ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 245 กองทัพเคลื่อนพล
ไม่นานนัก เมื่อจัดสรรกำลังพลเสร็จแล้ว กองทัพที่เคยแออัดอยู่บนเส้นทางโบราณนอกด่านฟู่เฟิงก็เริ่มเคลื่อนตัวช้า ๆ ไปยังพื้นที่กว้างขวางด้านนอก
สามชั่วยามต่อมา
นอกเส้นทางโบราณด่านฟู่เฟิง ทหารสองแสนนายในชุดเกราะต้าเฉียนจัดทัพเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ละกองทัพมีธงใหญ่ที่เขียนอักษร ‘เฉียน’ ปักอยู่
ธงใหญ่สะบัดพลิ้วไหวตามสายลมที่พัดผ่านทุ่งราบ บรรยากาศยามศึกสงครามพลันแผ่ซ่านขึ้นมาอย่างประหลาด โอบล้อมรอบกายทหารทุกนาย
ด้านหน้าสุดของกองทัพ หยางหลิน หลี่เต้า เสิ่นจง ทั้งสามคนขี่ม้าอยู่หน้ากองทัพที่ตนบัญชาการ ในมือของทั้งสามคนต่างถือจอกสุราอยู่คนละใบ
หยางหลินยืนอยู่ตรงกลางกองทัพ ยกจอกสุราให้สัญญาณไปทั้งสองด้าน เมื่อหลี่เต้าและเสิ่นจงสังเกตเห็น ก็พากันยกจอกขึ้นเช่นกัน
สุดท้าย ทั้งสามคนก็ดื่มสุราเสริมขวัญในมือรวดเดียวหมดอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลังดื่มสุราเสร็จ หยางหลินเหลือบมองท้องฟ้า โยนจอกสุราในมือทิ้งไป แล้วชูดาบยาวขึ้น
“ออกเดินทาง!”
พร้อมกับที่เสียงของหยางหลินดังขึ้น กองทัพแปดหมื่นนายที่อยู่ตรงกลางของกองทัพสองแสนนายก็เริ่มเคลื่อนทัพ
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นจงสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนี้ จึงสั่งให้กองทัพของตนออกเดินทางเช่นกัน
หลี่เต้ามองดูหยางหลินและเสิ่นจงที่เริ่มออกเดินทางแล้ว จากนั้นก็หันไปมองกองทัพแปดหมื่นนายที่อยู่เบื้องหลังตน
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยและเสี่ยวไป๋ที่ขนาบอยู่ข้างหลี่เต้าราวกับรับรู้บางสิ่ง เงยหน้าส่งเสียงหอนคำรามยาวพร้อมกัน
ท่ามกลางเสียงคำราม หลี่เต้ายกง้าวมังกรทมิฬขึ้นเหนือศีรษะ
“ออกเดินทาง!”
…
หนึ่งวันให้หลัง
หลี่เต้านำกองทัพแปดหมื่นนายของเขาเดินทางผ่านเขตกันชนระหว่างต้าเฉียนกับชนเผ่าเป่ยหมาน มาจนถึงบริเวณชายแดนของเผ่าลั่วอวิ๋น
เมื่อมาถึงที่นี่ กองทัพก็หยุดลงตามคำสั่งของหลี่เต้า
“เฉินโหยว ส่งคำสั่งลงไป ให้กองทัพพักผ่อนชั่วคราว”
หลังจากนั้น หลี่เต้าก็ออกคำสั่งที่สอง เมื่อได้ยินคำสั่งนี้ บางคนในกองทัพก็ชะงักงัน
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องหยุดอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ตกลงกันแล้วว่าจะจัดการให้เสร็จโดยเร็ว หากถูกเผ่าลั่วอวิ๋นพบเข้า การรบครั้งนี้คงไม่ง่ายเป็นแน่
ในบรรดาผู้คนเหล่านั้น หยางเหยียนอยากจะถามสักคำโดยไม่รู้ตัว
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปาก ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องมองอยู่ พอหันไปมอง ก็พบว่าเฉินโหยวปรากฏกายอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อใดก็สุดรู้
