ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 653 เข้าสู่พื้นที่ระหว่างเขตแดนอีกครั้ง (1)
“โฮก!”
กลางคืนของถ้ำใต้ดินยังคงมืดมิดอย่างเช่นเคย สัตว์ปีศาจที่เตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกราตรีมาถึงก็เริ่มคำรามขึ้นมาทันที
พวกฟางผิงไม่ได้หยอกเล่นกันอีกแล้ว สวมเสื้อเกราะของถ้ำใต้ดินเก็บงำกลิ่นอายถ่อมตัวราวกับเป็นก้อนหิน
หนึ่งพันสองร้อยลี้สำหรับพวกเขาแล้วไม่นับว่าไกลมาก หนึ่งชั่วโมง… สองชั่วโมง…
เดินผ่านภูเขาใหญ่ข้ามแม่น้ำเดินเลียบไปตามทาง เจอจุดที่สัตว์ปีศาจบางส่วนชุมนุมกันอยู่เช่นกัน
พวกฟางผิงไม่ได้ลงมือ หลีกเลี่ยงได้ก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยง
ถึงระดับของพวกเขาแล้ว สัตว์ปีศาจระดับกลางระดับต่ำแทบไม่เป็นประโยชน์และภัยคุกคามกับพวกเขาทั้งนั้น
ตอนที่ยังอ่อนแอ ฟางผิงเคยคิดว่าทำไมปรมาจารย์ยอดฝีมือถึงไม่เข่นฆ่าพวกที่อ่อนแอ?
ตอนนี้มาถึงระดับนี้จริงๆ ฟางผิงก็ได้สัมผัสกับตัวเองแล้ว
เมื่อถึงขั้นนี้เว้นเสียแต่มีความจำเป็นจริงๆ มิฉะนั้นทุกคนต่างจับตามองระดับเดียวกันเท่านั้น
ใครจะว่างสนใจฆ่าพวกที่อ่อนแอกัน สร้างปัญหาให้ตัวเองเปล่าๆ?
ยิ่งไปกว่านั้นคุณฆ่าพวกอ่อนแอของพวกเขา ฉันก็ฆ่าพวกอ่อนแอของคุณได้ นั่นก็วุ่นวายไปกันใหญ่แล้ว
เดินทางติดต่อกันหกร้อยกว่าลี้ จู่ๆ เหยาเฉิงจวินก็เอ่ยว่า “ข้างหน้าเป็นอาณาเขตของสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดตัวหนึ่ง จะอ้อมไปหรือไปฆ่ามันตรงๆ?”
ฟางผิงมองสำรวจรอบๆ หากอ้อมไป ระยะทางจะไกลออกไปช่วงหนึ่ง
หลังจากนั้นสักพักก็เอ่ยว่า “โจมตีฆ่ามัน! ต้องเร็วหน่อย! พวกเราสี่คนร่วมมือกันทุ่มสุดกำลัง พยายามฆ่ามันด้วยกระบวนท่าเดียว!”
“ได้!”
พวกเขาต่างระเบิดปราณขึ้นมาจนถึงขีดสุด พลังฟ้าดินเริ่มผสมผสานรอบสี่ทิศทาง
เหยาเฉิงจวินปรากฏหอกยาวขึ้นมา หวังจินหยางก็ปรากฏคันศรสีเลือดขึ้นมาเช่นกัน
หลี่หานซงมองอาวุธของทั้งสองคนก่อนจะมองสนับหมัดของตัวเองไปอีกที ส่ายหัวเล็กน้อยเอ่ยอย่างเสียดายอยู่บ้าง
“นึกไม่ถึงว่าฉันจะไม่มีอาวุธวิเศษที่ใช้โจมตีเป็นหลัก”
ฟางผิงแค่นเสียงว่า “เอาแค่พอประมาณเถอะ”
ในสี่คนมีแค่เขาที่อุปกรณ์แย่ที่สุดแล้ว สามคนอื่นๆ ล้วนมีอาวุธวิเศษที่สืบทอดของตัวเอง ทั้งยังแข็งแกร่งไร้เทียมทาน
มีเพียงฟางผิงจนถึงตอนนี้ยังมีแค่อาวุธวิเศษสามชิ้น รองเท้าบูทขั้นเจ็ดคู่หนึ่ง ดาบยาวขั้นเจ็ดและดาบยาวขั้นแปด
อาวุธวิเศษสามชิ้นรวมเข้าด้วยกันยังห่างไกลจากอาวุธวิเศษที่สืบทอดของพวกเขาทั้งสามคนอยู่บ้าง
พวกเขาไม่พูดอะไรกันอีก เก็บงำกลิ่นอายทั้งหมดแล้วมุ่งหน้าไปยังภูเขาที่อยู่ด้านหน้าสิบกว่าลี้อย่างเงียบๆ
หลังจากนั้นหนึ่งนาทีกว่า กลางหุบเขาขนาดใหญ่ งูเหลือมใหญ่ลายจุดตัวหนึ่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกเขา
พอพวกเขาไปถึงแม้จะไม่รับรู้ถึงคลื่นพลังงาน แต่หัวของงูเหลือมลายจุดตัวนั้นก็ยกขึ้นสูงโน้มมายังทิศทางของพวกฟางผิงแล้ว
“ฆ่า!”
