ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 659-2 ฉันค่อนข้างเจ้าคิดเจ้าแค้น (2)
ตอนนี้พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นกันหมดแล้ว!
ราชาเฟิงยังมีขั้นเก้าอีกเจ็ดคน ในนั้นเฟิงจิ่วเฉิงแข็งแกร่งทัดเทียมกับเฉินเย่าจู่ กำจัดเฟิงจิ่วเฉิงแล้วหกคนอื่นๆ เกรงว่ามาด้วยกันพวกเขาเฝ้าระวังที่แนวทางเดิน งั้นก็แทบเป็นฝ่ายได้เปรียบแล้ว แนวทางเดินสองฝั่งล้วนเป็นรอยแยกของมิติต่อสู้กันบนทางเดินแคบๆ พวกเฉินเย่าจู่สามารถถอยกลับมาที่แท่นได้ ความได้เปรียบของภูมิศาสตร์จะถูกแสดงประสิทธิภาพสูงสุดที่นี่ เฉินเย่าจู่สูดลมหายใจเข้าลึกมองไปทางหญิงชรา นอกจากเขาแล้วก็มีหญิงชราที่เป็นคนเก้าอีกคน พูดว่าหญิงชราในสายตาของเขาอันที่จริงยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง
หญิงชราเรียกเขาว่าผู้อาวุโสรอง นั่นเป็นเพราะเขาคือลูกชายของผู้อาวุโสตระกูลเฉิน แต่หญิงชราอันที่จริงเป็นหลานสาวของพี่รองเขา เรียกเขาว่าปู่สามยังไม่มีปัญหาด้วยซ้ำ
เฉินเย่าจู่มองหญิงชราไปแวบหนึ่งเอ่ยว่า “เสี่ยวซี ครั้งนี้ถ้าเฟิงจิ่วเฉิงมา งั้นฉันก็จะพยายามสกัดเขาไว้อย่างเต็มที่! ฆ่าเฟิงจิ่วเฉิงแล้วที่เหลือต้องฝากไว้กับพวกเธอทั้งหมด! ช่วงชิงป้ายคำสั่งของพวกเขามา หลังจากนี้…ก็สามารถกลับบ้านได้แล้ว!”
เฉินเย่าจู่พูดจบก็หันไปมองพื้นที่ระหว่างเขตแดน สูดลมหายใจว่า “ถ้าพวกเขาออกมา พวกเธอก็คุ้มกันพวกเขาออกจากใต้ดินซีซาน…”
“ผู้อาวุโสรอง!”
พวกเขาเผยสีหน้าขัดแย้งในใจ ผู้อาวุโสรอง…นี่คือเตรียมจะทำสงครามตัดสินกับพวกเฟิงจิ่วเฉิงในครั้งเดียว?
“เอาล่ะ รอคอยกันอย่างสงบจิตสงบใจซะ!”
เฉินเย่าจู่ไม่สนใจเรื่องภายในอีกแล้ว ตอนนี้เขาไม่อาจแบ่งสมาธิออกไปได้เช่นกัน รอได้ไม่นานเท่าไหร่คนของราชาเฟิงก็ไม่คิดปิดบังอะไร ในความเป็นจริงยากที่จะปิดบังเช่นกัน กลิ่นอายของยอดฝีมือขั้นเก้าแข็งแกร่งจนเกินไป คนยังไม่ทันมาถึงข้างล่างภูเขานั้นก็มีคนหัวเราะเสียงดังแล้ว “เฉินเย่าจู่ยังไม่ตายหรอกเหรอ? ดวงแข็งจริงๆ!”
“เฟิงจิ่วเฉิงนายยังไม่ตายเลย ฉันจะตายได้อย่างไร!”
“ฮ่าๆๆ!”
บนทางเดินนั้นมีเสียงหัวเราะแผ่กระจายออกมา เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่เฟิงจิ่วเฉิงอยู่บนทางเดินก็ตอบกลับว่า “เฉินเย่าจู่ครั้งนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน! ไม่ใช่แค่เจ้ารวมถึงยอดฝีมือดินแดนแห่งการเกิดใหม่คนอื่นๆ ด้วย! เจ้าหดหัวอยู่ที่นี่มาหลายปีเกรงว่าน่าจะยังไม่รู้ หลายปีนี้ดินแดนแห่งการเกิดใหม่ของเจ้ามีแม่ทัพสวรรค์ตายในสงครามหลายสิบคนแล้ว! แม่ทัพสวรรค์พวกนั้นที่เหลืออยู่ตอนนี้เกรงว่าก็ใกล้ตายหมดแล้วเหมือนกัน! เขตแดนสิบแปดทางใต้ ราชาไหวนำแม่ทัพสวรรค์ห้าสิบคนล้อมโจมตีแม่ทัพสวรรค์ที่เหลือรอดของพวกเจ้าแล้ว ฮ่าๆๆ เฉินเย่าจู่สิ้นหวังแล้วสินะ?”
