ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 714-2 เหตุไม่คาดฝันบ่อยครั้ง (2)
“ขุยหมิง!” ชั่วพริบตานี้จู่ ๆ หลีอันก็หน้าดำหน้าแดง ยื่นมือคว้าไปทางฟางผิง
ด้านข้างนั้นเฟิงเมี่ยเชิงกลับหัวเราะออกมา ลงมือในชั่วพริบตาเช่นกัน เกิดเสียงเปรี้ยงดังขึ้น พลังงานระเบิดออก! ฟางผิงรีบกระโดดมาอยู่ข้างหลังเฟิงเมี่ยเชิง เอ่ยด้วยท่าทีเรียบนิ่ง
“องค์ชายหลีอัน ตอนแรกข้ามีใจภักดีติดตามท่าน แต่ท่านจิตใจคับแคบ จะให้ข้าสังหารลูกน้องขององค์ชายเฟิงต่อหน้าทุกคนให้ได้ ถึงกระทั่งลอบสังหารองค์ชายเฟิงด้วย… ข้ายินดีติดตามองค์ชายก็เพราะองค์ชายเป็นคนใจกว้าง ในเมื่อองค์ชายจะตัดทางรอดให้ได้ งั้นข้าก็จะทำให้องค์ชายได้!”
ตอนนี้เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะเสียงดังว่า
“ฮ่า ๆ ๆ! แผนไม่เลว ข้ากลับประเมินเจ้าต่ำไป! แต่เจ้าไม่คิดบ้างว่าเจ้าก็เทียบกับข้าได้? คนไร้ประโยชน์อย่างเจ้านึกไม่ถึงว่าเวลานี้ยังคิดจะวางแผนข้า ประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว! เดาได้ตั้งนานว่าเจ้าไม่มีเจตนาดี เสแสร้งแกล้งทำ! คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาง่าย ๆ แบบนี้ น่าขำ!” เฟิงเมี่ยเชิงได้ใจอย่างยิ่ง!
เวลานี้พวกฮวาอวี่ที่อยู่ด้านข้างต่างทยอยมองไปทางหลีอัน หลีอันไม่ลงมืออีก เผยสีหน้าไม่สะทกสะท้าน จู่ ๆ ก็หัวเราะว่า
“เฟิงเมี่ยเชิง เจ้าคิดวางแผนกับข้า? จงใจแสดงละครแบบนี้ออกมา สนุกหรือเปล่า?”
เฟิงเมี่ยเชิงแค่นหัวเราะ เอ่ยอย่างเยือกเย็น
“ข้าวางแผนเจ้า? เจ้าก็คู่ควรรึ! ยังคิดจะเสแสร้งอีก? เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆ สินะ! การกระทำทุกอย่างข้าล้วนกระจ่างใจดี! รวมถึงในเขตแดนเจ็ดทางใต้เจ้าจงใจปล่อยราชาอสรพิษและกระบี่อมตะไป! เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้? น่าขำ! เวลานั้นทุกความเคลื่อนไหวของเจ้าล้วนอยู่ในสายตาของขุยหลัว ขุยหลัวให้ขุยหมิงมาบอกข้าตั้งนานแล้ว เจ้าคิดว่าแผนร้ายของเจ้าจะสำเร็จผล? เมื่อวานขุยหมิงไปหาเจ้า แต่ข้าจงใจให้เขาไปหยั่งเชิงเจ้าเท่านั้น ตอนแรกยังคิดจะให้ขุยหมิงไปอยู่กับเจ้า เข้าใจสถานการณ์มากขึ้นอีกหน่อย… นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเปิดเผยออกมาอย่างง่ายดายแบบนี้ เจ้ากำลังแสดงละครอยู่ตลอดจริงๆ ด้วย! วันนี้เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าให้ทุกคนได้เห็นว่าเจ้าน่าขันขนาดไหน! จะแกล้งบ้าหรือเปล่า? ไม่มีฝีมือทุกอย่างล้วนสูญเปล่า! ฮ่า ๆ ๆ เจ้าแสดงละคร… อาจไม่ใช่ละครของเจ้าเสมอไป แผนดี แผนดีจริงๆ! ข้าคิดมาโดยตลอดว่าเวลานั้นจัดการอย่างรัดกุมขนาดนั้นแล้ว ทำไมฟางผิงยังรอดตายไปได้? ที่แท้ก็มีเจ้าแอบบงการอยู่… ไม่สิ บางทีเจ้าอาจมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ!” เฟิงเมี่ยเชิงหัวเราะไม่หยุด
ในฝูงชนเกิดความวุ่นวายอยู่บ้างแล้ว คำพูดนี้ชัดเจนเกินไป! เฟิงเมี่ยเชิงบอกว่าหลีอันแสดงละครมาโดยตลอด จงใจปล่อยฟางผิงไป แต่หลีอันไม่ได้มีความกล้านี้ ไม่มีความสามารถนี้ ทั้งไม่มีคุณสมบัติเช่นกัน! งั้นใครลอบบงการอยู่เบื้องหลัง ไม่จำเป็นต้องพูดก็รู้แล้ว!
