ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 553 : การต่อสู้กับซิดดี้
ตอนที่ 553 : การต่อสู้กับซิดดี้
ระหว่างทางที่ออกมาจากบึงหวังเย่าก็พบกับร่างของลูก้าและแม๊ค
แม้ว่าทั้งสองคนจะโดนเขาจัดการจนแทบจะหมดสภาพแล้ว แต่การที่ฟอเนอร์สามารถจัดการสองคนนี้ได้ก็ถือว่าแข็งแกร่งไม่น้อย
เมื่อรู้ทิศทางแล้ว หวังเย่าก็เดินหน้าไปที่ถ้ำทางตะวันตกเฉียงเหนือของเหมือง
นี่คือถ้ำของแลมเบิต ซึ่งนักโทษคนอื่น ๆ ไม่กล้าเข้ามาที่นี่
อันที่จริงถ้ำแห่งนี้ แลมเบิตได้ใช้เวลาเกือบร้อยปีกว่าที่จะขุดหาทางออกไปยังโลกภายนอกได้
เมื่อใกล้มาถึงที่หมายก็มีเสียงดังก้องเกิดขึ้นมา
ปัง ปัง ….
ผู้คุมกำลังต่อสู้กับแลมเบิตอยู่
พุ่มไม้โดยรอบโดนเผาจนหมดเกลี้ยง ที่นี่มีแต่ควันดำและร่างนับไม่ถ้วนที่กองพะเนินอยู่
ปัง !
ตอนนั้นเกิดการระเบิดขึ้นพร้อมไฟที่ปะทุขึ้นมา
“รึว่า…ซิดดี้ จะหาที่นี่เจอ ? ” หวังเย่าใจสั่นและรีบวิ่งเข้าไปหลบที่ป่าด้านหน้าทันที
บนเนินเขาด้านหน้าถ้ำ การต่อสู้ที่นั่นดูดุเดือดอย่างมาก
หวังเย่าต้องแปลกใจเมื่อพบว่าผู้คุมที่นั่นตายกันเกือบหมดแล้ว แต่ซิดดี้ยังไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย ตอนนี้เขากำลังจัดการกับพวกลูกน้องของแลมเบิตอยู่
ตอนนี้มีหินและฝุ่นกระจายไปทั่วทุกที่ราวกับว่าเหมืองแห่งนี้กำลังจะถูกทำลาย
นักโทษระดับ A หลายสิบคนนอนจมกองเลือด สัตว์อสูรของพวกนั้นโดนฟันออกเป็นชิ้น ๆ พร้อมกับเศษร่างที่กองกันเป็นภูเขา
ซิดดี้ยืนอยู่บนกองศพโดยมีสัตว์อสูรของเขายืนอยู่ข้าง ๆ ในทางกลับกันแล้วสัตว์อสูรของซิดดี้กลับดูอ่อนแอไม่ต่างอะไรจากมดปลวกเลย
ซึ่งนั่นมันคือตั๊กแตน หน้าสามเหลี่ยมของมันมองไปที่แลมเบิตและคนอื่น ๆ ที่อยู่ไกลออกไป เคียวของมันเต็มไปด้วยเลือด ท้องที่ใสของมันมีศพของคนรวมถึงสัตว์อสูรอยู่ด้านใน
สัตว์อสูรที่ไม่ได้ดูน่ากลัวนี้กลับสร้างหายนะแบบนี้ขึ้นมาได้ มันแสดงให้เห็นแล้วว่าตั๊กแตนตัวนี้โดดเด่นแค่ไหน
หวังเย่ามองไปที่สัตว์อสูรนั่นแล้วทำการประเมินทันที
ชื่อ : ลิฟเลเวล : 90 เทพ : เทพขั้นต้น สกิล : ใบมีด มีความสามารถทลายเกราะระดับสูง สามารถแทงทะลุเกราะเหล็กแทบทุกชนิดได้ มันเป็นการโจมตีที่รวดเร็ว, ทลายแสง หลบด้วยความเร็วสูง สามารถหลบการโจมตีแทบทุกอย่างได้จุดอ่อน : พลังป้องกันต่ำอย่างมาก หากโดนโจมตีก็ยากที่จะรับผลของการโจมตีได้
ปัง ปัง…
ตอนนั้นสัตว์อสูรเก้าหัว เลเวล 85 ได้ทำการโจมตีออกมา หัวทั้งเก้าของมันได้ยิงลำแสงไฟเข้าใส่ตั๊กแตนตัวนั้น
ที่ด้านหนึ่งของถ้ำ ฟอเนอร์ได้นำคนของเขาเข้าโจมตีซิดดี้
นักโทษระดับ A หลายสิบคนได้ทำการโจมตีออกมาพร้อมกันจนทำให้เหมืองนั้นถึงกับต้องสั่นไหวไปตาม
กรร…
เสียงสัตว์อสูรคำรามออกมา
สิงโตมือเหล็กได้ทำการกระโดดเข้าใส่อสูรนกบนท้องฟ้า จนร่างของนกนั้นได้ดำดิ่งลงมา
ลำแสถูกยิงกระจายไปทั่วทั้งป่าโดยไม่มีที่ให้ตั๊กแตนได้หลบแม้แต่น้อย
ถ้าเปลี่ยนเป็นหวังเย่าแล้ว เขาคงต้องตายเพราะการโจมตีนี้ !
