ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 346 ความแค้นของเหมียวอี้
หมู่บ้านสายฟ้า? เหมียวหรงรู้สึกโล่งอกเล็กน้อย ไม่ว่าตระกูลอู่และฝ่ายลึกลับที่สามจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำลายหมู่บ้านใหญ่สองแห่งของตระกูลเหมียวติดต่อกัน หากผู้คนที่หนีออกมาจากหมู่บ้านสายลมสามารถหลบหนีไปยังหมู่บ้านสายฟ้าได้ พวกเขาก็น่าจะปลอดภัย
“ไปดูที่หมู่บ้านสายฟ้า!”
เหมียวหรงจึงนำคนติดตามร่องรอยที่เหลืออยู่บนพื้น มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสายฟ้าที่อยู่ภายใต้การปกครองของเหมียวอี้
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต่อมา เบื้องหน้าทุกคนปรากฏภาพหมู่บ้านสายฟ้า เมื่อเห็นหมู่บ้านสายฟ้าที่เงียบสงบ ไม่มีความวุ่นวายใดๆ เหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็รู้สึกโล่งอก ดูจากภายนอกก็รู้ได้ว่าหมู่บ้านสายฟ้าไม่ได้เผชิญกับการโจมตีเช่นเดียวกับหมู่บ้านสายลม นั่นหมายความว่าที่นี่ปลอดภัย
แต่เมื่อกลุ่มคนเข้าใกล้หมู่บ้านสายฟ้า พวกเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมาก ช่างเงียบสงัดเหลือเกิน!
ในฐานะที่เป็นหมู่บ้านใหญ่ของตระกูลเหมียวเช่นเดียวกับหมู่บ้านเมฆาและหมู่บ้านสายลม ที่ประตูใหญ่จะต้องมียามเฝ้าอยู่อย่างแน่นอน แต่เมื่อคณะเดินทางมาถึงประตูพวกเขากลับไม่พบใครเลยสักคน
“เข้าไป!” แต่หลังจากเดินเข้าไปได้ระยะหนึ่ง พวกเขาก็พบว่าหมู่บ้านยังคงเงียบสงัดไปทั่ว ไม่มีผู้คนอยู่เลย สิ่งที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือที่นี่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แม้แต่น้อย สิ่งนี้ทำให้เหมียวหรงและคนอื่นๆ ไม่สามารถรักษาสีหน้าปกติไว้ได้อีกต่อไป
ในที่สุดคณะก็เดินทางมาถึงศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้า เช่นเดียวกับที่พวกเขาเคยไปที่หมู่บ้านสายลม หลังจากเข้าประตูใหญ่ของศาลบรรพชน เหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็ชะงักไปชั่วขณะจากนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้า ภายใต้การนำของเหมียวอี้ ตระกูลเหมียวหลายคนที่สวมชุดเหมียวสีดำกำลังกราบไหว้บรรพบุรุษของหมู่บ้านสายฟ้าที่ศาลบรรพชน
“น้องสาม!” เมื่อมองดูเงาร่างของเหมียวอี้ เหมียวหรงก็เอ่ยเรียกออกมา
เมื่อได้ยินเสียงเรียกร่างเหมียวอี้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดพลันสั่นเทาเล็กน้อย เขาปักธูปในมือลงในกระถางธูปของศาลบรรพชน แล้วค่อยๆ หันกลับมา หลังจากมองเห็นกลุ่มของเหมียวหรงอย่างชัดเจน เขาก็พูดอย่างสงบนิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พี่ใหญ่ พวกท่านมาแล้วหรือ” น้ำเสียงที่พูดนั้นราวกับได้คาดเดาไว้แล้วว่าเหมียวหรงและคนอื่นๆ จะมา
หลังจากนั้นคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเหมียวอี้ก็หันหน้ามาเช่นกัน “อาห้า ทำไมพวกท่านถึงอยู่ที่นี่”
ในตอนนั้นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่มของเหมียวหรง เมื่อหันไปมองคนที่พูดไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นเหมียวอวี่ และคนที่เขาพูดถึงก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นผู้นำตระกูลของสกุลเหมียวสายที่สองและสายที่ห้า
