ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 656 ขุดดินสามฉื่อ (2)
ฟางผิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเห็นสิ่งก่อสร้างบางส่วนข้างหน้าแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้มองให้ละเอียด พอมองละเอียดแล้วก็ค้นพบความผิดปกติ ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างนั้นมีบางส่วนพังถล่มแล้ว! ไม่เหมือนกับผ่านมาเป็นเวลานาน ล่มโดยธรรมชาติ แต่เหมือนถูกควันหลงจากสงครามทำลายมากกว่า
“ตอนแรกรัฐมนตรีบอกว่าดินที่ฉินเฟิ่งชิงกินไม่ใช่ดิน…”
หวังจินหยางเอ่ยเสียงเบา พวกเขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
ดินในพื้นที่ระหว่างเขตแดน อันที่จริงไม่ใช่ดินอย่างเดียว ยังรวมถึงของอื่นๆ ผสมปนเปกัน
เลือดเนื้อของยอดฝีมือ การคงอยู่ของพลังจิตใจที่ถูกทำลาย สสารไม่แตกดับ…ถึงกระทั่งการกระจัดกระจายของต้นกำเนิดบางส่วน
ก่อนหน้านี้ไม่ทันคิดอย่างละเอียดจริงๆ ตอนนี้คิดดูแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ระหว่างเขตแดน อันที่จริงเคยเกิดสงครามใหญ่มาก่อนแล้วเหรอ?
หรือจะพูดว่าควันหลงจากสงครามในเวลานั้นส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ถึงกระทั่งต่อสู้มาจนถึงรังของพวกเขา?
ต่อสู้มาจนถึงพื้นที่ระหว่างเขตแดน ไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่แดนรบราชา?
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบาว่า “ก็ถูก พื้นที่ระหว่างเขตแดนต้องมีคนเฝ้าระวังอยู่แล้ว ออกมาจากรังจนหมด บางทีหลังจากช่วงสงครามอาจจะมีคนถอยกลับมา สุดท้ายยังคงเกิดสงครามใหญ่ขึ้น…”
ฟางผิงพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ ขวดขนาดใหญ่กลับบรรจุเต็มแล้ว
ฟางผิงเก็บขวดไว้ ก่อนจะยกกล่องที่พวกเหล่าหวังขุดดินใส่มาเก็บเช่นกัน มองไปยังถนนข้างหน้าว่า “ไปเถอะ ของเล็กน้อยพวกนี้อย่าเพิ่งสนใจเลย ไปดูสิ่งก่อสร้างกันก่อน…”
ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็เงยหน้ามองตำหนักสวรรค์ ตำหนักสวรรค์ขนาดใหญ่นั้น สิ่งก่อสร้างคล้ายกับดำรงอยู่มาตั้งแต่โบราณกาลไม่เปลี่ยนแปลง ลอยอยู่กลางท้องฟ้าไม่ขยับเขยื้อนไหวติง
“ตำหนักสวรรค์นี้ ตกลงลอยขึ้นไปได้ยังไง?”
ทุกคนส่ายหัว นี่ไม่รู้จริงๆ
นี่ไม่ใช่ห้องเล็กๆ แต่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ทอดยาวกว่าพันเมตร
ตอนนี้พวกฟางผิงทำได้แค่ใช้พลังจิตใจควบคุมห้องขนาดเล็กห้องหนึ่งลอยขึ้นไปบนฟ้าเท่านั้น
แต่หากพวกเขาตายแล้ว นั่นก็ไม่มีความหมาย
ขั้นสุดยอดสามารถหลอมรวมพลังจิตใจให้มั่นคง กลับสามารถทำถึงขั้นยาวนานได้ เหมือนกับเขาต้านสมุทร
แต่เขาต้านสมุทร นั่นมีพื้นฐานคงอยู่ สร้างจากการทับถมของก้อนหินขนาดใหญ่นับไม่ถ้วน ไม่ใช่โผล่ขึ้นมาจากความว่างเปล่า
แต่ตำหนักสวรรค์นั้นลอยอยู่บนฟ้าจริงๆ
สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ขนาดนี้…พื้นที่ระหว่างเขตแดนหนึ่งแห่ง เกรงว่าอาจจะสิ้นเปลืองกำลังไม่น้อยไปกว่าเขาต้านสมุทรเสมอไป
ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!
