ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 612 สงครามใหญ่ (1)
ตอนที่ 612 สงครามใหญ่ (1)
ขณะที่พวกฟางผิงเข้าสู่ป่าราชันเจี่ยวได้ไม่นาน
ทิศตะวันออก กลุ่มคนจำนวนหนึ่งก็ทะยานเข้ามา เผยความเกรงขามสะท้านฟ้า
“ขั้นแปดสองคน!”
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย!
แม้จะอยู่ในการคาดหมาย แต่เมืองเยาขุยส่งขั้นแปดมาสองคนก็ทำให้เขาจริงจังขึ้นมาเช่นกัน
ส่งขั้นแปดมาสองคนงั้นเฉินเย่าถิงก็ต้องเป็นคนสกัดสองคนนี้แล้ว!
เฉินเย่าถิงเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “สองคนนี้ให้เป็นหน้าที่ฉัน!”
“ผู้เฒ่าเฉิน…”
“ตกลงกันแล้ว ของก็เอามาแล้ว วางใจเถอะ”
เฉินเย่าถิงไม่อยากพูดมาก ด้านข้างนั้น อูขุยซานเอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “ยังมีขั้นเจ็ดอีกหกคนมาสนับสนุน ขั้นเจ็ดเก้าคน!”
หลิวพั่วหลูมองไปทางทุกคนแวบหนึ่ง เอ่ยปากว่า “ขั้นแปดของเมืองเทียนเหมิน ฉันและหวงจิ่งจะจัดการเอง!”
“ผู้เฒ่าหลิว…”
“พวกนายทุ่มกำลังสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดพวกนั้น!”
หลิวพั่วหลูเผยแววตาคมกริบ “หลายปีมาแล้ว โอกาสแบบนี้ยังคงเป็นครั้งแรก ฆ่าได้มากเท่าไหร่ก็เท่านั้น!”
ฟางผิงกัดฟัน สูดลมหายใจเข้าลึก “ในเมื่อผู้เฒ่าหลิวยืนกราน งั้นอาจารย์ คุณและอาจารย์ถังร่วมมือกันสกัดขั้นแปดคนนั้นเถอะ! ผมและเหยาเฉิงจวินจะพยายามฆ่าขั้นเจ็ดพวกนั้น จะตามเข้าไปสนับสนุนพวกคุณอีกที!”
ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็หันไปมองหวังจินหยางและหลี่หานซง เอ่ยว่า “พวกนายสองคน…”
หวังจินหยางพยักหน้าว่า “วางใจ พวกเราจะหาโอกาสทะลวงด่าน ตอนนี้ยังไม่เหมาะสม”
ตอนนี้มีขั้นเจ็ดเพิ่มมาอีกสองคน บางทีเมืองเยาขุยอาจจะส่งคนมาอีก จะเพิ่มแรงกดดันให้ทุกคนมากกว่านี้
“ตกลง”
ฟางผิงพยักหน้า
ในเวลานี้ทิศทางของเมืองเทียนเหมิน มีคนหัวเราะเสียงดังขึ้นมาแล้ว “ราชาอสรพิษ! ในเมื่อมาแล้ว ทำไมไม่เจอกันสักหน่อยล่ะ!”
“เหอะ!”
อูขุยซานแค่นหัวเราะ ทะยานขึ้นอากาศทันที!
พวกฟางผิงทยอยทะยานตัวขึ้นเช่นกัน มองออกไปไกลๆ เมืองเทียนเหมินยังห่างจากที่นี่ไกลอยู่บ้าง เกินกว่าสามสิบลี้
แต่สามสิบลี้ก็ไม่ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันเมตร ระยะห่างแบบนี้ สำหรับยอดฝีมือระดับสูง พูดว่าไกล อันที่จริงก็ไม่ได้ไกล
บนท้องฟ้าเมืองเทียนเหมิน ปรากฏเงาหลายร่างยืนตรงดิ่งในอากาศ
ข้างหน้านั้น ยอดฝีมือสวมกวานยืนหยัดอย่างภาคภูมิ บนฟ้านั้นคือเจ้าเมืองเทียนเหมิน
ตอนนี้เจ้าเมืองเทียนเหมินแต่งแต้มใบหน้าด้วยรอยยิ้ม เมืองเยาขุยไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างที่คาด
ขั้นอารยะสองคน แม่ทัพหกคน แรงสนับสนุนเช่นนี้ไม่นับว่าอ่อนแอเลย
มองจากพลังระดับสูง ขั้นราชาเมืองเทียนเหมินสองคน ขั้นอารยะสามคน ขั้นแม่ทัพเก้าคน
ส่วนอีกฝ่าย ขั้นราชาหนึ่งคน ขั้นอารยะสองคน ขั้นแม่ทัพหกคน
หากโชคดี มีโอกาสทำลายล้างอีกฝ่ายจนสิ้นซากด้วยซ้ำไป
แต่ว่าในเมื่อฝั่งตรงข้ามเป็นราชาอสรพิษ งั้นก็มีเรื่องต้องทำแล้ว
ตอนที่เห็นอูขุยซานทะยานขึ้นฟ้า เจ้าเมืองเทียนเหมินก็ส่งเสียงหัวเราะผ่านอากาศ “ราชาอสรพิษ…ฮ่าๆๆ! ไม่ได้เจอตั้งหลายปี จนถึงวันนี้ข้ายังไม่ลืม แววตาที่ผิดหวังและโกรธแค้นของเจ้า…ราชาอสรพิษ ยังจำลูกสาวของเจ้าได้หรือเปล่า? ตูม…กลายเป็นเนื้อแหลกเหลว…ฮ่าๆๆ…ช่างเป็นเด็กที่น่ารัก…”
“เดรัจฉาน!”
