ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 333 หลี่เต้ามาถึง
“อืม”
เหมียวอวี่พยักหน้าพลางยิ้มพูดว่า “ตอนนั้นท่านอาเคยบอกไว้ไม่ใช่หรือว่า คนบางคนถ้าเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา”
“ถ้าเราทำให้ตระกูลเหมียวกลายเป็นคนของท่านผู้ว่าการท่านนี้ เหตุผลที่เขาจะลงมือช่วยก็เพียงพอแล้ว”
“จากการกระทำก่อนหน้านี้ของท่านผู้ว่าการในเมืองเทียนหนาน เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้มีเพียงแค่เมืองเทียนหนานเท่านั้น แต่มุ่งหวังทั่วทั้งดินแดนทางใต้”
“ตระกูลเหมียวของเราเป็นตระกูลใหญ่ขนาดนี้ เขาคงไม่มีทางไม่สนใจหรอกกระมัง และในสถานการณ์ที่ตระกูลเหมียวไม่สามารถต่อต้านราชสำนักได้ พวกเราก็มีแนวโน้มที่จะเลือกผูกไมตรีด้วยในภายภาคหน้า แล้วทำไมถึงไม่ตัดสินใจแต่เนิ่นๆ เล่า”
เมื่อเหมียวอวี่พูดจบ เขาก็พบว่าเหมียวหงมองเขาด้วยสายตาเหม่อลอยอยู่บ้าง
“ท่านอา?”
ในชั่วขณะถัดมาเหมียวหงยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง
“ท่านอาทำอะไรนะ?” เหมียวอวี่ถามด้วยสีหน้างุนงง
“ข้าอยากดูว่าข้าเกิดภาพหลอนหรือเปล่า แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าหนูนี่พูดเก่งขึ้นขนาดนี้” เหมียวหงตอบ
“ทั้งหมดก็เป็นเพราะท่านอาสอนดีนั่นแหละ” เหมียวอวี่หัวเราะเบาๆ
“เจ้าหนู…”
เหมียวหงหัวเราะอยู่ครู่หนึ่งแล้วรีบเก็บรอยยิ้มกลับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยปากว่า “สิ่งที่เจ้าพูดนั้นไม่ผิด แต่เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสองคนจะตัดสินใจได้ ดังนั้นเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปถามความคิดเห็นของผู้อาวุโสสูงสุดดูก่อน”
“ท่านอา ท่านรีบหน่อยนะ ถ้ารอจนผู้นั้นจากไปก็คงสายเกินไปแล้ว”
“ข้ารู้แล้ว”
เนื่องจากในชั่วขณะนั้นความสนใจของผู้คนฝั่งอู่คุนล้วนจดจ่ออยู่ที่กลุ่มคนที่กำลังทยอยออกไปจากอัฒจันทร์ จึงไม่ได้ให้ความสนใจกับฝั่งตระกูลเหมียวมากนัก อีกทั้งถึงแม้จะสังเกตเห็นพวกเขาก็คงไม่คิดอะไรมาก
ด้วยมีราชันกู่หยกขาวอยู่ ผู้คนฝั่งตระกูลเหมียวย่อมไม่อาจก่อความวุ่นวายอะไรได้ ดังนั้นเหมียวหงจึงมาถึงข้างกายเหมียวหรงได้อย่างราบรื่น
“ผู้อาวุโสสูงสุด”
เมื่อได้ยินเสียงเหมียวหรงก็หันมามอง ยามนี้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้หวังอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบันนี้แล้ว
“เหมียวหง? เจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร…”
เหมียวหงมองไปรอบๆ ก่อนจะกระซิบบอก “ท่านผู้อาวุโส ความจริงแล้วตอนนี้พวกเรายังมีอีกวิธีหนึ่งที่จะแก้ไขสถานการณ์คับขัน”
“หือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ใบหน้าของเหมียวหรงพลันปรากฏแววตื่นตะลึง “ยังมีวิธีอะไรอีกหรือ?”
