ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - บทที่ 716 ดวงคู่ปรับ (1)
ตอนที่ 716 ดวงคู่ปรับ (1)
ระหว่างทางเฟิงเมี่ยเชิงไม่ได้รีบร้อนเดินทาง นอกจากเฟิงเมี่ยเชิงแล้ว ข้างกายเขายังมียอดฝีมือขั้นแปดหลอมห้าขันหนึ่งคน ขั้นเจ็ดตอนปลายอีกสองคน
กลุ่มของฟางผิงที่มาจากเขตแดนข้างนอกก็มีไม่น้อย ทั้งหมดประมาณหาสิบคน
คนพวกนี้นับว่าโชคดี ก่อนหน้านี้ก็ไปหยุดข้างกายเฟิงเมี่ยเชิงแล้วนี่ถึงได้รอดตาย
ข้างหน้านั้นเฟิงเมี่ยเชิงอยู่กับยอดฝีมือขั้นแปด ฟางผิงที่อยู่ข้างหลังไม่อาจนิ่งเฉยได้ เขามาถ้ำใต้ดินไม่ใช่เพื่อเป็นเด็กรับใช้
ไม่นานฟางผิงก็ชำเลืองมองขั้นเจ็ดคนหนึ่ง ฟางผิงเพิ่มความเร็วเล็กน้อยไปสมทบกับขั้นเจ็ดคนนั้น เอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “แม่ทัพเฟิงอวี ตอนนี้พวกเรายังอยู่ห่างจากเมืองจักรพรรดิไกลหรือเปล่า?”
เฟิงอวีเป็นชายกลางคนที่ค่อนข้างเย็นชา แต่ยังนับว่าเกรงใจต่อฟางผิง
ด้านหนึ่งเป็นเพราะฟางผิงเหมือนจะได้รับความสำคัญจากเฟิงเมี่ยเชิง อีกด้านก็เพราะเขาเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดเหมือนกัน
ได้ยินฟางผิงถาม เฟิงอวีเอ่ยว่า “ยังไกลอยู่ สามหมื่นอาร์ค”
ฟางผิงขมวดคิวเล็กน้อย นั่นยังไม่ถือว่าใกล้จริงๆ หน่วยวัดของถ้ำใต้ดินแตกต่างจากมนุษย์อยู่บ้าง ความรู้พื้นฐานเรื่องนี้ฟางผิงยังคงเคยเรียนมาก่อน
หนึ่งอาร์คที่จริงก็คือระยะทางในชั่วพริบตาที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดระเบิดความเร็วเต็มกำลัง น่าจะประมาณห้าร้อยเมตรได้
เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ถึงระดับสูงแล้ว หากระเบิดเต็มกำลัง ความเร็วยังคงถึงขีดสุด เร็วกว่าเสียง ตอนที่ฟางผิงเพิ่งเข้าสู่ระดับกลางหนึ่งวินาทีความเร็วก็เกินร้อยเมตรไปแล้ว
แต่ยังคงเป็นประโยคเดิม เร็วเกินไปความแข็งแกร่งของร่างกายตามไม่ทันก็ทำให้ตัวเองบาดเจ็บได้ง่าย
‘สามหมื่นลี้…’
ฟางผิงพึมพำในใจ ถ้ำใต้ดินกว้างใหญ่จริงๆ!
ตั้งแต่เขามาจากเขตแดนเจ็ดทางใต้ถึงเมืองราชาชิงหยาง น่าจะลอยมาประมาณเจ็ดแปดพันลี้แล้ว ตอนนี้มาถึงเมืองจักรพรรดิเพิ่มขึ้นมาอีกสามหมื่นลี้ ระยะทางหลายหมื่นลี้แล้ว!
ลักษณะภาพรวมของเขตหวงห้ามฟางผิงรู้ว่า เป็นวงรี เส้นผ่านศูนย์กลางที่ยาวที่สุดเกินหนึ่งแสนแปดหมื่นลี้ ทั้งเขาด่านสมุทรก็เป็นขอบแดนของวงรี
จากขอบแดนถึงเมืองเทียนจื่อระยะทางหลายหมื่นลี้ คำนวณแบบนี้เมืองเทียนจื่อถือว่าไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ใจกลางสุดของเขตหวงห้าม
ระยะทางประมาณสามหมื่นลี้ ความเร็วของทุกคนในตอนนี้อ่อนแอสุดล้วนเป็นขั้นหก เดินทางอย่างไม่หลับไม่นอนก็ต้องใช้ประมาณสามวันสามคืน
เดินทางหมื่นลี้ในหนึ่งวัน นี่ก็คือผู้ฝึกยุทธ์ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกเกรงว่า จะรับไม่ไหว
ฟางผิงยังกำลังคิด เฟิงอวีก็เอ่ยว่า “รอถึงเมืองว่านหลงข้างหน้า อาณาเขตของสำนักเทพว่านหลงพวกเราก็สามารถขี่ปีศาจมังกรมุ่งหน้าสู่เมืองจักรพรรดิได้แล้ว”
“สำนักเทพว่านหลง?”
