ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 611-3 เข้าสู่ถ้ำใต้ดิน (3)
ตอนที่ 611 เข้าสู่ถ้ำใต้ดิน (3)
“แค็กๆ อธิการ อย่าทำแบบนี้สิครับ…เอ่อ เรียกผมว่าแม่ทัพใหญ่ก็พอแล้ว มนุษย์และถ้ำใต้ดินไม่ได้เหมือนกันสักหน่อย เจี่ยวไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น ตบตาไปลวกๆ ก็ได้แล้ว”
“แม่ทัพใหญ่เชิญตามสบาย!”
พูดจบ อูขุยซานก็ชำเลืองมองฉินเพิ่งชิงที่อยู่ด้านข้าง ฉินเพิ่งชิงสับสนอยู่บ้าง มองฉันทำไม?
อูขุยซานแค่นเสียงว่า “เธอไม่ได้ชอบเรื่องแบบนี้ที่สุดหรือไง? เรียกซะสิ ช่วยตบตาหน่อย!”
ฉินเพิ่งชิงอัดอั้นตันใจ!
แม่งเหอะ ใครชอบทำเรื่องแบบนี้กัน?
เหล่าอูหมายความว่ายังไง!
แม้จะไม่เต็มใจ แต่คนเขาเป็นอธิการ ฉินเพิ่งชิงน้อยเนื้อต่ำใจ กลับไม่คิดชักช้า ตะโกนว่า “แม่ทัพใหญ่ ตอนนี้มาถึงป่าราชันเจี่ยวแล้ว แม่ทัพใหญ่สั่งการมาได้เลย!”
“เข้าใจแล้ว ออกไปเถอะ!”
ฟางผิงขานรับแล้วก็เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่นานฟางผิงก็เดินมาข้างหน้า มองไปทางเจี่ยว
เจี่ยวก็มองเขาเช่นกัน
พ่อครัวเจ๋งมากจริงๆ!
นึกไม่ถึงว่ายังมีผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ขั้นราชา!
ไม่แปลกใจที่ก่อนหน้านี้มั่นใจว่าจะกำจัดต้นไม้โง่นั่นได้ แต่มีแค่ขั้นราชาคนเดียว…พอหรือไง?
เจี่ยวมองอูขุยซานอย่างระมัดระวัง เหมือนจะคุ้นเคยอยู่บ้าง แต่มันก็คร้านที่จะคิดมาก ขั้นราชาแล้วยังไง ขั้นราชาก็ต้องฟังคำสั่งจากพ่อครัวเหมือนกัน
ฟางผิงเดินมาทางนี้แล้วก็เอ่ยเสียงดัง “เจี่ยว! มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะยืมใช้สถานที่ป่าราชันเจี่ยว รีบถอยออกไปซะ ไม่งั้นสงครามใหญ่ครั้งนี้คงไม่ปล่อยให้นายเหิมเกริมได้อีกแล้ว”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น ฟางผิงกลับถ่ายทอดพลังจิตใจออกไป “ราชาเจี่ยว ให้ความร่วมมือหน่อย พวกนายถอยไปก่อน ครั้งนี้ฉันจะเปิดฉากสงครามกับเมืองเทียนเหมินก่อน ถึงช่วงเวลาสำคัญ นายค่อยเข้ามาสร้างความสับสนให้อีกฝ่าย ให้เจ้าเมืองเทียนเหมินคิดว่าพวกเราเปิดฉากสงครามไม่ได้เกี่ยวข้องกับนาย”
พูดจบ ฟางผิงก็ถ่ายทอดพลังจิตใจไปอีกครั้ง “ไม่งั้นตอนนี้พวกเราเปิดเผยความจริงออกไป พวกเขาต้องเตรียมตั้งรับพวกนายแน่ งั้นโอกาสก็ริบหรี่แล้ว”
เจี่ยวสั่นหัวเล็กน้อย ครุ่นคิดพักหนึ่ง จู่ๆ ก็คำรามออกมา คำรามอย่างสะท้านฟ้าสะเทือนดิน!
