ระบบคัดลอกพรสวรรค์สะท้านยุทธภพ - บทที่ 66 : ใต้เงาเทียนซาน
อะแฮ่ม
จิวม่อจื้อกระแอมเบาๆ เดินมายืนข้างโจวสิง ทำท่าเหมือนเด็กรอรับคำชม โจวสิงกลอกตามองบน แล้วยกนิ้วโป้งให้ ท่านราชครูสุดยอด
จิวม่อจื้อรีบตอบรับ หมอเทวดาโจวชมเกินไปแล้ว อาตมาออมมือไว้กลัวทำบาป เลยใช้เวลาตั้งสิบสองลมหายใจ ช้ากว่าท่านไปหน่อย
โจวสิงเหลือบตามองหมั่นไส้ แหม จะอวดว่าไม่ใช้กำลังภายใน ไม่เอาจริง แต่ก็จัดการได้ในสิบสองวิฯ สินะ
โจวสิงอยากจะสวนกลับไปว่า ทีตอนเจอท่านผู้เฒ่าไม่เห็นเก่งแบบนี้เลย แต่ยั้งปากไว้ทัน
จิตใจจิวม่อจื้อเปราะบาง ขืนไปสะกิดแผลเก่า เดี๋ยวระเบิดตูมตามขึ้นมา จะหาทางปลอบไม่ถูก
โจวสิงมองซ้ายมองขวา เปลี่ยนเรื่องทันที มีใครจะลองดีอีกไหม ถ้าไม่มีข้าไปละนะ
โจวสิงกวาดตามองรอบทิศ ไร้เสียงตอบรับ เขาจึงเดินไปพลางสั่งจิวม่อจื้อ ท่านราชครู ช่วยเก็บเข็มคืนให้ข้าหน่อย
อาวุธลับส่วนใหญ่ที่โจวสิงใช้คือเข็มเหล็กและเข็มขนวัว ถึงจะเตรียมสำรองมาเยอะ แต่การสร้างใหม่มันยุ่งยาก เก็บกลับมาใช้ซ้ำประหยัดกว่าเยอะ
จิวม่อจื้อขมวดคิ้ว เขาเป็นถึงราชครูถูฟาน จะให้มาก้มเก็บขยะงั้นรึ
ไม่มีทาง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ทำ
ท่านราชครู
โจวสิงเก็บไปสักพัก เห็นจิวม่อจื้อยืนนิ่ง จึงหันมาเรียก
จิวม่อจื้อเห็นโจวสิงเริ่มหงุดหงิด สีหน้าเปลี่ยนทันควัน ยิ้มประจบ อาตมาหากระดาษอยู่น่ะ อาตมาไม่กันพิษเหมือนหมอเทวดาโจว ถ้าเจอเข็มต้องใช้ผ้ารองก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวโดนพิษ
พูดจบ จิวม่อจื้อก็รีบเดินไปที่กองศพอีกด้าน ทำท่าตั้งอกตั้งใจหาเข็ม
อะแฮ่ม เขาไม่ได้ทำเพราะเห็นแก่คัมภีร์ที่จะได้ในอนาคตนะ แค่เห็นโจวสิงหาคนเดียวมันช้า ช่วยๆ กันจะได้รีบไป
ใกล้ถึงเทียนซานแล้ว เขาอยากรีบไปอาละวาดที่ต้าซ่งจะแย่
สองแรงแข็งขัน ไม่นานก็เก็บเข็มรอบๆ ศพได้เกือบหมด แม้จะไม่ครบทุกเล่ม แต่ก็ได้คืนมาพอสมควร
โจวสิงเก็บเข็มใส่กล่อง เอาไปล้างพิษแล้วเคลือบใหม่ ก็พร้อมใช้งาน
คนไม่เคยหาเงินเอง ไม่รู้หรอกว่าเงินทองหายาก
โจวสิงจูงม้าเดินนำ ท่านราชครู ตามมา
เมื่อทั้งสองลับสายตา เหล่าโจรที่แอบซุ่มอยู่ตามบ้านก็กรูกันออกมา รุมทึ้งศพหกสิบกว่าศพเพื่อหาของมีค่า
เหมือนพวกห้าคนโฉด โจรพวกนี้ไม่ไว้ใจใคร สมบัติมีค่าจะพกติดตัวตลอด แม้โจวสิงจะค้นตัวไปรอบหนึ่งแล้ว แต่คนหนุ่มย่อมไม่รอบคอบ ไม่ได้ค้นละเอียดถึงขั้นถอดรองเท้าถอดเสื้อผ้า
พวกเขาจะสอนบทเรียนให้ไอ้หนุ่มนั่นรู้ว่า ที่ซ่อนของมีเยอะแยะ แม้แต่ในก้นก็ต้องแหกดู
หมอว่าน เจ้าบอกว่านั่นคือเซียนแพทย์หัตถ์พิษรึ