หลูเพิ่งโหรวตะโกนอย่างโมโห อูขุยซานกดตัวเธอไว้ กดเสียงว่า “เพิ่งโหรว!”
หลูเพิ่งโหรวเผยดวงตาแดงก่ำ มือสองข้างเส้นเลือดปูดอย่างเห็นได้ชัด
สิบเอ็ดปีแล้ว!
สิบเอ็ดปีนี้ ความคิดเพียงอย่างเดียวของเธอก็คือฆ่าเดรัจฉานนั่น!
ตอนนี้ได้ยินเจ้าเมืองเทียนเหมินใช้การตายของลูกสาวมายั่วยุพวกเขา หลูเพิ่งโหรวก็แทบคลั่งอยู่บ้าง
ฟางผิงขมวดคิ้ว ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ความสามารถไม่ต่างกันมาก ช่วงเวลาตัดสินความเป็นความตายอยู่ในเสี้ยวพริบตา
หลูเพิ่งโหรวควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ จะตกเป็นเป้าของอีกฝ่ายได้ง่าย!
เป้าหมายของเจ้าเมืองเทียนเหมินอยู่ตรงนี้
เขาอยากให้อูขุยซานบ้าคลั่ง!
คนแบบนี้ บางทีอาจสามารถระเบิดพลังอย่างแข็งแกร่งออกมา ทั้งสามารถเผยช่องโหว่ออกมาได้ง่ายเช่นกัน หาโอกาสจากเรื่องนี้ในการฆ่าอีกฝ่าย
เป็นดังคาด ได้ยินเสียงร้องของหลูเพิ่งโหรว เจ้าเมืองเทียนเหมินก็ยิ้มอย่างเบิกบาน หัวเราะว่า “ที่แท้ก็เป็นฮูหยินของราชาอสรพิษ น่าเสียดาย ข้ารอพวกเจ้ามาล้างแค้นโดยตลอด…นึกไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะอดทนมาได้ตั้งหลายปี! น่าเสียดายจริงๆ ไม่งั้นจะได้ส่งพวกเจ้าไปทั้งครอบครัวแล้ว ลูกสาวของพวกเจ้ายังรออยู่เลย เด็กที่ยังอายุน้อย เลือดสดน่ารัญจวนใจ…ชั่วพริบตาที่ระเบิดนั้น เลือดเนื้อปลิวว่อน ข้าอยากลิ้มรสอยู่บ้างจริงๆ ช่างน่าแสนอร่อย…น่าเสียดาย”
อูขุยซานเอ่ยอย่างเยือกเย็น “นายกลัวแล้ว”
“ข้ากลัวแล้ว? ฮ่าๆๆ…”
“นายกลัวตาย!”
อูขุยซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “นายกลัวว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉัน ถูกฉันฆ่าอยู่ตรงนี้! หากนายไม่กลัว ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ นายกำลังกลัว เพราะนายรู้ว่าฉันมีพรสวรรค์มากกว่านาย มีอนาคตมากกว่านาย หากฉันไม่ตาย นายต้องตายอย่างแน่นอน!”
“ฮ่าๆๆ! น่าขัน น่าเศร้า! ราชาอสรพิษ ลืมภาพดิ้นทุรนทุรายของเจ้าในปีนั้นแล้วหรือไง?”
“ใช่ เมื่อปีนั้นฉันอยู่ขั้นเจ็ด นายขั้นเก้า วันนี้ฉันขั้นเก้า นายยังขั้นเก้าเหมือนเดิม! นายกลัว กลัวฝังลึกถึงกระดูก…”
“น่าขำ!”