ฟางผิงคำรามด้วยพลังจิตใจ บนดาบยาวขั้นเจ็ดประกายแสงสีทองอย่างเข้มข้น
หอกทะลวงจิตของเหยาเฉิงจวินพุ่งออกไปแล้ว กลางทางก็หายวับไปกับตากลายเป็นพลังจิตใจพุ่งเป้าไปยังพลังจิตใจของงูเหลือม
หวังจินหยางรวบรวมคันธนูสีเลือดขึ้นมาก่อนจะยิงทะลวงอากาศออกไป
“ฟ่อ…”
งูเหลือมขนาดใหญ่เก็บลิ้นเข้าไปอย่างรวดเร็วก่อนจะทะยานอากาศคิดจะหนีตาย มันรับรู้ถึงภัยคุกคามอันใหญ่หลวงแล้ว!
แต่ช้าไป!
เครง!
ราวกับแก้วแตกกระจาย หอกยาวของเหยาเฉิงจวินที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเป็นอันดับแรกเกิดเสียง ‘เครง’ ขึ้นมา ฉีกพลังจิตใจของงูเหลือมไปตรงๆ
ธนูสีเลือดของหวังจินหยางยังไม่ทันถึงร่างของงูเหลือมก็สั่นคลอนอย่างหนัก เลือดทั่วตัวพุ่งกระฉูดออกมา
นึกไม่ถึงว่าจะหลอมรวมเข้าไปในลูกธนูยาวทำให้อานุภาพแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
ฉึก!
ลูกธนูทะลวงผ่านอย่างรวดเร็ว เจาะทะลุหัวของงูเหลือม
ตอนนี้งูเหลือมยังไม่ตาย แผดเสียงร้องอย่างน่าอนาถออกมา เสียงเพิ่งจะดังขึ้นดาบของฟางผิงก็ฟันฉับลงมาแล้ว
ตูม!
ระเบิดไปด้วยพลังทำลายล้าง หัวขนาดใหญ่ของงูเหลือมร่วงตกพื้นในทันที ส่วนลำตัวและหัวยังคงเลื้อยดิ้นไปมาไม่หยุด
สี่ทิศทางของหุบเขาพวกเขาปรากฏตัวขึ้น หลี่หานซงเผยสีหน้ากลัดกลุ้มเอ่ยว่า “ให้โอกาสฉันบ้างสิ!”
สามคนนี้ร่วมมือกัน พุ่งเข้าไปในรัศมีร้อยเมตรของอีกฝ่าย
เผชิญหน้ากับสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดตอนกลางตัวหนึ่ง ทุ่มสุดกำลังก็ฆ่าได้ในกระบวนท่าเดียวเท่านั้น
เหยาเฉิงจวินทำลายพลังจิตใจอีกฝ่ายโดยตรง ธนูเลือดของหวังจินหยางกลืนกินปราณของอีกฝ่าย ฟางผิงเสริมดาบให้ถึงแก่ชีวิต
เขากระทั่งโอกาสสอดมือยังไม่มีด้วยซ้ำ
“พูดให้น้อยๆ หน่อย นายไปเก็บศพ! เก็บศพมีอันตราย จำไว้ให้ดีหลังจากนี้เก็บศพต้องสวมเกราะไว้”
ฟางผิงเผยสีหน้าเรียบนิ่ง พวกเขาสี่คนร่วมมือกัน กระทั่งสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดตัวหนึ่งยังฆ่าได้อย่างรวดเร็ว
ไม่เช่นนั้นก็ไร้ประโยชน์เกินไปแล้ว ยังจะมาเตร็ดเตร่ในถ้ำใต้ดินทำไมอีก
เมื่อหัวเหล็กลงไปเคลื่อนย้ายศพมา ฟางผิงกลับมองไปทางเหล่าหวัง ผ่านไปสักพักก็เอ่ยว่า “นายสามารถกลืนกินปราณของมันได้?”
