ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 611-2 เข้าสู่ถ้ำใต้ดิน (2)
ตอนที่ 611 เข้าสู่ถ้ำใต้ดิน (2)
คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เข้าสู่ถ้ำใต้ดินทั้งหมดแล้ว
ฟางผิงโบกมือให้ทุกคนที่ห้องโถง หัวเราะว่า “ทุกคนรอฟังข่าวดีจากพวกเราที่นี่เถอะ ตอนที่พวกเราออกมา อย่าลืมเตรียมถ่ายฉากที่ได้รับชัยชนะกลับมาด้วย หลังจากนี้จะได้มีโอกาสเปิดให้ทุกคนได้ดู!”
“แน่นอน!”
พวกผู้ฝึกยุทธในห้องโถง ตอบกลับอย่างหนักแน่น
ทำได้อยู่แล้ว!
ต้องทำได้อยู่แล้ว!
เมืองความหวัง
ตอนที่ฟางผิงออกมา เถียนมู่ ผู้อาวุโสฟ่าน โข่วเปียนเจียง สวีมู่ฟู่…คนพวกนี้ล้วนรอเขาอยู่แล้ว
ในฝูงชนนั้น หลิวพั่วหลูเดินยิ้มมาอยู่ด้านข้างพวกถังเฟิงแล้ว ซุบซิบอะไรกันบางอย่าง
รอฟางผิงมาถึงแล้ว คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็พร้อมหน้ากันแล้ว
เถียนมู่เดินออกมา เอ่ยขึ้นว่า “หลังจากออกเมืองไปแล้ว เมืองความหวังจะไม่ส่งทหารทีละเล็กทีละน้อยเข้าไปอีก! ทางตะวันออกและตะวันตก เมืองความหวังจะดำเนินการเฝ้าระวัง วันนี้หากเมืองเทียนเหมินมียอดฝีมือมาช่วยสนับสนุน คงจะเร่งเดินทางมาถึงภายในวันนี้ หลังจากนั้นถ้าเมืองอื่นๆ มียอดฝีมือมารวมสงครามอีก…เมืองความหวังจะทุ่มแรงสกัดเต็มที่! ทุกคน หน่วยทหารทำได้ถึงขั้นนี้เท่านั้น! ถ้าหาก…”
เถียนมู่ไม่ได้พูดออกมา ทั้งไม่อยากพูดด้วย
ถ้าพ่ายแพ้สงคราม เกรงว่าระดับสูงคงหนีได้ยาก ระดับกลางระดับล่างยังพอถอยทัพกลับมาได้
อูขุยซานเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ไม่มีถ้า! ต้องชนะเท่านั้น!”
สิ้นเสียง อูขุยซานก็ทะยานตัวออกไป ตะโกนเสียงดัง “ออกเมือง!”
ไม่ได้รั้งตัวอยู่ที่เมืองความหวัง ที่นี่ไม่ใช่ฐานทัพของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ พวกเขาต้องไปตั้งฐานทัพที่ป่าราชันเจี่ยวห่างออกไปอีกสามสิบลี้
ระหว่างทาง ผู้ฝึกยุทธ์บางส่วนต่างทอดสายตามองส่งคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ออกจากเมือง ปากก็ตะโกน ‘ต้องชนะ’ ไม่หยุดหย่อน
เมืองเทียนเหมิน
ประตูทิศใต้ของเมืองเทียนเหมินที่ทรุดโทรมก่อนหน้านี้ เวลานี้ฟื้นฟูขึ้นเป็นปกติแล้ว
รับรู้ได้ถึงคลื่นปราณสะท้านฟ้าแผ่กระจายมาจากที่ไกลๆ บนกำแพงนั้น เจ้าเมืองเทียนเหมินที่สวมกวานเหนือหัวก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “ไป สืบเรื่องราวภายใน! ไปตรวจสอบตรงๆ ตรวจสอบต่อหน้าพวกเขา! ตรวจสอบออกมาให้ชัดเจน!”