เมื่อเห็นเฉินโหยวเช่นนี้ คำพูดที่จวนจะหลุดออกจากปากก็ถูกกลืนกลับไป จากนั้นก็รีบส่งคำสั่งไปยังด้านหลังอย่างว่าง่าย
ไม่นานหลังจากคำสั่งถูกส่งไปทั่วทั้งกองทัพ เหล่าแม่ทัพก็มารวมตัวกันรอบหลี่เต้า
เมื่อเห็นสีหน้าของบางคน หลี่เต้าจึงเอ่ยตรง ๆ ว่า “พวกเจ้าคงสงสัยกระมัง ว่าเหตุใดข้าถึงสั่งให้กองทัพหยุดอยู่ตรงนี้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนต่างมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากก่อน
ในกลุ่มคน หยางเหยียนมองซ้ายมองขวา ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เอ่ยปากว่า “ท่านรองแม่ทัพ หากตอนนี้ข้าถามไป คงไม่ถือว่าขัดคำสั่งกระมัง”
พูดจบ เขายังจงใจมองเฉินโหยวที่อยู่ด้านหลังหลี่เต้า
เมื่อเห็นหยางเหยียนระมัดระวังเช่นนั้น หลี่เต้าก็ยิ้มบางพลางกล่าว “ไม่ถือ เจ้าพูดมาตรง ๆ เถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของหยางเหยียนก็เปี่ยมด้วยความยินดี อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปยังเฉินโหยว ก่อนจะพูดขึ้น
“ท่านรองแม่ทัพ เสบียงของพวกเราก็มีไม่มากอยู่แล้ว เวลาก็เร่งรีบไม่อาจรั้งรอได้ เหตุใดพวกเราจึงไม่รีบบุกเข้าทุ่งหญ้า เพื่อทำศึกกับเผ่าลั่วอวิ๋น”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สายตาของผู้อื่นก็จับจ้องมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าคำถามนี้ ก็คือสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเขาเหมือนกัน
หลี่เต้ากวาดตามมองสีหน้าของทุกคน ก่อนจะเอ่ยปากว่า “นั่นเป็นเพราะยังมีบางสิ่งที่ยังไม่พร้อม”
หยางเหยียนอดถามไม่ได้ “สิ่งใดหรือ?”
“นั่นคือ…” หลี่เต้ากำลังจะเอ่ยปาก
ทว่าทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่ง จึงลุกขึ้นยืนทันที
ในชั่วขณะถัดมา ได้ยินเสียงร้องดังก้องมาจากท้องฟ้าสองครั้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น หลี่เต้าก็หันไปมองทุกคนแล้วกล่าวต่อ
“บัดนี้ สิ่งที่เตรียมไว้ได้มาถึงแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าสามารถสั่งให้คนเตรียมอาหารได้แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึง หยางเหยียนยิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “ท่านรองแม่ทัพ พวกเราเพิ่งกินอาหารไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนมิใช่หรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็หันไปมองเฉินโหยว เฉินโหยวหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาเงียบ ๆ จากนั้นก็เหลือบมองหยางเหยียนแล้วเริ่มจดบางอย่างลงไป
หยางเหยียน “…”
หลี่เต้าไม่ได้ตอบคำถามของหยางเหยียน แต่กลับพูดว่า “จำไว้ คราวนี้กินให้อิ่มหน่อย”
พูดจบ เขาก็ทิ้งให้ทุกคนยืนงุนงงอยู่ตรงนั้นแล้วเดินจากไป
หลังแยกจากคนอื่น หลี่เต้าเดินมาถึงลานโล่งแห่งหนึ่งบนทุ่งหญ้า เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นแนบปากแล้วเป่า เสียงนกหวีดดังขึ้น
