ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 652 ประวัติศาสตร์คล้ายกัน (1)
เมืองซีซาน
พอเข้าถ้ำใต้ดิน ฟางผิงก็ตรวจสอบค่าทรัพย์สินทันที
ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้อะไรกลับมาบ้างหรือเปล่า
ทรัพย์สิน : 183,600,000 จุด (เปลี่ยนแปลง)
ปราณ : 18,000 แคล (18,000 แคล)
จิตใจ : 2,210 เฮิรตซ์ (2,210 เฮิรตซ์)
พลังทำลายล้าง : 22% (22%)
หลอมกระดูก : 177 ชิ้น (100%), 29 ชิ้น (90%)
ช่องเก็บของ : 1000 ตารางลูกบาศก์เมตร (+)
ม่านพลังงาน : หนึ่งจุดต่อนาที (+)
เลียนแบบกลิ่นอาย : สิบจุดต่อนาที (+)
ก่อนหน้านี้มอบสสารไม่แตกดับให้ปรมาจารย์ของมหาวิทยาลัยไปบางส่วน
ทั้งยังมอบให้รัฐมนตรีหวังไปอีกก้อนใหญ่
ฟางผิงสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินหลายสิบล้านจุดเช่นกัน
“จะออกไปอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ต้องเก็บงำกลิ่นอาย
สี่คนต้องรวมพวกเขาสามคนไปด้วย
ปิดบังกลิ่นอายหนึ่งนาทีสิ้นเปลืองค่าทรัพย์สินหนึ่งพันจุด…”
ฟางผิงคำนวณอยู่ยกใหญ่ไม่สนใจตู้หงที่สั่งอพยพคนเช่นกัน
มองไปทางหลี่อี้หมิงว่า
“ไป! พวกเราไปหาปรมาจารย์ใหญ่ฟางหน่อย!”
หลี่อี้หมิงเอ่ยอย่างรำคาญอยู่บ้าง
“เรียกปรมาจารย์ฟาง… ฉันมักรู้สึกว่านายกำลังหมายถึงตัวเองยังไงไม่รู้…”
“ไสหัวไป! งั้นฉันเรียกผู้บัญชาการหลี่ก็หมายถึงนายงั้นสิ?”
หลี่อี้หมิงยักไหล่นายพูดเหมือนจะมีเหตุผลเหมือนกัน
หลังจากนั้นสักพัก เขตใจกลางเมืองซีซาน
ชายชราผมสีขาวโพลนหน้าตาใจดีแฝงด้วยท่าทีไม่ธรรมดาคนหนึ่งมองไปยังพวกฟางผิง
ใบหน้าปรากฏความพอใจ พยักหน้าเล็กน้อย
เป็นบุคคลโดดเด่นจริงๆ!
เด็กหนุ่มพวกนี้เพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆ แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่
สามารถฝึกจนถึงขั้นนี้ได้ก็ทำให้คนเหนือความคาดหมายอยู่ดี
แม้อีกฝ่ายจะเป็นปรมาจารย์ใหญ่ฟางบุคคลที่คล้ายกับเทพเซียน
พวกฟางผิงกลับไม่ได้คิดเป็นจริงเป็นจัง
ปรมาจารย์ใหญ่ที่อยู่อันดับที่สิบหกคนหนึ่ง
อีกวันอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นอันดับที่สิบสี่แล้ว…
ช่างเถอะอย่าถูกรูปลักษณ์ภายนอกหลอกลวงเลย
ถึงพวกเขาจะนินทาอยู่ในใจ ใบหน้ากลับเผยความนอบน้อม
ทักทายเป็นมารยาทกับปรมาจารย์เฒ่าหลายประโยค
ปรมาจารย์ที่นั่งรักษาการณ์ในถ้ำใต้ดินโดยเฉพาะขั้นเก้า
ก็ถือเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือเช่นกัน
หลายคนนั่งรักษาการณ์มาหลายสิบปี ยากที่จะมีโอกาสออกจากถ้ำใต้ดิน
ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้หลายสิบปีมานี้ เกรงว่าผู้เฒ่าพ่านออกไปครั้งหนึ่งก็ไม่กี่เดือนเท่านั้น