แต่การโจมตีที่รุนแรงแบบนี้ ซิดดี้กลับหายไปพร้อมกับสัตว์อสูรของเขา
ทั้งสองได้โผล่มาที่ด้านหลังของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง ก่อนที่ตั๊กแตนจะยกเคียวของมันขึ้นแทงทะลุเกราะของสัตว์อสูรตัวนั้นไป และได้ฆ่าสัตว์อสูรตัวนั้นตายในพริบตา
ตั๊กแตนกลับลงมาที่พื้นและมองไปที่สัตว์อสูรเก้าหัวโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
ตอนที่ทุกคนได้สติกลับมานั้น สัตว์อสูรเก้าหัวก็โดนตัดออกเป็นชิ้น ๆ แล้ว
มันราวกับสงครามระหว่างคนกับมด มันบดขยี้สัตว์อสูรทุกตัวได้อย่างง่ายดาย
“ รายงานนายพล ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 15 นาทีในการขุดออกจากเหมือง” ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานแลมเบิต
แลมเบิตกำหมัดแน่นและพึมพำออกมา “เตรียมการมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังจะแพ้รึไง ? ”
“พ่อ เราจะทำยังไงกันดี ถ้าเราเข้าโจมตีอีก ผมกลัวว่าเรามีแต่จะโดนฆ่า” ฟอเนอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แลมเบิตถามขึ้นมา
“แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตฉัน แต่ก็ต้องถ่วงเวลา 15 นาทีไว้ให้ได้ ตอนนั้น..ลูกต้องเอาร่างของฟาโรห์ไปส่งให้ได้ ! ”
“พ่อ ผมจะตายกับพ่อด้วย ! ” ฟอเนอร์ พูดขึ้นด้วยสีหน้าแน่วแน่
“ฟอเนอร์ ลูกฟังพ่อนะ นี่เป็นคำสั่ง นี่คือภารกิจสุดท้ายที่พ่อจะให้กับลูก ! ” แลมเบิตตะโกนออกมาแล้วมองไปที่ฟอเนอร์ “ลูกสัญญากับหวังเย่าไม่ใช่รึไงว่าจะพาเขาออกไป ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ? ”
“เขากำลังสู้กับเจฟอยู่ เขาน่าจะมาที่นี่ในอีกไม่ช้า”
แลมเบิตมองไปที่ลูกชายด้วยสายตาที่ดูจริงจัง “ไร้สาระ ! ลูกปล่อยให้หวังเย่าไปตายรึไง ? เขามั่นใจตัวเองมาจากไหนว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเจฟได้ ! ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฟอเนอร์ก็กังวลขึ้นมาทันที “รึว่า…ผมควรส่งคนไปหาเขาดี”
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นแบบนั้น แลมเบิตก็ถอนหายใจออกมา “เฮ้อ ตามสัญญาแล้วเราก็ต้องส่งคนไปพาหวังเย่ากลับมา”
เมื่อเห็นทั้งสองคนกระซิบกัน หวังเย่าก็พอเดาได้ว่าทั้งสองคุยอะไรกันอยู่ เขารีบทำการเปิดเครื่องติดต่อเพื่อติดต่อกับ ฟอเนอร์ทันที
ที่หูของฟอเนอร์เกิดการสั่นไหว เขาทำการรับสายและไม่นานก็ได้ยินเสียงของหวังเย่า
“ฉันเอง ฟอเนอร์ ฉันอยู่ในพงหญ้าตรงกันข้ามกับนาย”
ฟอเนอร์แสดงท่าทีดีใจออกมา “นายฆ่าเจฟได้งั้นหรือ ? ”
“ใช่ เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ทำไมพวกนายไม่ถอย ? ”
เมื่อได้ยินว่าหวังเย่าฆ่าเจฟได้ ฟอเนอร์ก็แปลกใจและตอบกลับ “สองชั่วโมงก่อนถ้ำได้ถล่มลงมาและปิดช่องทางเดิม เราต้องส่งคนเข้าไปขุด มันต้องใช้เวลาประมาณ 15 นาที”
“พวกนายรับมือกับซิดดี้ได้รึเปล่า ?”