เหมียวอวี่พูดต่อไปโดยไม่สนใจใคร “บิดาของข้าบอกว่าพวกท่านตามสองผู้อาวุโสไป หรือว่าพวกท่านหนีมาจากหมู่บ้านสายลม”
“แต่มันไม่ถูกต้องนี่ หากหนีมาจากหมู่บ้านสายลม ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ แถมยังแต่งตัวสะอาดสะอ้านเช่นนี้”
เมื่อฟังคำพูดของเหมียวอวี่แล้ว สายตาของเหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็ตกลงบนตัวของเหมียวหยางและเหมียวไหทั้งสองคนโดยไม่รู้ตัว ในขณะนั้นพวกเหมียวหรงพลันรู้สึกว่าบรรยากาศในศาลบรรพชนของหมู่บ้านสายฟ้าดูผิดปกติไปบ้าง
เหมียวหรงกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วถามว่า “น้องสาม แล้วคนอื่นๆ ในหมู่บ้านสายฟ้าเล่า”
“คนอื่นๆ หรือ?” เหมียวอี้ตอบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “พวกเขาก็อยู่ด้านหลังพวกท่านไม่ใช่หรือ”
ด้านหลัง? เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็หันไปมองด้านหลังโดยทันที ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ด้านนอกประตูใหญ่ของศาลบรรพชนที่เดิมทีว่างเปล่าไร้ผู้คน บัดนี้มีคนยืนอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่แปลกคือคนเหล่านี้เงียบกริบไม่พูดจา ปรากฏตัวอย่างไร้สุ้มเสียง
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ พวกเขาดูแปลกๆ นะขอรับ” เหมียวจ้านเข้าไปกระซิบข้างๆ เหมียวหรง เหมียวหรงมองดูแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “ไปดูสิ”
“ขอรับ” เหมียวจ้านเดินออกไปทางด้านนอกศาลบรรพชน และเมื่อเข้าใกล้คนกลุ่มนี้ พวกเขาก็หันขวับมามองเหมียวจ้านโดยทันที เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาประหลาดจากผู้คนมากมายเช่นนี้ เหมียวจ้านผู้เป็นปรมาจารย์กู่ระดับแปดก็อดรู้สึกขนลุกไม่ได้
ในขณะที่เขากำลังจะทักถามใครสักคน จู่ๆ ผู้คนเหล่านี้ก็เคลื่อนไหว เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ยกมือขึ้นพร้อมกัน ชั่วขณะถัดมากู่จำนวนมากก็บินพุ่งเข้าใส่เหมียวจ้าน
“เกิดอะไรขึ้น!” เมื่อเห็นภาพนี้เหมียวจ้านก็รีบหลบหลีกทันที แต่ไม่ว่าเขาจะหลบหลีกอย่างไรคนเหล่านี้ก็ยังคงโจมตีเขาโดยไม่สนใจสิ่งใด
“อย่าบังคับให้ข้าลงมือ!” หลังจากหลบการโจมตีจากกู่ได้อีกครั้ง เหมียวจ้านก็เริ่มโกรธขึ้นมา แต่คนเหล่านี้ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ
“ผู้อาวุโส!” ด้วยความจนใจเหมียวจ้านจึงได้แตมองไปที่เหมียวหรงซึ่งอยู่ในศาลบรรพชน คนมากมายขนาดนี้หากเขาลงมือจริงๆ คนเหล่านี้คงรับไม่ไหว
เหมียวหรงสีหน้าไม่สู้ดีหันไปมองเหมียวอี้ “น้องสาม นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
สีหน้าเหมียวอี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงแต่พูดช้าๆ ว่า “พี่ใหญ่ ก็อย่างที่ท่านเห็น คนในหมู่บ้านสายฟ้าของพวกเราอาจจะไม่ยินดีต้อนรับพวกท่าน”
เหมียวหรงขมวดคิ้วแน่น “เจ้าพูดอะไรของเจ้า!”
ทันใดนั้นเหมียวอี้ก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “พี่ใหญ่ ท่านยังจำเหมียวไหวกับเหมียวเซียวได้หรือไม่”
หลังจากได้ยินสองชื่อนี้สีหน้าของเหมียวหรงก็เปลี่ยนไปวูบหนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองเหมียวอี้อย่างดุดัน “จู่ๆ เจ้าก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาหมายความว่าอย่างไร!”