ขั้นเจ็ดขั้นแปดคนอื่นๆ ยังดีกว่าหน่อย
ขั้นเก้ากลับไม่อาจออกไปได้
ฟางผิงคิดว่าตอนนี้ตัวเองดิ้นรนถึงขนาดนี้ อยากจะทำลายถ้ำใต้ดินวันนี้พรุ่งนี้
น่าจะเพราะว่าไม่อยากให้ตัวเองต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในวันหนึ่งเช่นกัน
พูดเหมือนเป็นวีรบุรุษแต่ความทุกข์ภายในนั้นน่าจะมีแค่ปรมาจารย์พวกนี้ที่รู้
มีบ้านไม่สามารถกลับได้ มีประเทศไม่อาจกลับได้
แม้จะคิดแบบนั้นฟางผิงก็ไม่คิดจะแทงใจปรมาจารย์เฒ่าพวกนี้แต่อย่างใด
ปรมาจารย์เฒ่าพวกนี้วันนี้ข่มขู่คนพวกนั้น พรุ่งนี้ข่มขู่พวกนี้
หาความสุขในความทุกข์เช่นกัน ตัวเองอย่าแทงใจจะดีกว่า
ทักทายกันสักพักแล้วฟางผิงก็ขัดแย้งในใจพักใหญ่ ยังคงเอ่ยไปว่า
“ผู้เฒ่าฟาง หลายวันนี้ต้องรบกวนคุณหน่อยแล้ว ช่วยปลอบประโลมคนในเมืองด้วย
ถ้าเกิดแรงกดดันของขั้นเก้าปะทุขึ้น… พลังจิตใจเหนือราชาอะไรทำนองนี้…
นั่นไม่เกี่ยวกับเมืองซีซาน คุณเฝ้าระวังเมืองซีซานก็เพียงพอแล้ว
พื้นที่อื่นๆ ไม่จำเป็นต้องสนใจ”
ฟางอวี่ยิ้มแข็งทื่อลงทันที คำพูดนี้… แฝงด้วยนัยยะมากมาย
ไม่แปลกใจที่พอตู้หงมาก็เริ่มอพยพทันที
“เรื่องบางอย่างของพวกเธอฉันรู้มาบ้างเหมือนกัน
แต่ฉันยังคงเชื่อว่าพวกเธอจะสามารถทำทุกอย่างได้ราบรื่น”
ฟางอวี่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นกับพวกเขา
ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนค้นหาเคล็ดวิชาไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลวนี่ก็เป็นผลงานใหญ่!
มนุษย์ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจะไปพื้นที่ระหว่างเขตแดน แต่ทุกครั้งล้วนไปไม่กลับ!
บางคนตายในเงื้อมมือผู้แข็งแกร่งเมืองราชาระหว่างทาง
บางคนตายในพื้นที่ต้องห้าม ทั้งบางคนก็ตายในทะเลหวงห้าม
ยังมีคนไม่น้อยที่ตายหลังจากเข้าไปในพื้นที่ระหว่างเขตแดนไม่กลับออกมาอีกเลย
ไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนเทียบกับเฝ้าระวังถ้ำใต้ดินแล้วยังอันตรายมากกว่า
ไม่ว่าฟางผิงจะค้นหาเคล็ดวิชาเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น
ขอแค่เขาหาเจอสุดท้ายเผยแพร่ออกมา งั้นเขาก็เป็นวีรบุรุษของมนุษยชาติทั้งหมดแล้ว
ฟางอวี่ไม่สนใจคำพูดก่อนหน้านี้ของฟางผิงอีก เอ่ยอย่างหนักแน่นว่า
“ทุกคนระวังตัวด้วย! หากทำไม่สำเร็จงั้นก็กลับออกมา!
ทางเมืองซีซานนี้ขั้นเก้ามาเยอะไปฉันก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
แต่คนสองคนยังพอไหว หากฉันรับรู้ได้จะลงมืออย่างแน่นอน!”
“ขอบคุณผู้เฒ่าฟาง”
พวกฟางผิงกล่าวขอบคุณแล้วก็ไม่พูดมากอีก ฟางผิงเอ่ยว่า
“งั้นพวกเราคงต้องออกจากเมืองแล้ว”
“เดินทางปลอดภัย!”
