ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 54 : มหาเศรษฐียุทธภพ
ข้าได้ยินนักพรตไร้ศีลธรรมพรรณนาถึงเจ้าเสียเลิศเลอ เลยเกิดความสงสัยใคร่รู้ อยากลองทดสอบฝีมือดูสักหน่อย
ตู๋กูคิวไป้โยนไม้ไผ่ทิ้ง แล้วกลับไปยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทีสงบนิ่งดังเดิม
เป็นไงบ้าง
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพเดินกระย่องกระแย่งตามมาทันพอดี
ตู๋กูคิวไป้พยักหน้าน้อยๆ ก็พอดูได้
ท่านผู้เฒ่าชี้ไปที่ตู๋กูคิวไป้แล้วหัวเราะร่า ตาแก่นี่ก็เป็นแบบนี้แหละ ปากบอกว่าพอดูได้ ก็แปลว่ายอมรับในตัวเจ้าแล้วนั่นแหละ
โจวสิงรีบประสานมือคารวะ ผู้อาวุโสดั้นด้นมาไกล เชิญเข้าไปจิบชาพักผ่อนข้างในก่อนเถิด
ขอเหล้าดีกว่า ตาแก่นี่คอทองแดงเหมือนข้าเปี๊ยบ
ท่านผู้เฒ่าแย้งขึ้น
โจวสิงยิ้ม ท่านผู้เฒ่ามาได้จังหวะพอดี เมื่อครู่กงกงเฉาจากตงฉ่างแวะมา ท่านฝากสุราหลวงมาให้ท่านผู้เฒ่าด้วย แต่เพราะกลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อน เลยฝากไว้ที่ข้า
ท่านผู้เฒ่าถลึงตาใส่โจวสิง เอาเหล้าธรรมดาให้มันกินก็พอ เหล้าหลวงมีอยู่นิดเดียว ขืนให้มันกิน ข้าจะเอาอะไรกิน
ตู๋กูคิวไป้ปรายตามองท่านผู้เฒ่า แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในโรงหมอ วรยุทธ์แบ่งปันกันได้ แต่เหล้าดีห้ามแบ่งเด็ดขาด ผ่านมากี่สิบปี นิสัยขี้งกของเจ้าก็ไม่เปลี่ยนเลยนะ เหล้านั่นข้าจองแล้ว
ทุกคนเดินตามเข้าไป ท่านผู้เฒ่าสะบัดมือเบาๆ ประตูโรงหมอก็ปิดลงเอง
ชาวคณะโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้ามต่างชะโงกหน้าออกมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตกใจหมดเลย นึกว่าพวกที่จะมาแย่งคัมภีร์ยุทธ์ลงมือซะแล้ว
ถงเซียงอวี้ตบหน้าอกปลอบขวัญตัวเอง แต่เหล่าไป๋กลับยืนนิ่งเป็นหิน จ้องมองโรงหมอตาไม่กระพริบ
จนกระทั่งถงเซียงอวี้ตบไหล่เรียกสติ เหล่าไป๋ถึงหันมาทำตาโตใส่ เมื่อกี้ตาแก่ที่สู้กับโจวสิง พูดถึงนักพรตไร้ศีลธรรมหรือเปล่า
ถงเซียงอวี้หันไปมองซิ่วไฉกับต้าจุ่ย ทั้งคู่พยักหน้ายืนยัน นางจึงถาม นักพรตไร้ศีลธรรมนี่เก่งมากเหรอ
เหล่าไป๋ทำหน้าเอือม เก่งมากเหรอ ตัดคำว่า เหรอ ทิ้งไปได้เลย รู้ไหมว่านักพรตไร้ศีลธรรมอายุปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว
ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกัน
อย่างน้อยร้อยยี่สิบปี