หวังจินหยางเอ่ยเสียงเบา “ไม่ได้กลืนกินแต่ดูดซับ! ไม่ใช่แค่ปราณรวมถึงพลังงานด้วย
อันดับแรกต้องควบคุมอีกฝ่ายให้ได้ก่อน ไม่ให้ควบคุมพลังงานของตัวเองได้
หนึ่งหอกของเหล่าเหยาทำลายพลังจิตใจของมัน มันก็ไม่สามารถควบคุมปราณและพลังงานของตัวเองได้แล้ว
ฉันถึงสามารถดูดซับปราณและพลังงานของมันได้ เพิ่มพลังให้กับธนูเลือดมากยิ่งขึ้น”
ฟางผิงพยักหน้าเบาๆ หลังจากนั้นสักพักก็ถามว่า “คันธนูของนายมีลูกหรือเปล่า?”
“ไม่มี”
ธนูสีเลือดของหวังจินหยางมีแค่คันธนูไม่มีลูกศร ตอนนี้ธนูสีเลือดล้วนเป็นพลังของตัวเองที่รวบรวมขึ้นมา
ฟางผิงได้ยินแบบนั้นก็ไม่ถามอีก เวลานี้หลี่หานซงถือหัวและแบกลำตัวเดินกลับมาแล้ว หัวเราะว่า
“อาวุธวิเศษขั้นเจ็ดหนึ่งชิ้นอยู่ในมือแล้ว รู้สึกว่าอาวุธวิเศษก็ไม่ได้หายากเท่าไหร่เลย”
ทุกคนไม่สนใจเขา ที่ฆ่าง่ายนั้นเพราะสร้างจากพื้นฐานของฟางผิง
หากฟางผิงไม่อยู่พวกเขาสามคนก็มีพลังสังหารสัตว์ปีศาจตัวนี้เช่นกัน
แต่ถ้าทั้งสามคนอยู่ไกลนับพันลี้ สัตว์ปีศาจตัวนี้ก็สัมผัสถึงการคงอยู่ของพวกเขาได้แล้ว
คิดว่าสู้ไม่ไหวก็คงหนีไปนานแล้ว จะเปิดโอกาสรอให้พวกเขามาต่อสู้ตรงหน้าอีกได้ยังไง!
ฟางผิงเก็บงูเหลือมเข้าไปในช่องเก็บของ เห็นว่าในที่สุดช่องเก็บของก็มีของอยู่บ้างแล้วจึงรู้สึกชื่นใจขึ้นมา
โล่งเกลี้ยงมานานแล้ว ไม่ใส่ของสักหน่อยรู้สึกยากจะรับได้จริงๆ
“ไป! ทำเวลาหน่อย ต้องไปถึงพื้นที่ระหว่างเขตแดนก่อนฟ้าสว่าง!”
พวกเขาไม่ชักช้าแม้แต่น้อย ชั่วพริบตาที่กำจัดงูเหลือมขั้นเจ็ดแล้ว
ไม่ได้ทะยานขึ้นฟ้าแต่แตะเท้าเหนืออากาศ มุ่งหน้าไปทางพื้นที่ระหว่างเขตแดนอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันที่ถ้ำใต้ดินต้องห้ามที่อยู่ใกล้ๆ ยอดเขาต้านสมุทร จางเทาตามเข้ามาแล้วเช่นกัน
มองเงาคนที่แน่นขนัดตรงทางเดินด้านล่างก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ดังแต่แฝงด้วยความเกรงขามว่า
“ราชาไหว แค่เขตแดนเล็กๆ ทะเลาะกันเท่านั้น จำเป็นต้องส่งคนมาเยอะขนาดนี้เชียว?”
“ราชวงศ์มีคนว่างมากเกินไป มาดูความคึกคักเท่านั้น หรือราชานักรบคิดว่าไม่เหมาะสม?”
ราชาไหวที่ผมยาวคลุมไหล่ไม่ได้อารมณ์ร้อนเหมือนตอนอยู่ที่ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ก่อนหน้านี้แล้ว
ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามนั้นแฝงด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล
แตะเท้าในอากาศสาวเดินอย่างเนิบช้ามายังยอดเขาต้านสมุทรราวกับกำลังขึ้นบันได
รอจนเดินถึงยอดเขาแล้วรอยแยกสีดำก็ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว วาดผ่านผมยาวของเขาไป
ผมยาวระเบิดแสงสีทองอย่างเจิดจ้าปริแยกไปบางส่วน สูญหายไปพร้อมกับรอยแยก
ราชาไหวไม่สนใจ เดินไปถึงยอดเขาห่างจากจางเทาไม่เกินร้อยเมตรก่อนจะก้มมองรอบทิศทางเอ่ยพึมพำว่า
“สิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่! กระทั่งเหนือราชายังไม่อาจก้าวข้ามได้ง่ายๆ ช่างน่าชื่นชมและน่าลุ่มหลง
เวลานั้นสองราชาทำได้ยังไงกันนะ…”
จางเทาเอ่ยเรียบนิ่งว่า “นี่ไม่ใช่ผลงานของผู้ฝึกยุทธ์ถ้ำใต้ดิน”