ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 645 แดนสุขาวดี (1)
ในหุบเขา
บรรยากาศโกลาหลวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ
ในนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางพูดว่า “แม้พวกเราจะไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง แต่ก็ยินดีใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง! ถึงจะไม่สามารถทิ้งชื่อเสียงไว้ในประวัติศาสตร์ก็ไม่ยินยอมจะใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า! คุณฟาง พวกเราไม่ได้เข้าสู่โลกมนุษย์มานานแล้ว หากออกไป…”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากทุกคนยินดี สามารถไปสอนที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้ แน่นอนว่าผมไม่แนะนำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่ต่ำกว่าระดับสูงไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่ว่าดูถูกพวกผู้อาวุโส แต่ระดับกลาง มีอันตรายค่อนข้างมาก แต่ถ้าทุกคนอยากจะไปจริงๆ ฟางผิงก็ยินดีต้อนรับทุกคนเหมือนกัน ผู้อาวุโสทุกคนไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมสงครามใดใด จุดนี้ผมสามารถรับประกันได้ ให้ความรู้สอนสั่ง ถือว่าทำคุณูปการเพื่อมนุษยชาติเหมือนกัน!”
ฟางผิงเอ่ยเสียงดังว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ต้องทำสงครามอย่างเดียวถึงจะถือว่าใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง? ไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว! คุณสอนหนังสือได้ดี สอนผู้ฝึกยุทธ์อัจฉริยะออกไปกลุ่มหนึ่ง สอนยอดฝีมือที่ทำผลงานเพื่อมนุษยชาติออกไปกลุ่มหนึ่ง นั่นก็เป็นคุณูปการที่คุณทำต่อมนุษยชาติเหมือนกัน! นักศึกษามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นับหมื่น อาจารย์ไม่ถึงพันคน แค่หนึ่งพันคนนี้ยังมีนับร้อยคนนั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดินอีก ผู้ฝึกยุทธ์ที่มีเวลามาสอนอย่างแท้จริง ไม่ถึงสามร้อยคนเท่านั้น! คนน้อยขนาดนี้ชี้แนะเส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์ ไม่อาจจะผิดพลาดได้แม้แต่น้อย กำลังคนมีอย่างจำกัด ตัวเองยังต้องฝึกวิชาอีก หนึ่งคนรับลูกศิษย์หลายสิบคน ไหวจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?”
ฟางผิงถอนหายใจเบาๆ “ในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มีเรื่องให้สอนมากมาย มีทั้งข้อมูลความรู้และทักษะต่อสู้ อย่างเช่นความเข้าใจในประวัติศาสตร์ผู้ฝึกยุทธ์ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังจะมีใครเทียบกับพวกผู้อาวุโสได้อีก? ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ ผู้ฝึกยุทธ์ระดับล่างหลอมกระดูกและร่างกาย หรือแค่จุดนี้พวกผู้อาวุโสยังสอนไม่ได้? ผู้อาวุโสทุกคนนิสัยสุขุมใจเย็น กลับเหมาะจะสอนสั่งนักศึกษามากกว่า อาจารย์ของพวกเรา บางคนถนัดการรบราฆ่าคน ขาดแคลนความอดทน นักศึกษาบางส่วนไม่เข้าใจคำถาม…ถามไปครั้งหนึ่งแล้ว หากถามอีกก็ถูกตำหนิได้แล้ว แต่พวกผู้อาวุโสล่ะ? แม้ผมจะไม่ได้คุ้นเคยกับผู้อาวุโส แต่เห็นความเงียบสงบของที่นี่ คาดว่าผู้อาวุโสทุกคนคงเป็นคนใจดีอ่อนโยน คนแบบนี้ไม่เป็นอาจารย์ก็น่าเสียดายแล้ว!”