หลีอันสีหน้าเปลี่ยนยกใหญ่ เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง
“เฟิงเมี่ยเชิง เจ้าไร้ประโยชน์เอง อย่ามาผลักทุกเรื่องเข้าหาตัวข้า!”
“ฮ่า ๆ ๆ หลีอัน ข้าไร้ประโยชน์ เจ้าไม่ไร้ประโยชน์หรอก! ตอนที่เจ้าราชสำนักยังวัยเยาว์ เวลานั้นเจ้าราชสำนักก็เป็นอัจฉริยะของยุคสมัย ข้าก็พูดแล้วว่าลูกชายของเจ้าราชสำนักจะไร้ประโยชน์ขนาดนั้นได้ยังไง!” เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยอย่างเยียบเย็น “ครั้งนี้เพื่อล้อมฆ่าฟางผิง เสด็จปู่ทุ่มเทพลังแทบทั้งหมด ข้าและฟางผิงแค้นลึกซ้ำดังมหาสมุทร ไม่อาจจงใจปล่อยอีกฝ่ายไปอยู่แล้ว! เวลานั้นข้าก็รู้สึกผิดปกติแล้ว เจ้าและฟางผิงไม่มีความแค้นต่อกัน ทำไมจะต้องโจมตีฆ้ากระบี่อมตะด้วย! ที่แท้ก็รอทำแบบนี้กับข้า! เจ้าเก็บตัวอยู่ในเมืองจักรพรรดิตั้งหลายปี อยู่ดี ๆ จะไปเขตแดนเจ็ดทางใต้ ที่แท้ก็วางแผนนี้ไว้นานแล้ว! หลีอัน ต่อให้แผนลับขนาดไหน นั่นก็เป็นแค่แผนลับ เจ้าคิดว่าเจ้าปิดบังทุกคนได้อย่างนั้นเหรอ? ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วแทบจะมีช่องโหว่อยู่ทุกหนทุกแห่ง…”
ด้านข้างนั้นฟางผิงลอบดูแคลน ‘ช่องโหว่ปู่แกสิ! ฉันไม่บอกนาย คนโง่อย่างนายจะรู้เรื่องพวกนี้หรือไง? ดีเหมือนกัน เจ้าโง่นี่ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ถ้ำใต้ดินจะได้วุ่นวายหน่อย’ หลีอันเจ้าหมอนี่คิดว่าให้ขั้นเจ็ดจับตามองตัวเองแล้วตัวเองก็ไม่มีวิธีไปรายงานแล้วสินะ? โง่ซะไม่มี! ฟางผิงลอบดูแคลน ‘ไม่รู้ว่าฉันสวามิภักดิ์เฟิงเมี่ยเชิงตั้งนานแล้ว?’
แน่นอนว่าตอนแรกฟางผิงวางแผนจะเป็นสายลับสองหน้า ลอบสวามิภักดิ์เฟิงเมี่ยเชิงอย่างลับ ๆ แล้วไปสวามิภักดิ์หลีอันอีก ทีนี้ไม่ว่าจะฝากตัวกับใครสำหรับเขาไม่ต่างกันเท่าไหร่ เขาไม่ได้จะอยู่ที่นี่นานสักหน่อย ผลปรากฏว่าหลีอันจะให้เขาก่อเรื่องเพื่อสวามิภักดิ์ให้ได้ ฟางผิงคิดว่ายืมโอกาสนี้ดำเนินเรื่องจะดีที่สุด เฟิงเมี่ยเชิงเจ้าโง่นั้นก่อนหน้านี้อาจไม่เชื่อคำพูดของตัวเองเสมอไป ตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เมื่อวานยอดฝีมือขั้นเจ็ดคนหนึ่งเอาแต่จับตามองตัวเอง เฟิงเมี่ยเชิงคงเห็นเหมือนกันสินะ?