เหล่าไป๋เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แม่เขาเคยเล่าเรื่องนักพรตไร้ศีลธรรมให้ฟัง วิชาสกัดจุดของเขาที่ว่าแน่ ยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของนักพรตผู้นี้
อย่าว่าแต่เขาเลย แม้แต่แม่เขาหรือกงซุนอูหลง ก็เทียบไม่ติดฝุ่น
ตามคำบอกเล่าของแม่ นักพรตไร้ศีลธรรมน่าจะอายุร้อยยี่สิบปีเป็นอย่างต่ำ แต่หน้าตาที่เห็นเมื่อกี้ดูเหมือนคนแก่อายุหกสิบกว่าๆ เท่านั้น คนที่รักษารูปโฉมได้ขนาดนี้ กำลังภายในต้องบรรลุขั้นสุดยอดแล้วแน่ๆ
คนระดับนี้ คงมีแต่ปรมาจารย์จางซานเฟิงแห่งบู๊ตึ๊งเท่านั้นที่พอจะทัดเทียมได้
ส่วนตาแก่ผมขาวที่ประมือกับโจวสิง เหล่าไป๋เดาไม่ออกว่าเป็นใคร
แต่ก็ไม่แปลก เขาไม่เคยออกนอกประเทศ ความรู้รอบตัวเลยจำกัดอยู่แค่นี้
เรื่องนักพรตไร้ศีลธรรมอย่าเอาไปพูดต่อนะ ท่านผู้อาวุโสปิดบังตัวตนมาอยู่ที่นี่ คงไม่อยากให้ใครรู้ ขืนปากโป้งไป เดี๋ยวจะซวยกันหมด
เหล่าไป๋กำชับ พลางจ้องหน้าหลี่ต้าจุ่ยเขม็ง
คนอื่นไม่น่าห่วง แต่หลี่ต้าจุ่ยนี่ปากรั่วสมชื่อ
เจอเรื่องแปลกๆ ทีไร ต้องเอาไปโม้ทุกที
ต้าจุ่ยทำหน้าเลิ่กลั่ก หลบสายตา มองแบบนี้หมายความว่าไง ข้าไม่ใช่คนชอบนินทาสักหน่อย
ทุกคนพร้อมใจกันมองบน
ในโรงหมอ ตู๋กูคิวไป้วางจอกเหล้าลง หลับตาพริ้มดื่มด่ำรสชาติอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะลืมตาขึ้น ไม่เลว รสชาติใกล้เคียงกับเหล้าหลวงของต้าซ่ง
ท่านผู้เฒ่านักวาดภาพวางจอกเหล้าลงบ้าง ข้าไม่ชอบเหล้าต้าซ่ง มันนุ่มนิ่มไป สู้เหล้าต้าหมิงไม่ได้ แรงสะใจกว่าเยอะ
ตู๋กูคิวไป้หัวเราะหึๆ ตาเฒ่านี่ไม่ได้วิจารณ์เหล้า แต่วิจารณ์คนต่างหาก
เหล้าก็กินแล้ว เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า
ท่านผู้เฒ่ากล่าวขึ้น
โจวสิงกับจิวม่อจื้อนั่งตัวตรงทันที อยากรู้เต็มแก่ว่า เรื่อง ที่ท่านผู้เฒ่าจะพูดคืออะไร
แต่กลายเป็นว่า สองผู้เฒ่าหันไปมองจิวม่อจื้อเป็นตาเดียว
จิวม่อจื้อชะงัก เอ่อ เกี่ยวกับอาตมาด้วยหรือ
ทั้งสองส่ายหน้า ท่านผู้เฒ่ายิ้ม เปล่า หมายความว่า ให้เจ้าหลบไปก่อนต่างหาก
จิวม่อจื้อหน้าแดงก่ำในพริบตา
เหยียดเชื้อชาติชัดๆ
จิวม่อจื้ออยากจะขอประลองกับสองผู้เฒ่านี่เดี๋ยวนี้เลย
แต่ติดที่อาการบาดเจ็บยังไม่หาย ได้แต่เจ็บใจ
แต่จะให้ไล่เขาออกไปง่ายๆ งั้นรึ
ฝันไปเถอะ
ราชครูอันดับหนึ่งแห่งถูฟานอย่างเขา ไม่มีศักดิ์ศรีหรือไง
