ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 658-3 เข้าสู่ตำหนักสวรรค์ (3)
พื้นที่ระหว่างเขตแดนถูกเรียกว่าเป็นถ้ำสวรรค์ที่นี่ไม่มีเด็กอย่างนั้นเหรอ?
ต้องมีอยู่แล้ว!
สงครามใหญ่ระเบิดขึ้นแล้วเด็กละ?
ส่งออกไปล่วงหน้าหรือตายไปแล้ว?
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบา “ผ่านไปนับพันปีแล้วไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงเรื่องพวกนี้อีกตอนนี้มนุษยชาติเผชิญหน้ากับวิกฤตรอบด้านครั้งนี้หากคว้าเคล็ดวิชาฝึกฝนพลังจิตใจไปไม่ได้พวกเด็กๆ…ของมนุษย์ต้องตายนับไม่ถ้วน! ผ่านไปอีกไม่กี่ปีบางทีอาจต้องพลัดถิ่นตายในการต่อสู้ตายอยู่ในสนามรบตายอยู่ระหว่างการหลบหนี!”
ฟางผิงฟื้นฟูสีหน้าเป็นปกติโต๊ะชาพวกนี้แทบไม่นับว่าเป็นของดีอะไรดูท่าพื้นที่ระหว่างเขตแดนจะไม่ได้มั่งคั่งจนถึงขั้นสร้างของทุกอย่างจากแกนกลางของพืชปีศาจฝั่งขวาของโถงใหญ่มีบันไดที่เชื่อมไปยังชั้นสองอยู่
ฟางผิงไม่ได้รีบขึ้นไปข้างบนแต่เก็บโต๊ะและเก้าอี้ข้างประตูนี้ใส่ช่องเก็บของก่อนนี่กลับเป็นของดียังไงก็น่าจะเป็นของยอดฝีมือที่รักษาการณ์ที่นี่ในเวลานั้นส่วนหนังสือคริสตัลฟางผิงโยนให้เหล่าหวังตรวจสอบเหล่าหวังกวาดสายตาผ่านๆ เอ่ยว่า “เหมือนจะเป็นข่าวซุบซิบเหมือนกัน…”
ฟางผิงไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้างผู้อาวุโสพวกนี้อย่าขายหน้ากันขนาดนี้ได้หรือเปล่าวางเกินไปแล้ว!
คุณควรจะอ่านคัมภีร์เคล็ดวิชาอะไรสักหน่อยสิเอาแต่อ่านเรื่องซุบซิบ!
“ขึ้นไปข้างบน!”
พวกเขาเดินไปตามบันไดขึ้นไปข้างบนชั้นสองไม่ได้มีประตูอยู่ยืนอยู่หน้าทางเข้าบันไดฟางผิงถึงกระทั่งมองเห็นชั้นวางหนังสือที่อยู่มุมหนึ่งบางส่วนแต่ตอนที่ฟางผิงกำลังจะก้าวเข้าไปกลับถูกผลักออกมา
“เจ็ดเอ๊ย!”
ฟางผิงสบถออกมา “ม่านพลังจิตใจ! ฉันว่าแล้วต้องมีเจ้านี่มีจริงๆ ด้วย! ม่านพลังจิตใจของขั้นสุดยอดทำยังไงดี? มีแคี่ขั้นสุดยอดเท่านั้นถึงจะสามารถหลอมพลังจิตใจให้อยู่หลายพันปีโดยไม่สูญสลายได้
“ป้ายคำสั่ง!”
“อาจไม่ได้เสมอไป!”
“ลองดูมาถึงนี่แล้วถ้าเข้าไปไม่ได้ฉันจะเป็นบ้าจริงๆ แล้ว!”