ชายถือกระบี่ข้างกายชายชราชุดเขียวเอ่ยถาม
ชายถือกระบี่ผู้นี้คือ กระบี่ทะลวงไส้ ซือหม่าเยียน วรยุทธ์เป็นรองแค่ห้าคนโฉด ส่วนชายชราชุดเขียวคือ หมอเทวดาว่านชุนหลิว ผู้ที่ทำให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่
เมื่อครู่ซือหม่าเยียนก็เกือบจะลงมือ เพราะเห็นว่าเหยื่อสองรายนี้ท่าทางรวย แถมม้าที่ขี่มาก็เป็นยอดอาชาที่พวกโจรตาถั่วดูไม่ออก
แต่ยังไม่ทันขยับ เขาก็ต้องตะลึงกับอาวุธลับของโจวสิง
ไม่ต้องออกแรง แค่ใช้อาวุธลับก็สังหารคนสามสิบกว่าคนในสิบอึดใจ
ถึงพวกนั้นจะฝีมือไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าให้เขาจัดการหมดนั่น คงต้องเหนื่อยเอาการ
ขณะที่ซือหม่าเยียนกำลังสงสัย หมอว่านก็หลุดปากออกมาว่า เซียนแพทย์หัตถ์พิษ
ชื่อเสียงโจวสิงพวกเขารู้ดี คนที่รักษาเยี่ยนหนานเทียน และฆ่าห้าคนโฉด
คนระดับนี้ ไม่ใช่คนที่เขาจะต่อกรได้
หมอว่านไม่ตอบซือหม่าเยียน ได้แต่มองตามหลังโจวสิงอย่างเหม่อลอย นานพักหนึ่งถึงจะยิ้มออกมา เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ ป่านนี้เจ้าไปอยู่ที่ไหนแล้วนะ
โจวสิงและจิวม่อจื้อใช้เวลาครึ่งวันออกจากหุบเขาคนโฉด จ่ายเงินสินบนผ่านด่านซีเซี่ย แล้วเดินทางต่อทางตะวันออก อีกสองวันก็จะถึงตีนเขาเทียนซาน
จากนั้นขึ้นยอดเขาเพียวเหมี่ยว (ยอดเขาสูงเสียดฟ้า) อีกไม่เกินสามวัน
หมอเทวดาโจว ซีเซี่ยก็มียอดฝีมือไม่น้อย นอกจากสำนักอีผิ่นถัง แล้ว ยังดึงตัวสี่คนโฉดมาด้วย มีต้วนเหยียนชิ่ง เย่เอ้อเหนียง หนานไห่เอ้อเสิน และอวิ๋นจงเฮ่อ เราอยู่ซีเซี่ยแค่สองวัน คงไม่เจอพวกมันหรอก
จิวม่อจื้อเล่าข้อมูลซีเซี่ยให้โจวสิงฟังระหว่างทาง
โจวสิงพยักหน้า มองเห็นเค้าโครงเทียนซานอยู่ไกลๆ จึงเตือน ท่านราชครู ข้าต้องบอกไว้ก่อน บนยอดเขาเพียวเหมี่ยวที่เราจะไป มีตวนผู้นหนึ่งอาศัยอยู่ วรยุทธ์สูงส่งเกินจินตนาการ แถมอารมณ์ยังแปรปรวน ท่านราชครูห้ามไปยั่วโมโหนางเด็ดขาด
โจวสิงย้ำนักย้ำหนา กลัวจิวม่อจื้อจะองค์ลง ท้าตีท้าต่อยนางเฒ่าทาริกา
จิวม่อจื้อโดนตบไม่เป็นไร แต่ถ้าเสียงานใหญ่ขึ้นมาจะยุ่ง
จิวม่อจื้อเม้มปาก ดีใจที่โจวสิงเป็นห่วง แต่ไม่ชอบใจที่โจวสิงพูดเหมือนเขาด้อยกว่าคนบนเขาเพียวเหมี่ยว
จิวม่อจื้อรู้สึกโดนดูถูก
ต้นเหตุคงมาจากที่โจวสิงเห็นเขาโดนท่านผู้เฒ่าตบคว่ำ เลยประเมินเขาต่ำไป
แบบนี้ต้องเคลียร์ คนผู้นั้นเทียบกับนักพรตไร้ศีลธรรมแล้วเป็นอย่างไร
โจวสิงชะงัก ตอบตามตรง ย่อมสู้ท่านปู่ไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสูงส่งมาก