ฟางผิงถอนหายใจว่า “ผู้ฝึกยุทธ์ไม่ได้ต่อสู้แค่อย่างเดียว ทุกคนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ทองคำอยู่ที่ไหนก็เปล่งประกายได้ ตอนที่คุณสอนปรมาจารย์ออกไปหนึ่งคน สอนขั้นสุดยอดออกไปหนึ่งคน…เป็นความภาคภูมิใจขนาดไหนกัน! นี่เป็นความสำเร็จถึงขนาดไหนกัน? มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้รวบรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน ดอกไม้หลายชนิดเบ่งบานแข่งขัน ชอบผลิตวิจัยยาบำรุง ชอบสร้างอาวุธล้วนสามารถหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ได้ทั้งนั้น ร่วมศึกษาค้นคว้าไปด้วยกัน ยาบำรุงอย่างยาฟื้นฟูจิตใจ ผู้อาวุโสน่าจะเข้าใจอยู่บ้าง จนถึงตอนนี้มนุษยชาติยังไม่อาจผลิตออกมาได้ ถ้ามีคนคิดค้นวิจัยยาบำรุงประเภทนี้ ทั้งปรับปรุงให้ดีขึ้นอีก จะเป็นผลงานใหญ่ขนาดไหนกัน?”
ฟางผิงถอนหายใจว่า “น่าเสียดาย ขาดแคลนกำลังคนเกินไป งานแบบนี้เหมาะกับพวกผู้อาวุโสจริงๆ เดินออกจากเมืองเจิ้นซิง ลืมเลือนอดีตไป ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง พูดว่ายากก็ยาก พูดว่าง่ายแค่คิดก็ทำได้แล้ว!”
—
คล้อยจากคำพูดของฟางผิง มีบางคนถามขึ้นว่า “งั้นถ้าไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ครอบครัวของพวกเรา…”
“เรื่องนี้ผู้อาวุโสทุกคนวางใจ เมื่อก่อนเป็นยังไง หลังจากนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น ทั้งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยังมีผลประโยชน์เล็กน้อย ที่อื่นๆ ไม่อาจเทียบได้”
ตอนนี้ฟางผิงเห็นเหล่าหวังอยากลองขึ้นมาอยู่บ้าง หลี่หานซงก็อ้าปากหวังจะพูดอะไรสักอย่าง ก่นด่าในใจไปหนึ่งที คิดจะฉวยผลประโยชน์จากแรงคนอื่น เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!
ฉันหลอกมาถึงขั้นนี้ ยังจะปล่อยให้พวกนายคว้าประโยชน์ไปได้ยังไง?
ไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาแทรกบทสนทนา ฟางผิงเอ่ยอย่างรวดเร็ว “หลายวันก่อนมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้บุกทะลวงเมืองราชาได้หนึ่งแห่ง! ใต้ดินของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ตอนนี้มีแหล่งแร่พลังงานขนาดใหญ่อยู่ จุดนี้มหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ที่อื่นไม่อาจเทียบได้แน่นอน หากพวกผู้อาวุโสไม่ลงถ้ำใต้ดิน งั้นก็จะได้รับทรัพยากรอย่างจำกัด อยู่ในมหาวิทยาลัยอื่น นั่นเป็นการฝึกวิชาอย่างยากลำบาก แต่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่เหมือนกัน แค่การคงอยู่ของแหล่งแร่ก็เพียงพอประคองการฝึกวิชาของพวกผู้อาวุโสแล้ว แม้จะเป็นเมืองเจิ้นซิง นอกจากหอฝึกวิชา สภาพแวดล้อมของการฝึกวิชาที่อื่นๆ ล้วนห่างไกลจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อย่างมาก...”
ฟางผิงพูดอยู่ยกใหญ่ เหล่าหวังและเหล่าเหยานั้นแทบจะอ้าปากเก้ออยู่หลายครั้ง ถูกฟางผิงตัดบทไปตรงๆ
หวังจินหยางสีหน้าเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก!
ไอ้เวรนี้…ไม่เปิดโอกาสให้พวกเราสักนิดเลยหรือไง?
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้นายมีปรมาจารย์เท่าไหร่กัน?
แปดคน!
ที่นี่มีเท่าไหร่!
สิบสองคน!
นี่หากเห่ไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้กันหมดก็ยี่สิบคนแล้ว!
มหาวิทยาลัยหนานเจียงล่ะ?
น่าอดสูจะตายไป!
มหาวิทยาลัยใหญ่อย่างหนานเจียง มีแค่เขาคนเดียว น่าปวดใจอะไรอย่างนี้
เขาอยากอ้าปากพูดหลายครั้ง ท้ายที่สุดยังคงไม่ได้พูดออกไป ในใจนั้นไม่รู้เป็นความขมขื่นแบบไหน ฉันยังจะนำพามหาวิทยาลัยหนานเจียงให้โดดเด่นได้ยังไงอีก?