เฟิงจิ่วเฉิงหัวเราะเสียงดัง!
ระหว่างที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็เอ่ยว่า “รอกวาดล้างพวกเจ้าแล้วพวกเราจะไปล่าแม่ทัพสวรรค์คนอื่นของดินแดนแห่งการเกิดใหม่ที่เขตแดนสิบแปดทางใต้ต่อ…ไม่สิ ถ้าพวกเราจะเข้าไปในดินแดนแห่งการเกิดใหม่ กวาดล้างพวกเจ้าให้หมด! เฉินเย่าจู่วันนี้ก็คือวันตายของเจ้า!”
“น่าขำ!”
เฉินเย่าจู่แค่นหัวเราะ นายคิดว่าอันไม่รู้อะไรเลยหรือไง?
ก่อนหน้านี้พูดคุยกับฟางผิงมายกใหญ่ เขาถามเรื่องราวไปไม่น้อย เมื่อก่อนเฟิงจิ่วเฉิงก็ชอบมาบอกเขาว่าคนนั้นคนนี้ตายในสนามรบ กวาดล้างใครไปบ้าง… โดยเฉพาะการตายของผู้อาวุโสตระกูลหยางคนนั้น ตอนแรกที่เฟิงจิ่วเฉิงบอกพวกเขาไม่เชื่อ แต่เฟิงจิ่วเฉิงถึงขั้นสาบานในนามของราชาเฟิง พิสูจน์ว่าผู้อาวุโสตระกูลหยางตายแล้วจริงๆ เวลานั้นพวกเฉินเย่าจู่อยู่ในความหดหู่และสิ้นหวังอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้จากคำพูดของฟางผิง ผู้อาวุโสตระกูลหยางตายแล้วแต่หนานอวิ่นเยวี่ยกำลังจะเข้าสู่ขั้นสุดยอด ไม่ใช่แค่นี้ ทางเทียนหนานยังฆ่าขั้นเก้าได้หลายสิบคน ใต้ดินเซี่ยงไฮ้และใต้ดินหนานเจียงก็ถูกเอาชนะติดต่อกัน กระทั่งแดนรบราชาเด็กรุ่นใหม่ของเขตหวงห้ามยังถูกสังหารไปกว่าครึ่งหนึ่ง มนุษยชาตินับวันก็แข็งแกร่งขึ้น ประเทศจีนแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่อย่างฟางผิงตอนนี้ล้วนอยู่ขั้นเจ็ดกันหมดแล้ว เป็นการพิสูจน์เรื่องทั้งหมดนี้เหมือนกัน
สถานการณ์แบบนี้เฉินเย่าจู่จะถูกกระทบกระเทือนจิตใจได้อย่างไร เฟิงจิ่วเฉิงอยากโจมตีความรู้สึกเขา อยากทำลายความมุ่งมั่นของเขา ทำได้แค่พูดว่าเพ้อฝันเท่านั้น
“น่าขำ? เฉินเย่าจู่เจ้าน่าสมเพชจริงๆ!”
เฟิงจิ่วเฉิงหัวเราะเสียงดัง “เจ้าคิดว่าข้ากำลังหลอกเจ้า? มีความจำเป็นหรือไง? พอข้าทำสัญญากับราชาไหวแล้ว ครั้งนี้เจ้ายังไม่ตาย รอสงครามเขตแดนสิบแปดทางใต้สิ้นสุดแล้ว แม่ทัพสวรรค์ของราชาไหวจะมากวาดล้างพวกเจ้าที่นี่! อย่างมากก็แบ่งผลประโยชน์บางส่วนให้ราชาไหวเท่านั้น พวกเจ้าเกาะแกะพวกข้ามาสิบห้าปี ควรจะจบได้แล้วเหมือนกัน!”