เหมียวหงกวาดตามองร่างนั้นบนอัฒจันทร์ จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เขาและเหมียวอวี่เคยพบเจอที่เมืองเทียนหนานอย่างรวดเร็ว หลังจากเล่าเรื่องเกือบหมดแล้ว สุดท้ายเขายังกระซิบเบาๆ อีกครั้ง
“ท่านผู้อาวุโส โอกาสสุดท้ายของพวกเราคือผู้ว่าการท่านนั้น ด้วยความสามารถที่เขาเคยใช้จัดการกับตระกูลซุนในเมืองเทียนหนาน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะรับมือกับพวกตระกูลอู่เหล่านี้ได้”
“และราคาที่ต้องจ่าย น่าจะเป็นสิ่งที่ข้าเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้”
หลังจากฟังคำพูดของเหมียวหงจบ เหมียวหรงก็จมอยู่ในภวังค์ความคิดทันที
ขณะนี้บนอัฒจันทร์ หลี่เต้ามองผู้คนที่ทยอยจากไปรอบข้าง ในใจถอนหายใจเบาๆ ภาพตรงหน้านี้แตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้อยู่บ้าง
ในความคิดของเขา ตระกูลอู่ในฐานะฝ่ายร้าย หลังจากทำเรื่องเช่นนี้แล้ว ความคิดแรกควรจะเป็นการปิดปาก นั่นคือการกักตัวผู้ชมในที่นี้ แต่ตระกูลอู่กลับปล่อยให้พวกเขาจากไปอย่างง่ายดายเช่นนี้
ยุคนี้ตัวร้ายเริ่มมีเหตุผลกันแล้วหรือ? พอนึกถึงตรงนี้เขาก็รู้สึกคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่นอกด่านฟูเฟิง
ที่นั่นไม่ต้องลำบากใจเหมือนตอนนี้เลย เมื่อก้าวเข้าสู่อาณาเขตของชนเผ่าเป่ยหมาน ศัตรูก็มีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง การฆ่าคนก็ไม่จำเป็นต้องหาข้ออ้างใดๆ
เมื่อเห็นผู้คนรอบข้างทยอยลดน้อยลง หลี่เต้าจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ดูจากสถานการณ์ตอนนี้การที่เขาอยู่ต่อดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรแล้ว ส่วนคนสองฝ่ายนี้สู้กันก็ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันไปเถิด ต่อสู้กันจนถึงที่สุดแล้วค่อยมาจัดการกับสถานการณ์ที่เหลือก็ยังไม่สาย
แต่ทันทีที่หลี่เต้าก้าวเท้าออกไปก้าวแรก เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ขอท่านผู้ว่าการหยุดเท้าก่อน!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลี่เต้าก็หยุดฝีเท้าในทันที ใบหน้าเผยความประหลาดใจ เขาคิดไม่ถึงว่าที่นี่จะยังมีคนจำเขาได้
ในขณะเดียวกันตระกูลเหมียวและกลุ่มคนชุดดำที่นำโดยอู่คุน ต่างก็ถูกดึงดูดความสนใจด้วยเสียงนี้เช่นกัน ทุกคนมองไปตามเสียงและเห็นชายหนุ่มตระกูลเหมียวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าสุดของกลุ่มคนตระกูลเหมียว กำลังโบกแขนไปมา คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเหมียวอวี่นั่นเอง
เมื่อเห็นหลี่เต้าหยุดฝีเท้าและมองมาทางตน สีหน้าของเหมียวอวี่ก็เปี่ยมด้วยความยินดี จากนั้นเขารีบตะโกนเสียงดัง “ขอร้องท่านผู้ว่าการ โปรดยื่นมือช่วยพวกข้าตระกูลเหมียวด้วย!”
ทันใดนั้นผู้คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็รีบมองตามสายตาของเหมียวอวี่และเห็นหลี่เต้าที่ยืนอยู่บนอัฒจันทร์ได้สำเร็จ
“ผู้ว่าการหรือ?” อู่คุนที่อยู่ในกลุ่มตระกูลอู่ขมวดคิ้ว ในตอนนั้นเองมีคนตระกูลอู่ผู้หนึ่งเข้ามาใกล้และกระซิบข้างหู อู่คุนจึงแสดงสีหน้าเข้าใจในที่สุด
ด้านฝั่งของหลี่เต้าหลังจากได้ยินคำพูดของเหมียวอวี่เขาก็เลิกคิ้วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ช่วยพวกเจ้าหรือ?”
