ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 355 หัวหน้าช่วยด้วย!
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็ตัดสินใจยุติการจัดการกับสวีหู่อย่างเด็ดขาด เรื่องเร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือการหาราชันกู่เกราะทองให้เจอก่อน
อีกด้านหนึ่ง เสิ่นซานใช้ความพยายามอย่างมหาศาล ในที่สุดก็สามารถสลัดเจ้าบ้าตัวน้อยออกจากก้นของเขาได้ เขาเอียงตัวก้มลงมอง พบว่ามีรอยแผลลึกปรากฏเป็นรอยฟันบนก้นขาวของเขา
“เจ้าบ้าตัวน้อย ข้า…”
ขณะที่เสิ่นซานกำลังจะด่าทอเจ้าบ้าตัวน้อยที่ถูกเขาสลัดลงพื้น จู่ๆ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป แล้วทันใดนั้นเขาพลันกระโจนไปกอดเจ้าบ้าตัวน้อยเข้าไว้ในอ้อมอก
ในเวลาเดียวกันนั้น เงาร่างหนึ่งก็ตกลงบนตำแหน่งที่เจ้าบ้าตัวน้อยอยู่เมื่อครู่ หัวหน้ากองทัพสิบทิศหน้าดำทะมึน “เจ้าอ้วน ส่งมันมาให้ข้า”
เสิ่นซานเพิ่งจะเอ่ยปาก เจ้าบ้าตัวน้อยก็กัดเข้าที่หน้าอกของเขาอีกครั้ง เจ็บจนสีหน้าเปลี่ยน เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวหน้ากองทัพสิบทิศพลันปรากฏกายมาอยู่เบื้องหน้าเสิ่นซานในชั่วพริบตา มือหนึ่งยื่นออกไปคว้าจับเจ้าบ้าตัวน้อย
เสิ่นซานเห็นดังนั้นก็ไม่สนใจความเจ็บปวดบนร่างกาย พยายามจะต่อต้าน แต่การกระทำของเขากลับยั่วโทสะหัวหน้ากองทัพสิบทิศ แค่ถีบออกไปเพียงทีเดียว เสิ่นซานและเจ้าบ้าตัวน้อยก็ลอยกระเด็นออกไปพร้อมกัน
หลังจากร่างกระแทกพื้น เสิ่นซานก็กระอักเลือดออกมา เลือดเหล่านั้นหยดลงบนใบหน้าของเจ้าบ้าตัวน้อย ในขณะนั้นเมื่อเจ้าบ้าตัวน้อยที่กำลังกัดเสิ่นซานอยู่ ได้รับเลือดสดหนึ่งคำก็ถึงกับชะงักไปทั้งร่าง มันเงยหน้าขึ้นมา ในดวงตาฉายแววสับสนงุนงง แต่ในชั่วขณะถัดมา ด้วยการกระตุ้นจากเลือดสด ทำให้ความบ้าคลั่งปรากฏขึ้นในดวงตาอีกครั้ง และรุนแรงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ทว่ามันไม่ได้โจมตีเสิ่นซานต่อ แต่กลับหันหัวพุ่งเข้าใส่หัวหน้ากองทัพสิบทิศอย่างกะทันหัน
“บังอาจนัก!” หัวหน้ากองทัพสิบทิศเพียงแค่ยกมือขึ้นคว้าหนึ่งที ก็จับคอเจ้าบ้าตัวน้อยไว้ในอุ้งมือได้แล้ว
เมื่อมองดูเจ้าบ้าตัวน้อยในชุดขาดวิน หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็เริ่มทำการค้นตัวจนเสร็จอย่างรวดเร็ว เขาค้นไม่เจอราชันกู่เกราะทอง จึงหันกลับไปมองผู้นำตระกูลอู่ “เจ้าบอกว่าราชันกู่อยู่กับเด็กคนนี้ แต่ไม่มีนี่”
“ไม่มีหรือ?” ผู้นำตระกูลอู่ขมวดคิ้ว พยายามรับรู้ถึงมันอีกครั้ง แล้วจู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนไป “เป็นไปได้อย่างไร…!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ราชันกู่อยู่ในร่างของเด็กนั่น”
