ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 293 ความร่วมมือสำเร็จ
“ตัวเจ้าเอง?”
สีหน้าของหลี่เต้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเถี่ยซานเหนียง เขาก็เข้าใจความสัมพันธ์ของนางกับตระกูลเถี่ย
การค้าทั้งหมดที่นางจัดการเอง นางกับตระกูลเถี่ยแบ่งกันคนละครึ่ง
นั่นหมายความว่า หลังจากสัญญายกให้เขาสามส่วน ตัวนางเองจะเหลือเพียงสองส่วนเท่านั้น
หลี่เต้าประหลาดใจที่สตรีคนหนึ่งสามารถบรรลุข้อตกลงเช่นนี้ได้
“คุณหนูเถี่ยช่างเป็นคนมีความสามารถจริงๆ”
เถี่ยซานเหนียงเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา ริมฝีปากแดงเผยอขึ้นกล่าวว่า
“ทุกสิ่งล้วนมีราคาของมัน”
“หากวันใดล้มเหลว ทุกสิ่งทุกอย่างคงจะสูญสลายไปในพริบตา”
หลี่เต้าขมวดคิ้วถาม
“แล้วเจ้ายังกล้าเดิมพันใหญ่ขนาดนี้?”
เถี่ยซานเหนียงหัวเราะเบา ๆ อย่างมีเสน่ห์
“เพราะข้าเชื่อมั่นในตัวท่านผู้ว่าการ”
“ขอให้ท่านรับสิ่งนี้ไว้ ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ผ่านมา”
หลี่เต้าก้มมองกระดาษในมือ หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เงยหน้าขึ้น
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
แม้ตอนนี้เขาจะไม่ขัดสนเงินทอง แต่ในอนาคตเขายังต้องดูแลทั้งการทหารและการคลัง
การมีเถี่ยซานเหนียงมาช่วยจัดการปัญหาด้านนี้จึงถือเป็นเรื่องที่ดี
หลี่เต้าลงชื่อและประทับตราในสัญญาคนละฉบับ
“คุณหนูเถี่ย ต่อไปหากมีธุระใด ก็มาหาข้าที่จวนได้โดยตรง”
“ท่านผู้ว่าการ ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นมิตรกันแล้วหรือไม่”
หลี่เต้าอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ในเมื่อร่วมมือกันแล้ว ก็ย่อมถือว่าเป็นมิตรกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องเรียกคุณหนูเถี่ยอย่างห่างเหิน เรียกข้าว่าซานเหนียงก็พอ”
“ถ้าเช่นนั้นซานเหนียงก็ไม่ต้องเรียกข้าว่าผู้ว่าการ เรียกชื่อข้าตรง ๆ ก็ได้”
“พี่ชายหลี่? ท่านคงไม่รังเกียจกระมัง”
“ตามสบาย”
ปี้โหยวเอ๋อร์เห็นทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนาน ก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมา
“แล้วข้าล่ะ ข้าล่ะ”
หลี่เต้าหัวเราะเบา ๆ มองดูสาวใช้ตัวน้อยที่ทำให้นึกถึงน้องสาว
“เจ้าไม่ได้เรียกข้าว่าคนชั่วตลอดหรอกหรือ”
“ตอนนี้คุณหนูเรียกท่านว่าพี่ชายแล้ว โหยวเอ๋อร์จะกล้าเรียกเช่นนั้นได้อย่างไร”
“เอาล่ะ เจ้าอยากเรียกข้าว่าอะไรก็เรียกเถิด ขอเพียงไม่น่าเกลียดเกินไปก็พอ”
“ถ้าเช่นนั้น ต่อไปนี้ข้าจะเรียกท่านว่าพี่ชายหลี่”
หลี่เต้าอมยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น
“ในเมื่อเราตกลงร่วมมือกันแล้ว ข้าอยากจะมอบของขวัญแรกพบให้เจ้าสักอย่าง”
“แต่อาจต้องรออีกสองสามวันถึงจะให้เจ้าได้”
เถี่ยซานเหนียงยิ้มน้อย ๆ พลางกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นซานเหนียงก็จะรอดูด้วยความตั้งใจ”
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เถี่ยซานเหนียงสูดหายใจลึกมองหลี่เต้าด้วยสีหน้าพ่ายแพ้
“พี่หลี่ ท่านรู้มากมายเหลือเกิน”
ไม่ว่านางจะยกหัวข้อการค้าใดมาคุย หลี่เต้าล้วนต่อบทสนทนาได้จนนางไปไม่เป็น
หลี่เต้ายิ้มเล็กน้อย
“เพียงรู้เล็กน้อยเท่านั้น”
เถี่ยซานเหนียงรู้สึกแปลกใจที่ตนเองเป็นฝ่ายเข้าหาบุรุษก่อนเช่นนี้
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นหนึ่งครั้ง การประมูลก็สิ้นสุดลง
หลี่เต้าลุกขึ้นกล่าวลา
“ซานเหนียง ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“ข้าจะไปส่งท่าน”
“ไม่ต้องลำบากแล้ว ข้าไปคนเดียวได้”
หลี่เต้าโบกมือแล้วก้าวเท้ายาว ๆ จากไป
ปี้โหยวเอ๋อร์เอ่ยเสียงหวานหลังจากเขาลับตา
“คุณหนู ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าคนชั่วเขากลายเป็นท่านผู้ว่าการไปแล้ว”
เถี่ยซานเหนียงถอนหายใจยาว “น่าเสียดายจริง”
“น่าเสียดายอะไรเจ้าคะ?”
“น่าเสียดายที่โหยวเอ๋อร์ของข้า คงเป็นได้แค่เพียงอนุภรรยาเท่านั้น”
“อา คุณหนูเจ้าคะ!”
ปี้โหยวเอ๋อร์หน้าแดงก่ำแล้วพูดแก้เขินว่า
“หากโหยวเอ๋อร์เป็นอนุ คุณหนูก็ต้องเป็นภรรยาเอกสิเจ้าคะ!”
เถี่ยซานเหนียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำหน้าดุ
“โหยวเอ๋อร์ เจ้าซวยแน่!”