ฟางผิงรอเฟิงเมี่ยเชิงพูดออกไปยกใหญ่แล้วก็รีบเอ่ยว่า
“องค์ชาย เมื่อวานไม่ใช่แค่ข้า จีนอวี่ไห่ก็อยู่ในที่เกิดเหตุเหมือนกัน เขากระจ่างใจดี องค์ชายหลีอันให้พวกเราโจมตีฆ่าคนที่ท่านรับตัวมา…”
คำพูดนี้เพิ่งจะหลุดออกมา ข้างหลังนั้นจีนอวี่ไห่ที่ตกใจอย่างหนักรีบตะโกนว่า
“องค์ชายเฟิง ข้าไม่ได้มีเจตนานี้…” พูดยังไม่ทันจบ จู่ ๆ จีนอวี่ไห่ก็ฟันออกมาหนึ่งกระบี่ สังหารพวกคนด้านข้างที่ถอยหลังมา ในชั่วพริบตาฆ่าอีกฝ่ายแล้วก็วิ่งไปอยู่ข้างหลังเฟิงเมี่ยเชิงทันที ตะโกนว่า
“องค์ชาย เมื่อคืนข้าก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม มีใจอยากติดต่อองค์ชายตั้งนานแล้ว แต่องค์ชายหลีอันส่งคนมาติดตามพวกเรา ภายใต้สถานการณ์จนใจ ข้าถึงต้องวางแผนสังหารคนในวันนี้เพื่อแสดงให้เห็นความจงรักภักดี!”
ฟางผิงชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ‘มีทักษะเอาตัวรอดสูงจริงๆ! เรื่องแบบนี้ยังกล้าทำออกมา?’
ตอนนี้หลีอันใบหน้าดำคล้ำแล้ว แค่เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น เขาไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ ผลปรากฏวากลับถูกเจ้าสองคนนี้วางแผนแล้ว? ถูกเฟิงเมี่ยเชิงเจ้าโง่นี้วางแผน?
เวลานี้พวกฮวาอวี่ที่อยู่ด้านข้างต่างเผยสีหน้าแปลกออกไป ทยอยมองไปทางหลีอัน เฟิงเมี่ยเชิงไม่สนใจจีนอวี่ไห่เช่นกัน แค่นหัวเราะว่า
“คนไม่มีความสามารถถึงจะลอบวางแผนพวกนี้ได้! หลีอัน ขาดแคลนแผนการชั่วแบบนี้ยิ่งนัก ก่อนหน้านี้ก็แค่สงสัยเจ้าเท่านั้น ถึงได้ให้คนไปหยั่งเชิง แต่ใครใช้ให้เจ้าเป็นลูกชายของเจ้าแห่งราชสำนักล่ะ ข้าจึงไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไร! แต่ครั้งนี้กลับมาถึงราชสำนัก บางเรื่องก็ควรต้องตรวจสอบแล้ว ราชสำนักทำสงครามมาหลายปี ไม่กี่ปีนี้กลับถูกดินแดนแห่งการเกิดใหม่เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่หลายครั้ง สถานการณ์แบบนี้เหมือนจะเริ่มตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน! ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เจ้าแห่งราชสำนักเหมือนจะไม่สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่… ไม่สนใจจริงๆ ก็ดี แกล้งไม่สนใจก็ช่าง หลังจากเจ้าแห่งราชสำนักบาดเจ็บหนัก ราชสำนักก็กลายเป็นทิศทางตรงข้าม เรื่องในนั้นก็มีเหตุผลเข้ากันแล้ว!”
ทุกคนสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง! คำพูดนี้ของเฟิงเมี่ยเชิงทำให้ทุกคนคิดเชื่อมโยงอีกครั้ง! หมายความว่ายังไง? เจ้าแห่งราชสำนักจงใจให้ราชสำนักกลับกลายเป็นทิศทางตรงข้าม? แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเขา? ไม่สิ! ทุกคนอดคิดลงลึกไม่ได้ บางทีเพราะสถานการณ์พลิกผัน ราชสำนักจึงไม่ได้เป็นฝ่ายจู่โจมอย่างเอิกเกริก ทั้งไม่จู่โจมอย่างเต็มที่ ก็ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองแรงของเจ้าราชสำนัก ไม่อย่างนั้นเจ้าราชสำนักที่บาดเจ็บหนักคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถและพลังชักนำสงครามขนาดใหญ่ได้หรอก! ถึงเวลานั้นตำแหน่งของเจ้าราชสำนักย่อมตกเป็นของคนอื่น ทั้งหลังจากเจ้าราชสำนักบาดเจ็บหนัก ราชสำนักก็อยู่ในสถานการณ์พลิกผัน เพียงพอให้พิสูจน์การมองการณ์ไกลของเจ้าราชสำนักแล้ว ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเจ้าแห่งราชสำนักในเวลานั้นเป็นวีรบุรุษ ถึงขนาดนี้แบบนี้แล้ว เหนือราชาบางส่วนเกรงว่าคงจะมีใจค้นหาวิธีทำให้เจ้าราชสำนักฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง!