ข้างหลังนั้น แม่ทัพขั้นเจ็ดคนหนึ่งขานรับ ทะยานขึ้นอากาศอย่างไม่ปิดบัง มุ่งตรงไปยังเมืองความหวัง
รอแม่ทัพคนนี้ออกไปแล้ว จู่ๆ เจ้าเมืองเทียนเหมินก็มองไปทางป่าราชันเจี่ยว แค่นเสียงว่า “ปีศาจเขาทองเชิญสัตว์ปีศาจขั้นแปดสองตัวมาที่ป่าราชันเจี่ยว คิดอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นรึ?”
“ราชา ปีศาจเขาทองจิตใจฝักใฝ่อยู่กับแหล่งแร่ชีวิต ข้ากังวลว่า…”
ยอดฝีมือขั้นแปดเพียงหนึ่งเดียวของเมืองเทียนเหมินเผยสีหน้าเป็นกังวล
สัตว์ปีศาจขั้นแปดสามคนจับจ้องอย่างไม่ลดละ นี่เป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวง
เจ้าเมืองเทียนเหมินประกายแววตาดำมืด หลังจากนั้นสักพักจึงเอ่ยว่า “นี่เป็นเดิมพันที่เหนือราชาวางไว้! พวกเราไม่อาจปฏิเสธได้ ป่าร้อยอสูรถูกแจ้งข่าวแล้วเช่นกัน ตอนนี้มีทูตเข้ามาแล้ว ปีศาจเขาทองกล้าทำลายเรื่องใหญ่ ใครก็ไม่อาจคุ้มครองมันได้!”
ระหว่างที่พูด เจ้าเมืองเทียนเหมินก็เอ่ยว่า “ยิ่งไปกว่านั้น เผ่าปีศาจไม่กล้าจะเป็นพันธมิตรกับผู้ฝึกยุทธแห่งการเกิดใหม่เช่นกัน! ปีศาจเขาทองกล้าเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ แดนเทพคงไม่มีที่ให้มันอยู่อีกแล้ว!”
แม้จะพูดแบบนี้ สีหน้าของเจ้าเมืองเทียนเหมินกลับดูไม่ได้
ราชาไหวใช้เขาและเมืองเทียนเหมินมาเดิมพัน นี่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก!
ตอนแรกเขาวางแผนจะออกจากเขตแดนเจ็ดทางใต้ ไปจากที่นี่ กลับไปยังเขตหวงห้าม
แต่พอจะไป กลับมีปัญหาเข้ามาไม่หยุดหย่อน
ปีศาจเขาทองเอาแต่ก่อกวนเขา เพราะตัวเองสวามิภักดิ์ราชาไหว เหนือราชาอีกคนจึงไม่พอใจ ฝั่งทางเดินแห่งนั้นแทบจะเอาแต่สร้างความลำบากให้ราชาไหว ไม่อนุญาตให้คนของราชาไหวเข้ามา จงใจทำให้เขาทนไม่ได้
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ราชาไหวจะส่งทูตเข้ามาประนีประนอมกับป่าร้อยอสูร ผลปรากฏว่ายังไม่ทันรอผลลัพธ์ออกมา เขาก็ถูกแจ้งให้ทราบว่าต้องทำสงครามครั้งสุดท้ายกับเขตแดนเจ็ดทางใต้!
“ราชาอสรพิษ…”
เจ้าเมืองเทียนเหมินพึมพำ ในหัวปรากฏเงาร่างหนึ่งขึ้นมา แค่นหัวเราะเบาๆ
เขารู้จักคนๆ นี้
ถึงกระทั่งรู้จักมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้เซี่ยงไฮ้!
หกสิบปีมานี้ เขาฆ่าคนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไปมากมาย ราชาอสรพิษ…เวลานั้นเขาวางแผนจะโจมตีฆ่าอีกฝ่าย น่าเสียดายที่อีกฝ่ายหนีไปได้
หลายปีมานี้แทบจะเห็นอีกฝ่ายปรากฏตัวในเขตแดนเจ็ดทางใต้น้อยครั้ง
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะยังไม่ยอมแพ้ อยากจะล้างแค้นตอนที่เขากำลังไปงั้นหรือ?
“ฮ่าๆๆ เวลานั้นไม่อยากจะสำแดงอาวุธวิเศษ ปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ นึกไม่ถึงว่าครั้งนี้ยังจะรนหาที่ตายเอง!”