ฉันไม่ได้หน้าหนาเหมือนเขา พูดเก่งไม่เท่าเขา ทั้งหลอกไม่เก่งเหมือนเขา ทรัพยากรก็ช่วงชิงได้เยอะไม่เท่าเขา?
แค่เรื่องพวกนี้ ฉันยังจะพาให้มหาวิทยาลัยหนานเจียงล้ำหน้ามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้ยังไงอีก?
เขาอัดอั้นตันใจ เหยาเฉิงจวินแทบอยากจะกระอักเลือดออกมาด้วยซ้ำ
ฉันต่างหากที่เป็นเจ้าของวิหารว่านซาน!
ตามหลักแล้ว หากคนพวกนี้จะออกจากเขาก็ควรไปโรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่ง
แต่ตอนนี้…เหมือนจะไม่มีเขาอยู่ในนั้นแล้ว?
“หากอธิการรู้เรื่องนี้…จะฆ่าฉันหรือเปล่า?”
เหยาเฉิงจวินรู้สึกอึดอัดในใจอยู่บ้าง หากอธิการรู้ว่าตัวเองมีโอกาสดึงระดับสูงสิบสองคนไปโรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่ง แต่เพราะพูดไม่เก่งจึงถูกมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้แย่งตัวไป น่าจะซ้อมเขาตายสินะ?
เขาอยากอ้าปากหลายครั้ง แต่ฟางผิงกลับพูดไม่หยุด ไม่เว้นช่วงเลยด้วยซ้ำ
ตอนนี้ฟางผิงพูดจบแล้ว เขากำลังเตรียมจะแทรกบทสนทนา จู่ๆ ฟางผิงก็ทิ้งคำพูดไว้ว่า “ผมออกไปก็จะแจ้งให้อธิการทราบทันที ให้อธิการมารอที่หมู่บ้างซิงหยวนด้วยตัวเอง! ถ้าผู้อาวุโสทุกคนครุ่นคิดดีแล้วก็เตรียมตัวสักหน่อย ไปรวมตัวกันที่หมู่บ้านซิงหยวน เดินทางไปมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ด้วยกัน! กิจธุระทุกอย่าง มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จะจัดการให้สมบูรณ์ ไม่อาจให้พวกผู้อาวุโสอยู่อย่างไร้ตัวตนแน่นอนมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกเรามีนักศึกษาและอาจารย์นับหมื่นคนกำลังรอคอยการมาถึงของผู้อาวุโสทุกคน! หวังว่าพวกเราจะสามารถร่วมมือกันสร้างยุคสมัยใหม่ที่รุ่งเรืองของผู้ฝึกยุทธ์ขึ้นมาได้ นำพายุคสมัยนี้ไปถึงจุดสูงสุด!”
พูดจบ ฟางผิงก็หมุนตัวเดินไปทันที ระหว่างที่เดินก็เอ่ยว่า “ผู้น้อยคงไม่มากความอีก ตัดสินใจยังไงล้วนขึ้นอยู่กับพวกอาวุโส เหล่าหวัง เหล่าเหยา…ไปเถอะ!”
เหยาเฉิงจวิน “…”
หวังจินหยาง “…”
พวกเขาเผยสีหน้าจนใจ แต่ตอนนี้ยังจะพูดอะไรได้อีก?
ก่อนจะออกมา หวังจินหยางครุ่นคิดแล้วยังคงเอ่ยไปว่า “ผู้อาวุโสทุกคนสามารถพิจารณามหาวิทยาลัยหนานเจียงได้เหมือนกัน”
“โรงเรียนเตรียมทหารอันดับหนึ่งด้วย”
หลี่หานซงกำลังคิดเอ่ยปาก จู่ๆ ก็รับรู้ถึงไอสังหาร ปิดปากลงไม่พูดอะไรอีก ฟางผิงจะซ้อมเขาตายเอา
แม้ทั้งสองคนจะโพล่งออกมาหนึ่งประโยค แต่คนอื่นๆ เหมือนจะไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เวลานี้ทั้งสองคนยิ่งอัดอั้นตันใจมากกว่าเดิม
—
ออกจากหุบเขาแล้ว เหยาเฉิงจวินก็เอ่ยว่า “วิหารว่านหยวนเป็นของฉัน”
ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เป็นของนาย ไม่มีใครแย่งหรอก”
“งั้น…”
“พวกเขาไม่ใช่ของนาย นั่นเป็นคน เป็นผู้ฝึกยุทธ์รุ่นอาวุโส พวกเขาเป็นอิสระ! เหล่าเหยา ความคิดนี้ของนายใช้ไม่ได้!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างจริงจังว่า “พวกเราล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ต่อสู้บากบั่นเพื่อมนุษยชาติ หรือนายจะพูดว่าผู้อาวุโสพวกนี้เป็นของนายเหมือนกัน?”