ตอนนี้ทุกคนต่างคิดกันไปต่างๆ นานา กลับไม่มีใครเอ่ยปาก อันที่จริงยังมีอีกจุดหนึ่ง ไม่กี่ปีนี้หลัก ๆ พวกราชาเฟิงกุมอำนาจในราชสำนัก แต่หลังจากราชาเฟิงเหนือราชาคนนี้กุมอำนาจในราชสำนัก กลับไม่อาจทำผลงานได้ พ่ายแพ้อย่างไม่หยุดหย่อน นี่ก็เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพวกราชาเฟิงเหมือนกัน ราชาเฟิงระหองระแหงกับเจ้าแห่งราชสำนักมาโดยตลอด เวลานั้นเฟิงจิ่วเฉิงยังไม่ได้ก้าวสู่เส้นทางต้นกำเนิด ราชาเฟิงก็เคยคิดจะให้เฟิงจิ่วเฉิงเป็นเจ้าแห่งราชสำนักแล้ว สุดท้ายก็ล้มเหลว
“พูดจามั่วซั่ว!” หลีอันลนลานอยู่ในใจ ตะโกนว่า “เฟิงเมี่ยเชิง เจ้ารู้จักใส่ร้ายข้า… ข้าละทิ้งการแย่งชิงตำแหน่งเจ้าแห่งราชสำนักไปแล้ว เพื่อขจัดคู่ต่อสู้ เจ้ารอคอยไม่ไหวขนาดนี้เลยหรือไง?”
ตอนนี้เฟิงเมี่ยเชิงยังค่อนข้างฉลาด แค่นหัวเราะว่า
“ข้ารอคอยไม่ไหว? ข้าใส่ร้ายเจ้า? จำเป็นด้วยหรือไง? บางเรื่องไม่ตรวจสอบก็แล้วไป ตรวจสอบแล้วต้องมีเบาะแสร่องรอยอย่างแน่นอน! รวมถึงการตายของเหนือราชาเสวียนอวี่ด้วย…”
“ระวังคำพูดด้วย!” เวลานี้มียอดฝีมือขั้นเก้าคนหนึ่งตะโกนออกมา “ขัดแย้งกันภายในนั้นทำได้ แต่เรื่องพัวพันถึงการตายของเหนือราชาคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นการตายของเหนือราชาราชสำนักเทียนมิ่ง ไม่อาจพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้าได้!” หากถูกเผยแพร่ออกมานั่นก็เป็นเรื่องใหญ่แล้ว!
สิ้นเสียงยอดฝีมือขั้นเก้าคนนั้นก็ประกายแววตาดุดัน เปรี้ยง! เกิดเสียงระเบิดดังขึ้น! นอกจากพวกฟางผิงที่ถูกรับตัวไว้แล้ว คนอื่น ๆ ข้างล่างเวทีแทบจะถูกระเบิดทั้งหมด!
ฟางผิงม่านตาหดเกร็ง! โหดเหี้ยมจริงๆ! ตั้งหลายพันคน ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางหลายพันคน! ขั้นเก้าคนนี้นึกไม่ถึงว่าจะปลดปล่อยพลังกดดันคนกลุ่มนี้จนตาย! ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกบางส่วนที่ยังไม่ตาย ไม่ทันได้หลบหนี ขั้นเก้าคนนี้ก็ปรากฏอาวุธวิเศษในมือขึ้นมา อาวุธวิเศษทะลวงอากาศ ชั่วพริบตาก็โจมตีฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ยังไม่ตายพวกนั้น! อัจฉริยะจากเขตแดนข้างนอกพวกนี้เพิ่งเข้าเขตหวงห้ามวันที่สองก็ตายเหลือแค่ไม่กี่คน!
ชั่วพริบตานี้คนอื่น ๆ ที่รอดชีวิตต่างเสียวสันหลังวาบ เผยสีหน้าซีดเผือด ตอนนี้ยอดฝีมือขั้นเก้าจ้องมองพวกฟางผิงตาเขม็ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“องค์ชายทุกคน ไม่อาจพูดจาส่งเดชได้ ไม่ว่าเรื่องจริงจะเป็นยังไง คนที่อยู่ตรงนี้ข้าเชื่อว่าสามารถปิดปากเงียบได้! แต่คนเขตแดนข้างนอกพวกนี้…”
ฟางผิงลอบก่นด่าในใจ! ตอนที่เฟิงเมี่ยเชิงพูดเรื่องนี้เขารู้สึกดีไม่น้อย เจ้าโง่นี่ไม่ว่าอะไรก็กล้าพูดหมด แต่เวลานี้เป็นปัญหาแล้ว! นี่จะฆ่าคนปิดปากหรือเปล่า!