หนึ่งในแปดสำนักเทพ สำนักเทพที่เหนือราชาว่านหลงเป็นผู้ก่อตั้ง
เดิมทีเหนือราชาว่านหลงเป็นคนของราชสำนักเทียมมิ่ง ช่วงวัยเยาว์ไปราชสำนักผู้พิทักษ์ได้ทำความรู้จักกับเทพปีศาจมู่หลง…
เทพปีศาจมู่หลงมีความแค้นกับทายาทของราชาปีศาจเสวียนหลง ภายหลังเหนือราชาว่านหลงและเทพปีศาจมู่หลงจึงมาราชสำนักเทียนจื่อ…
ฟางผิงเอ่ยเสียงเบาว่า “ราชาปีศาจเสวียนหลงคือ…”
“ราชาปีศาจผู้พิทักษ์ของราชสำนักเทียมมิ่ง”
เฟิงอวีหัวเราะว่าเป็นยอดฝีมือระดับราชาปีศาจที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง! ราชสำนักเทียมมิ่งตระกูลจีนั้นแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ก่อนหน้านี้เจ้าถูกองค์หญิงจีเหยาไถ่ถาม
เวลานั้น หากตอบได้ไม่ดีถูกฆ่าแล้วก็คงไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว
ผู้อาวุโสขององค์หญิงจีเหยาคือเจ้าตำหนักเหนือราชาของราชสำนักเทียมมิ่ง ท่านราชามิ่งพ่อของนาง นอกจากเป็นเจ้าแห่งราชสำนักแล้ว ช่วงนี้ยังทะลวงผ่านกลายเป็นเหนือราชา นับว่าแข็งแกร่งเหมือนกัน
ราชาปีศาจเสวียนหลงก็เป็นราชาปีศาจผู้พิทักษ์ ขอแค่ตระกูลจียังคงเป็นเจ้าแห่งราชสำนัก งั้นราชาปีศาจเสวียนหลงก็เป็นราชาปีศาจผู้พิทักษ์ของตระกูลจี
ไม่ใช่แค่นี้ องค์หญิงจีเหยายังลงนามทำสัญญากับเผิงเชวี่ย เผิงเชวี่ยก็คือราชาเฟ็ง…
“ราชาเฟ็ง?”
ฟางผิงทำหน้าแปลกไปอยู่บางส่วน เฟิงอวีเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ใช่ราชาเพลิงที่เมืองเยาเพลิงคนนั้น ขั้นราชาที่อยู่เขตแดนข้างนอกพวกนั้นล้วนเป็นของปลอมหลอกลวงคนอื่นเท่านั้น”
“ราชาเพลิงเป็นเหนือราชาเผ่าปีศาจของราชสำนักผู้พิทักษ์ตำหนักเหนือราชา แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ตอนนี้เจ้าน่าจะเข้าใจแล้ว ก่อนหน้านี้เจาสนทนากับองค์หญิงจีเหยาแล้วรอดชีวิตมาได้ เป็นความโชคดีขนาดไหน?”
ฟางผิงเผยสีหน้าหวาดกลัว ในใจกลับหมดคำพูด
พูดไม่กี่ประโยคก็โชคดีแล้ว?
หากฉันบอกนายวาฉันไล่ฆ่าผู้หญิงคนนั้นมาหลายครั้ง ฆ่าจนเธอเห็นฉันยังเกือบจะฉี่ราดกางเกง นายจะเชื่อหรือเปล่า?
แต่ภูมิหลังของจีเหยาน่าหวั่นเกรงจริงๆ ก่อนหน้านี้ฟางผิงยังคิดว่ามีแคตระกูลจี นึกไม่ถึงว่ายังมีราชาปีศาจผู้พิทักษ์ปีศาจเฟิงหวงที่เธอขี่ตัวนั้น นึกไม่ถึงว่ายังมีผู้อาวุโสเหนือราชา ยอดฝีมือขั้นเหนือราชาสี่คน!
ทั้งนอกจากพ่อเธอที่เพิ่งทะลวงผ่านเหนือราชา คนอื่นๆ ก็เหมือนจะไม่ใช่อ่อนแอ
ภูมิหลังนี้ไม่มีใครเทียบได้แล้ว
สำนักเทพว่านหลงเลี้ยงเผ่าปีศาจไว้กลุ่มใหญ่ ถึงแม้จะไม่ฉลาดธรรมดา แต่ผิวหนังนั้นแข็งแกร่งใช้เดินทาง กลับไม่ช้า
ครึ่งชั่วโมงถึงเมืองว่านหลง ก็สามารถขี่สัตว์ปีศาจมุ่งหน้าไปเมืองจักรพรรดิได้แล้ว
ฟางผิงยังไม่ทันถาม ด้านข้างนั้นจินอวีไหวก็เบียดตัวเข้ามา เอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มว่า “นายท่าน รอถึงเมืองจักรพรรดิแล้วองค์ชายมีภารกิจให้พวกเราทำหรือเปล่า?”