“แน่นอนครับ”
ไม่นานพวกฟางผิงก็จากไป
ฟางอวี่เดินไปส่งจนถึงหน้าประตูเมือง ยืนทอดมองทุกคนจากไปบนกำแพง เอ่ยเสียงเบาว่า
“น่าเสียดายฉันไปไม่ได้ ไม่งั้นคงจะคุ้มกันพวกเขาไปพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว…”
ด้านข้างนั้นหลี่อี้หมิงก็ถอนหายใจเช่นกัน
“ปู่ผมก็พูดเหมือนกัน เส้นทางผู้ฝึกยุทธ์ของพวกเขาจำเป็นต้อง ‘ช่วงชิง’ จนถึงที่สุด
พวกเขากำลังช่วงชิงเวลา ช่วงชิงทรัพยากร เดินในถนนเส้นใหญ่ออกมา
ผู้ฝึกยุทธ์เกิดใหม่มีมากมายแต่ไม่มีใครเหมือนพวกเขา
ออกไปช่วงชิงครั้งแล้วครั้งเล่า พูดตามตรงผมก็นับถือพวกเขาเหมือนกัน”
ฟางอวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ทำให้เธอนับถือได้ ทั้งเธอก็ยินดีนับถือ
ไม่ใช่เพราะความสำเร็จของพวกเขายังเป็นความสำเร็จของเธอด้วย
ผู้ฝึกยุทธ์กลัวแค่จะมองตัวเองไม่ออก ไม่รู้จักตัวเอง
เธอมีปู่เป็นขั้นสุดยอดคนหนึ่ง ไม่อวดเก่งลำพองตัวมาเฝ้าระวังถ้ำใต้ดินซีซานแต่โดยดี
นี่ก็คือความสำเร็จของเธอ”
หลี่อี้หมิงหัวเราะว่า
“หากเป็นยุคที่สงบสุข บางทีผมอาจจะเป็นคุณชายที่ดีแต่รั้นเอาแต่ใจคนหนึ่ง
แต่งตัวอู้ฟู่หรูหราก็คงทำเหมือนกัน แต่ไม่ได้…
ชีวิตไม่มีหลักประกันอะไร ทำเรื่องพวกนี้ไม่มีความหมาย
ปู่ฟางรออีกสักหน่อยเถอะ รอมนุษยชาติชนะแล้วรอภัยคุกคามของถ้ำใต้ดินสงบแล้ว
ผมก็จะทำเรื่องดื้อรั้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าออกไปขโมยภรรยามาสักคน
จะเข้ากับตัวตนของผมมากกว่าหรือเปล่า…”
ฟางอวี่คลี่ยิ้มว่า
“ไม่เห็นต้องรอ หลานสาวฉันก็อยู่ในเมือง ไม่สู้เธอไปชิงมาสักหน่อย?”
หลี่อี้หมิงเผ่นหนีไปอย่างละอายใจทันที
ช่างเถอะหน้าผมยังฝึกได้ไม่หนาเท่าพวกคุณ ผมไปดีกว่า
เห็นเขาไปแล้วฟางอวี่ก็เผยท่าทีชื่นใจ ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกเศร้าใจอย่างเลือนราง
อยู่ในวัยที่มีชีวิตชีวาเพิ่งจะยี่สิบเท่านั้น
อายุนี้ในความคิดเขานั้นยังเป็นเด็กอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้เด็กพวกนี้กำลังทำอะไร?
แบกรับภาระที่หนักอึ้ง!
ทายาทของขั้นสุดยอด… ยังต้องเตร็ดเตร่อยู่ระหว่างความเป็นความตาย
เสี่ยงอันตรายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด
อัจฉริยะอย่างพวกฟางผิงมีทั้งหัวเราะและน้ำตา
จะไม่มีความสุขได้ยังไง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจริงๆ งั้นเหรอ?
ถ้ำใต้ดิน พื้นที่ระหว่างเขตแดน…
สถานที่พวกนี้ที่ไหนไม่มีอันตรายล้นหลามบ้าง ไม่ทันไรก็เอาชีวิตไปทิ้งแล้ว
ถ้าใต้ดินไม่ใช่สถานที่ดีอะไร หากเป็นไปได้ฟางอวี่ยินยอมให้ถ้ำใต้ดินไม่ต้องมีมนุษยชาติดีกว่า
ไม่ต้องมีเงาของพวกเด็กๆ อีกแล้ว
บนกำแพงทหารอายุน้อยหลายคนยืนตรงดิ่ง ฟางอวี่มองพวกเขาแวบหนึ่ง
เผยแววตาซับซ้อน วันเวลาแบบนี้เมื่อไหร่ถึงจะสิ้นสุดกัน?