“อีกฝ่ายมีสัตว์อสูรระดับเทพ เราจะจัดการได้ยังไง อย่างมากเราทำได้ก็แค่ยื้อเอาไว้เท่านั้น”
ฟอเนอร์ตอบไปตามความจริง แต่เมื่อนึกออกว่าหวังเย่าได้จัดการกับเจฟ ..เขาก็ได้ถามขึ้นมา “นาย..มีทางที่จะยื้อ ซิดดี้ไว้รึเปล่า ? ”
“ฉันเองก็ไม่มั่นใจ ฉันแค่ไม่รู้ว่าพ่อนายจะยอมร่วมมือกับฉันด้วยรึเปล่า ? ”
“งั้นก็ลองบอกมา”
เมื่อเห็นว่าฟอเนอร์กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ แลมเบิตก็แสดงท่าทีสับสนออกมา
เมื่อวางสายแล้วแลมเบิตกับฟอเนอร์ก็ได้พูดคุยกัน
“ว่าไงนะ ? หวังเย่าฆ่าเจฟได้ ! ” แลมเบิตแสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
“ เขา..อยากให้พ่อร่วมมือด้วย”
“ถ้าเขาฆ่าเจฟได้ งั้นก็มีโอกาสที่แผนนี้จะได้ผล มันคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยงดู ! ”
“พ่อตกลงงั้นหรือ ? ”
แลมเบิตพยักหน้าและมองไปที่ฟอเนอร์ “พ่อยอมร่วมมือกับหวังเย่า แต่ลูกต้องรับปากว่าถ้าอุโมงค์เปิดออกแล้ว ลูกจะหนีไปโดยไม่ลังเลพร้อมกับร่างของฟาโรห์ ! ”
ฟอเนอร์กำหมัดแน่นก่อนจะรับปาก “พ่อสบายใจได้ ผมจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ! ”
แลมเบิตยิ้มออกมาก่อนที่จะพุ่งตัวออกไป
“เฮ้อ แลมเบิต แกซ่อนตัวเก่งดีนิ ฉันแทบคิดว่าแกเป็นนักโทษที่เอาแต่เก็บตัวซะอีก” ซิดดี้ยิ้มให้กับแลมเบิต
แลมเบิตตอบออกมาด้วยสีหน้าเฉยเมย “ฉันก็อยากทำอยู่ แล้วแกล่ะ ? เหมืองนี่คือสมบัติของแกไม่ใช่รึไง ? เผ่าจิ้งจอกรู้ไหมว่าแกทำอะไรบ้างลับหลังพวกเขา ? ”
“ไม่สนุกเลย แกกล้าโจมตีฉัน แกคงรู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแก ? ” ซิดดี้ยกไม้เท้าในมือขึ้นและแกว่งไปมา
“แกบอกฉันสิว่าแกอยากเล่นเกมแบบไหน ? ”
“ได้ ฉันจะบอกแกเอง ! ”
ก่อนที่จะรู้ตัว ซิดดี้ก็หายตัวไปแล้ว ไม้เท้านั้นเหมือนกับหอกที่แทงเข้าใส่หัวของแลมเบิต
แลมเบิตก้มตัวลงพร้อมกับใช้มือจับไม้เท้าเอาไว้
ปัง !