อูขุยซานไม่รับบทสนทนา ความสามารถในการจู่โจมจิตใจ ไม่ได้มีเจ้าเมืองเทียนเหมินที่ทำได้คนเดียว
ในระหว่างที่ทั้งสองคนพูดคุยกัน ฝั่งเมืองเทียนเหมิน ประตูตะวันออก ประตูทางใต้ ประตูตะวันตกต่างมีกองกำลังชุดเกราะกรูออกมาจากเมืองเป็นแถวยาว
“ราชาอสรพิษ ดูละครสักหน่อยเป็นยังไง?”
เจ้าเมืองเทียนเหมินหัวเราะ ยิ้มอย่างเริงร่า “เจ้าไม่ได้อยากล้างแค้นหรือไง? ข้าสงสารเจ้า กลัวว่าเจ้าจะตายระหว่างทางอย่างโดดเดี่ยว ไม่สู้สงครามล้างแค้นครั้งนี้ เพิ่มความสนุกลงไปสักหน่อย ข้าจะส่งศิษย์ทั้งหลายของเจ้าไปรอก่อนเป็นยังไง?”
อูขุยซานไม่ปริปาก
“ฮ่าๆๆ! มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้…น่าสนใจ น่าสนใจ! กลัวจะเป็นเหมือนเวลานั้น เห็นศิษย์ของเจ้า เห็นลูกสาวของเจ้า ตายอยู่ตรงหน้าตัวเองอย่างนั้นสินะ?”
“ในเมื่อเจ้าขอเหนือราชาได้ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าล้างแค้น!”
“กล้าหรือเปล่า?”
อูขุยซานเอ่ยเนิบช้าว่า “หากนายกล้า นายกับฉันก็มาตัดสินความเป็นความตายกัน จะต้องให้คนอื่นๆ ตายเปล่าทำไม…”
“ไม่จำเป็นต้องยั่วยุข้า”
เจ้าเมืองเทียนเหมินเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “สามารถใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่าฆ่าเจ้าได้ ทำไมจะไม่ผ่อนคลายลงสักหน่อยล่ะ พวกเจ้าคนน้อย ฝีมืออ่อนแอ นั่นก็เพราะพวกเจ้าเป็นผู้อ่อนแอ ผู้อ่อนแอมีสิทธิ์อะไรมาร้องขอความเท่าเทียม!”
พูดจบ เจ้าเมืองเทียนเหมินก็หัวเราะอีกครั้ง “ผู้อ่อนแอเกิดมาก็ต้องเป็นเบี้ยล่างของผู้แข็งแกร่งอยู่แล้ว! ในเมื่อพวกเจ้ารู้ว่าตัวเองอ่อนแอ ยังกล้าท้าทาย จะตายไปก็สมควรแล้ว!”
ในเวลานี้ฟางผิงก็ตะโกนขึ้นมา “หมาแก่เอ๊ย! พวกไร้ประโยชน์ต่อให้เยอะแค่ไหนก็เป็นแค่พวกไร้ประโยชน์อยู่ดี! มีสงครามครั้งไหนที่ไม่ฆ่าพวกนายจนกลัวหัวหดบ้าง! หากไม่กลัวจริงๆ จะหนีตายไปเขตหวงห้ามเหมือนหมาจนตรอกทำไม!”
“บังอาจ!”
ฝั่งเมืองเทียนเหมิน เจ้าเมืองเทียนเหมินยังไม่ทันเอ่ยปาก ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนหนึ่งก็เผยประกายแววตาแฝงไอสังหาร เอ่ยอย่างดุดันว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งการเกิดใหม่รนหาที่ตายแบบนี้กันหมดเลยหรือไง!”
ในถ้ำใต้ดิน บทสนทนาของขั้นเก้า ผู้อ่อนแอมิอาจส่งเสียงแทรกได้
ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมาโดยตลอด
ฟางผิงแค่นหัวเราะว่า “เศษสวะ! นายกล้าออกรบ ฉันจะบดขยี้นายกับมือให้ดู!”
“เจ้าก็ลองสิ!”
“ไอ้โง่!”
ฟางผิงหัวเราะ มองกองกำลังที่รวมตัวนอกเมืองเทียนเหมินไปแวบหนึ่ง
เกินกว่าห้าหมื่นคน!
นึกไม่ถึงว่ายังมีคนทั่วไปอยู่จำนวนมาก!
ยอดฝีมือถ้ำใต้ดิน ไม่เห็นผู้อ่อนแออยู่ในสายตาจริงๆ ด้วย
การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์แบบนี้ ผู้ฝึกยุทธ์เกือบหมื่นของอีกฝ่ายยังปะปนด้วยคนธรรมดาอีกนับหมื่น คนพวกนี้ไม่ใชส่งมาตายหรือไง?
