ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 552 : สิ้นสุดอันดับ 3 ของเหมือง
ตอนที่ 552 : สิ้นสุดอันดับ 3 ของเหมือง
ฟรืบ !
ฉัวะ !
ภายใต้แสงอาทิตย์นั้นดาบก็ได้พุ่งตัดเข้าใส่ตัวหวังเย่า
เลือดสาดออกมาจากตัวหวังเย่าพร้อมกับพวกนักโทษที่เห็นภาพนี้ต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา
“เร็วจริง ๆ ! การโจมตีที่ไม่อาจจะหลบได้ ! ”
หวังเย่ายังยิ้มออกมาแต่กล้องนั้นก็จับภาพไม่ทัน
เจฟจับดาบในมือขวาไว้แน่นและยิ้มออกมา แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของหวังเย่าเขาก็ได้สติขึ้นมาทันที “แก…จงใจรับการโจมตีเอาไว้งั้นหรือ ? ”
หึหึ…
เสียงฮึดฮัดดังขึ้น เจฟยังไม่ทันได้ตั้งตัว หวังเย่าก็กางแขนออกแล้วตบเข้าใส่ที่หัวของเจฟอย่างจัง
ปัง…
เจฟมึนหัวไปหมด หัวของเขาถึงกับมีเลือดไหลออกมา
หวังเย่าไม่เปิดโอกาสให้เจฟได้หนี เขายังบีบเจฟไว้แน่นราวกับตั้งใจจะบดขยี้เจฟให้ได้ พร้อมกับเสียงกระดูกลั่นที่ดังขึ้นมา
แกร๊ก…
หวังเย่าบีบเจฟเอาไว้ก่อนจะกระโดดขึ้นไปฝ่าก้อนเมฆ
“หวังเย่าคิดจะทำอะไร ?”
เหล่านักโทษต่างก็พากันสงสัย จนกระทั่งเงาหนึ่งได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับอุกกาบาตตกพร้อมกับคลื่นพลังที่กระจายออกไปโดยรอบ ตอนนั้นเองที่ทุกคนก็เข้าใจขึ้นมา !
“นี่หวังเย่าคิดจะตายไปพร้อมกับเจฟรึไง ? ”
“ เจ้านี่ใจแข็งชะมัด !”
ปัง !
หวังเย่ากดเจฟลงไปกับพื้นพร้อมกับส่วนหนึ่งของพีระมิดที่หายไปจากสายตา
เกิดรูขนาดใหญ่บนกำแพงของพีระมิดพร้อมกับฝุ่นที่กระจายไปทั่ว
“หมัดพายุมังกร !”
นี่คือทักษะของฮาลิเฟค แต่เมื่อหวังเย่าในร่างยักษ์ได้ใช้ออกมา พลังของมันก็มากกว่าเดิมหลายเท่า
หวังเย่าอัดเจฟอยู่ฝ่ายเดียว
ตอนนี้ที่หัวของเจฟแตกพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด
แกร๊ก
เจฟมองไปที่หวังเย่าเขาพยายามยกมือขึ้นจับหูของหวังเย่าเอาไว้ก่อนที่จะตะโกนออกมา
อ๊า…
ปัง !
หวังเย่ากระเด็นออกมาจากรูนั้นก่อนที่ร่างของเขาจะเข้าไปชนกับพีระมิดอีกแห่งจนทำให้เกิดหลุมรูปร่างของยักษ์ขึ้นที่ผิวของพีระมิด
ที่รูนั้นเจฟได้คลานออกมา เขาใช้มือซ้ายทาบไว้ที่อกแล้วกระอักเลือดออกมา
ตัวเขาสั่นและมองไปที่หวังเย่าด้วยสายตาอาฆาต “ ดิลเกส จบการต่อสู้นี้ ฉันอยากให้พวกมัน…ตาย !”