คลื่นพลังกระจายไปทั่ว คลื่นพลังนี้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มิติที่นั่นสั่นราวกับจะแตกออก
แสงสีเขียวได้ส่องประกายขึ้นมาพร้อมกับตั๊กแตนที่โผล่มาที่ด้านหลังแลมเบิต
มันยกเคียวขึ้นและตั้งใจจะฟันเข้าใส่คอของแลมเบิตทันที
กรร….
เสียงเสือคำรามดังขึ้นมา
เสือได้โผล่มาและพุ่งเข้าใส่ตั๊กแตนทันที
แสงสีเขียวส่องประกายอีกครั้ง พร้อมกับตั๊กแตนที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เสือกระโดดขึ้นไปบนหินแล้วคำรามใส่สองคนที่ยื้อแย่งกันอยู่
กรร…
คลื่นเสียงราวกับคลื่นยักษ์ได้แผ่กระจายออกไปทั่ว
คลื่นเสียงนี้ได้แผ่ไปถึงซิดดี้และแลมเบิตทันที
เพราะการป้องกันจากสัตว์อสูร คลื่นเสียงนี้จึงไม่ได้ส่งผลต่อแลมเบิต แต่มันทำให้ซิดดี้รู้สึกอึดอัด
เขาถอยกลับไปและต้องกระโดดกลับไปที่ก้อนหิน
แลมเบิตและเสือมองไปที่ซิดดี้ก่อนจะใช้สกิลหลอมรวมกับมิติและหายตัวไป
ตรงกันข้ามกับซิดดี้ ตั๊กแตนได้ปรากฏตัวขึ้นและมองหาเสือที่หายตัวไป
เมื่อเห็นแลมเบิตและเสือหายตัวไป ตั๊กแตนก็นิ่งไปสักพักก่อนที่แสงสีเขียวจะส่องประกายขึ้นอีกรอบ
แลมเบิตและเสือได้ปรากฏตัวขึ้นในจุดที่ตั๊กแตนเพิ่งจะหายตัวไป
เมื่อเห็นแลมเบิตและเสือโผล่มา ซิดดี้ก็ยิ้มออกมา “พวกแกสองตัวคิดจะไล่ล่าตั๊กแตนฉันงั้นหรือ ? ถ้าเป็นฉัน…”
ตอนนั้นซิดดี้กลับรู้สึกได้ถึงอันตราย “ล่อเสือออกจากถ้ำ ! ”
“ยินดีด้วย ! แกคิดถูกแล้ว”
ที่ตรงหน้าซิดดี้ แลมเบิตได้ปรากฏตัวขึ้นมาก่อนจะต่อยเข้าใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างจัง
ตั๊กแตนที่สู้กับเสืออยู่ได้หยุดมือและมองไปที่แลมเบิต 2 คนและเสืออีก 2 ตัวด้วยความตกตะลึง
“ภาพลวงตา ! นี่มันภาพลวงตา ! ”
ตั๊กแตนได้สติทันที มันไม่คิดอะไรต่อและใช้เคียวตัดร่างเสือสองตัวตรงหน้าและพบว่านี่คือภาพลวงตาจริง ๆ !
ปัง !
ไม้เท้าของซิดดี้ได้เข้ารับหมัดของแลมเบิตเอาไว้
กรร !
เสือได้คำรามออกมาอีกครั้ง
คลื่นเสียงนี้ทำให้ซิดดี้กระเด็นกลับไป
สุดท้ายซิดดี้ก็มีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด เพราะคลื่นเสียงของเสือ
เขารีบหันกลับเพื่อที่จะหนีแต่ก็พบว่าที่เท้าของเขาถูกตรึงไว้โดยเงา
ซิดดี้แสดงสีหน้าลนลานออกมา เขามองไปรอบ ๆ แล้วตะโกนออกมา “แกนี่เอง …. หวังเย่า ! ”