“ในร่างงั้นหรือ?” หัวหน้ากองทัพเมื่อได้สติกลับมาก็เอ่ยถาม “แล้วราชันกู่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“เจ้าคิดว่าราชันกู่เป็นอะไรกัน?” ผู้นำตระกูลอู่มองดูเจ้าบ้าตัวน้อยแวบหนึ่งแล้วพูดออกมา “แค่ผ่าเอาออกมาก็ใช้ได้แล้ว”
“ไม่เป็นไรก็ดี” สำหรับกองทัพสิบทิศที่ไม่เคยทำความดีเลยนั้น การผ่าท้องแหวกร่างเป็นเรื่องแค่เพียงเล็กน้อย เขาเตรียมจะชักดาบออกมาเพื่อที่จะผ่าท้องเอากู่คืน
เมื่อสวีหู่ที่อยู่ไม่ไกลเห็นภาพนั้น จู่ๆ ก็พุ่งทลายวงล้อมของกองทัพสิบทิศที่อยู่รอบด้าน เขาคำรามเสียงดังแล้วกระโจนเข้าใส่หัวหน้ากองทัพสิบทิศทันที
“รนหาที่ตายอีกคน!” หัวหน้ากองทัพสิบทิศรวบรวมพลังปราณแท้แล้วปล่อยพลังระดับกึ่งปรมาจารย์ออกมา พร้อมฟันดาบเข้าใส่สวีหู่
“อ้าก!” เมื่อเผชิญหน้ากับดาบนี้ สวีหู่คำรามอย่างดุดัน ไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย พุ่งเข้าไปรับการโจมตี ในชั่วพริบตาเงาเสือดุร้ายปะทะกับพลังดาบ ทำให้อากาศโดยรอบสั่นสะเทือน
แม้พลังของสวีหู่จะเพิ่มขึ้นไม่น้อยหลังจากผ่านการต่อสู้อันยาวนานในเขาหมื่นลี้ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นที่จะรับมือกับผู้มีพลังระดับกึ่งปรมาจารย์ได้เพียงลำพัง พลังดาบทะลุผ่านเงาเสือและฟันลงบนร่างของเขา ทำให้ร่างอันใหญ่โตนั้นลอยกระเด็นออกไป
ร่างของสวีหู่ลอยไปตกอยู่ข้างตัวเสิ่นซาน บนหน้าอกมีรอยดาบยาวลึกจนเห็นกระดูกอย่างชัดเจน หากไม่ใช่เพราะร่างกายของสวีหู่มีพรสวรรค์พิเศษ ดาบเดียวนี้อาจคร่าชีวิตเขาไปแล้ว
“เจ้าบ้าน้อย…”
“อย่าขยับ!” ขณะที่สวีหู่พยายามดิ้นรนลุกขึ้น เขาก็พบว่าเหล่ากุ่ยปรากฏตัวอยู่ข้างตัวทั้งสองคนโดยไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร เหล่ากุ่ยกดร่างสวีหู่ที่กำลังดิ้นรนไว้แล้วหยิบผงยาบางอย่างออกมาโรยลงบนบาดแผล
ที่ด้านข้าง เสิ่นซานเช็ดเลือดที่มุมปาก พยายามฝืนร่างกายให้ขยับแล้วถามด้วยใบหน้าไม่สู้ดีว่า “เหล่ากุ่ย… ตอนนี้เราจะทำอย่างไรดี? มีวิธีอะไรบ้างไหม?”
เหล่ากุ่ยมองไปยังกลุ่มคนฝั่งตรงข้ามแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ฝั่งนั้นมีกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอยู่ ข้าว่าเจ้าคอยปกป้องตาแก่อย่างข้าที่เพิ่งทะลวงขึ้นระดับเซียนเทียนได้ไม่นานจะดีกว่า”
“นั่นหมายความว่าไม่มีวิธีแล้วใช่ไหม? น่าเสียดาย ปกติเจ้าชอบคุยโวว่าตัวเองเก่งกาจเพียงใด”
เหล่ากุ่ยได้ยินแล้วดวงตากระตุก จึงรีบพูดว่า “ใครบอกเจ้าว่าข้าไม่มีวิธี” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นซานก็หัวเราะเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมีวิธีอยู่แล้ว ในเมื่อมีวิธีก็รีบลงมือสิ”
“ข้าไม่มีวิธีช่วยเจ้าบ้าตัวน้อยจากน้ำมือพวกนั้นหรอก”
“งั้นเจ้า…”
“แต่ข้ามีวิธีทำให้พวกมันตายพร้อมกับพวกเราที่นี่”
พูดจบ เหล่ากุ่ยก็เริ่มลงมือหยิบขวดโหลเล็กๆ หลายใบออกมา เสิ่นซานได้สติกลับมารีบพูดว่า “เหล่ากุ่ย เจ้าจะทำจริงๆ หรือ?”