ท่านปู่มีสหายชื่อเซียวเหยาจื่อ วรยุทธ์พอๆ กัน คนบนยอดเขาเพียวเหมี่ยวเป็นศิษย์คนโตของเซียวเหยาจื่อ
โจวสิงเล่าที่มาคร่าวๆ
จิวม่อจื้อแค่นเสียง เชอะ
นึกว่าเก่งเท่าท่านผู้เฒ่า ที่แท้ก็แค่ระดับลูกศิษย์
ถ้าอาจารย์เก่งเท่ากัน ศิษย์ก็ต้องเก่งพอๆ กัน (ตรรกะไหนเนี่ย)
เขาอาจสู้ท่านผู้เฒ่าไม่ได้ แต่ศิษย์ท่านผู้เฒ่า เขาสู้ได้สบาย
จิวม่อจื้อคิดว่าจะต้องกู้หน้าคืนมาให้ได้
เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ต้องบอกโจวสิงหรอก รอให้ถึงเวลาค่อยโชว์เทพให้ดู
จิวม่อจื้อไม่ได้ปากพระร่วง ตลอดทางเลียบชายแดนซีเซี่ย-ถูฟาน พวกเขาแทบไม่เจอผู้คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสี่คนโฉดแห่งซีเซี่ย
สองวันต่อมา ทั้งคู่ก็ถึงตีนเขาเทียนซาน
เทือกเขาเทียนซานทอดยาวหลายร้อยลี้ ครอบคลุมพื้นที่ตะวันตกของซีเซี่ยและถูฟาน มีเพียงมุมตะวันตกเฉียงเหนือของซีเซี่ยที่ติดกับต้าจิน และทางใต้ของถูฟานที่ติดกับต้าหลี่ ถึงจะเชื่อมต่อกับต้าซ่งได้
นี่คือสาเหตุที่ซีเซี่ยและต้าจินมักทำสงครามกับต้าซ่ง เพราะต้องการขยายดินแดน
ตีนเขาเทียนซานมีเมืองหลายเมืองผุดขึ้นมาเพื่อรองรับเหล่านักล่าสมบัติ
เทียนซานก็เหมือนคุนหลุน มีของวิเศษซ่อนอยู่ หลายสิบปีก่อนมีคนพบบัวหิมะเทียนซาน กินแล้วกลายเป็นยอดฝีมือ
เรื่องเล่านี้ดึงดูดชาวยุทธ์ให้หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
โจวสิงเคยมาพักที่เมืองแถบนี้กับถังจิ๋ว แต่ไม่ใช่เมืองนี้
โจวสิงสืบหาตำแหน่งยอดเขาเพียวเหมี่ยวจนแน่ใจว่าอยู่ทางเหนือห่างไปร้อยลี้ เดินทางอีกวันก็น่าจะถึง
จิวม่อจื้อกางธงรักษาฟรีตามระเบียบ เปิดคลินิกหนึ่งชั่วยาม ได้คัมภีร์มาอีกหลายเล่ม
ข่าวเรื่องโจวสิงเปลี่ยนดวงตา แพร่สะพัดไปไกลถึงต้าจิน ซีเซี่ย ถูฟาน และต้าหลี่
ดังนั้น การปรากฏตัวของโจวสิงและจิวม่อจื้อที่เทียนซาน จึงดึงดูดความสนใจอย่างมาก ชาวยุทธ์แห่กันมาขอรักษา
ขณะที่ทั้งสองหลับพักผ่อน ข่าวการมาถึงของพวกเขาก็แพร่กระจายไปทั่วสารทิศผ่านนกพิราบสื่อสาร
และที่วังศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาเพียวเหมี่ยว นกพิราบตัวหนึ่งก็บินไปถึง
ท่านประมุข ท่านให้พวกเราคอยจับตาดูเซียนแพทย์หัตถ์พิษที่เปลี่ยนดวงตาคนได้ ตอนนี้มีข่าวว่าเขามาถึงเทียนซานแล้ว อยู่ห่างไปร้อยลี้เจ้าค่ะ
หน้าถ้ำหิน หญิงงามหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบสี่คนคุกเข่ารายงาน
เสียงชราภาพดังลอดออกมาจากถ้ำ ไปเชิญคนผู้นั้นขึ้นมาบนวังศักดิ์สิทธิ์เดี๋ยวนี้
สี่ดรุณีรับคำสั่ง แล้วรีบออกไปดำเนินการทันที