เหยาเฉิงจวินอัดอั้นตันใจอยู่ค่อนวัน เอ่ยอย่างเสียใจว่า “ได้ ฉันไม่พูดแล้ว”
“นี่ก็ถูกแล้ว”
ฟางผิงหัวเราะออกมา ก่อนจะมองพวกหลี่โม่ว่า “ผู้เฒ่าหลี่ พวกคุณก็ลองพิจารณาดูได้เหมือนกัน อันที่จริงเป็นโอกาสดีอย่างหนึ่ง ประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้พร้อมเปิดอ้ารับพวกคุณตลอดเวลา…”
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ไกลออกไปนั้น เจี่ยงเฮ่าและซูจื่ออวี้ทะยานผ่านอากาศเข้ามา
เจี่ยงเฮ่ายังไม่ทันอ้าปาก ซูจื่ออวี้ก็เอ่ยเสียงดังว่า “อธิการฟาง พวกผู้อาวุโสเตรียมงานเลี้ยงให้พวกนายที่หมู่บ้านซิงหยวนแล้ว สายมากแล้ว พวกนายรีบตามพวกเราไปกินข้าวเถอะ!”
ฟางผิงเงียบไปพักใหญ่
หมายความว่ายังไง?
หมู่บ้านซิงหยวน?
กินข้าว จำเป็นต้องไปที่หมู่บ้านซิงหยวนด้วยหรือไง?
นี่คือจะไล่คน!
เจี่ยงเฮ่าพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “ไปกินข้าวเถอะ กินเสร็จแล้ว พวกนายก็รีบกลับไปหน่อย กลับไปเมืองเซี่ยงไฮ้ รีบฝึกวิชาของตัวเองซะ”
ฟางผิงเผยสีหน้าไม่สบอารมณ์ นึกไม่ถึงว่าจะไล่ฉัน เมืองเจิ้นซิงต้อนรับแขกได้บกพร่องจริงๆ
ด้านข้างนั้น พวกหลี่โม่ทำท่าทางราวกับคุมตัวส่งเขา หลี่โม่เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ฟางผิง ในเมื่องานเลี้ยงตระเตรียมเสร็จแล้ว งั้นก็ไปตอนนี้เถอะ”
“ผมจะไปหาฉินเฟิ่งชิงในเมืองสักหน่อย…”
“ไม่จำต้องหรอก!”
เจี่ยงเฮ่าหัวเราะว่า “ฉินเฟิ่งชิงล่วงหน้าไปก่อนแล้ว!”
แทบจะพูดอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน!
ฉินเฟิ่งชิงถูกพาไปส่งโดยตรง!
บังคับพาไปส่ง!
เจ้าหมอนั่นเอาชนะสามคนในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ละรอบแทบจะกระอักเลือดออกมาสามลิตร เห็นว่าใกล้ตายแล้ว…ผลปรากฏว่ากลับยังสามารถสู้ต่อได้
ทั้งยังเอาชนะได้ด้วย!
เด็กวัยรุ่นในเมืองกลุ่มนั้น แทบจะเหมือนคนโง่ ติดหลุมพรางคนแล้วคนเล่า ปล่อยให้ฉินเฟิ่งชิงตกเบ็ดอย่างง่ายดาย
พวกผู้นำตระกูลทนมองไม่ได้เลยให้คนพาเจ้าหมอนั่นส่งออกไปจากเมืองโดยตรง
ก่อนฉินเฟิ่งชิงจะออกมา ยังทำใจไม่ได้อยู่บ้าง บอกลาเด็กวัยรุ่นพวกนั้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย น้ำตาแทบจะร่วงออกมาแล้ว
นั่นทำใจบอกลาพวกเขาไม่ได้อย่างแท้จริง!
ส่วนเจี่ยงเชาที่ช่วยโจรทำความชั่ว ตอนนี้เจี่ยงหยวนหวากำลังปิดประตูตีสุนัขในบ้านอยู่ เตรียมจะตีนายอ้วนให้ตายแล้ว
—————-