ดิลเกสลอยขึ้นไปบนอากาศ เขาไม่เคยเห็นเจฟตกอยู่ในสภาพแบบนี้มาก่อน เขามองไปที่แฟนธอมก่อนที่จะยกดาบในมือขึ้น
โซ่ที่อยู่ด้านหลังลอยขึ้นพร้อมกับสายตาที่แน่วแน่จับจ้องไปที่แฟนธอม
ดาบได้ส่องแสงออกมา แสงนี้สว่างจ้าราวกับจะทำให้คนตาบอดทั้ง ๆ ที่นี่ยังเป็นตอนกลางวัน
พลังงานอันแข็งแกร่งเข้าไปบดบังดวงอาทิตย์เอาไว้ แม้แต่กล้องก็เห็นแต่แสงสีขาวเท่านั้น
การโจมตีของเขาได้โจมตีไปครบ 10 ครั้งแล้ว การโจมตีที่ดิลเกสใช้ออกมาครั้งนี้ต้องทำให้แฟนธอมตายได้อย่างแน่นอน แต่ราคาที่ต้องแลกคือเขาต้องอยู่ในสภาพอ่อนแออยู่ช่วงเวลาหนึ่ง
ครืน…
ดาบขนาดใหญ่ถูกฟันเข้าใส่แฟนธอมทันที
คลื่นพลังงานได้เข้าปกคลุมตัวแฟนธอมเอาไว้ ทำให้เขาไม่อาจจะขยับตัวได้
“จบแล้ว หวังเย่า ! ”
เจฟทรุดไปนั่งลงกับพื้นพร้อมกับพิงไปที่กำแพงพีระมิด เขาได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจ
หวังเย่าจับด้ามดาบเอาไว้แล้วแทงเข้าไปที่อกของเจฟก่อนที่จะหันกลับไปมองแฟนธอม
“จบแล้วจริง ๆ หรือ ? ” หวังเย่าแสดงสีหน้าสับสนออกมา
ฟรึบ !
ดาบของดิลเกสอยู่ไม่ห่างจากแฟนธอมมากนัก ตอนที่ดาบนั้นกำลังจะตัดหัวแฟนธอม ลมที่พัดมานี้ก็ได้ทำให้ผ้าคลุมของแฟนธอมเปิดออก จนเผยให้เห็นผมสีเงินของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่หวังเย่าได้เห็นหน้าตาของแฟนธอมจริงๆ
“ไม่ ! ” ตอนนั้นเองเอไนน์ก็ได้เข้าไปขวางที่ด้านหน้าของแฟนธอมเอาไว้
ฉัวะ…
ร่างของเอไนน์ขาดออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะเริ่มโปร่งใสขึ้นมา
คำเตือนสีแดงได้โผล่มาในหัวของหวังเย่าทันที “ เตือนเอไนน์ได้รับบาดเจ็บหนัก เธอได้ใช้สกิลติดตัวและเข้าสู่สถานะว่างเปล่า”
แม้ว่าสกิลทั้งสามจะยังคูลดาวน์อยู่แต่ก็ยังมีสกิลติดตัวที่ยังทำงาน !
“เอไนน์ ! ” แฟนธอมก็ได้พุ่งเข้าไปกอดร่างของเอไนน์ที่กำลังตัวโปร่งใสเอาไว้ในอ้อมอก
“ สะ…สุดท้าย ข้าก็ได้เห็น….” เอไนน์ยกมือเล็กๆขึ้นมา เธอยังพูดไม่ทันจบ ร่างของเธอก็แตกออกราวกับแก้ว เอไนน์ ได้เข้าสู่สถานะว่างเปล่า เธอเข้าสู่การหลับใหลก่อนที่เศษแก้วเหล่านั้นจะลอยกลับเข้าไปที่ตัวของหวังเย่า
“แก…แกต้องไปลงนรก !”
ลมเย็นก่อตัวขึ้นมาพร้อมกับค้างคาวสีแดงก่ำที่พุ่งเข้าหาดิลเกส ก่อนที่จะมีพายุก่อตัวขึ้นโดยรอบ
ครืน….
แฟนธอมเปลี่ยนเป็นเงาก่อนจะพุ่งเข้าใส่พายุนั้น
“อ๊า…..”