ครู่ต่อมา แสงสีทองสองสายก็วิบวับขึ้น ไม่นานก็ปรากฏร่างสัตว์ปีศาจสีทองอร่ามสองตัวขึ้นมา
ตัวหนึ่งรูปร่างคล้ายกับช้าง มีขนาดใหญ่ ฟางผิงจำได้ว่านี่คือปีศาจช้างยักษ์
ปีศาจช้างยักษ์พละกำลังมหาศาล ถึงขั้นแปดแล้ว พลังของร่างกายก็จะยิ่งแข็งแกร่งไร้เทียบเทียม แข็งแกร่งกว่าสัตว์ปีศาจขั้นแปดทั่วไปซะอีก
อีกตัวหนึ่งกลับเป็นสัตว์ปีศาจที่มีเขาแหลมยาวสองข้าง ลักษณะคล้ายละมั่ง ฟางผิงไม่เคยเห็นมาก่อน แต่รู้สึกว่าไม่อ่อนแอ
สัตว์ปีศาจทั้งสามรวมตัวกันแล้ว เจี่ยวก็แผดร้องเสียงดัง สัตว์ปีศาจอีกสองตัวก็คำรามเช่นกัน มองไปทางอูขุยซานอย่างระแวดระวัง ทั้งคำรามไปทางฟางผิง
ฟางผิงเห็นแบบนั้นก็ตกตะลึงไป แสดงละคร?
ให้ตายเหอะ!
หรือเจี่ยวไม่ได้พูดเรื่องร่วมมือกัน?
มีโอกาสเป็นไปได้สูง!
เห็นท่าทางสัตว์ปีศาจสองตัวนี้ น่าจะไม่รู้เรื่องราว ตอนนี้เจี่ยวกำลังคำรามเสียงดัง ไม่อนุญาตให้มนุษย์ล่วงล้ำเข้ามา
ฟางผิงถอนหายใจ เจี่ยวไม่ใช่ของดีอะไรจริงๆ ด้วย แม้จะคิดแบบนั้น ฟางผิงยังคงตะโกนอย่างโมโห “เจี่ยว! นายจะเปิดฉากสงครามกับมนุษย์จริงๆ หรือไง? ครั้งนี้ฉันแค่จะยืมสถานที่เท่านั้น สงครามใหญ่สิ้นสุด ที่นี่ยังคงเป็นของพวกนาย อย่าได้เข้าใจผิดไป!”
“โฮก!”
เสียงคำรามดังขึ้นระลอกใหญ่ แพร่กระจายไปนับสิบลี้ ไม่ถอย! ไม่ให้ยืม!
ครู่ต่อมา พวกอูขุยซานก็ระเบิดความเกรงขามอย่างแข็งแกร่ง สั่นสะท้านไปทั่วสารทิศ
ข้างหลังนั้น คนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็กู่ร้องตาม “ฮึ่มๆๆ!”
ไอสังหารพุ่งสูงเสียดฟ้า!
ในเวลานี้ ไกลๆ นั้นก็มีสัตว์ปีศาจตัวหนึ่งลอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว คำรามเข้ามาแต่ไกล
แววตาเจี่ยวปรากฏความสับสนขึ้นมา
ดินแดนแห่งการเกิดใหม่จะเปิดฉากสงครามกับเมืองเทียนเหมินจริงๆ?
คำสั่งของเหนือราชา?