“แม้ว่าขาจะฝีมืออ่อนแอ กลับยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อองค์ชาย…”
เฟิงอวีชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง เผยสีหน้าเยือกเย็นเอ่ยว่า “ถึงแล้วต้องมีเรื่องให้พวกเจทำแน่นอน!”
พูดจบก็ไม่สนใจจินอวีไหวอีก มองไปทางฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เมืองจักรพรรดิมีจวนราชาเฟ็ง ถึงจวนราชาเฟ็งแล้วเจาก็ฝึกวิชาอย่างสงบจิตสงบใจซะ พยายามเข้าสู่ขั้นขุนพลสูงสุดให้เร็วที่สุด”
“รอถึงขั้นขุนพลสูงสุดแล้ว องค์ชายยังอาจจะประทานของล้ำค่าบางอย่างให้ ช่วยเจ้าเข้าสู่ขั้นกึ่งแม่ทัพ”
“ถึงเวลานั้น ครั้งหน้าองค์ชายไปแดนรบราชา น่าจะพาเจ้าไปด้วย สามารถเข้าสู่ขั้นแม่ทัพได้หรือเปล่าก็ต้องดูที่ตัวเจ้าแล้ว”
“แดนรบราชา?”
ฟางผิงเผยสีหน้างุนงง
เฟิงอวีเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แดนรบราชาอยู่ในบริเวณชายแดน พวกเราออกมาจากเขตแดนเจ็ดทางใต้ เลียบขอบแดนของเขาด่านสมุทรลอยไปยังทางตะวันออกหนึ่งแสนอาร์คก็ถึงแดนรบราชาแล้ว ที่นั่นสามารถเข้าสู่ขั้นแม่ทัพหรือกระทั่งขั้นอารยะได้อย่างรวดเร็ว แต่ทางนั้นก็ค่อนข้างอันตรายเหมือนกัน…”
เวลานี้เฟิงเมี่ยเชิงที่อยู่ข้างหน้าจู่ๆ ก็แค่นเสียงในลำคอ “อันตราย? ตอนนี้ในพื้นที่ขุนพลไม่มีอันตรายอะไรแล้ว! ขุยหมิง รอผลวิเศษสุกแล้ว เจ้าไปแดนรบราชา
กับข้า ถึงเวลานั้นเข้าไปแล้วโจมตีฆ่าคนที่ชื่อเจี่ยงเชาซะ! ฆ่าเขาแล้วข้าจะประทานรางวัลให้เจ้าอย่างงาม!”
ฟางผิงไหววูบในใจ นี่คือเฟิงเมี่ยเชิงจะหาเรื่องเจี่ยงเชาแล้ว?
ระหว่างที่เขาพูด ยอดฝีมือขั้นแปดคนนั้นก็เอ่ยว่า “เจี่ยงเชาเหมือนใกล้จะถึงขั้นแม่ทัพแล้วองค์ชาย ครั้งหน้าก็อาจจะเจอกันที่พื้นที่แม่ทัพแล้ว ไอสารเลวนั้นอย่าถูกข้าเจอจะดีที่สุด ไม่งั้นจะฆ่าเขาให้ตาย!”
เฟิงเมี่ยเชิงเอ่ยต่อว่า “ขุยหมิงไปแดนรบราชา ค่าตอบแทนนั้นไม่ใช่น้อยๆ เจ้าต้องทำให้ข้าเห็นความสามารถของเจ้า! ไม่งั้นไปแดนรบราชามีคุณสมบัติไม่เพียงพอ!”
เขาไปตอนนี้นับว่ายัดคนกลางทาง ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น แต่ก็บังเอิญแล้ว
ก่อนหน้านี้ราชสำนักเทียนจื่อแทบจะถูกฆ่าจนเกลี้ยง ตอนนี้พื้นที่ขั้นหกแทบจะโล่งเกลี้ยง คนของราชสำนักเทียนจื่อเรื่องนี้ย่อมไม่พอใจ
ภายใต้การหารือหลายครั้ง หลังจากนั้นก็มีโควตาจำนวนหนึ่งแบ่งมายังราชสำนัก
ถ้าฟางผิงเป็นแค่ขั้นหกตอนปลายนั้นอาจไม่มีโอกาสเสมอไป ข้าจะพยายามสุดชีวิต!
ฟางผิงเผยสีหน้าเคร่งขรึม เห็นเฟิงเมี่ยเชิงไม่พูดอะไรก็ลอบนินทาในใจ จะส่งฉันไปในแดนรบราชา?
งั้นนายระวังตัวให้ดีเถอะ!