จิวม่อจื้อหันไปหาโจวสิง การตัดสินใจอยู่ที่โจวสิง คนอื่นไม่มีสิทธิ์
ด้วยความสัมพันธ์อันดี โจวสิงต้องเข้าข้างเขาแน่ๆ ถึงตอนนั้นเขาจะหน้าด้านอยู่ต่อ ถ้าสองผู้เฒ่าไม่พอใจ ก็พร้อมบวก
เขามั่นใจ นี่มันการเหยียดเชื้อชาติชัดๆ
เอ่อ ท่านราชครู รบกวนท่านหลบไปก่อนได้ไหม
โจวสิงเอ่ยเสียงเบา
รอยยิ้มบนหน้าจิวม่อจื้อค้างเติ่ง เขาหันไปมองสองผู้เฒ่า เห็นไหม หมอเทวดาโจวบอกว่า ห๊ะ
จิวม่อจื้อหันขวับกลับมามองโจวสิงด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
ในแววตานั้นมีความตกใจสามส่วน เสียใจสามส่วน อับอายสามส่วน และสิ้นหวังอีกหนึ่งส่วน
จิวม่อจื้อลุกขึ้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก็ได้ ไปก็ไป
เขาไม่โกรธโจวสิงหรอก เพราะโจวสิงได้รับถ่ายทอดวิชาจากนักพรตไร้ศีลธรรม ย่อมต้องเกรงใจเป็นธรรมดา
จะโกรธก็ต้องโกรธไอ้นักพรตไร้ศีลธรรมนั่น สมฉายาจริงๆ ไร้ศีลธรรมสุดๆ
อุตส่าห์คิดว่าจะออมมือให้ตอนประลอง จะได้ไม่เสียหน้าต่อหน้าโจวสิง แต่ดูท่าคงไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว
หลบก็หลบ ไปต้มยากินดีกว่า รีบหายวันหายคืน
ถึงเวลาเมื่อไหร่ ทั้งตู๋กูคิวไป้และนักพรตไร้ศีลธรรม เตรียมตัวรับมือข้าได้เลย การประมือกับตู๋กูคิวไป้เมื่อครู่ เพิ่มความมั่นใจให้เขาเป็นกอง
ฮึ ชัยชนะต้องเป็นของข้า
จิวม่อจื้อสะบัดหน้าใส่สองผู้เฒ่า แล้วเดินดุ่มๆ ไปทางหลังบ้าน
ทั้งสามคนมองตามตาปริบๆ
โจวสิงไม่คิดว่าจิวม่อจื้อจะกล้าแสดงออกขนาดนี้
สองผู้เฒ่ามองหน้ากันแล้วระเบิดหัวเราะ แปดสิบปีแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าทำท่าปั้นปึ่งใส่ข้าแบบนี้มาก่อน
ไอ้โล้นน้อยนี่ น่าสนใจดีว่ะ
ตู๋กูคิวไป้เสริม
ชีวิตพวกเขาเหมือนกันเด๊ะ ดังเปรี้ยงปร้างตั้งแต่อายุสี่สิบ พอหกสิบก็ปลีกวิเวก ช่วงพีคๆ มีแต่คนพินอบพิเทา พอมาเจอคนทำกิริยาหยาบคายใส่ เลยรู้สึกแปลกใหม่ดี
โจวสิงเตือนด้วยความหวังดี ท่านอาวุโสตู๋กู ท่านราชครูเป็นคนถูฟาน เขามีผมนะขอรับ
ท่านผู้เฒ่าหัวเราะ ตาแก่นี่เกลียดพระ เห็นใครเป็นพระก็เรียกหัวโล้นหมดแหละ มีแค่โล้นน้อยกับโล้นแก่เท่านั้น
ยกเว้นคนคนนั้น นอกนั้นก็โล้นน้อยหมดแหละ
ตู๋กูคิวไป้แก้ต่าง ท่านผู้เฒ่าลูบเครา ใช่ๆ ยกเว้นคนคนนั้น นอกนั้นอายุน้อยกว่าเจ้าทั้งนั้น เรียกว่าโล้นน้อยก็ไม่ผิด
ท่านผู้เฒ่าหันมาหาโจวสิง เอาล่ะ เข้าเรื่องกันสักที
ข้าถามเจ้า เจ้าฝึกยุทธ์ไปเพื่ออะไร
โจวสิงตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด เพื่อความอิสระเสรี
ข้าอยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีใครมาข่มขู่คุกคาม ไม่มีใครทำร้ายข้าได้ อิสระเสรี นี่แหละเป้าหมายการฝึกยุทธ์ของข้า
เป้าหมายของโจวสิงไม่เคยเปลี่ยน เขาไม่อยากครองยุทธภพ ไม่สนตำแหน่งเจ้าพ่อยุทธภพ
เขาแค่อยากใช้ชีวิตในโลกนี้อย่างมีความสุข ไร้กังวล ซึ่งต้องมีสองอย่าง เงิน และ ความสามารถในการปกป้องตัวเอง
อย่างแรกไม่น่าห่วง อย่างหลังต้องพึ่งการฝึกฝนของตัวเอง
ท่านผู้เฒ่าไม่แปลกใจกับคำตอบ เขารู้นิสัยโจวสิงดี ถ้าโจวสิงมักใหญ่ใฝ่สูง เขาคงไม่ถูกชะตาด้วย
ชีวิตมันเหนื่อยพอแล้ว จะไปหาเหาใส่หัว แบกรับภาระครองโลกไปทำไม
ใช้ชีวิตชิลๆ ดีกว่าเยอะ
แล้วถ้ายอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้ามาข่มขู่เจ้า คิดจะทำร้ายเจ้า เจ้าจะทำยังไง
ตู๋กูคิวไป้ถาม
โจวสิงยิ้ม เพราะงั้นไง ข้าถึงต้องฝึกยุทธ์ ฝึกให้เก่งจนไม่มีใครทำอะไรได้ ยิ่งฝึกก็ยิ่งรู้สึกว่าวรยุทธ์มันลึกล้ำ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าไปถึงจุดสูงสุดแล้วจะเป็นยังไง
ท่านผู้เฒ่ายิ้มกว้าง เส้นทางนี้ไม่ง่ายนะ
เอาล่ะ ไอ้หนู ในบรรดาคนที่ข้ารู้จัก วิชาตัวเบาต้องยกให้บรรพชนทานตะวัน ลมปราณต้องเซียวเหยาจื่อ เพลงกระบี่ต้องตู๋กูคิวไป้ พรสวรรค์ต้องจางซานเฟิง ส่วนข้า ก็แค่มีความคิดสร้างสรรค์นิดหน่อย คิดค้นท่าไม้ตายได้เรื่อยเปื่อย
เจ้ามีพรสวรรค์ดี ไม่แพ้ข้าหรือนักพรตจาง ถ้าเจ้าได้วิชาตัวเบาของบรรพชนทานตะวัน ลมปราณของเซียวเหยาจื่อ และเพลงกระบี่ของตู๋กูคิวไป้ เจ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน ข้าอยากรู้จริงๆ
ข้าถูกชะตากับเจ้า เลยอยากจะช่วยดันสักหน่อย เจ้าจะว่าไง
โจวสิงฟังแล้วอึ้ง ความหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง
เหมือนมหาเศรษฐีบอกว่า เฮ้ย ไอ้น้อง พี่ถูกใจเอ็งว่ะ เดี๋ยวพี่จะไปชวนเพื่อนเศรษฐีคนอื่นมาลงขันให้เอ็ง เอ็งเอาเงินไปใช้ตามสบายเลยนะ
นี่มันรายการ มหาเศรษฐียุทธภพ หรือไง
โจวสิงตั้งสติได้ ก็พยักหน้ารัวๆ โอกาสทองแบบนี้ ใครปฏิเสธก็โง่แล้ว
เพราะท่านผู้เฒ่า เขาเลยมีโอกาสรู้จักกับระดับบิ๊กอย่างบรรพชนทานตะวัน เซียวเหยาจื่อ จางซานเฟิง และตู๋กูคิวไป้
แค่ได้รู้จักและตีสนิท
โจวสิงมองเห็นป้ายคำสีทองระยิบระยับรอให้เขาเลือกเต็มไปหมด