ฟางผิงมองไปยังสัตว์ปีศาจที่อยู่ไกลออกไปตัวนั้นก็รู้ว่ามาจากป่าร้อยอสูร เห็นแบบนั้นก็เคลื่อนไหวพลังจิตใจทันที
“ฉันให้ผู้อาวุโสที่นั่งรักษาการณ์ในเขาต้านสมุทร หาข้ออ้างให้ฉันนำกองกำลังเข้ามาทำสงครามตัดสินสุดท้ายกับเมืองเทียนเหมิน! ผู้อาวุโสรับปากจะช่วยฉันครั้งหนึ่ง ทั้งเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าไม่สามารถคว้าผลลัพธ์ที่ควรมีได้ งั้นฉันก็แย่แล้ว ราชาเจี่ยว ครั้งนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณ ฉันก็ทุ่มออกไปเต็มที่แล้ว หากครั้งนี้ไม่ได้อะไรกลับไป ฉันก็น่าอนาถแล้ว ดังนั้นฉันยังจำเป็นต้องพูดอีกหนึ่งประโยค หลังจากจบเรื่อง นอกจากแหล่งแร่ใจกลางแล้ว ของทั้งหมดอื่นๆ ควรต้องเป็นของฉัน”
เจี่ยวเข้าใจแล้ว ไม่แปลกใจที่มีคำสั่งเหนือราชาถ่ายทอดลงมา ที่แท้ผู้อาวุโสของพ่อครัวก็ออกหน้าแล้ว!
ทายาทของเหนือราชาเป็นเรื่องดี แม้จะคิดแบบนั้น เจี่ยวยังคงไม่อาจสงบจิตใจอยู่บ้าง งั้นตัวเองลงมือ เหนือราชา…
เหมือนจะรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ ฟางผิงถ่ายทอดเสียงไปอีกครั้ง “วางใจ เมืองเทียนเหมินอยู่ในอำนาจของราชาไหว เขตแดนเจ็ดทางใต้ไม่ใช่อาณาเขตของราชาไหว เขากล้าลงมือกับนาย ผู้อาวุโสฉันก็จะลงมือควบคุมเขาเหมือนกัน!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ราชาไหวก็แทรกแซงเรื่องของเผ่าปีศาจไม่ได้ ขอราชาเจี่ยวโปรดวางใจ!”
เจี่ยวลังเลอยู่เล็กน้อย ฟางผิงเอ่ยอีกครั้ง “หากราชาเจี่ยวกังวล…งั้นก็ช่างเถอะ อันที่จริงฉันมีตำแหน่งในตอนนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือครั้งนี้ฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางบางส่วนแล้วฉันจะพาคนออกไป นับว่าสร้างผลงานแล้วเหมือนกัน หากราชาเจี่ยวอยากจะทะลวงด่าน รอหลังจากนี้ฉันมีความสามารถ ตำแหน่งมั่นคงแล้ว ค่อยมาช่วยนายช่วงชิงแหล่งแร่ชีวิตแห่งอื่นๆ อีกที”
เจี่ยวคำรามเสียงดัง!
นั่นไม่ได้!
โอกาสครั้งนี้หาได้ยาก นึกไม่ถึงว่าพ่อครัวคิดจะชิ่งหนีตอนนี้แล้ว ใช้ได้ที่ไหนกัน!
ทางป่าร้อยอสูรพูดแค่ว่าห้ามเข้าร่วมสงครามของทั้งสองฝ่าย…มันไม่ได้เข้าร่วม มันแค่จะชิงแหล่งแร่
มันและเมืองเทียนเหมินมีความแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับสงคราม
ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งก่อนต้นไม้โง่นั่นก็เกือบฆ่ามันแล้ว หรือมันจะล้างแค้นยังทำไม่ได้หรือไง?
ใช่ ล้างแค้น!
ส่วนครั้งก่อนต้นไม้โง่นั่นเกือบฆ่ามันหรือเปล่า เรื่องนี้มีความเห็นของทุกคนออกมาแล้ว ต้นไม้โง่เป็นคนทำ ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นอาณาเขตของเขา
ถึงเวลาสงครามปะทุขึ้น อีกฝ่ายล่วงล้ำอาณาเขตตัวเอง ตัวเองกลับมาปกป้องถิ่นฐานก็ไม่มีปัญหาแล้ว
อาณาเขตของเผ่าปีศาจไม่อาจล่วงล้ำได้!