พวกเขาต่างเผยสีหน้าร้อนใจเคล็ดวิชาทั่วไปคงไม่เป็นไรแต่เคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจเคล็ดวิชาหลอมหมื่นวิถีเป็นหนึ่งไม่ก็เคล็ดวิชาหลอมร่างทองอย่างเดียวนั้นอาจจะมีอยู่จริงๆ เส้นทางแห่งการหลอมร่างกายเส้นทางแห่งพลังจิตใจเส้นทางแห่งหมื่นวิถีเป็นหนึ่ง… ผู้อาวุโสโบราณมีการพัฒนามากกว่าผู้ฝึกยุทธ์สมัยปัจจุบันแม้ผู้ฝึกยุทธ์สมัยนี้จะไม่ฝึกวิชามูลค่าการอ้างอิงก็มหาศาลอยู่ดีฟางผิงระเบิดปราณและพลังจิตใจขึ้นคนอื่นๆ ก็ทำเหมือนกันม่านพลังยังคงไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน? ถึงจะมีป้ายคำสั่งของผู้อาวุโสขั้นเก้าคนนี้กระทั่งหอเก็บหนังสือข้างล่างก็ยังเข้าไปไม่ได้?”
ฟางผิงสงสัยอย่างมากนี่เป็นแค่หอเก็บหนังสือข้างล่างเท่านั้นไม่ใช่ในตำหนักสวรรค์คงไม่ถึงกระทั่งที่ขั้นเก้าเข้าไปไม่ได้หรอกมั้ง?
“อาจเป็นเพราะกลิ่นอายของพวกเราไม่บริสุทธิ์…”
หวังจินหยางเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “นายเลียนแบบแค่กลิ่นอายของเจ้าสำนักชิงหนิวจากการคาดเดาของพวกเราบางทีอีกฝ่ายอาจจะเป็นผู้สืบทอดสายนอกต่างยุคสมัยพื้นที่ระหว่างเขตแดนเป็นเขตใจกลางศิษย์สายนอกคนหนึ่งทั้งยังอยู่คนละยุคสมัยจะสามารถเข้าออกตามใจชอบได้งั้นเหรอส่วนตำหนักรับแขกและตำหนักหมื่นปีศาจนั้นต้องเปิดกว้างต่อทุกคนอยู่แล้วเข้าออกได้ไม่มีปัญหา แต่หอเก็บหนังสือเห็นได้ชัดว่าไม่ได้เปิดกว้างกับทุกคน
“งั้นทำยังไงดี?”
ฟางผิงจนใจอยู่บ้างไม่นานก็กัดฟันว่า “โจมตีเข้าไป! คนที่ตั้งม่านพลังน่าจะตายไปนานแล้ว! ต่อให้ขั้นสุดยอดจะแข็งแกร่งแต่ผ่านมาหลายพันปีแล้วก็เป็นจอกแหนที่ไร้รากม่านพลังอาจไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนที่พวกเราคิดเสมอไปพวกเราร่วมมือกันอาจจะเปิดออกก็ได้!”
“แต่…ถ้าผนึกของที่นี่โต้กลับ…”
“ไม่หรอกเมื่อกี้ฉันชนเข้าไปไม่ได้มีแรงโต้กลับของผนึกเลยน่าจะเพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับพื้นที่ระหว่างเขตแดนทั้งหมดการก่อตั้งของพื้นที่ระหว่างเขตแดนก็ไม่ใช่ฝีมือของขั้นสุดยอดคนนี้เหมือนกัน”
ฟางผิงอธิบายก่อนจะมองไปยังทุกคนพวกเขาต่างพยักหน้าชุดเกราะของหลี่หานซงปรากฏขึ้นเอ่ยว่า “เห็นอยู่ว่าเคล็ดวิชาอยู่ตรงหน้าต้องเข้าไปอยู่แล้ว! ฟางผิงพูดถูกโจมตีเข้าไปอาจจะทะลวงม่านพลังสำเร็จก็ได้!”
“งั้นก็มาเถอะ!”
พวกเขาไม่พูดพล่ามอีกโจมตีม่านพลังที่ไร้รูปร่างพร้อมกันม่านพลังสั่นสะเทือนเล็กน้อยม่านพลังแห่งนี้ไม่ได้มีพลังโต้กลับเวลานี้ทุกคนก็วางใจเริ่มโจมตีม่านพลังอย่างไม่ขาดสายแม้ขั้นสุดยอดจะแข็งแกร่งแต่ยังไงก็ผ่านไปหลายปีแล้วเวลานั้นขั้นสุดยอดที่ตั้งม่านพลังนี้ขึ้นมาอาจจะไม่ได้ทุ่มสุดกำลังเสมอไปทั้งที่นี่ยังเป็นแค่หอเก็บหนังสือข้างล่างเท่านั้นครั้งแล้วครั้งเล่าม่านพลังก็ค่อยๆ สั่นไหวขึ้นมาพวกเขาเผยแววตาดีใจได้ผลแล้ว!