เหล่ากุ่ยส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ฝ่ายตรงข้ามไม่คิดจะปล่อยพวกเราไป ข้าเองก็ไม่ใช่คนที่จะนั่งรอความตายเฉยๆ อย่างไรเสียข้าก็มีชีวิตอยู่มากว่าร้อยปีแล้ว ถือว่าได้มีชีวิตอยู่มานานพอแล้ว เพียงแต่เสียดายแทนพวกเจ้าเท่านั้น”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเหล่ากุ่ย เสิ่นซานก็รู้ว่าคราวนี้เหล่ากุ่ยเอาจริงแล้ว จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่า “ถ้าหัวหน้าตามพวกเรามาดินแดนทางใต้ด้วยกันก็คงดี ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เขาต้องช่วยพวกเราให้พ้นจากสถานการณ์ลำบากในตอนนี้ได้แน่”
เหล่ากุ่ยพยักหน้า “ใช่ เจ้าหนุ่มนั่นมีความสามารถจริงๆ แต่พวกเราคงไม่มีโอกาสได้พบเขาอีกแล้ว”
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเสิ่นซานและสวีหู่ไม่อาจต่อต้านได้อีกต่อไป หัวหน้ากองทัพสิบทิศก็ไม่ลังเล เขาเตรียมจะผ่าท้องเจ้าบ้าตัวน้อยทันที
สวีหู่เห็นดังนั้นความโกรธก็พวยพุ่ง แต่เพราะบาดเจ็บหนักเกินไปจึงไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เหล่ากุ่ยกำขวดยาที่เตรียมไว้แน่นจมอยู่ในความเงียบ เสิ่นซานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่า “วันนี้ถ้าเจ้าฆ่าพวกเรา หัวหน้าไม่ปล่อยพวกเจ้าแน่!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวหน้ากองทัพสิบทิศมองซ้ายมองขวา พบว่าไม่มีใครอยู่เลย จึงเยาะเย้ยว่า “ถ้าหัวหน้าของพวกเจ้ามา ข้าก็จะฆ่าหัวหน้าของพวกเจ้าด้วย”
พูดจบดาบในมือของเขาก็ฟันลงมาที่เจ้าบ้าตัวน้อยโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เมื่อเห็นภาพนี้ ในใจของเสิ่นซานพลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดังว่า “หัวหน้าช่วยด้วย!”
ในขณะที่คมดาบของหัวหน้ากองทัพสิบทิศกำลังจะฟันลงบนร่างเจ้าบ้าตัวน้อย ลมปราณสายหนึ่งก็พัดขึ้นในป่าทึบ พร้อมกับสายลมที่พัดผ่าน หัวหน้ากองทัพสิบทิศพลันรู้สึกว่าดาบยาวในมือของเขาขยับไม่ได้แล้ว
เขาเหลียวมองอย่างรวดเร็ว พบว่าในขณะที่คมดาบอยู่ห่างจากเป้าหมายเพียงนิดเดียวเท่านั้น ได้มีมือข้างหนึ่งจับดาบของเขาเอาไว้ ไม่ว่าเขาจะพยายามสักเพียงใดก็ไม่อาจขยับดาบได้แม้แต่น้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมองจึงพบว่าไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ บุรุษชุดดำผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเขา และมือนั้นก็เป็นของบุรุษชุดดำผู้นี้
อีกด้านหนึ่ง เมื่อบุรุษในชุดสีดำปรากฏตัวขึ้น ความโกรธบนใบหน้าของสวีหู่ก็หายไปทันที ขวดยาในมือของเหล่ากุ่ยก็ไม่รู้ว่าถูกเก็บกลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ส่วนเสิ่นซานทั้งใบหน้าของเขามีแต่ความรู้สึกไม่อยากเชื่อเต็มไปหมด