ล่วงล้ำอาณาเขตของตัวเอง นั่นก็คือการยั่วโทสะ เหตุผลอยู่ฝั่งตัวเองแล้ว
ราชาไหว…ราชาไหวเป็นใคร?
เขตแดนเจ็ดทางใต้เป็นอาณาเขตของราชาชิงหลาง!
ผู้อาวุโสของพ่อครัวเฝ้าระวังอยู่ ราชาชิงหลางไม่อาจให้เหนือราชาจากข้างนอกมาเพ่นพ่านในเขตแดนเจ็ดทางใต้เช่นกัน…
ป่าร้อยอสูรและราชาชิงหลางยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เรื่องพวกนี้เจี่ยวคิดไว้หมดแล้ว
ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ปีศาจที่มีความคิด ความมุ่งมั่น ความทะเยอทะยานสูง เจี่ยวคิดว่าโอกาสครั้งนี้ตัวเองต้องคว้าไว้ให้แน่น
ไม่ครุ่นคิดต่ออีก เจี่ยวคำรามอย่างไม่เต็มใจยกใหญ่ ก่อนจะพาสัตว์ปีศาจขั้นแปดสองตัวทะยานลอยออกไปไกล
ข้างล่างนั้น สัตว์ปีศาจที่ลักษณะคล้ายเจี่ยวนับร้อยตัวก็ทยอยตามเจี่ยวไป
ฟางผิงกวาดตามองแวบหนึ่ง ลอบชมในใจ
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเจี่ยวไร้ญาติขาดมิตรมาโดยตลอด ตอนนี้ดูท่า…พูดยากแล้ว
สัตว์ปีศาจเผ่าเดียวกันนับร้อยตัว ขั้นเจ็ดมีสามตัว ที่เหลืออยู่แทบจะเป็นระดับกลางทั้งหมด นับว่าอำนาจไม่น้อยเลย
เจี่ยวออกไปแล้ว เวลานี้อูขุยซานค่อยเดินขึ้นมา เอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น?”
“มันออกไปก่อน สงครามระดับสูงเริ่มแล้ว มันถึงจะพาสัตว์ปีศาจกลับมา”
“เธอมั่นใจ?”
ฟางผิงครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เอ่ยว่า “มั่นใจเจ็ดส่วน ปีศาจตัวนี้รักเงินจะตายไป คิดว่าตัวเองฉลาดหัวแหลม จริงๆ ก็เป็นคนโง่ น่าจะหลงกลเหมือนกัน”
อูขุยซานหมดคำพูด ส่ายหน้าเบาๆ ไม่ครุ่นคิดเรื่องพวกนี้อีกแล้ว เอ่ยปากว่า “ถ้าเจี่ยวไม่ร่วมสงคราม งั้นเป้าหมายก็คือโจมตีระดับสูงทั้งหมด ยกเว้นขั้นเก้า ถ้าสามารถฆ่าเจ้าเมืองเทียนเหมินได้ งั้นก็ฆ่าเขา ถ้าทำไม่ได้…งั้นก็ละทิ้งไป!”
ตอนนี้อูขุยซานมีสติขึ้นมาแล้ว
แม้เขาจะไม่เต็มใจปล่อยเจ้าเมืองเทียนเหมินไป แต่ถ้าไม่มีโอกาสจริงๆ งั้นเขาก็ไม่อาจดึงดันพาทุกคนไปตายได้
ฟางผิงพยักหน้า ก่อนจะตะโกนว่า “ทุกคนเข้าไปในป่าราชันเจี่ยว!”
ไม่นาน ฟางผิงก็นำทางทุกคนเดินเข้าไปไปยังใจกลางป่าราชันเจี่ยวอย่างคุ้นเคยเส้นทางดี