ผ่านไปอีกเจ็ดแปดนาทีในอากาศก็มีเสียงแก้วแตกดังขึ้นระลอกใหญ่ในเวลานี้ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีรีบพุ่งเข้าไปข้างในแทบไม่ทันตรวจสอบอะไรด้วยซ้ำโกยของที่เห็นทั้งหมดเข้าไปในช่องเก็บของ
พื้นที่ระหว่างเขตแดนเหมือนจะมีพลังงานอันแข็งแกร่งระเบิดขึ้นกำลังฟื้นตัวแล้ว!
“ฟางผิง!”
พวกหวังจินหยางหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนักที่นี่มีการคงอยู่ของพลังงานที่เหมือนกับพื้นที่ระหว่างเขตแดนเทียนหนานจริงๆ?
ฟางผิงไม่พูดอะไรยกมือขึ้นห้ามยืนนิ่งไม่ไหวติงพวกเขาเพิ่งโจมตีม่านพลังบางทีอาจจะกระตุ้นความสนใจของพลังต้นกำเนิดขึ้นมาฟางผิงลองปกปิดกลิ่นอายของทุกคนพื้นที่ระหว่างเขตแดนไม่ได้ต่อต้านพลังงานที่แข็งแกร่งสายนั้นไม่รู้ว่ารับรู้ถึงพวกเขาหรือเปล่าหรือไม่ได้สนใจไม่นานแรงกดดันที่ไร้รูปร่างก็สลายไปฟางผิงแทบไม่กล้าหายใจเขาไม่กล้ารับประกันด้วยซ้ำว่าแรงกดดันนี้จะไม่กำจัดพวกเขา
แม้เขาอยากลองว่าพอจะสามารถได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาหรือเปล่าแต่เรื่องเดิมพันชีวิตแบบนี้ทำให้น้อยหน่อยจะดีที่สุดพวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรมองตากันถามเป็นนัยว่าหลังจากนี้ควรจะทำยังไงเมื่อกี้ฟางผิงพุ่งตัวเข้าไปเก็บของมาไม่น้อยแล้วแต่แทบไม่ใช่หนังสือคริสตัลพวกหวังจินหยางมองไปแวบหนึ่งหนังสือคริสตัลเหมือนมีไม่เยอะส่วนมากจะเป็นพวกคัมภีร์หนังปีศาจ
คัมภีร์หนังปีศามีไม่น้อยเลยตอนนี้ไม่มีเวลามาตรวจสอบแล้วว่าเป็นของที่พวกเขาต้องการหรือเปล่าผ่านไปอีกพักใหญ่ฟางผิงก็บอกเป็นนัยว่าสามารถพูดได้แล้วหวังจินหยางเอ่ยเสียงเบา “ยังจะไปชั้นสามหรือเปล่า? เกรงว่าชั้นสามจะยากกว่านี้อีกอย่างบนตำหนักสวรรค์…”
ฟางผิงลังเลไปพักหนึ่งกัดฟันว่า “ไป! แม้ฉันจะไม่ได้ดูหนังสือชั้นสองแต่น่าจะไม่มีเคล็ดวิชาที่ต้องการ! ฉันสงสัยว่าเคล็ดวิชาประเภทนี้ต้องอยู่ในตำหนักสวรรค์อย่างแน่นอน! อีกอย่าง…ต้องไปดูในตำหนักสวรรค์ด้วยฉันปกปิดกลิ่นอายแล้วอีกเดี๋ยวทุกคนไม่ต้องพูดอะไรฉันค้นพบว่าหลังจากปกปิดกลิ่นอายนอกจากไม่สามารถใช้ป้ายคำสั่งแล้วทางนี้ก็เหมือนจะไม่ได้ขับไลพวกเรา”
สิ้นเสียงฟางผิงก็ไม่พูดมากเดินขึ้นบันไดไปชั้นสาม
ชั้นสามมีม่านพลังอยู่เหมือนกันน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ตั้งม่านพลังในชั้นสองไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่พวกเขาโจมตีกันอีกครั้งระหว่างที่โจมตีช้าๆ แรงกดดันอันแข็งแกร่งก็ระเบิดขึ้นอีกครั้งพวกเขาล้วนอกสั่นขวัญแขวนตอนที่แรงกดดันระเบิดออกมาก็เริ่มแกล้งตายรอจนแรงกดดันสลายไปแล้วก็โจมตีอีกครั้งการเคลื่อนไหวกลับเบาลงมากแม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรทุกคนต่างรับรู้ได้เหมือนกันแรงกดดันสายนี้…อาจจะไม่ใช่ของคนเป็นขาดแคลนสติปัญญาไปอยู่บ้างตอนนี้ฟางผิงผุดความสงสัยอย่างรู้จำกัดขึ้นในใจ
‘ตกลงแรงกดดันสายนี้คืออะไร?’