เขาไม่เคยคิดเลยว่าในตระกูลเหมียวจะยังมีคนจำตำแหน่งของเขาได้ และยังกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความสุภาพใดๆ ต่อตระกูลเหมียวแห่งเมืองเทียนหนาน ใครที่ควรฆ่าก็ฆ่าทั้งหมด ในความคิดของหลี่เต้าตระกูลเหมียวไม่เกลียดเขาก็นับว่าดีแล้ว แต่จะมาขอความช่วยเหลือได้อย่างไร
เมื่อเหมียวอวี่นึกถึงคำตอบที่เหมียวหงให้มาก่อนหน้านี้ เขาก็ตะโกนทันที “วันนี้หากท่านผู้ว่าการสามารถช่วยพวกเราตระกูลเหมียวได้ พวกเราตระกูลเหมียวจะยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านผู้ว่าการนับจากวันนี้เป็นต้นไป!”
“หือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดท้ายของเหมียวอวี่ หลี่เต้าก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่หลังจากคิดสักครู่เขาก็เข้าใจเหตุผล เป็นเพราะคนเหล่านี้จำเขาได้ในยามคับขันจึงถือเอาเขาเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตพวกเขาได้
หลังจากที่เหมียวอวี่ตะโกนประโยคสุดท้ายออกไป ฝั่งหลี่เต้ายังไม่มีปฏิกิริยาใด แต่ฝั่งตระกูลอู่กลับมีปฏิกิริยาก่อนแล้ว
“เจ้าหนุ่ม หุบปากซะ!”
ชายชุดดำคนหนึ่งเลือกที่จะลงมือกับเหมียวอวี่ทันที
หลังจากรู้ถึงตำแหน่งผู้ว่าการของหลี่เต้า ฝั่งอู่คุนย่อมไม่ต้องการให้เกิดตัวแปรเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นชายชุดดำเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เหมียวอวี่ที่ไม่สามารถควบคุมกู่ในร่างกายได้ก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนก
ในสถานการณ์เช่นนี้หากหลี่เต้าไม่ลงมือช่วยเขาคงตายแน่ เมื่อเห็นกู่ของอีกฝ่ายเคลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ เหมียวอวี่ก็ถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
และในตอนนั้นเองเหมียวอวี่ก็รู้สึกถึงมือที่จับบนไหล่ของเขา เมื่อหันกลับไปมองเขาถึงพบว่าหลี่เต้าที่เมื่อครู่ยังอยู่บนอัฒจันทร์ห่างออกไปหลายสิบจั้ง ได้มาอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ทว่าชั่วขณะนั้นกู่ของคนชุดดำจากตระกูลอู่ได้โจมตีเข้ามาแล้ว
“ระวัง!” เหมียวอวี่เอ่ยออกมาโดยสัญชาตญาณ
สีหน้าของหลี่เต้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง มือก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เมื่อกู่ที่โจมตีเข้ามาใกล้ เขาก็ทำเพียงแค่เผยอปากเล็กน้อย
ในชั่วขณะถัดมาเสียงหนึ่งดังออกมาจากปากของเขา “ไสหัวไป!”
พร้อมกับเสียงตวาดนั้น พลังที่มองไม่เห็นระลอกหนึ่งก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา
เมื่อพลังนี้ครอบคลุมกู่ที่โจมตีเข้ามา พวกมันก็ชะงักกึกทันทีราวกับได้กลิ่นยาสลบ จากนั้นก็ร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งหมดไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกเลย
เมื่อเห็นภาพนี้คนชุดดำจากตระกูลอู่ที่ลงมือโจมตีก็ม่านตาหดเล็กลง ส่วนเหมียวอวี่ที่อยู่ใกล้หลี่เต้ามากที่สุดกลับรู้สึกได้ชัดเจนยิ่งกว่า
เพราะเขาพบว่าในชั่วขณะนั้นกู่ในร่างของเขาได้หลุดพ้นจากอำนาจกดข่มของราชันกู่หยกขาวที่มีต่อพวกมัน และมีปฏิกิริยาบางอย่าง แต่ปฏิกิริยานั้นดูเหมือนจะเป็นความต้องการที่จะหลุดพ้นจากเขาผู้เป็นเจ้านาย