ไม่นาน บนท้องฟ้าก็มีเสียงร้องยาวสองครั้งตอบรับเสียงนกหวีดของเขา
ครู่ต่อมา เกิดกระแสลมแรงพัดมาจากสองด้าน เห็นเหยี่ยวไห่ตงชิงสองตัวร่อนลงมาจากทั้งสองข้างของหลี่เต้า นั่นคือไป๋เฉี่ยนและโม่เฉี่ยนนั่นเอง
เมื่อมองดูไป๋เฉี่ยนและโม่เฉี่ยนที่ยืนอยู่บนพื้น ความสูงของพวกมันถึงระดับเอวของเขาแล้ว หลี่เต้ายื่นมือไปลูบหัวนุ่มนิ่มพวกนั้น
“พวกเจ้าหาตำแหน่งของพวกเขาเจอแล้วหรือ?” หลี่เต้าถามพลางลูบไปด้วย
ไป๋เฉี่ยนเอาหัวถูมือเขา จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นกระพือปีกส่งเสียงร้องสองครั้ง
“พบพวกเขาแล้วหรือ? แล้วพวกเขาอยู่ทางทิศใด”
“แกว๊ก ๆ”
ไป๋เฉี่ยนยกปีกขึ้นชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
หลี่เต้ามองดูแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า จากนั้นก็ถามอีกว่า “แล้วที่อื่น ๆ พวกเจ้าดูมาหมดแล้วหรือไม่”
“แกว๊ก ๆ”
“ดูมาแล้วหรือ? แล้วโม่เฉี่ยนจำตำแหน่งของพวกเขาได้หรือไม่”
“แกว๊ก ๆ”
“ดีมาก ข้าเข้าใจแล้ว”
หลี่เต้าพยักหน้าพลางลูบหัวเหยี่ยวทั้งสองตัว “พวกเจ้าทำได้ดีมาก รอกลับไปคราวนี้จะให้รางวัลพวกเจ้า”
ไป๋เฉี่ยนร้อง “แกว๊ก ๆ”
“ได้ รู้แล้ว จะให้มากกว่าเสี่ยวเฮยอีก”
…
ครึ่งเค่อหลังจากนั้น
ตามคำสั่งของหลี่เต้า แม่ทัพทั้งแปดที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ได้มารวมตัวกันตรงหน้าหลี่เต้าอีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน แม่ทัพทั้งแปดต่างก็จ้องมองไป๋เฉี่ยนและโม่เฉี่ยนที่อยู่ข้างกายหลี่เต้าด้วยความสงสัย
หลี่เต้ามองดูทั้งแปดคนแล้วเอ่ยปากขึ้น “หลังจากกองทัพออกเดินทาง พวกเจ้าจงแบ่งกองกำลังในมือออกเป็นสองกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มติดตามพวกมันไป”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หยางเหยียนและคนอื่น ๆ ต่างก็ชะงักงัน พากันมองด้วยสายตาฉงน
คราวนี้หลี่เต้าไม่ได้พูดคลุมเครืออีกต่อไป แต่อธิบายเหตุผลออกมาตรง ๆ
ครู่ต่อมา
“ท่านรองแม่ทัพ สิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงหรือ?”
หลังจากฟังคำอธิบายของหลี่เต้าจบ พวกหยางเหยียนต่างจ้องมองไป๋เฉี่ยนและโม่เฉี่ยนด้วยแววตาเป็นประกาย
พวกเขาเข้าใจแล้วว่า ทำไมหลี่เต้าถึงให้ทหารใต้บังคับบัญชากินอาหารจนอิ่ม ที่แท้ก็วางแผนรอพวกเขาอยู่ตรงนี้
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ยิ้มบาง “จะจริงหรือไม่ พวกเจ้าติดตามพวกมันไปก็จะรู้เอง”
“รอก่อน!”
หยางเหยียนที่อยู่ในกลุ่มคนพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยปากถาม “ท่านรองแม่ทัพ ฟังจากคำพูดของท่านแล้ว พวกเราทั้งแปดคนต้องแยกย้ายกันติดตามพวกมันไป แล้วท่านเล่า? ท่านจะทำเช่นไร?”
“ข้าหรือ?”
หลี่เต้ามองไปที่หยางเหยียน ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปากตอบ “ข้าจะไปทำตามพนันที่ให้ไว้กับท่านปู่ของเจ้าให้สำเร็จ”