จวบจนวันนี้ เขายังจำได้ เสี้ยวพริบตาที่คนรอบตัวของยอดฝีมือขั้นแม่ทัพผู้มีจิตใจฮึกเหิมคนนั้นตายไป แทบจะเป็นความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
เดิมทีเขาคิดว่าเจอกับเหตุการณ์ครั้งนั้น อีกฝ่ายต้องพังทลายลงแล้ว
กลับนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทะลวงด่านติดต่อกัน ช่วงเวลาสั้นๆ ก็เข้าสู่ขั้นราชาแล้ว
ปากบอกว่ารนหาที่ตาย ในใจเจ้าเมืองเทียนเหมินกลับแวดระวังขึ้นมา
สงครามนี้ต้องสู้จริงๆ!
ราชาอสรพิษสมควรตายเหมือนกัน!
บุคคลเช่นนี้ มีปณิธานในเส้นทางผู้ฝึกยุทธ์แน่วแน่ เป็นที่น่าสั่นสะท้าน ทะลวงด่านในยามยาก ยิ่งลำบากก็ยิ่งโดดเด่น ไม่ฆ่าเขา อีกฝ่ายอาจจะทะลวงด่านอีกครั้งได้!
มีศัตรูแบบนี้ แม้เขาจะกลับไปเขตหวงห้าม อาจไม่สามารถสงบจิตใจได้เสมอไป
ตอนที่คนของราชาไหวพูดว่าคู่ต่อสู้ของเขาเป็นใคร แม้ว่าเจ้าเมืองเทียนเหมินจะพอใจต่อการกระทำของราชาไหวอย่างมาก กลับไม่คิดลังเล ตอบรับอย่างรวดเร็ว
ฉวยโอกาสตอนนี้ ฉวยโอกาสในครั้งนี้ต้องฆ่าราชาอสรพิษให้ได้
อัจฉริยะอายุน้อยแบบนี้ ครั้งนี้ฆ่าไม่ตาย ยอดฝีมือดินแดนแห่งการเกิดใหม่คงไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองเป็นครั้งที่สอง
ระหว่างที่รอ ลำแสงปราณจากการรวมตัวนับพันคนนั้น ก็เข้าใกล้เมืองเทียนเหมินเข้ามาเรื่อยๆ
ไม่นาน แม่ทัพที่เพิ่งออกไปก็กลับมา รายงานเสียงดังว่า “ราชา อีกฝ่ายมีขั้นราชาหนึ่งคน ขั้นอารยะสองคน ขั้นแม่ทัพหกคน! ขั้นกึ่งแม่ทัพห้าคน ขั้นขุนพลหนึ่งร้อย…”
“มีฝีมืออยู่บ้าง…”
เจ้าเมืองเทียนเหมินพึมพำ ในความเข้าใจของเขา มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นแค่สำนักแห่งหนึ่ง
แม้เขาจะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่เหมือนกับสำนักอยู่บ้าง แต่ไม่ได้แตกต่างกันจนเกินไป
สำนักแห่งหนึ่ง มียอดฝีมือขั้นราชาก็แข็งแกร่งมากแล้ว แม้จะเป็นเขตหวงห้าม สำนักแบบนี้ก็เพียงพอให้ยึดครองเมืองขนาดใหญ่หนึ่งแห่งสองแห่งแล้ว
แน่นอนว่าแม้จะฝีมือแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งถึงขั้นเมืองเทียนเหมินต้านไม่ไหว
เขาและเทพมู่ร่วมมือกัน มีหวังจะฆ่าราชาอสรพิษได้
แม้จะสู้ตัวต่อตัว เขาก็ไม่กลัวราชาอสรพิษที่เพิ่งจะทะลวงด่านได้ไม่นานเช่นกัน เขาทะลวงขั้นราชามาเกือบร้อยปีแล้ว ในมือมีอาวุธวิเศษขั้นเก้า ไม่จำเป็นต้องกลัวราชาอสรพิษ
แต่เขาอยากจะเก็บราชาอสรพิษไว้!