หลี่หานซงจ้องตำหนักสวรรค์อยู่พักหนึ่ง ถามว่า “สามารถขึ้นไปได้หรือเปล่า? ฟางผิง ในอดีตผู้ฝึกยุทธ์ค่อนข้างเข้มงวดเรื่องลำดับขั้น สิ่งก่อสร้างบนตำหนักสวรรค์น่าจะเป็นที่อยู่ของเจ้านาย ป้ายคำสั่งของนาย รวมถึงการเลียนแบบกลิ่นอายอาจจะไม่ใช่บุคคลหลักของที่นี่เสมอไป”
“ฉันรู้แล้ว!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ยังไม่ต้องขึ้นไป หากกระทบกับอะไรเข้า นั่นก็เป็นปัญหาแล้ว อาจจะไม่ได้อะไรกลับไปสักอย่าง ลองค้นหาข้างล่างกันก่อน ป้ายคำสั่งนี้เป็นป้ายคำสั่งของขั้นเก้า แม้พวกเราจะทำได้แค่เลียนแบบกลิ่นอายผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดคนนั้น แต่ขั้นเจ็ดก็ไม่ใช่คนธรรมดา อาจมีวิธีเข้าตำหนักสวรรค์ได้เหมือนกัน! ข้างล่างน่าจะไม่มีข้อจำกัดมากมาย ตำหนักสวรรค์…นั่นก็พูดยากแล้ว สุดท้ายค่อยไปสำรวจดูอีกที แม้จะถูกโยนออกมาก็อาจจะได้อะไรติดมือมาเหมือนกัน”
“ฉันไม่กลัวจะถูกโยนออกมา แต่ฉันกลัวว่า…”
หลี่หานซงเอ่ยเสียงเบา “ฉันกลัวจะเหมือนกับผู้อาวุโสตระกูลหยาง ถูกบีบตาย…อยู่ข้างนอกนั่น!”
เวลานั้นฉินเฟิ่งชิงบอกว่าเขาเห็นผู้อาวุโสตระกูลหยาง ก็คือถนนหน้าประตูของตำหนัก ถูกบีบเค้นจนตาย
ใครบีบเค้น?
หากไม่เหนือความคาดหมายก็น่าจะเป็นแรงกดดันของพลังงานต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งสายนั้น
กระทั่งขั้นสุดยอดยังตายได้ น่ากลัวอยู่บ้างจริงๆ
ถ้าพื้นที่ระหว่างเขตแดนมีเจตนาไม่ดีกับพวกเขา พวกเขามีแค่นี้ นั่นต้องจบเห่อย่างแน่นอน ต่อให้ห้องแก่นหัวใจของฟางผิงจกเป็นหลอมสีทองยังไง นั่นก็ไร้ความหมาย หากถูกกดดัน คงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ฟางผิงเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “มาถึงนี่แล้ว อย่าคิดมากขนาดนั้นเลย ครั้งไหนลงถ้ำไม่เป็นแบบนี้บ้าง หากไม่มีอันตรายจริงๆ ยังจะรอมาถึงมือพวกเราได้ยังไงอีก?”
ระหว่างที่พูด ฟางผิงก็สาวเท้าว่า “ไปเถอะ!”