‘ต้นกำเนิดของยอดฝีมือ?’
‘หรือเป็นกลไกป้องกันอย่างหนึ่ง?’
ฟางผิงยังคงโจมตีเปิดม่านพลังทั้งที่ยังมีความสงสัยอยู่เต็มอกทว่าของน้อยลงแล้วพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่ได้จัดวางชั้นหนังสือแต่เป็นแท่นคริสตัลไม่ใช่แท่นคริสตัลพลังงานมีทั้งหมดหกแท่นบนแท่นหนึ่งมีหนังสือคริสตัลอยู่หนึ่งเล่มฟางผิงรีบเก็บหนังสือคริสตัลไว้อย่างรวดเร็วไม่ได้มองละเอียดก็รีบพาทุกคนออกมาจากหอเก็บหนังสือทันทีพอออกมาฟางผิงก็เงยหน้ามองบนฟ้าเขาอยากเข้าไปในตำหนักสวรรค์แล้ว!
พวกหลี่หานซงมองเขาเผยสีหน้าตึงเครียดอยู่บ้างเวลานี้เข้าตำหนักสวรรค์อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปฟางผิงขมวดคิ้วแน่นจะไปตำหนักสวรรค์ดีหรือเปล่า? บางทีไปแล้วอาจจะเป็นทางตาย
ครุ่นคิดแล้วในมือฟางผิงก็ปรากฏหนังสือคริสตัลจำนวนมากโยนให้เหล่าหวังเหล่าหวังกวาดตาดูทีละเล่มบางครั้งก็เผยสีหน้าหนักอึ้งบางครั้งก็ดีใจสุดท้ายกลับส่ายหัวให้ฟางผิงไม่มีเคล็ดวิชาฝึกพลังจิตใจ!
“เฮงซวย!”
ฟางผิงสบถด่าออกมาไม่ลังเลอีกโยนป้ายคำสั่งให้เหล่าหวังบอกเป็นนัยให้พวกเขาออกไปก่อน!
ทว่าทุกคนไม่มีใครพูดอะไรในเมื่อมาด้วยกันงั้นก็บุกไปพร้อมกันเถอะฟางผิงกวาดตามองพวกเขาไปแวบหนึ่งไม่มีใครสนใจเขา
‘ปัญญาอ่อน!’
ฟางผิงสบถด่าในใจไม่ชักช้าอีกครู่ต่อมาก็ทะยานขึ้นฟ้าลอยไปยังตำหนักสวรรค์ระหว่างทางที่ลอยก็ไม่ได้ลืมโยนหินหยั่งเชิงผลลัพธ์พิสูจน์แล้วว่านี่เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาด
หินหายไปกลางอากาศแล้ว!
รอยแยกสีดำปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่งตำหนักสวรรค์ไม่ได้สามารถลอยเข้าไปได้โดยตรงฟางผิงหยั่งเชิงตลอดทางค้นพบว่ามีแค่ทิศทางเดียวที่ไม่มีรอยแยกของมิติทั้งทิศทางนี้…เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับซุ้มประตูพอดีมีแค่ทิศทางนี้เหมือนจะเป็นทางเข้าที่แท้จริงของตำหนักสวรรค์แล้ว