แฟนธอมได้ใช้ปากของตัวเองฉีกกินเนื้อของดิลเกสออกเป็นชิ้นๆเสียงของเลือดที่พุ่งออกมาพร้อมกับเสียงเนื้อที่ฉีกขาดดังขึ้น แม้ว่าจะอยู่ไกลแต่ก็ยังได้ยินมันอย่างชัดเจน
เหล่านักโทษเห็นแบบนั้นก็พากันตัวสั่นและกลืนน้ำลาย
ปัง !
โครงกระดูกตกลงมาจากฟ้าและตกลงมาตรงหน้านักโทษที่กำลังถือกล้องอยู่
“อ๊า….” นักโทษคนนั้นตกใจจนทิ้งกล้องลงไปที่พื้น เขารีบลุกขึ้นยืนและรีบหนีไปอย่างลนลานจนถึงกับเหยียบกล้องของตัวเอง
แฟนธอมค่อย ๆ ลงมาจากฟ้ามายืนอยู่ข้าง ๆ หวังเย่า หวังเย่าเพิ่งจะเห็นว่าแฟนธอมน่ะมีหน้าตาและหล่อเหลาแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาดูน่ากลัวเพราะมือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือด แม้แต่ผมสีเงินก็ยังมีเลือดเปื้อนไปด้วย
แฟนธอมถามออกมาด้วยน้ำเสียงสลด “เอไนน์เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
“เธออยู่กับฉันและจะกลับร่างเดิมใน 2-3 เดือน” หวังเย่าบอกความจริง
ไกลออกไป เจฟได้แสดงสีหน้าไม่สู้ดีออกมาและมองไปที่แฟนธอม ตัวของเขาถึงกับสั่นไปด้วยความกลัว “แก…แกทำได้ยังไง ?”
เมื่อเห็นแฟนธอมมองมาที่ตัวเองด้วยสายตาเย็นชา เจฟก็มองไปที่หวังเย่าแล้วพูดขึ้น “หวังเย่า…ฉะ…ฉันแพ้แล้ว แกแข็งแกร่ง…แกรีบฆ่าฉันสิ ! ”
หวังเย่าค่อย ๆ เดินเข้าไปหาแล้วดึงดาบออกมาจากอกของเจฟ แล้วยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย
ตอนนั้นเจฟเพิ่งรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังเป็นครั้งแรกในชีวิต
“จำครั้งแรกที่แกใช้พลังสายเลือดกดดันฉัน จนฉันต้องคุกเข่าได้รึเปล่า ? ตอนนั้นฉันสาบานไว้ว่าจะเอาคืน ! ”
เจฟรีบพูดขึ้นมา “ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะ ! ”
หวังเย่ายิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มเย็นชา ก่อนจะพูดว่า “ คุกเข่าให้ฉัน แล้วฉันรับปากว่าจะให้แกได้ไปเร็ว ๆ ”
เจฟกระอักเลือดออกมาและพูดขึ้น “หวังเย่า ฉันว่าแกอย่าได้ใจเกินไปหน่อยเลย”
“ฉันไม่เคยรังแกใคร ถ้าใครมาหาเรื่องฉัน การที่ฉันจะเอาคืนบ้าง มันผิดรึไง ? ”
เจฟยิ้มออกมา “งั้นหรือ ก็ดี แต่ฉันไม่คิดทำตามที่แกต้องการหรอก ! ”
เขากัดลิ้นตัวเองพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่หวังเย่าก็ง้างปากของเจฟเอาไว้ก่อน
“ถ้าแกอยากตายก็คุกเข่าให้ฉันสิ ! ”
หวังเย่าใช้มือข้างหนึ่งง้างปากเจฟเอาไว้และใช้มืออีกข้างกดเจฟให้คุกเข่าลงก่อนที่จะมีดาบแทงทะลุหัวใจของเจฟไป
ฉัวะ…
เลือดอาบไปทั่วมือของหวังเย่าที่จับดาบอยู่
“มีคำพูดหนึ่งที่บ้านเกิดของฉัน ทำอะไรก็ต้องได้แบบนั้น ! ”
เจฟเบิกตากว้างก่อนที่หวังเย่าจะออกแรงผลักดาบแทงเข้าไปลึกกว่าเดิมจนเจฟล้มลงไปกองกับพื้น