เฉินเย่าจู่ไม่ได้พูดอีก สงครามใต้ดินต้องห้ามพวกเขาก็ได้ยินมาจากฟางผิงแล้ว แต่ฟางผิงบอกว่าประเทศจีนเป็นฝ่ายได้เปรียบ ตกลงเป็นการปลอบใจหรือเรื่องจริงเฉินเย่าจู่ไม่รู้ ทั้งไม่อยากคาดเดา เขายอมเชื่อคำปลอบใจของฟางผิงดีกว่าต้องเชื่อเฟิงจิ่วเฉิงสั่นคลอนความมั่นใจของตัวเอง
ครู่ต่อมาร่างของพวกเฟิงจิ่วเฉิงก็ปรากฏอยู่บนแนวทางเดินแล้ว เฉินเย่าจู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ขั้นเก้าสี่คน ขั้นแปดสามคน! ครั้งนี้นึกไม่ถึงว่าราชาเฟิงจะส่งคนมาเยอะขนาดนี้ มีขั้นเก้าใต้อำนาจทั้งหมดเจ็ดคน ราชาเฟิงทุ่มทุนไม่น้อย แดนราชาต้องการคนนั่งรักษาการณ์ ในราชสำนักก็ต้องการตัวแทน บางครั้งขั้นเก้าพวกนี้ยังต้องรับผิดชอบภารกิจเฝ้าระวังบางส่วนอย่างเช่น แดนรบราชา ทางเดินเขาต้านสมุทร… ส่งขั้นเก้ามาสี่คนนับว่าทุ่มหมดหน้าตักแล้ว
เฉินเย่าจู่มองไปแวบหนึ่งไม่ได้พูดอะไร บนร่างเปล่งแสงสีทองเบาบางอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นๆ ก็เช่นกัน เฟิงจิ่วเฉิงกวาดตามองขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกว่า…รู้สึกว่าคนพวกนี้เหมือนจะแข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้ว หรือฉวยโอกาสที่พวกเขายังไม่มาออกไปฟื้นฟูแล้ว? แม้จะสงสัยอยู่บ้างเฟิงจิ่วเฉิงกลับไม่สนใจเช่นกัน ออกไปฟื้นฟูแล้วจะยังไงได้ คนพวกนี้ออกไปก็อยู่ได้ไม่นาน สสารไม่แตกดับฟื้นฟูง่ายขนาดนั้นหรือไง
“เฉินเย่าจู่อย่าหลบอีกเลย ไม่สู้เจ้าลงเขามาประมือกับข้าสักครั้งเป็นอย่างไร?”
“ละครน่าขำไม่จำเป็นต้องแสดงต่อไปแล้ว สิบกว่าปีนี้นายไม่เคยเอาชนะฉันได้ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน!”
“อย่างนั้นเหรอ?”
เฟิงจิ่วเฉิงหัวเราะลั่น ไม่เดินขึ้นมาอีก ยืนอยู่บนแนวทางเดินซัดฝ่ามือผ่านอากาศ เฉินเย่าจู่ก็ซัดฝ่ามือไปเช่นกัน ระหว่างทางเดินนั้นเกิดพลังงานปะทะกัน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เฟิงจิ่วเฉิงไม่รีบร้อน ชกหมัดแล้วหมัดเล่าออกไป หัวเราะว่า “ทุกคนมาบดขยี้พวกเขาไปด้วยกัน!”
เขาไม่คิดจะปะทะตัวต่อตัว นี่เป็นวิธีที่ทำมาหลายปีเช่นกัน อยู่ที่นี่ไม่สามารถฟื้นฟูพลังและการสิ้นเปลืองได้ พวกเขามาด้วยสภาวะเต็มเปี่ยม ค่อยๆ ผลาญปราณและพลังจิตใจของอีกฝ่าย คนพวกนี้เกรงว่ากระทั่งยาบำรุงและหินพลังงานที่ใช้ฟื้นฟูน่าจะหมดเกลี้ยงแล้ว พวกเขากลับมีสำรองไว้ หากไม่ใช่ว่าเวลานั้นคนพวกนี้พกพาหินพลังงานเข้ามา รวมถึงคลื่นพลังงานระเบิดอยู่หลายครั้งฟื้นฟูพลังขึ้นได้ เกรงว่าคงถูกพวกเขาผลาญพลังตายไปแล้ว แม้จะเป็นแบบนี้เฟิงจิ่วเฉิงก็รู้สึกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเหมือนกัน เขาไม่ได้พูดโกหก ครั้งนี้ถ้าไม่สามารถจัดการคนพวกนี้ได้ พ่อของเขาทำข้อตกลงกับราชาไหวแล้ว สงครามเขตแดนสิบแปดทางใต้สิ้นสุดลง จะให้แม่ทัพสวรรค์ใต้บังคับบัญชามาสนับสนุนที่นี่ ถึงเวลานั้นคนพวกนี้ยังจะไม่ตายได้หรือไง?
เฟิงจิ่วเฉิงชกหมัดครั้งแล้วครั้งเล่า ขั้นเก้าสามคนและขั้นแปดสามคนอื่นๆ ก็โจมตีผ่านอากาศใส่พวกเขาอย่างเงียบๆ เช่นกัน ป้องกันนั้นก็ต้องสิ้นเปลือง ไม่ป้องกันพวกเขาก็จะทะลวงทางเดินได้ เข้าสู่บนแท่นนั้น เวลานั้นก็ไม่มีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์แล้ว ขั้นเก้าสี่คนไม่ได้กลัวพวกเฉินเย่าจู่ หญิงชรามองเฉินเย่าจู่ไปแวบหนึ่ง เฉินเย่าจู่เผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน บนร่างกลิ่นอายกลับเสื่อมถอยลงไปบ้าง ในเมื่อพวกเฟิงจิ่วเฉิงจะผลาญพลังพวกเขาให้ตาย งั้นก็ทำให้พวกเขาสมปรารถนาซะ
บนทางเดินนั้นระหว่างที่เฟิงจิ่วเฉิงโจมตีก็ขมวดคิ้วมองไปข้างหลังพวกเฉินเย่าจู่ พื้นที่ระหว่างเขตแดนมีแรงกดดันระเบิดขึ้น! หรือพวกเฉินเย่าจู่คิดจะเข้าไปข้างใน? ในเมื่อสามารถกระตุ้นแรงกดดันได้หมายความว่ากระตุ้นปฏิกิริยาของพื้นที่ระหว่างเขตแดนแล้ว หรือเจ้าพวกนี้เฝ้ารักษาการณ์ที่นี่มาหลายปีหาช่องโหว่เจอแล้ว?
สารเลว! งั้นครั้งนี้ต้องกำจัดเจ้าพวกนี้ให้ได้ ไม่งั้นให้เวลาพวกเขา หากพวกเขาเข้าไปได้จริงๆ งั้นความพยายามหลายปีมานี้ไม่ใช่ว่าจะเสียเปล่าหรือไง?
ใต้ดินต้องห้ามกำลังทำสงคราม ข้างนอกถ้ำสวรรค์เสวียนเต่อก็ระเบิดสงครามเช่นกัน สงครามขั้นเก้าที่ปกติพบเห็นได้น้อย วันนี้กลับปะทุขึ้นรอบทิศทาง เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มนุษยชาติเข้ามาสนับสนุน ใต้ดินอื่นๆ วันนี้ก็ระเบิดแรงกดดันของขั้นเก้านับไม่ถ้วน ใต้ดินเซี่ยงไฮ้ครั้งก่อนเป็นอูชวนและเถียนมู่ที่ปิดล้อมเมือง ครั้งนี้กลับเป็นเจ้าเมืองเยาขุยขั้นเก้าไม่กี่คนนั้น ตระเวนอยู่ใกล้ๆ เมืองความหวังและเมืองเทียนเหมิน คอยจับจ้องและกดดันอู๋ขุยซานอยู่ตลอด
พวกเขาไม่ได้คิดจะเปิดสงครามขั้นเก้าตอนนี้ แต่สกัดขั้นเก้าของมนุษย์ นี่เป็นข้อตกลงร่วมกันของเหนือราบางส่วนเช่นกัน หากไม่ใช่ว่าทางเดินใต้ดินยังไม่ได้เปิดสมบูรณ์ เวลานี้ก็คงระเบิดสงครามเต็มรูปแบบไปแล้ว ไม่ใช่คอยกันท่าอยู่แบบนี้ ใต้ดินเซี่ยงไฮ้เป็นแบบนี้ใต้ดินอื่นๆ ก็เหมือนกัน รวมถึงใต้ดินซีซานปกติหน่อยนักที่จะมีการต่อสู้ ตอนนี้เมืองที่ห่างออกไปพันลี้ก็มีขั้นเก้าสองคนจับมือกันออกมาลาดตระเวนอยู่นอกเมืองซีซาน ปรมาจารย์ฟางอวี่เผยสีหน้าหนักแน่นเช่นกัน ยืนอยู่บนกำแพงคุมเชิงกับอีกฝ่าย สถานการณ์ตึงเครียดจนทำให้คนแทบหยุดหายใจ