นรึ
ตู๋กูคิวไป้หัวเราะชอบใจ มองจิวม่อจื้อด้วยความขบขัน
ไอ้โล้นนี่ตลกดีว่ะ
ตู๋กูคิวไป้สะบัดไม้ไผ่ในมือ ปราณกระบี่พุ่งกระแทกพื้นหินจนแตกกระจาย
เขากำลังปรับระดับพลังให้เท่ากับที่ท่านผู้เฒ่าแสดงให้ดูเมื่อครู่
จิวม่อจื้อเห็นไม้ไผ่ปล่อยปราณกระบี่ได้ก็ตกใจเล็กน้อย คนธรรมดาทำไม่ได้แน่
แต่พอดูความรุนแรงแล้ว กระจอก
หมอเทวดาโจว เจ้านั่นใช้ไม้ไผ่ปล่อยปราณกระบี่ได้ก็จริง แต่ระดับแค่นี้เราสองคนก็ทำได้ ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน ดูพลังทำลายสิ ธรรมดามาก หมอเทวดาโจวลุยโลด
จิวม่อจื้อมั่นใจสุดขีด โจวสิงวรยุทธ์สูงส่ง ต่อให้กำลังภายในเท่ากัน แต่กระบวนท่ากินขาดแน่นอน
โจวสิงเริ่มลังเล ฟังคำยุของจิวม่อจื้อแล้วใจคอไม่ดีชอบกล
ระวังตัวด้วย
ตู๋กูคิวไป้สำรวจโจวสิง ยิ้มมุมปาก
หน้าตาดีใช้ได้ สเปกเซียวเหยาจื่อเลย
ทันทีที่ชายชราขยับตัว โจวสิงก็เตรียมใช้เก้ากระบี่เดียวดายรับมือตามสัญชาตญาณ
สังเกตหัวไหล่ ข้อศอก ทิศทางเท้า วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด แล้วคำนวณทิศทางและมุมของกระบี่คู่ต่อสู้
ชิงลงมือก่อน
โจวสิงตวัดกระบี่ฟันขวาง เล็งไปที่จุดอ่อน จากประสบการณ์สู้กับตู้ซา เขาเตรียมพร้อมรับมือหากอีกฝ่ายยอมแลกหมัดหรือเปลี่ยนกระบวนท่ากะทันหัน
อะไรกัน
โจวสิงเบิกตาโพลง รีบเปลี่ยนกระบวนท่ากลางอากาศ กระบี่สุ่ยหานปะทะไม้ไผ่แล้วดีดออก แม้กระบี่จะคมกริบ แต่ไม้ไผ่นั้นแข็งราวเหล็กกล้า ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนตื้นๆ
อีกฝ่ายหุ้มไม้ไผ่ด้วยกำลังภายใน แค่นี้ก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา
แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เก้ากระบี่เดียวดายของเขาไร้ผล
จากท่าทางเมื่อครู่ ทั้งไหล่ ศอก และเท้า บ่งบอกว่าจะฟันผ่าลงมาแน่ๆ โจวสิงจึงชิงฟันขวางเพื่อโจมตีจุดตายที่เปิดโล่ง
แต่เก้ากระบี่เดียวดายที่เคยแม่นยำกลับพลาดเป้า การฟันผ่ากลายเป็นการแทงตรงเฉยเลย ถ้าโจวสิงยังดื้อฟันขวาง เขาเองนั่นแหละจะโดนแทงไส้แตก
ทั้งสองแลกเพลงกระบี่กันหลายกระบวนท่า ทุกท่วงท่าของอีกฝ่ายล้วนขัดแย้งกับหลักการของเก้ากระบี่เดียวดายสิ้นเชิง
โจวสิงปรับตัวไว ไม่ตื่นตระหนก เขาโยนเก้ากระบี่เดียวดายทิ้ง แล้วใช้สัญชาตญาณล้วนๆ รับมือ
ปฏิกิริยาไวใช้ได้
ตู๋กูคิวไป้เอ่ยชม
โจวสิงขมวดคิ้ว รับมืออย่างระมัดระวัง
จิวม่อจื้อเริ่มหน้าเครียด เพลงกระบี่ตาเฒ่านี่มันพิสดารเกินไปแล้ว
เขาเคยเห็นโจวสิงฝึกกระบี่มาก่อน ยอมรับว่าเพลงกระบี่ของโจวสิงลึกล้ำสุดหยั่งคาด
เด็กอายุแค่นี้แต่มีเพลงกระบี่ระดับนี้ ก็นับว่าสัตว์ประหลาดแล้ว
แต่ตาเฒ่านี่สัตว์ประหลาดยิ่งกว่า ท่าทางดูเรียบง่าย แต่แฝงความลึกล้ำสุดหยั่งถึง
คำว่า คืนสู่สามัญ แวบเข้ามาในหัวจิวม่อจื้อ ทำเอาสะดุ้งโหยง ไม่ใช่ใครก็ได้จะมาถึงขั้นนี้ได้นะ
แต่พอดูการต่อสู้ กำลังภายในก็งั้นๆ น่าจะเก่งแค่กระบี่
ไอ้หนู เยี่ยมมาก
ตู๋กูคิวไป้ร้องชม
เมื่อกำลังภายในเท่ากัน การวัดกันที่เพลงกระบี่ล้วนๆ แบบนี้มันส์พะยะค่ะ เพลงกระบี่ของเขาดูธรรมดา แต่แฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งวิถีกระบี่ ไร้ร่องรอยให้จับทาง ยิ่งกว่าเก้ากระบี่เดียวดายเสียอีก ทุกกระบวนท่าขัดแย้งกับหลักวิชากระบี่ทั่วไป