เขาเพิ่งจะขยับตัว หลี่หานซงก็เอ่ยอย่างทำใจไม่ได้อยู่บ้าง “ขุดต่ออีกหน่อยเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวถูกโยนออกมาแล้ว พวกเราก็มาเสียเที่ยวเปล่าๆ”
ฟางผิงหมดคำจะพูด เอ่ยว่า “ดินพวกนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนของฉินเฟิ่งชิงอยู่บ้าง พลังงานนั้นเข้มข้นเทียบได้กับหินพลังงานขั้นเจ็ดขั้นแปด แต่เหมือนจะไม่มีอะไรปะปนอยู่ เพื่อหินพลังงานขั้นเจ็ดขั้นแปดเล็กน้อย…อย่าสิ้นเปลืองเวลาจนเกินไปเลย”
พวกเขาหันมองฟางผิงโดยพร้อมเพรียงกัน นายจะเหิมเกริมไปแล้ว!
เมื่อก่อนนายก็ตาลุกวาวเพราะหินพลังงานระดับต่ำ ตอนนี้นึกไม่ถึงว่าจะมองข้ามของพวกนี้แล้ว?
ฟางผิงเผยสีหน้าจนใจ เจ้าพวกนี้ตอนที่เข้ามา พากันเอาแต่เกลี้ยกล่อมเขาว่าอย่าโลภเพราะเห็นของดี
ฉันยังไม่ได้โลภเลยเถอะ กลับเป็นพวกนายมากกว่า
พูดตามตรง ตอนนี้ฟางผิงไม่ได้ต้องการหินพลังงานพวกนี้เท่าไหร่
หากเขาต้องการจริงๆ แหล่งแร่นั้นของเขาก็เพียงพอให้เขาใช้แล้ว
ตอนนี้ข้อจำกัดที่เขาทะลวงขั้นอย่างรวดเร็วมีแค่พลังจิตใจ
หลังจากหลอมสารจิงกับเลือด อันที่จริงเขาสามารถบ่มเพาะพลังจิตใจได้ไม่ช้าเลย นี่เพิ่งจะไม่กี่เดือน พลังจิตใจของเขาเกินสองพันสองร้อยเฮิรตซ์ไปแล้ว
ตอนนี้เพิ่งจะปลายเดือนกันยายนเท่านั้น ตอนต้นปีเขาเพิ่งจะอยู่ขั้นห้า
แต่สำหรับฟางผิงยังคงช้าอยู่ดี คล้อยหลังจากที่ได้เปิดหูเปิดตา เห็นขั้นสุดยอดมามากมาย ตอนนี้ฟางผิงคิดว่ากระทั่งขั้นเก้ายังอ่อนแอด้วยซ้ำ อย่างน้อยต้องอยู่ขั้นเก้าสูงสุดถึงจะใช้ได้
“ได้ งั้นขุดอีกกล่อง ขุดเสร็จแล้วก็ไปสำรวจทันที! พวกนายหวังของเล็กน้อยแค่นี้กันจริงๆ”
พวกเขาทำเป็นหูทวนลม ใช่แล้ว พวกฉันหวังแค่เล็กน้อยแค่นี้
ไม่มีทางเลือก จนเกินไป
ไม่ใช่ทุกคนที่มีเงินเหมือนนายสักหน่อย
อีกอย่าง นายเก่งนักก็อย่าเอาไปสิ ระหว่างที่พวกเขาขุด ฟางผิงก็เริ่มใช้ขวดช้อนตักพลังงานของเหลวอีกครั้ง
—
สิบนาทีหลังจากนั้น
เหยาเฉิงจวินก็เอ่ยว่า “ขุดอีกกล่องเถอะ!”
“ได้!”
ฟางผิงตอบอย่างว่องไว ฉันจะตักอีกขวดเหมือนกัน
—
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เหล่าหวังเอ่ยว่า “สี่คน ขุดสี่กล่องเถอะ คนหนึ่งแบ่งคนละกล่อง”
“ได้!”
—
สี่สิบนาทีหลังจากนั้น ฟางผิงเอ่ยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมว่า “ไม่ขุดแล้ว! ผ่านไปนานขนาดนี้ พวกเราแทบไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง!”