หัวคนที่ยืนอยู่อย่างเบียดเสียด ห่างออกไปนับสิบลี้ก็สามารถมองได้ชัดเจนแล้ว
ทั้งสองฝ่ายสนทนาผ่านอากาศ ด้านข้างนั้น เฉินเย่าถิงเอ่ยว่า “เจ้าเมืองเทียนเหมินคิดจะเปิดสงครามระดับกลางและระดับล่างก่อน ทำลายกำลังใจของพวกเรา ไม่เปิดฉากสงครามระดับสูงตรงๆ…”
การต่อสู้ของระดับกลางและระดับล่าง ต่อให้เมืองเทียนเหมินบาดเจ็บล้มตายแค่ไหน จากนิสัยของเจ้าเมืองเทียนเหมิน ไม่อาจส่งผลกระทบอะไรได้
แต่หากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เกิดความสูญเสียอย่างหนัก ทุกคนน่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมด
สงครามไม่ใช่การเข่นฆ่าในครั้งเดียว
เสี้ยวพริบตาที่เจ้าเมืองเทียนเหมินเอ่ยปากก็แผ่แรงกดดันมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อยู่ตลอด
อูขุยซานจมดิ่งในความเงียบ อีกฝ่ายมีผู้ฝึกยุทธ์นับหมื่น!
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีแค่ไม่กี่พัน จำนวนคนมีแค่ครึ่งหนึ่งของผู้ฝึกยุทธ์อีกฝ่าย ทั้งคนธรรมดานับหมื่น…แม้จะฆ่า นั่นก็ทำให้หลายคนฆ่าอย่างใจอ่อนได้
ในเวลานี้ เจ้าเมืองเทียนเหมินที่อยู่ไกลออกไปหัวเราะขึ้นมา “ไม่กล้างั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนี้ งั้นข้าก็ผิดหวังแล้ว! เจ้าและข้าทำสงครามกัน ข้าก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงคนพวกนี้ได้…ถ้าพวกเจ้ายอมให้ข้าเห็นละครสักฉาก งั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงก็ต้องมีสนามรบของผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอยู่แล้ว!”
อูขุยซานขมวดคิ้วขึ้นมา ฟางผิงประกายแววตาเย็นเยียบ
อีกฝ่ายไม่สนใจความเป็นความตายระดับกลางระดับล่างของฝั่งตัวเอง
ระหว่างสงครามใหญ่ หากไม่หลบเลี่ยงจากคนพวกนี้ ย่อมง่ายที่จะสร้างความสูญเสียจำนวนมาก
ฟางผิงสูดลมหายใจ กดเสียงว่า “อธิการ รับปากเขา! ในเมื่อเขาอยากดูละครฉากใหญ่ งั้นก็ทำให้เขาสมปรารถนา!”
อูขุยซานมองเขาแวบหนึ่ง ฟางผิงเคลื่อนไหวพลังจิตใจ กลับปกปิดกลิ่นอายของตัวเองไว้
“เดี๋ยวถ้าสงครามระดับล่างและระดับกลางเปิดฉากก่อน ผมจะลอบใช้พลังจิตใจฆ่าศัตรู แม้จะเป็นเขาก็ไม่อาจค้นพบได้!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา อูขุยซานก็แววตาวูบไหว
คนของเมืองเทียนเหมินตายหมดแล้ว เจ้าเมืองเทียนเหมินอาจไม่สนใจเสมอไป เพราะเขาจะออกไปแล้ว
แต่ยังมีคนสนใจอยู่!
ไม่ใช่สิ มีปีศาจสนใจอยู่
สำหรับต้นเทียนเหมิน เมืองเทียนเหมินไม่ได้เป็นอาณาเขตของเจ้าเมืองเทียนเหมิน แต่เป็นของมัน
ผู้ฝึกยุทธ์พวกนั้นเป็นประชากรของมัน
ครั้งนี้เจ้าเมืองเทียนเหมินจะไป ไม่ใช่กับมัน มันยังต้องเดินในเส้นทางของตัวเอง สูญเสียเป็นจำนวนมาก เกรงว่าต้นเทียนเหมินจะได้รับผลกระทบไม่น้อย
นึกมาถึงตรงนี้ อูขุยซานก็เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “ในเมื่อนายอยากดูละคร งั้นฉันก็จะทำให้นายสมใจ สุนัขไร้บ้านอย่างนายไม่ได้สนใจความเป็นความตายของคนพวกนี้อยู่แล้ว แต่ต้องมีบางคนที่ไม่อยากออกไป ฉันกลับอยากเห็นว่าจะไม่สนใจกันหมดจริงๆ หรือเปล่า!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา แม้ระยะจะห่างไกลกัน ทุกคนมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าคนเมืองเทียนเหมิน คาดว่าผู้ฝึกยุทธ์บางส่วนที่ไม่อยากออกไปคงไม่รู้สึกดีเท่าไหร่
เจ้าเมืองเทียนเหมินเผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ในเมื่อพวกเจ้าไม่ปฏิเสธ…งั้นก็ชมละครไปพร้อมกัน”