ถ้าเป็นพวกหัวโบราณยึดติดตำราคงสติแตกไปแล้ว
โจวสิงแม้จะทุลักทุเลในช่วงแรก แต่ตอนหลังเริ่มสลัดหลุดจากกรอบของเก้ากระบี่เดียวดาย
พูดง่ายๆ คือ เริ่มมีความคิดสร้างสรรค์
นี่แหละสิ่งที่ตู๋กูคิวไป้มองหา การฝึกกระบี่ต้องมีจินตนาการ ไม่ยึดติดรูปแบบ
ไอ้หนู ดูให้ดี
ตู๋กูคิวไป้ตวาดก้อง แทงไม้ไผ่ออกมาตรงๆ
แย่แล้ว
จิวม่อจื้อตาเหลือก ตาเฒ่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า โจวสิงแม้จะเร็ว แต่ก็ทำได้แค่ยกกระบี่ขึ้นกัน ไม่มีเวลาเกร็งกำลังรับมือ
เป็นไปตามคาด ทันทีที่ไม้ไผ่กระทบกระบี่ แรงมหาศาลก็กระแทกโจวสิงกระเด็นลอยหวือ
จิวม่อจื้อกัดฟันกรอด ไม่สนกฎเกณฑ์อะไรแล้ว กระโดดพุ่งเข้าหาตู๋กูคิวไป้ทันที
ตู๋กูคิวไป้กำลังจะรั้งมือ เห็นฝ่ามือใหญ่พุ่งเข้ามา ก็ยกมือขึ้นรับ ทั้งสองปะทะฝ่ามือกันเสียงดังสนั่น ต่างฝ่ายต่างถอยไปคนละสองก้าว
จิวม่อจื้อสะบัดแขนเสื้อ พนมมือ หันไปมองโจวสิงด้วยท่าทีองอาจ
ฮึ ก็แค่นี้แหละ
ตู๋กูคิวไป้ปรายตามองจิวม่อจื้อ แล้วโยนไม้ไผ่ทิ้ง
เห็นว่าสนิทกับโจวสิง เขาเลยออมมือให้ นึกว่าไอ้โล้นนี่จะฝีมือดาดๆ เลยใช้กำลังแค่หนึ่งส่วน แต่ที่ไหนได้ เกือบเสียท่า เลยต้องเพิ่มแรงขึ้นอีกหน่อย
อืม ประมาณส่วนครึ่ง ก็ถือว่าใช้ได้
อินทรีเป็นสหาย เพลงกระบี่เทียมฟ้า ท่านผู้อาวุโสคงเป็นท่านตู๋กู สหายสนิทของท่านผู้เฒ่าใช่ไหมขอรับ
โจวสิงเดินเข้ามา แทรกกลางระหว่างจิวม่อจื้อกับตู๋กูคิวไป้ หน้าตาจิวม่อจื้อกวนบาทามาก ทำท่าเหมือนตู๋กูคิวไป้กระจอกงั้นแหละ ขืนปล่อยไว้เดี๋ยวโดนตู๋กูคิวไป้กระทืบ
ถ้าเป็นอย่างนั้น อาการบาดเจ็บของจิวม่อจื้อคงอีกนานกว่าจะหาย
โจวสิงยืนบังจิวม่อจื้อไว้ เลยไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย
จิวม่อจื้อกำลังเหม่อลอย
โจวสิงเคยเล่าเรื่องที่มาของเก้ากระบี่เดียวดาย และความสัมพันธ์ระหว่างท่านผู้เฒ่ากับตู๋กูคิวไป้ให้ฟัง
ท่านตู๋กู ที่โจวสิงพูดถึง ต้องเป็นตู๋กูคิวไป้แน่ๆ
จิวม่อจื้อคิดแล้วก็หลุดขำออกมา
การคำนวณของเขาแม่นยำจริงๆ
ก่อนหน้านี้เขาคำนวณแล้วว่า ทั้งอายุ กระบวนท่า และประสบการณ์ เขาเหนือกว่าท่านผู้เฒ่านักวาดภาพ
การประมือกับตู๋กูคิวไป้เมื่อครู่ เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี
โบราณว่า กาเข้าฝูงกา หงส์เข้าฝูงหงส์ ท่านผู้เฒ่าคบหากับตู๋กูคิวไป้ ฝีมือก็ต้องพอๆ กัน
เมื่อครู่ปะทะฝ่ามือกัน กำลังภายในสูสี แต่วิชากระบี่แม้จะลึกล้ำ แต่เขาหนุ่มกว่าเยอะ
สรุปคือ วรยุทธ์เขาเหนือกว่าตู๋กูคิวไป้
ตู๋กูคิวไป้ = ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพ และ จิวม่อจื้อ ตู๋กูคิวไป้
ดังนั้น เขา ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพ
อืม ผลการคำนวณถูกต้อง
อาการยังไม่ทันหายดี ก็ชนะเป้าหมายไปหนึ่งรายแล้ว ฤกษ์ดีจริงๆ
จิวม่อจื้อหุบยิ้ม หันไปมองตู๋กูคิวไป้
ในเมื่อตู๋กูคิวไป้มีชื่อเสียงขนาดนี้ ไม่ท้าประลองคงเสียดายแย่
อืม ใต้จีวร ต้องเพิ่มชื่อตู๋กูคิวไป้ลงไปอีกคน