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเขาก็จะร่วมมือกับเทพมู่ ภายใต้การร่วมมือกันถึงจะไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนีไปได้ สังหารอีกฝ่าย
แต่เมืองเทียนเหมิน ขั้นอารยะและแม่ทัพที่เหลืออยู่ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอีกฝ่าย
“ไปเมืองเยาขุย ให้ราชาขุยส่งคนมาช่วยรบ! บอกราชาขุยว่าหลังจากผ่านสงครามครั้งนี้ไป ข้าจะออกจากเขตแดนเจ็ดทางใต้ หากเขาไม่ออกแรง วันหน้าเมืองเยาขุยก็จะต้องเผชิญแรงกดดันที่ใหญ่กว่านี้! ฉวยโอกาสนี้สังหารราชาอสรพิษ ได้หรือเสียให้เขาชั่งน้ำหนักพิจารณาเอง!”
เจ้าเมืองเทียนเหมินไม่กลัวว่าราชาขุยจะไม่ช่วยรบเช่นกัน หลังจากครั้งนี้ เขาจะออกไปแล้ว
พอเขาไป เมืองเยาขุยก็จะเป็นกำลังหลักในการทำสงครามกับเมืองความหวัง
ไม่ฉวยโอกาสครั้งนี้ทำลายล้างมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ หลังจากนี้คนที่เสียเปรียบไม่ใช่ตัวเอง
เมืองเยาขุยฝีมือแข็งแกร่ง อารยะสามคน แม่ทัพสิบสี่คน เทียบกับเมืองเยามู่ก่อนที่จะถูกทำลายแล้วยังแข็งแกร่งกว่า ตอนนี้ก็ต้องดูว่าราชาขุยจะมีฝีมือแค่ไหนแล้ว
เจ้าเมืองเทียนเหมินหัวเราะในใจ ไม่ออกแรง งั้นตัวเองฆ่าราชาอสรพิษแล้วก็จะออกจากเขตแดนเจ็ดทางใต้ ส่วนคนที่เหลือพวกนั้น เขาไม่อาจสนใจอยู่แล้ว
หลังจากนี้เมืองเยาขุยอย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน
ถ้าราชาขุยใจกล้า งั้นก็ฉวยโอกาสครั้งนี้ทุ่มออกมาสุดกำลัง นอกจากขั้นราชา ขั้นอารยะและแม่ทัพส่งออกมาทั้งหมด นี่ถึงจะทำลายล้างมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว
แต่เจ้าเมืองเทียนเหมินก็รู้เหมือนกัน โอกาสที่ยกโขยงออกมาทั้งหมดมีไม่มาก อย่างน้อยก็ต้องเหลือไว้บางส่วน คงต้องดูว่าราชาขุยจะตัดสินใจยังไง
นอกป่าราชันเจี่ยว
ฟางผิงโบกมือ ให้คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้หยุด พันเมตรข้างหน้าก็คือที่ตั้งของป่าราชันเจี่ยว
ตอนนี้ฟางผิงรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของยอดฝีมือขั้นแปด เชิญสัตว์ปีศาจขั้นแปดสองตัวมาแล้วจริงๆ
เส้นแบ่งเขตป่าราชันเจี่ยว เจี่ยวสะบัดหัวขนาดมหึมา มองไปทางพวกฟางผิง แววตาเผยความตกใจ
คนเยอะจริง!
ข้างหน้าฝูงชน ฟางผิงกางม่านพลังจิตใจ กระซิบเสียงเบาว่า “เอ่อ…อธิการ ตอนนี้ผมเป็นลูกพี่ใหญ่ พวกคุณ…ต้องนอบน้อมกับผมหน่อย…”
อูขุยซานชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ฟางผิงเจ้าเด็กนี่ ตอนที่เข้ามาก็ส่งมอบเรื่องราวกับเขา บอกเขาว่าหลอกสัตว์ปีศาจยังไง
อูขุยซานฟังจนปวดเศียรเวียนเกล้า!
ตอนนี้ได้ยินเขาพูดแบบนี้ อูขุยซานก็ใบหน้าดำคล้ำ ร่างกายกลับแข็งทื่อ ประสานมือให้กับฟางผิง เอ่ยเรียบนิ่งว่า “องค์ชายไม่จำเป็นต้องกังวลพวกเรา!”
ฟางผิงร่างกายแข็งทื่อแล้ว!
ถูกเหล่าอูเรียกแบบนี้…ทำไมรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวเอาซะเลย