ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 710 ฉันเป็นแค่คนไม่รู้หนังสือ (1)
ออกมาจากเขาสักดสมุทร ตำหนักก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พวกเฟิงเมี่ยเชิงพาทุกคนทะยานไปเบื้องหน้าพร้อมกัน ระหว่างทางแม่ทัพมูเฮ่อก็อธิบายต่อ
“หลังจากนี้พวกเราจะไปรวมกันที่เมืองราชาชิงหยาง ถึงที่นั้นพวกเจาโก้สามารถเลือกไปที่ไหนอย่างอิสระได้! แน่นอนว่าถ้าพวกเจายินดีเป็นผู้ฝึกยุทธ์พเนจร นั่นก็แล้วแต่ อันดับแรก… พวกเจ้าต้องใช้ชีวิตให้ได้ซะก่อน…” แม่ทัพมูเฮ่อเผยสีหน้าแฝงด้วยรอยยิ้มดูแคลน
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางห้าสิบคน จะสามารถใช้ชีวิตภายในราชสำนักได้อย่างนั้นเหรอ? บางทีอาจทำได้ แต่คงใช้ชีวิตได้อย่างไม่ราบรื่นนัก ที่นี่มียอดฝีมือระดับสูงมากเกินไป ผู้ฝึกยุทธ์พเนจรคนหนึ่งจะไปหาทรัพยากรฝึกวิชาจากที่ไหน?
ระหว่างที่พูด จู่ ๆ ขั้นแปดที่บังคับตำหนักก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงดังว่า
“องค์หญิงจีเหยา พวกเราแค่ผ่านทางมาที่นี่ กำลังจะออกไปแล้ว…”
“ออกมา!” ข้างหน้านั้นมีคนกลุ่มหนึ่งลอยอยู่บนอากาศ ขวางทางของตำหนักเอาไว้
ข้างหลังเขาสกัดสมุทรไม่ใช่อาณาเขตของราชสำนักพืชปีศาจ แต่เป็นของราชสำนักสัตว์ปีศาจ ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้อยู่ภายใต้การดูแลของราชาชิงหลาง ด้วยเหตุผลนี้ก็เห็นได้ชัดเจนแล้วว่าเขตแดนเชื่อมต่อกับราชสำนักใด ข้างหน้านั้นจีเหยาเหมือนจะรอคอยอยู่นานแล้ว ฟางผิงได้ยินเสียงจีเหยาก็แปลกใจอยู่บ้าง คนคุ้นเคยมารวมตัวกันอีกแล้ว! เร็วขนาดนี้เลย! เขายังคิดว่าครั้งนี้อาจจะไม่ได้เจอจีเหยาเสมอไป ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนของราชสำนักสัตว์ปีศาจ
ระหว่างที่คิด หลีอันและเฟิงเมี่ยเชิงก็ทยอยปรากฏตัวเดินออกไปนอกตำหนัก พวกฟางผิงไม่ได้ตามออกไป แต่เดินไปอยู่ที่ประตูตำหนักแทน ข้างหน้านั้นจีเหยาพายอดฝีมือมาไม่น้อย กวาดตามองพวกหลีอันแวบหนึ่ง เอ่ยด้วยเสียงเยือกเย็นว่า
“ครั้งนี้พวกเจ้าไปเขตแดนเจ็ดทางใต้ เจอฟางผิงหรือเปล่า?”
ฟางผิงรู้สึกจนใจ คิดถึงฉันขนาดนี้เลย?
หลีอันได้ฟังก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“จีเหยา ฟางผิงยังจะกล้าโผล่หน้ามาได้อีกยังไง! ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังอยู่ที่นี่ เขาคงไม่กล้าปรากฏตัวเหมือนกัน…”
“เหอะ!” จีเหยาเผยสีหน้าดูแคลน “เจ้านับว่าเป็นอะไร? หากไม่ใช่ว่าพ่อเจ้าครองอำนาจ คนอย่างเจ้าจะเทียบเคียงกับข้าได้หรือไง? ส่วนเรื่องที่ฟางผิงกลัวหลีอัน นั่นยิ่งน่าขำไปใหญ่” จีเหยาคร้านจะสนใจ เอ่ยว่า “เมืองเย้าขุยส่งคนมาแล้วใช่ไหม?”
หลีอันมองไปทางฟางผิง ฟางผิงรีบทะยานอากาศออกมา เผยสีหน้านอบน้อม ประสานมือว่า
“ข้าขุยหมิง คารวะนายท่าน!”
“เจ้าเป็นคนของเมืองเย้าขุย?”
“ท่านพ่อข้าเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทหารองครักษ์เมืองเย้าขุย…”
“เคยเจอฟางผิงหรือเปล่า?”
ฟางผิงละล่ำละลักว่า
“ไม่เคยเจอ แต่ท่านพ่อเคยประมือกับฟางผิงมาก่อน พอได้ยินมาอยู่บ้าง”
“เคยประมือ?” จีเหยาแววตาวูบไหวเล็กน้อย ถามต่อว่า “เผ่าเทียนจื่อของพวกเจ้าเคยประมือกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มาหลายครั้ง น่าจะคุ้นเคยกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดี ข้าอยากจะถามเจ้าเรื่องเบาะแสของฟางผิง พวกเจ้ารู้เรื่องแค่ไหน? คนสนิทของเขาเคยเข้ามาในเขตแดนเจ็ดทางใต้หรือเปล่า? ได้ยินว่าเมืองเย้ามูถูกมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ตีพ่าย ตัวการสำคัญก็คือฟางผิง พวกเจ้ารู้ว้าเวลานั้นฝีมือเขาเป็นยังไง มีจุดพิเศษตรงไหน? อีกอย่าง เมืองเย้ามูถูกมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ยึดครอง ตอนนี้มีคนใกล้ชิดของฟางผิงอยู่ในนั้นหรือเปล่า?”
ผู้หญิงคนนี้ถามติดต่อกันหลายคำถาม ฟางผิงกลับใจไหววูบ จาวซิ่งอู่หนีเข้ามาในเขตหวงห้าม ตามหลักแล้วค่อนข้างรู้ข้อมูลของเขาอยู่บ้าง ทั้งยังมีความเข้าใจต่อมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ หากอยากรู้เรื่องของเขา จาวซิ่งอู่นั้นรู้ไม่น้อย ทั้งลัทธินอกรีตก็มีความสัมพันธ์กับถ้ำใต้ดิน น่าจะมีข้อมูลบางส่วนออกมาเหมือนกัน จีเหยาถามตัวเองเป็นเพราะจาวซิ่งอู่ไม่ได้พูด หรือว่าราชสำนักพืชปีศาจไม่เปิดโอกาสให้เธอ?
ฟางผิงไม่ได้ตอบ แต่มองไปทางหลีอัน หลีอันเผยสีหน้าพอใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า
“ในเมื่อองค์หญิงจีเหยาถามแล้ว รู้ก็ตอบนางไปเถอะ!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่ได้รู้เรื่องของฟางผิงเท่าไหร่ แค่ได้ยินมาบางเท่านั้น ไม่ได้ยินว่าเขามีคนสนิทเข้ามาในเขตแดนเจ็ดทางใต้ แต่กระบี่อมตะของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เป็นอาจารย์ของฟางผิง ตอนนี้อยู่ในเขตแดนเจ็ดทางใต้ เมื่อคืนกระบี่อมตะยังโจมตีเมืองเย้าขุย จากที่พ่อข้าบอก เวลานั้นสงครามเมืองเย้ามู ฟางผิงฝีมือธรรมดา กลับมีห้องมิติสีทองที่สร้างจากสสารไม่แตกดับ สามารถขังยอดฝีมือขั้นอารยะตอนต้นไว้พักหนึ่งได้ เวลานั้นพ่อข้าทะลวงมิติออกมา กลับถูกยอดฝีมือของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ล้อมฆ่า…”
“มิติที่สร้างจากสสารไม่แตกดับ?” จีเหยาสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย เรื่องนี้เธอยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่จริงๆ ครั้งก่อนที่เธอเจอฟางผิงยังคงเป็นในถ้ำใต้ดินต้องห้าม เวลานั้นฟางผิงถูกคนทะลวงห้องสีทองในถ้ำใต้ดินซีซานพอดี จึงไม่ได้แสดงเจ้านี้ออกมา ทั้งในถ้ำใต้ดินซีซานยอดฝีมือถ้ำใต้ดินที่เจอเขาก็ตายกันหมดแล้ว ย่อมไม่มีคนรู้เหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ในสงครามเทียนเหมิน ฟางผิงเคยแสดงออกมาหนึ่งครั้ง จุดนี้มีไม่กี่คนที่รู้ จีเหยาเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“สามารถขังขั้นอารยะตอนต้นได้?”
ฟางผิงละล่ำละลักว่า
“ถูกต้อง พ่อข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์อารยะตอนกลาง เวลานั้นถึงสามารถทะลวงมิติออกมาได้ อารยะตอนต้นเกรงว่าจะถูกขังไว้อยู่พักหนึ่ง”
“เวลานั้นเขาอยู่ขั้นไหน?”
“สงสัยว่าขั้นอารยะ…” ฟางผิงอธิบายว่า “ท่านพ่อบอกว่ายากที่จะแยกแยะความสามารถของอีกฝ่าย ตอนแรกอยู่แค่ขั้นแม่ทัพ แต่เขามีสสารไม่แตกดับเป็นจำนวนมาก ทั้งยังหลอมร่างไม่แตกดับ…”
เรื่องนี้จีเหยารู้ดี เอ่ยว่า
“พูดแบบนี้ตอนนี้เขาทะลวงด่านแล้ว เกรงว่าจะสามารถขังอารยะตอนกลางถึงกระทั่งอารยะตอนปลายได้แล้ว?” ก่อนหน้านี้ในถ้ำใต้ดินต้องห้าม ฝีมือของฟางผิงไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่แข็งแกร่งกว่าเธอยังคงเป็นเรื่องจริง ทว่าเวลานั้นไม่เห็นห้องสีทอง ฟางผิงก็ไล่ตามเธอไม่ทันเหมือนกัน นึกถึงตรงนี้ จีเหยาก็เอ่ยอีกครั้ง “เจ้ามั่นใจนะว่าเขาไม่มีคนใกล้ชิดอยู่ในเขตแดนเจ็ดทางใต้?”
ฟางผิงเคียดแค้นอยู่ในใจ ผู้หญิงคนนี้คิดจะวางแผนกับครอบครัวของเขา? ไม่ช้าก็เร็วจะฆ่าเธอซะ!
“น่าจะไม่มี เมืองเย้าขุยเพิ่งเข้าร่วมสงครามได้ไม่นาน ไม่เคยได้ยินว่าฟางผิงมีคนใกล้ชิดอยู่ในเขตแดนเจ็ดทางใต้”
“ได้ยินว่ากระบี่อมตะหาเคล็ดวิชาหมื่นวิถีรวมเป็นหนึ่งเจอแล้ว เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
ฟางผิงรีบเอ่ยว่า
“เรื่องนี้ข้ากลับไม่รู้”
ด้านข้างนั้นหลีอันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“น่าจะเป็นเรื่องจริง ก่อนหน้านี้กระบี่อมตะออกรบ รวมถึงเมื่อคืนก็ไม่ได้เกิดสถานการณ์พลังชีวิตไหลเวียน ดังนั้นข้อมูลนี้น่าจะไม่ผิด” สีหน้าของจีเหยานั้นเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน
“หลีอัน เจ้าและข้าเข้าไปในเขตแดนเจ็ดทางใต้อีกครั้ง ให้เขตแดนข้างนอกแต่ละเมืองร่วมมือกันล้อมฆ้ากระบี่อมตะ! ข้าไม่เชื่อว่าฆ้ากระบี่อมตะแล้ว ฟางผิงยังจะซ่อนตัวอยู่ได้!”
“จีเหยา…” หลีอันเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “เจ้าเมืองเขตแดนข้างนอกพวกนั้นไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งของข้า เรื่องนี้ยังต้องได้รับอนุญาตจากเสด็จพ่อ…”
“ไร้ประโยชน์!” จีเหยาด่าออกมาก่อนจะมองไปทางเฟิงเมี่ยเชิง เผยสีหน้าไม่พอใจ เอ่ยอย่างเยือกเย็น “เจ้าก็ไร้ประโยชน์! คนไร้ประโยชน์สองคน ก่อนหน้านี้นึกไม่ถึงว่าจะปล่อยกระบี่อมตะและราชาอสรพิษไป หากไม่ใช่แบบนี้ฟางผิงจะหนีเอาชีวิตรอดได้ยังไง? ไม่ใช่แค่ฟางผิงเอาชีวิตรอดได้! เพื่อโจมตีฆ้าฟางผิง เหนือราชาในตำหนักเหนือราชายังตายไปคนหนึ่ง”
หลายวันนี้จีเหยาแทบสงบจิตใจไม่ได้ ครั้งนี้ร่วมมือกับราชสำนักเทียนจื่อ แม้จะเป็นความคิดของเหนือราชาในตำหนักเหนือราชา แต่ก็มีเธอคอยกระตุ้นอยู่ดี ผลปรากฏว่าเหนือราชาตายไปหนึ่งคน หลังจากเกิดเรื่องราชสำนักสั่นคลอน เธอตกอยู่ในที่นั่งลำบากไม่น้อยเหมือนกัน หากไม่ใช่ว่าพ่อเธอเพิ่งทะลวงด่านถึงขั้นเหนือราชาพอดี ร่วมกับปู่ยังเป็นเจ้าตำหนัก เกรงว่าครั้งนี้คงจะฝังร่างเธอไปด้วย ยอดฝีมือเหนือราชาตายไปหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ทั้งเป็นเพราะเหตุนี้ จีเหยาจึงยิ่งเคียดแค้นฟางผิงมากขึ้นไปอีก เป็นเหมือนหนามยอกอก ไม่ฆ้าฟางผิงเธอรู้สึกไม่ยินยอมจริงๆ รู้ว่าวันนี้พวกเฟิงเมี่ยเชิงออกมาจากเขตแดนข้างนอก ทั้งยังพาคนของเมืองเย้าขุยที่เคยประจันหน้ากับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้มาด้วย จีเหยาจึงรีบพาคนมาขวางทางเค้นถามทันที