ทุกคนพยักหน้า
ไม่ใช่อะไร ดินที่อยู่ด้านข้างถนนคริสตัลแทบจะถูกพวกเขาขุดจนเกลี้ยงแล้ว
พวกเขาไม่กล้าขุดลึกเกินไป ใต้ดินมีข้อจำกัดอยู่
ทั้งดินของที่นี่ มีแค่พื้นผิวที่กลายเป็นคริสตัลพลังงาน ไปถึงส่วนลึกแล้วไม่แตกต่างจากเขตแดนข้างนอกเท่าไหร่
ไม่ใช่แค่พวกเขา ฟางผิงก็ช้อนตักพลังงานของเหลวใกล้ๆ ได้พอประมาณแล้ว สี่ขวดใหญ่เต็มๆ
พลังงานรอบๆ เห็นได้ชัดว่าเบาบางลงไม่น้อย
พวกเขาไม่คิดขุดดินและเก็บพลังงานของเหลวพวกนี้อีกแล้ว ทยอยเดินขึ้นไปบนถนนคริสตัล
ไม่นานก็เดินเลียบบนถนนคริสตัลเข้าไปยังส่วนลึก
—
ในตอนที่พวกเขาเพิ่งออกไป
ข้างนอกปราการ
ตอนนี้พวกเฉินเย่าจู่สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในได้อย่างเลือนรางเช่นกัน
จ้องมองปราการอยู่สักพัก เฉินเย่าจู่เอ่ยอย่างเนิบช้าว่า “พวกนายเห็นหรือเปล่า?”
“ผู้อาวุโสรอง อะไรเหรอ?”
“ฉันไม่รู้ว่าตาลายไปหรือเปล่า พวกนาย…พวกนายไม่เห็นเหรอว่าขอบแดนของปราการ…พื้นดินเหมือนจะต่ำไปอยู่บ้าง?”
พวกเขาชะโงกไปดูในเขตปราการ เขตปราการขมุกขมัวอยู่บ้าง ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
มองดูสักพักก็มีคนพึมพำว่า “เหมือนจะต่ำไปอยู่บ้าง คล้าย…จะต่ำกว่าฝั่งที่พวกเราอยู่ไม่น้อย!”
“ขุดดินสามฉื่อ[1]แล้ว!”
มีคนพึมพำ อดเอ่ยไม่ได้ “ผู้อาวุโสรอง คนพวกนี้…ใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนั้นจริงๆ งั้นเหรอ?”
ไม่ใช่ว่าขุดดินสามฉื่อไม่ได้ ประเด็นอยู่ที่คนพวกนี้เข้าไปได้ไม่นาน ไม่ทำเรื่องสำคัญ นึกไม่ถึงว่าจะขุดดินแล้ว…นี่จะแปลกเกินไปหรือเปล่า!
เฉินเย่าจู่ไม่ได้รับบทสนทนา เอ่ยว่า “พลังงานที่แทรกซึมออกมาเหมือนจะเบาบางลงเยอะ ครั้งนี้คลื่นพลังงาน…อาจจะไม่มีหรือเปล่า?”
พลังงานรอบๆ เขตปราการถูกฟางผิงช้อนตักใส่ขวดไปแล้ว ตอนนี้เห็นได้ชัดว่ารับรู้ถึงพลังงานได้เบาบางลง
ก่อนหน้านี้เพราะฝืนทะลวงปราการ พลังงานที่กระจัดกระจายพวกนั้นล้วนหายไปแล้ว
เป็นแบบนี้ต่อไป บางทีครั้งนี้คลื่นพลังงานอาจจะไม่ระเบิดออก
แน่นอน ไม่ว่าจะระเบิดหรือเปล่า ก่อนหน้านี้มีพลังงานพวยพุ่งไปไม่น้อย เกรงว่าจะดึงดูดความสนใจของสัตว์ปีศาจบางส่วนเหมือนกัน
—————
[1]ฉื่อ หน่วยวัดของจีน หนึ่งฉื่อเท่ากับประมาณหนึ่งฟุต