“ดูเหมือนพี่ใหญ่จะยังจำได้”
“เจ้าต้องการจะพูดอะไรกันแน่!”
“พี่ใหญ่ พวกเขาตายแล้ว ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน”
“พวกมันสมควรตาย!”
“สมควรตาย?” เหมียวอี้ลดเสียงลงกัดฟันพูดว่า “แต่พวกเขาเป็นลูกชายและหลานชายของข้านะ ทำไมถึงไม่สามารถให้โอกาสพวกเขามีชีวิตอยู่ต่อได้ แม้แต่การที่พวกท่านจะเตะพวกเขาออกจากหมู่บ้านเหมียว ให้พวกเขาเอาตัวรอดเองก็ยังทำได้ แต่ทำไมพวกท่านถึงต้องฆ่าพวกเขาด้วยตัวเอง!”
เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเหมียวอี้ เหมียวหรงก็เอ่ยเสียงทุ้มว่า “น้องสาม เรื่องมันผ่านไปหลายสิบปีแล้ว เจ้าก็ควรจะปล่อยวางได้แล้ว”
“ปล่อยวาง!” ทันใดนั้นเหมียวอี้ก็ชี้นิ้วไปที่เหมียวหรงแล้วตะโกนว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าหลายปีมานี้ข้าผ่านมันมาได้อย่างไร?”
“ข้าเห็นลูกและหลานของข้าร้องขอความช่วยเหลือจากข้าทั้งวันทั้งคืน แต่ข้าที่เป็นพ่อเป็นปู่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย!”
เหมียวหรงมองสีหน้าของเหมียวอี้ที่ค่อยๆ ดูคลุ้มคลั่ง ในใจเขามีความรู้สึกไม่ดีแวบผ่าน “ดังนั้นเจ้าได้ทำอะไรลงไป?”
“ทำอะไรลงไป?” เหมียวอี้หัวเราะออกมาทันที “คำถามนี้ถามได้ดีนัก พูดตามตรง ข้าต้องการแก้แค้น แก้แค้นคนที่ทำร้ายลูกและหลานของข้า”
จากนั้นเขาก็พูดต่อไปว่า “เป็นพี่ใหญ่ เป็นท่านที่ตัดสินโทษประหารพวกเขา และจำได้ว่าเป็นพี่รองที่ลงมือด้วยตัวเอง”
“ข้ายังจำได้ว่าทั้งตระกูลเหมียวต่างพากันหัวเราะเยาะข้า และข้าจำได้ดียิ่งกว่านั้นว่าข้าคุกเข่าก้มหัวอ้อนวอนพวกเจ้าแต่กลับไม่ได้รับความเห็นใจจากพวกเจ้าแม้แต่น้อย”
“ดังนั้น…” เหมียวอี้ยังพูดไม่ทันจบเหมียวหรงก็ต่อประโยคของเขาว่า
“ดังนั้นเจ้าจึงวางแผนแก้แค้นตระกูลเหมียวทั้งหมด”
เหมียวอี้ไม่ได้พูดอะไรเยิ่นเย้อเขาพยักหน้ารับตามตรง “เขาไป่เหลี่ยน… ข้าเป็นคนสั่งการ หมู่บ้านสายลม… ก็เป็นข้าที่ร่วมมือกับคนอื่นๆ”
เมื่อเห็นสีหน้าของเหมียวหรงที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นไม่อยากเชื่อ เหมียวอี้ก็พูดอย่างเชื่องช้าว่า “ท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมตระกูลอู่ถึงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีนี้?”
“ใช่ เป็นข้าที่สนับสนุนพวกเขาอยู่เบื้องหลัง และกู่ที่สามารถต้านทานราชันกู่หยกขาวที่เขาไป่เหลี่ยนนั้นก็เป็นข้าที่ช่วยพวกเขาวิจัยออกมา”
“สิ่งที่ตระกูลเหมียวรวมถึงเจ้าและพี่รองทำกับข้า ข้าจะคืนให้เป็นร้อยเท่า!” เหมียวอี้เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “สรุปคือ ข้าต้องการแก้แค้นทุกคน!”